• วารี
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • email : [email protected]
  • วันที่สร้าง : 2008-02-15
  • จำนวนเรื่อง : 438
  • จำนวนผู้ชม : 314479
  • ส่ง msg :
  • โหวต 107 คน
เรื่องเล่ารอบตัว
เรียนรู้จาก "เรื่องเล่ารอบตัว" นำเสนอเป็นข้อคิดเล็กๆ มาเล่าสู่กันฟังเพื่อแลกเปลี่ยน
Permalink : http://www.oknation.net/blog/nsdiary
วันอาทิตย์ ที่ 20 พฤษภาคม 2561
Posted by วารี , ผู้อ่าน : 992 , 20:08:01 น.  
หมวด : ไดอารี่

พิมพ์หน้านี้
โหวต 3 คน แม่หมี , อดุลย์ และอีก 1 คนโหวตเรื่องนี้

เรื่องเล่าสีขาว  เคารพความเป็นคน

                   ที่หน่วยตรวจกายอุปกรณ์ฯ ฉันพบเด็กน้อยคนนึง เธอมากับแม่ของเธอ  คงด้วยโรคทำให้เธอมีพัฒนาการที่ไม่สมวัย  ตัวเธออ่อนปวกเปียก นัยน์ตาเหม่อลอย  ไม่รับรู้ใดๆ  ปากอ้าค้างมีน้ำลายย้อยอยู่เป็นระยะ  เธอนอนอยู่ที่เตียง มีท่อช่วยหายใจที่คอ  คงจะรออุปกรณ์ที่จะช่วยในการทรงตัวนั่นละ 

                   เพราะเห็นว่าเธอนอนอยู่  คุณแม่นั่งอยู่ข้างๆ  แล้วตอนนี้งานตรงเคานเตอร์ก็ยังไม่มีอะไร  ฉันก็เลยเดินเข้าไปคุยด้วย คุณแม่เล่าว่า ลูกของเธอผอมมาก  ก็..นะคงจะกินได้น้อยอยู่ละ  คุณหมอแนะนำให้ทำสายยางให้อาหารทางหน้าท้อง  ก็มีกำหนดนัดหมายที่จะทำในเดือนมิถุนายนที่จะถึงนี้  อืม.. ทำสายยางใส่อาหารทางหน้าท้อง

                   "อ๋อ สายยางให้อาหารทางหน้าท้อง  ก็ดีค่ะน้องจะได้ทานได้มากขึ้น   การดูแลสายยางก็ไม่ยากด้วยค่ะ เหมือนกับดูแลเด็กน้อยที่ดูดขวดนวมน่ะแหละ"

                    เห็นคุณแม่ตั้งใจฟัง ก็คลิก  อย่างว่าละเป็นใครก็กังวลกันทั้งนั้น  ฉันก็เลยเล่าต่อ

                   "สายยางเขาจะใส่ไว้ทางหน้าท้อง วิธีการใส่ก็คล้ายๆ การฉีดยาละค่ะ เพียงแต่เข็มขนาดใหญ่  แล้วคาสายยางไว้ก็เหมือนคาขวดนมไว้ที่ปากเด็กละ  เราก็แค่คอยดูแลความสะอาดผิวหนังบริเวณรอบๆ สายยาง  อย่าให้มีอาหารซึมรอบๆ สายยางมันจะกัดผิวหนังหน้าท้อง  คอยดูแลตอนใส่อาหารต้องไล่ด้วยน้ำเปล่า  อย่าให้อาหารคาสายจะทำให้บูดคาสายน่ะค่ะ   แล้วสายยางก็จะมีอายุการใช้งาน  ต้องมีการเปลี่ยนตามระยะ  อ้อ แต่น้องเขาก็ยังทานอาหารทางปากได้นะคะ เพียงแต่เกรงว่าอาหารจะไม่พอกับน้องเขาน่ะ  คุณหมอก็เลยให้ใส่อาหารเพิ่มทางหน้าท้องแทน   อาหารที่จะใส่ทางหน้าท้องก็ไม่ยาก  แค่ดูให้สัดส่วนอาหารครบ มีผัก เนื้อสัตว์ ข้าว  ปรุงให้สุกแล้วปั่นให้ละเอียด  เดี๋ยวจะมีนักโภขนาการมาแนะนำอีกทีค่ะ"

                   "แล้วน้องเขามีปัญหาสุขภาพอะไรมั่งมั้ยคะ" ฉันถามเพราะเห็นว่าเธอออกจะผอมมาก  แถมยังมีท่อช่วยหายใจที่คออีก  ดังคาด

                    "ก็ปอดอักเสบติดเชื้อค่ะ เป็นมา 2 ครั้งแล้ว"

                    "น้องเขาหายใจทางท่อ  แล้วปากยังอ้าอยู่  โอกาสติดเชื้อก็คงจะง่าย  ต้องคอยดูแลความสะอาดของปากน้องเขานะคะ  หมั่นขยับปาก เช็ดปาก ให้มีน้ำลายมีการผลิตออกมา  น้ำลายจะช่วยเป็นด่านป้องกันเชื้อโรคได้ด้วย  เวลานอนกลางคืน ก้ดูแลให้หน้าอกอุ่น  แล้วใส่ถุงเท้าช่วยอีกทาง"

                    "อ้อ  แล้วคุณแม่ต้องพยายามบริหารปอดให้น้องเขาด้วยค่ะ  น้องเขานอนนิ่ง ไม่ค่อยได้ขยับตัว แถมยังมีท่อช่วยหายใจที่คออีก ก็ย่อมต้องเสี่ยงติดเชื้อได้ง่ายละ"   ก็ลมหายใจที่ผ่านทางจมูกมีขนกรองช่วย  แต่ผ่านทางคอ ไม่มีตัวช่วยเลย  แถมอากาศก็จะเย็นเพราะการที่ไม่มีขนกรองนี่ละ

                    "ท่าบริหารก็ง่ายมากค่ะ  แค่ยกแขนน้องเขาขึ้นลงในทุกทิศทาง  เนี่ย" ฉันพูดพลางจับมือน้องเขา พูดกับน้องเบาๆ ว่า "มาขยับตัวออกกำลังกายกันนะคะ"

                    "ท่าที่ 1 ก็จับแขน 2 ข้างของน้องให้เหยียดออกด้านข้าง ระดับไหล่  แล้วยกขึ้นมาจบกันเหนือศีรษะ  แล้วก็เอาลง  ทำสัก 4-5 ครั้งค่ะ"

                     "ท่าที่ 2 ก็จับแขน 2 ข้างของน้องให้เหยียดออกแล้ววาดแแขนให้มาจบกันด้านหน้า  จากนั้นก็ยกขึ้นจนเหนือศีรษะ  แล้วยกลงมาที่เดิม  ทำซ้ำสัก 4-5 คร้งค่ะ"

                     "ท่าสุดท้ายก็ เหยียดแขน 2 ข้างของน้องแล้ววาดแขนให้มาจบกันด้านหน้าเหมือนท่าที่ 2 ค่ะ  จากนั้นแยกแขนทั้ง 2 ออกจากกันไปทางด้านข้างลำตัวจนสุด  แล้ววาดแขนกลับมาเจอกันที่ด้านหน้าอีก  ทำซ้ำสัก 4-5 ครั้ง"

                     ทั้ง 3 ท่าจะช่วยให้ลำตัวมีการขยายออก  ทำให้ปอดสามารถที่จะยืดและหดได้เต็มที่มากขึ้น  น่าจะพอช่วยได้

                     ฉันพูดไป พลางทำท่าไป  แรกๆ น้องเขาก็จะแข็งตัว เกร็งบ้าง  แต่พอเริ่มคุ้นลำตัวก็อ่อนลง 

                    "ทำเรื่อยๆ นะคะ  ทำไปคุยไป น้องเขาจะได้มีเพื่อน" ... 

                    ตอนนั้นเอง น้องนักกายอุปกรณ์ ก็นำอุปกรณ์มาเพื่อให้น้องเขาลองใส่  คุณแม่ก็เลยหันไปคุยกับนักกายฯ  พลางคว้าตัวน้องให้ลุกขึ้น  เธอคงจะรีบเลยลืมไป  ลืมที่จะบอกน้องเขาก่อน  เห็นลำตัวน้องเขาเกร็งเล็กน้อย  จนเมื่อการลองอุปกรณ์เสร็จเรียบร้อย น้องนักกายอุปกรณ์ออกไปแล้วน่ะแหละ  ฉันถึงได้คุยกับคุณแม่

                     "คุณแม่คะ  เวลาจะจับตัวน้องเขา พาเขาไปไหนน่ะ  พูดบอกเขาก่อนนะคะ  สมองน้องเขาจะค่อยๆ เรียนรู้และจดจำได้เองค่ะ  อาจจะเหมือนไม่รู้เรื่องนะคะ  แต่ที่จริงสมองเขาจะค่อยๆ เรียนรู้ค่ะ เพียงแต่อาจจะแสดงออก ตอบสนองช้าอยู่สักหน่อย มันเป็นการบริหารสมองด้วยอีกทาง... นะคะ"

                     "ความจริงคุณหมอก็บอกเสมอๆ ค่ะว่าให้บอกน้องเขา" คุณแม่พูดขึ้นเบาๆ  "แต่ก็..."

                     "ค่ะ  พูดบอกน้องเขาทุกครั้ง  สมองมีการเรียนรู้ จดจำแน่ค่ะ  มันเป็นการช่วยบริหารสมองได้อีกทาง" นะคะ

                      และที่สำคัญ ที่ฉันคิดต่อในใจคือ "มันเป็นการเคารพความเป็นคนของเขา"

 

บันทึกแนบท้าย

        ในเด็กปกติ ถ้าเราจู่ๆ ก็อุ้มเขาขึ้น  เขาย่อมมีปฏิกิริยาตอบสนองแน่ เพียงแต่จะมากน้อย เป็นในรูปแบบไหนก็แล้วแต่คน อาจเป็นแค่เบะหน้า หรือแผดเสียงร้อง หรือแค่ทำสีหน้า แววตาสงสัย

         แต่เพราะน้องเขา  สมองไม่ได้พัฒนาเท่าที่ควร จึงดูราวกับไม่มีการตอบสนองให้เห็นชัด อาจมีคล้ายตัวเกร็งบ้างเท่านั้น  แต่ไม่ว่าจะอย่างไร เขาก็เป็นคนเช่นเดียวกับเรา  แต่ก็เข้าใจคุณแม่เขาละ  น้องเขาไม่มีการตอบสนองเลย  การที่เหมือนจะพูดคนเดียวก็อาจจะทำให้... บ้างละ

          และที่ฉันพูดบอกคุณแม่ไป นั่นก็เป็นความจริง  สมองจะเรียนรู้และจดจำ เพียงแต่อาจจะช้าหรือตอบสนองได้มากน้อยตามความสามารถของสมอง เท่านั้นเอง

          ในการเรียนพยาบาล สิ่งหนึ่งที่อาจารย์พูดย้ำอยู่  เสมอทุกครั้งคือ

         "ให้เคารพความเป็นคนของคนไข้เสมอ แม้ว่าเขาจะอยู่ในสภาวะที่ไม่รู้สึกตัวเลยก็ตาม  ก่อนจะทำการพยาบาลทุกครั้ง เราก็ต้องพูดขออนุญาติ บอกเขาก่อนทุกครั้ง"

 




อ่านความคิดเห็น

ความคิดเห็นที่ 1 (0)
Chaoying วันที่ : 21/05/2018 เวลา : 05.39 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/Chaoying

หวัดดีจ้า พี่วารี
คิดถึงจังเลย สบายดีนะคะ

แสดงความคิดเห็น


ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน