พิมพ์หน้านี้
|
.. Straddle คืออะไรครับ .. Straddle คือ กลยุธย์การลงทุนใน Options ที่เกิดจากการเปิดสถานะในทั้ง Call Options และ Put Options ซึ่งมีวันครบกำหนดของสัญญาเป็นวันเดียวกัน และมีราคาใช้สิทธิเท่ากัน (ส่วนมากจะใช้สำหรับ Options ที่มีราคาใช้สิทธิใกล้เคียงกับ SET50 Index ในขณะนั้น) โดยที่การ Long Straddle หมายถึง การมีสถานะ Long ในทั้ง Call Options และ Put Options ในจำนวนเท่ากัน ยกตัวอย่างเช่น Long S50Z07C600 ที่ราคา 16 จุด และ Long S50Z07P600 ที่ราคา 14 จุด อย่างละ 1 สัญญา ทำให้มีต้นทุนทั้งหมดเท่ากับ 30 จุด คิดเป็นเงิน 6,000 บาท (เนื่องจาก Multiplier ของ SET50 Index Options เท่ากับ 200 บาทต่อหนึ่งสัญญา) โดยที่กลยุทธ์นี้มีความน่าสนใจในกรณีที่เราคาดการณ์ว่า SET50 Index จะปรับตัวอย่างรุนแรงหลังจากเหตุการณ์สำคัญเกิดขึ้น (เช่นผลการเลือกตั้งหรือการประชุม FED) แต่ไม่แน่ใจว่าจะปรับตัวขึ้นหรือว่าปรับตัวลง ถ้าหากว่าเราคงสถานะ Long Straddle ดังกล่าวไว้จนถึงวันที่ 27 ธันวาคม ซึ่งเป็นวันครบกำหนดของ Options แล้ว เราจะได้กำไรในกรณีที่ SET50 Index อยู่ต่ำกว่า 570 จุด หรือ สูงกว่า 630 จุด และยิ่ง SET50 Index อยู่ห่างจากช่วงนี้มากเท่าไหร่ เราจะได้กำไรมากเท่านั้น แต่จะขาดทุนถ้า SET50 Index อยู่ในช่วง 570 - 630 จุด อย่างไรก็ตาม ผลขาดทุนสูงสุดจะถูกจำกัดไว้ที่ 6,000 บาท ถ้า SET50 Index อยู่ที่ 600 จุดพอดี โดยที่ตัวเลขของจุดคุ้มทุน (Break-even Point) ดังกล่าวนั้นได้มาจากการนำต้นทุนค่า Premium ทั้งหมดซึ่งเท่ากับ 30 จุด ไปหักออกและไปบวกเพิ่มเข้ากับราคาใช้สิทธิซึ่งเท่ากับ 600 จุด ในทางตรงข้าม การ Short Straddle หมายถึง การมีสถานะ Short Call Options และ Short Put Options จากตัวอย่างข้างต้น การ Short Straddle จะมีระดับผลกำไรสูงสุดที่จำกัดเท่ากับ 30 จุด หรือ 6,000 บาท ถ้า SET50 Index ในวันครบกำหนดเท่ากับ 600 จุดพอดี (ระดับที่ทำให้การ Long Straddle ขาดทุนสูงสุด) แต่อาจขาดทุนอย่างมากถ้า SET50 Index อยู่นอกช่วง 570 630 จุด ดังนั้น เราจะ Short Straddle ก็ต่อเมื่อเราคาดการณ์ว่า SET50 Index จะเคลื่อนไหวอยู่ในช่วงแคบๆ หรืออยู่ในช่วงที่จะทำให้การ Short Straddle ได้กำไร นอกจากการคงสถานะ Straddle จนถึงวันครบกำหนดแล้ว เราอาจพิจารณาปิดสถานะก่อนวันครบกำหนดก็ได้ ตัวอย่างเช่น หลังจาก Long Straddle ตามตัวอย่างข้างต้นได้ 2 วัน SET50 Index ปรับตัวลงอย่างรุนแรง จนทำให้ Premium ของ Call Options ลดลงจาก 16 จุด เหลือเพียง 4 จุด และ Premium ของ Put Options เพิ่มขึ้นจาก 14 จุด เป็น 46 จุด ซึ่งเราคาดการณ์ว่า SET50 Index น่าจะมีการปรับตัวเพิ่มขึ้นเพื่อ Rebound กลับขึ้นมา ดังนั้น เราจึง Short Options ทั้งสองเพื่อปิดสถานะและรับเงินกลับเข้ามา 50 จุด ซึ่งคิดเป็น 10,000 บาท ทำให้มีกำไรเท่ากับ 4,000 บาท หรือคิดเป็นประมาณ 67% ภายในระยะเวลา 2 วัน อีกทางเลือกหนึ่งที่น่าสนใจคือ เราอาจ Short Put Options เพียงอย่างเดียวเพื่อรับเงินจำนวน 9,200 บาท (46 จุด) และคงสถานะ Long ใน Call Options ไว้เพื่อรอขายในจังหวะที่ SET50 Index ปรับตัวกลับขึ้นมา สิ่งที่ควรระวังสำหรับการปิดสถานะ Straddle ก่อนวันครบกำหนดคือ Premium ของทั้ง Call Options และ Put Options ต่างมีความสัมพันธ์ต่ออายุคงเหลือและ Volatility ในลักษณะเดียวกัน กล่าวคือ Premium จะเพิ่มขึ้นถ้า Volatility สูงขึ้น และ Premium จะลดลงเมื่อเวลาผ่านไป โดยสมมติให้ปัจจัยอื่นอยู่คงที่ ยกตัวอย่างเช่น ถ้าเราได้เริ่ม Short Straddle ไว้ แต่ในอีกไม่กี่ชั่วโมงต่อมา เริ่มมีข่าวลือที่อาจทำให้ SET50 Index ปรับขึ้นอย่างรุนแรง เราจึงต้องการปิดสถานะเสียก่อนในช่วงที่ SET50 Index ยังคงไม่เคลื่อนที่ไปไหน แต่ข่าวลือดังกล่าวได้ทำให้ Volatility ของตลาดเพิ่มสูงขึ้นมากแล้ว ส่งผลให้ Premium ของทั้ง Call และ Put Options ในตลาดสูงขึ้นอย่างมากเช่นกัน ดังนั้น การปิดสถานะ Short Straddle จึงทำให้เราได้รับผลขาดทุนอย่างมีนัยสำคัญแม้ว่า SET50 Index ยังคงมีค่าเท่าเดิมอยู่ |
| << | ธันวาคม 2007 | >> | ||||
| อา | จ | อ | พ | พฤ | ศ | ส |
| 1 | ||||||
| 2 | 3 | 4 | 5 | 6 | 7 | 8 |
| 9 | 10 | 11 | 12 | 13 | 14 | 15 |
| 16 | 17 | 18 | 19 | 20 | 21 | 22 |
| 23 | 24 | 25 | 26 | 27 | 28 | 29 |
| 30 | 31 | |||||