• NueK
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • email : nueknuek@gmail.com
  • วันที่สร้าง : 2007-09-04
  • จำนวนเรื่อง : 18
  • จำนวนผู้ชม : 3149
  • จำนวนผู้โหวต : 9
  • ส่ง msg :
NueK
เกร็ดเล็กเกร็ดน้อยเกี่ยวกับ Futures + Options
Permalink : http://www.oknation.net/blog/nuek
วันศุกร์ ที่ 7 กันยายน 2550
แผนภาพผลตอบแทนของ Options (1)
Posted by NueK , ผู้อ่าน : 139 , 23:23:16 น.   | หมวดหมู่ : back2basic  
พิมพ์หน้านี้


Options แบ่งออกเป็น 2 ประเภทคือ Call Options และ Put Options โดยที่คำว่า Options นี้ สื่อถึงสิทธิของผู้ถือหรือผู้ซื้อ Options ในการที่จะซื้อ/ขายสินทรัพย์อ้างอิง ณ ระดับราคาที่กำหนดเป็นราคาใช้สิทธิ (Strike Price) ในวันครบกำหนดของสัญญา (สำหรับ European Options) ซึ่งสิทธินี้เองที่ทำให้ผู้ซื้อ Options มีกำไรได้อย่างไม่จำกัด แต่มีผลขาดทุนสูงสุดเท่ากับราคาของ Options หรือ Premium ที่จ่ายออกไป โดยที่ผลตอบแทนของ Options นั้น สามารถแสดงออกมาเป็นแผนภาพได้ดังนี้

1. Call Options ==> เนื่องจาก Call Options ให้สิทธิกับผู้ถือในการซื้อสินทรัพย์อ้างอิง (Underlying Asset) ที่ Strike Price ดังนั้น ผู้ถือ Call Options จะใช้สิทธิก็ต่อเมื่อราคาของสินทรัพย์อ้างอิง (Underlying Price) มีค่าสูงกว่า Strike Price ยิ่ง Underlying Price มีค่าสูงกว่า Strike Price มากเท่าใดผู้ถือ Call Options ก็ยิ่งมีกำไรมากขึ้นเท่านั้น ในทางตรงข้าม ผลขาดทุนสูงสุดที่ผู้ถือ Call Options จะต้องเสียไปนั้นได้ถูกจำกัดไว้ที่ราคาของ Options ที่จ่ายออกไปให้กับผู้ขาย โดยที่เราสามารถเขียนสูตรการคำนวณผลกำไรของผู้ถือ Call Options ในวันครบกำหนดอายุของสัญญาได้เป็น Max(Underlying Price - Strike Price, 0) - Premium หรือ Max(S-K, 0) - Premium โดยที่ S และ K คือ Underlying Price และ Strike Price ตามลำดับ ตัวอย่างเช่น การซื้อ Call Options ซึ่งมี Strike Price ที่ 100 และ Premium เท่ากับ 2 จะส่งผลให้ผู้ถือ Options ได้ผลกำไรตามแผนภาพด้านล่าง

 

เมื่อ Underlying Price น้อยกว่าหรือเท่ากับ 100 ผลขาดทุนที่เสียไปจะเท่ากับ 2 แต่เมื่อ Underlying Price สูงกว่า 100 ผลขาดทุนดังกล่าวจะลดลงเรื่อย ๆ จนมาถึงจุดคุ้มทุน (Break-even point) เมื่อ Strike Price เท่ากับ 102 ซึ่งก็คือ Strike Prce + Premium นั่นเอง และถ้า Underlying Price เพิ่มขึ้นเกิน 102 มากเท่าไร ผู้ถือ Call Options ก็จะมีกำไรเพิ่มขึ้นเท่านั้น โดยที่สามารถมีกำไรได้อย่างไม่จำกัด

โดยทั่วไปแล้ว เราสามารถเรียกผู้ถือ Options ได้อีกอย่างหนึ่งว่าผู้ที่มีฐานะ Long Options ในทางตรงข้าม ผู้ขาย Options จะถูกเรียกว่าผู้ที่มีฐานะ Short Options โดยที่ผลกำไรของทั้งสองฝ่ายจะมีเครื่องหมายตรงกันข้าม เนื่องจากผลกำไรของฝ่ายหนึ่งหมายถึงการขาดทุนของอีกฝ่ายหนึ่งเสมอ ดังนั้น ผลกำไรของผู้ที่ Short Call Options คือ Premium - Max(Underlying Price - Strike Price, 0) หรือ Premium - Max(S-K, 0) โดยที่เราสามารถอธิบายผลกำไรของผู้ที่ Short Call Options ได้ตามแผนภาพด้านล่าง กล่าวคือ ผู้ที่ Short Call Options จะมีกำไรสูงสุดเท่ากับ Premium ที่ได้รับในกรณีที่ Underlying Price มีค่าไม่เกิน Strike Price ที่ 100 และเมื่อ Underlying Price มีค่าสูงขึ้น กำไรดังกล่าวก็จะค่อยๆ ลดลงจนเท่ากับ 0 ณ Break-even point ที่ 102 และยิ่ง Underlying Price ในวันที่ครบกำหนดมีค่ามากเท่าใด ผู้ที่ Short Call Options ก็ยิ่งขาดทุนมากขึ้นเท่านั้น โดยที่การขาดทุนนั้นสามารถเกิดขึ้นได้อย่างไม่จำกัด


อ่านความคิดเห็น

ความคิดเห็นที่ 1
nutye วันที่ : 07/09/2007 เวลา : 23.38 น.
http://www.oknation.net/blog/nutye
[บล๊อกผม]...ต่ำกว่า 18 ปีควรพิจารณาให้ดีไม่งั้นเสียวตาย 

ได้ความรู้กลับบ้านแล้วเรา

แล้วมาเยี่ยมผมบ้างนะครับ
แสดงความคิดเห็น

  เข้าสู่ระบบ   |   สมัครสมาชิก
ชื่อ:  
อีเมล์:  
เว็บไซต์:  
ความคิดเห็น:  
   

ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน

<< กันยายน 2007 >>
อา พฤ
            1
2 3 4 5 6 7 8
9 10 11 12 13 14 15
16 17 18 19 20 21 22
23 24 25 26 27 28 29
30