พิมพ์หน้านี้
| คราวที่แล้วผมได้เล่ากิจกรรมยามว่างจากเรียนให้อ่านกันไปแล้วครั้งหนึ่ง คราวนี้จะพาออกไปเที่ยวนอกบ้านบ้างนะครับ แน่นอนว่าผมก็จะพยายามสอดแทรกคำศัพท์ภาษาอังกฤษที่น่าสนใจเช่นเคย นอกจากดูโทรทัศน์ ฟังเพลงแล้ว เมื่อมีโอกาส ผมก็มักจะออกไปเดินเล่นเที่ยวชมบ้านเมืองอยู่เสมอ เพราะมาถึงที่นี่แล้วต้องสำรวจให้คุ้ม ก่อนออกจากบ้านก็ต้องดูพยากรณ์อากาศก่อน (weather forecast) เหมือนที่ผมเคยเล่าไปแล้วว่าสภาพอากาศที่นี่ค่อน.... |
พิมพ์หน้านี้
| พอไม่ได้สอนนาน ๆ ก็พาลนึกไม่ออกว่าจะเขียนอะไรดี เพราะที่ผ่านมาผมมักเขียนประสบการณ์ที่เกิดขึ้นในห้องเรียน มานึก ๆ ดูก็น่าจะลองเขียนเกี่ยวกับคำศัพท์ที่ผมพบเห็นในชีวิตประจำวันที่นี่ ซึ่งเป็นภาษาที่เจ้าของภาษาเขาใช้กันจริง ๆ ในชีวิตประจำวัน ซึ่งก็น่าสนใจและคงเป็นประโยชน์แก่ผู้อ่านบ้างเวลาว่างจากการเขียนงาน หนึ่งในสิ่งบันเทิงอันน้อยนิดที่ผมมีคือ โทรทัศน์ นอกจากจะฝึกให้ชินกับสำเนียงแบบออสซี่แล้ว จะได้มีเรื.... |
พิมพ์หน้านี้
| เรื่องของ V3 ยังไม่จบครับ โครงสร้างที่จำเป็นต้องใช้ V3 ยังมีอีก (ตามที่เกริ่นไว้คราวที่แล้ว) นั่นคือโครงสร้าง Passive Voice นั่นเอง ตอนเด็ก ๆ เราจะได้เรียนว่า จะต้องมี V.to be + V3 ความหมายของมันก็คือ ประธานถูกกระทำ แล้วก็มีตัวอย่างประมาณนี้Dang kicked Dum. (แดงเตะดำ)Dum was kicked by Dang. (ดำถูกเตะโดยแดง)เคยสงสัยเหมือนผมไหมครับ ว่าในเมื่อทั้งสองประโยคมีความหมายเหมือนกัน แล้วจะพูดให้มันยากทำไมหนอ.... |
พิมพ์หน้านี้
| มาถึงพระเอกของเรา คือกริยาช่อง 3 นั่นเอง การใช้ v3 (ขอเรียกย่อ ๆ แบบนี้แล้วกันนะครับ) ซึ่งถ้าอ่านมาตั้งแต่ต้นก็จะพบว่ามันไม่เกี่ยวกับอนาคตแต่อย่างใด แต่เราจะใช้มันใน 2 กรณีดังนี้ 1. Present/ Past Perfect Tense (have/has/had +V3)2. Passive Voice (V.to be+V3) เห็นชื่อมันแล้วอย่าเครียดนะครับ เดี๋ยวผมจะอธิบายให้เข้าใจง่าย ๆ เหมือนเคยเริ่มจาก Perfect ก่อนแล้วกันนะครับ ผมเชื่อว่าหลาย ๆ คนคงเคยเรียนมาแล้วผม.... |
พิมพ์หน้านี้
| พรุ่งนี้ (23 ธ.ค.50) แล้วนะครับ จะเป็นวันที่ประชาชนมีอำนาจมากที่สุด ผมเชื่อว่าทุกคนคงไปใช้สิทธิของเราอย่างเต็มที่ เพื่อกำหนดอนาคตของประเทศไทย ว่าแล้วเรามาเรียนเรื่องอนาคตกันดีกว่า (หาที่ลงจนได้) ^_^ยังจำได้ไหมครับว่า เด็กไทยส่วนใหญ่มักคิดว่าอนาคตคือ verb ช่อง 3 (ถ้าจำไม่ได้ให้กลับไปอ่านเกร็ดฯที่ 23 ) แต่จริง ๆ แล้วการสร้างประโยคอนาคตมีหลักกว้าง ๆ ดังนี้ครับ1. will/shall +v. infinitive เป็นการคาดเดาอ.... |
พิมพ์หน้านี้
| มาว่ากันต่อเรื่อง tenses นะครับ2. Past Simple Tense (ใช้กริยาช่อง 2) หลักการนั้นง่ายมากครับ เราใช้เล่า "เหตุการณ์ในอดีต และมักจะระบุเวลาในอดีตด้วย" เช่น หากเราจะเล่าว่าเมื่อวานนี้เราทำอะไรบ้าง ก็จะต้องใช้ tense นี้ล่ะครับ ลองเปรียบเทียบประโยค 2 ประโยคนี้ดูนะครับI go to school by bus. (ใช้กริยาช่องที่ 1 แสดงว่าปกติทำแบบนี้)I went to school on foot yesterday. (ใช้กริยาช่องที่ 2 แสดงว่าพูดถึงอ.... |
พิมพ์หน้านี้
| คำถามที่เกิดขึ้นกับผมเสมอก็คือ เราเรียน tenses ไปทำไม ตอนนี้ผมได้คำตอบแล้วครับ แต่ผมจะยังไม่บอก เอาไว้อ่านบทความนี้จบก่อนแล้วผู้อ่านน่าจะได้คำตอบครับ1.Present Simple Tense (ใช้กริยา ช่อง 1)เราเรียนมาตั้งแต่เด็กว่ามันคือ "ปัจจุบัน" แล้วไอ้ปัจจุบันมันคือตอนไหนล่ะครับ นักเรียนของผมส่วนใหญ่จะเข้าใจว่า "ปัจจุบัน" คือ "ตอนนี้" จริง ๆ แล้วให้เปลี่ยนมาจำใหม่ว่า "ปัจจุบันยัง.... |
พิมพ์หน้านี้
| "วันนี้ครูจะสอนเรื่อง tenses"ทุกครั้งที่ผมพูดแบบนี้ นักศึกษาจะตาปรือ หาวหวอด ๆ ทุกที ผมไม่เข้าใจเหมือนกันว่าทำไม tenses จึงกลายเป็นความทรงจำอันเลวร้ายของนักเรียนไทยส่วนใหญ่ แต่ที่แน่ ๆ คือผมรู้ว่าทำไมคนไทยจึงเรียน tenses ไม่ค่อยเข้าใจ คำตอบก็คือ เพราะ tenses ในภาษาอังกฤษไม่เหมือน tenses ในภาษาไทยน่ะสิครับ ("ไม่ต้องบอกก็รู้" ^_^) ลองดูตัวอย่างดีกว่าครับ ในภาษาไทย "ฉันกินข้าวทุ.... |
พิมพ์หน้านี้
| เมื่อคราวที่แล้วผมพูดเรื่องความสำคัญของการออกเสียง สังเกตได้ว่าผมใช้คำว่า การออกเสียง (pronunciation) ไม่ใช่สำเนียง (accent) เพราะเป็นเรื่องยากที่เราจะมีสำเนียงเหมือนเจ้าของภาษา พูดแบบนี้ก็ต้องมาเถียงกันอีกว่า ใครคือเจ้าของภาษา อังกฤษ อเมริกัน ออสเตรเลีย นิวซีแลนด์ อินเดีย สิงคโปร์ ฯลฯ เพราะต่างก็ใช้ภาษาอังกฤษเป็นภาษาหลัก และต่างก็มีสำเนียงที่แตกต่างกัน ผมมักได้ยินเรื่องตลกที่ล้อสำเนียงคนชาติอื่นที่พ.... |
พิมพ์หน้านี้
| มีคนเคยบอกว่า การที่คนไทยพูดภาษาอังกฤษไม่ได้ เพราะเรากังวลกับความถูกต้องทางไวยากรณ์มากเกินไป กว่าจะพูดออกมาได้แต่ละประโยค ประธาน กริยา กรรม ลอยคว้างในหัว ผมมักจะเช็คชื่อนักศึกษาโดยการให้พูดประโยคภาษาอังกฤษตามสถานการณ์ที่ผมกำหนด (เพราะผมเบื่อที่จะฟังคำว่า Present จากนักศึกษาทุกคน) เช่น วันนี้เราจะมาเช็คชื่อเป็น สิ่งที่เราทำเมื่อวานนี้ 1 อย่าง หรือ บรรยายลักษณะแฟนตัวเอง เป็นต้น สิ่งที่ผ.... |
พิมพ์หน้านี้
| มีคำหลายคำในภาษาอังกฤษที่ออกเสียงไม่ตรงกับรูปที่เห็น ซึ่งสร้างความสับสนให้คนเรียนภาษาอังกฤษอย่างเรา ๆ อยากให้เพื่อน ๆ ลองอ่านคำต่อไปนี้ แล้วค่อยดูเฉลยด้านล่างนะครับ1. castle 2. doubt 3. quay 4. psychic 5. pseudonym 6. foci 7. reign 8. occupy 9. fragile 10. paradigm 11. lieutenant 12. monarchy นักศึกษามักบ่นเมื่อเจอคำเหล่านี้ และถามว่ามีหลักการในการอ่านหรือไม่ จริง ๆ มันก็พอมีหลักกว้าง ๆ อยู่เหมือนก.... |
พิมพ์หน้านี้
| เคยสัญญาไว้ว่าจะเล่าเรื่อง go ให้ฟัง คำนี้เป็นคำที่คนไทยแทบทุกคนที่เคยเรียนภาษาอังกฤษรู้จัก แต่คำนี้มีวิธีใช้น่าสนุกอยู่ไม่น้อย1. (go to + สถานที่) อันนี้เราคุ้นเคยดี I go to school everyday. I go to the market in the evening. ยกเว้นสถานที่เดียวที่ไปแล้วไม่ต้องมี to คือ go home เหตุผลก็คือ home ในที่นี้เป็น adv. (ถ้าไม่เข้าใจ วันหลังจะมาเล่าให้ฟังนะครับ)(นอกเรื่องนิดหนึ่ง มักมีคนถามว่า house กับ home.... |
พิมพ์หน้านี้
| กลับมาเล่าเรื่อง ing ต่อนะครับ อย่างที่บอกไปคราวที่แล้วว่าเราจะเติม ing เมื่อจำเป็นต้องเติมเท่านั้น หรือพูดอีกอย่างหนึ่งว่า มันก็คือรูปหนึ่งของกริยานั่นเอง คราวนี้ขออธิบายเพิ่มเติมพร้อมยกตัวอย่างประกอบนะครับ 1. v. to be + ving ถ้ามาด้วยกันแบบนี้หมายความว่า กำลังทำ (เราจะเรียก ing ในสถานการณ์นี้ว่า present participle ครับ จำชื่อมันได้ก็จำ จำไม่ได้ก็ไม่ต้องจำ มันไม่มีประโยชน์กับชีวิตเราหรอกครั.... |
พิมพ์หน้านี้
| "I shopping at the Mall.""I swimming everyday"ถ้าถามผมว่าจะแก้ปัญหาการเรียนภาษาอังกฤษในประเทศไทยได้อย่างไร ผมยืนยันเลยว่าต้องแก้ที่การศึกษาระดับเบื้องต้นที่สุด ในประเทศไทย ครูที่เก่งที่สุดเอาไปสอนมหาวิทยาลัย ขณะที่เรามักจะละเลยการสอนระดับอนุบาล ประถม มัธยม ทั้ง ๆ ที่ตามหลักจิตวิทยาแล้วเรามักจะเชื่อข้อมูลแรกที่เราได้รับเสมอ ฝรั่งเขาถึงมีคำว่า First Impression ไงครับ (ผมเคยอ่านหลักก.... |
พิมพ์หน้านี้
| วันนี้จะมาเล่าศัพท์ที่คนไทยมักเข้าใจความหมายผิดให้ฟังนะครับ ถ้าผมถามนักศึกษาว่าช่องที่เราแช่น้ำแข็งในตู้เย็นเรียกว่าช่องอะไร จะได้รับคำตอบประมาณนี้ 1. ช่อง fish (สงสัยแช่ได้แต่ปลา) 2.ช่อง fit (ฟังดูแปลก ๆ ) 3.ช่อง freeze (ถูกเสียที) จริง ๆ แล้วผมจะเล่าเรื่องการใช้ fit ครับ คนไทยแปลคำนี้ว่า คับ เช่น เสื้อมันฟิต แต่สำหรับฝรั่ง คำนี้หมายความว่า ขนาดพอดี แล้วลองนึกภาพคนไทยไปซื้อเสื้อที่ร้านฝรั่งสิครั.... |
พิมพ์หน้านี้
| I'm boring!!วันหนึ่งนักศึกษาที่เคารพของผมเขียนบ่นมาใน diary อาจเป็นเพราะต้องถูกบังคับให้เขียนภาษาอังกฤษทุกวันหรืออย่างไรไม่ทราบ เชื่อผมไหมครับว่าการเขียน diary ทุกวันช่วยพัฒนาภาษาอังกฤษได้เป็นอย่างดี เพราะสิ่งที่เขียนมักเป็นสิ่งที่เราทำเป็นประจำ เป็นอารมณ์ ความรู้สึกที่เราอยากแสดงออกมา บางครั้งเรามัวแต่ไปเรียนเรื่องยาก ๆ ไกลตัวเสียจนลืมเรื่องง่าย ๆ ใกล้ตัว ทำทุกวันแต่ไม่รู้ว่าพูดเป็นภาษาอังกฤษว่าอย่า.... |
พิมพ์หน้านี้
| คราวที่แล้วผมบอกถึงประโยชน์ในการศึกษาศาสนาคริสต์ (ซึ่งเป็นศาสนาที่คนพูดภาษาอังกฤษส่วนใหญ่นับถือ) ว่านอกจากจะได้เรียนรู้ความเชื่อของเขาแล้ว ยังได้เรียนรู้คำศัพท์ต่าง ๆ อีกด้วย คราวนี้ผมจะเล่าเรื่องราวในพระคัมภีร์ให้ฟังอีกนะครับคนไทยส่วนหนึ่งเชื่อเรื่องพรหมณ์ลิขิต หรือเนื้อคู่ แต่คุณรู้หรือไม่ว่าฝรั่งก็มีความเชื่อแบบนี้เช่นกัน ตอนที่พระเจ้าสร้างโลก พระเจ้าได้สร้างมนุษย์ (man) คนแรกจากก้อนดิน (soil) แล้.... |
พิมพ์หน้านี้
| ความเชื่อเรื่องโชคลาง น่าจะมีในเกือบทุกชนชาติ อย่างเช่นคนไทย เราจะไม่ตัดผมวันพุธ หรือตัดเล็บตอนกลางคืน ส่วนเหตุผลที่แท้จริงจะเป็นกุศโลบายหรือเปล่า อันนี้ไม่ขอออกความเห็น แต่ผมเชื่อว่าความเชื่อที่มีมาแต่ดั้งเดิมย่อมมีที่มา ไม่ทางใดก็ทางหนึ่งเรารู้กันดีอยู่แล้วว่าฝรั่งที่ถือเรื่องโชคลาง (superstitious) จะถือว่าเลข 13 เป็นเลขไม่เป็นมงคล (unlucky number) ส่วนสาเหตุ ก็มีการสันนิษฐานกันไปต่าง ๆ นานา แต่ถ้า.... |
พิมพ์หน้านี้
|
|
พิมพ์หน้านี้
|
|
พิมพ์หน้านี้
| ความฉลาดไม่เกี่ยวข้องกับการเรียนภาษาแต่อย่างใด เพราะแม้แต่ฝรั่งที่โง่ที่สุดในโลก...ก็ยังพูดภาษาอังกฤษได้ คนไทยที่โง่ที่สุดในประเทศ...ก็พูดภาษาไทยได้ ถ้าเราลองนึกย้อนกลับไปตอนเป็นเด็ก ใครหนอสอนให้เราพูดภาษาไทย ... ครับ คุณพ่อ คุณแม่ แล้วท่านสอนเราอย่างไร...ท่านพูดกับเราทุกวันใช่ไหมครับ (ผมเชื่อว่าไม่มีพ่อแม่คนไหนสอนแบบขึ้นกระดาน ประธาน+กริยา+กรรม) ที่น่าแปลกคือ คนไทยทุกคนพูดภาษาไทยได้ แต่พอเรามาเรียนภ.... |
พิมพ์หน้านี้
| เมื่อวันที่ 24 พฤษภาคม 2550 ที่ผ่านมา ผมได้มีโอกาสดูรายการเจาะใจในช่วง Reality Show ที่ให้คุณริตาไปใช้ชีวิตในประเทศเวียดนามเพื่อเรียนรู้วัฒนธรรมและความอดทนของชาวเวียดนาม ดูแล้วนึกถึงวิถีชีวิตคนไทยในอดีต สงบ อบอุ่น ใกล้ชิดธรรมชาติ ซึ่งสมัยนี้หาได้น้อยแล้วในเมืองไทย แต่ผมไม่วิพากษ์วิจารณ์เรื่องการเปลี่ยนทางสังคมและวัฒนธรรมไทยหรอกครับ (ชอบพูดอย่างไม่เป็นทางการกับเพื่อน ๆ มากกว่า) ผมขอทำหน้าที่เดิมของผมด.... |
พิมพ์หน้านี้
| ครั้งที่แล้ว ผมเขียนถึงการเรียนรู้ภาษาอังกฤษแบบไม่เสียสตางค์โดยการสังเกตภาษาอังกฤษ ตามผลิตภัณฑ์ต่าง ๆ ส่วนฉบับนี้ผมจะพูดการเรียนภาษาอังกฤษจากภาพยนตร์บ้างดีกว่า แต่ไม่ใช่การเรียนจากบทภาพยนตร์นะครับ อันนั้นมีคนพูดถึงเยอะแล้ว ผมขอพูดถึงชื่อภาพยนตร์ครับสมัยเป็นวัยรุ่น (บางคนแซวว่า สงสัยนานมาแล้ว) ตอนนั้นกำลังร้อนวิชา ผมจะรู้สึกขำปนหงุดหงิดทุกครั้งที่เห็นการตั้งชื่อภาษาไทยให้กับภาพยนตร์ต่างประเทศ คือถ้าเป.... |
พิมพ์หน้านี้
| คราวนี้ผมจะมาแนะนำแหล่งเรียนรู้ภาษาอังกฤษแบบประหยัด ซึ่งรับประกันว่าได้ผลกว่าไปเรียนตามศูนย์สอนภาษาครับ (แต่ต้องใช้เวลาและความพยายามมาก ๆ นะครับ)เรียนรู้ภาษาอังกฤษจากผลิตภัณฑ์ ผมติดนิสัยชอบอ่านฉลากผลิตภัณฑ์มาตั้งแต่เด็ก ผมมักตั้งข้อสงสัยเสมอว่า ชื่อผลิตภัณฑ์เกี่ยวข้องกับตัวผลิตภัณฑ์หรือไม่ จากการสังเกตมานานพบว่า มีทั้งเกี่ยวและไม่เกี่ยว ขอยกตัวอย่างอันที่สอดคล้องกันก่อนนะครับ- Salz (salt) เค็มแต่ดี เ.... |
พิมพ์หน้านี้
| ผมกับเพื่อน ๆ พี่ ๆ ชอบเล่นมุขทางภาษาอังกฤษกัน ฟังเผิน ๆ เหมือนเราคุยภาษาอังกฤษ แต่ถ้าคุณครูสอนภาษาอังกฤษผ่านมาได้ยินคงต้องกุมขมับแน่ เช่น - See you new. (เจอกันใหม่!?!) ซึ่งจริง ๆ ควรจะพูดว่า See you around. /See you later. /See you tomorrow. - I walk play. (ฉันเดินเล่น!?!) ถ้าพูดว่า I go for a walk. จะฟังดูเป็นภาษาอังกฤษมากกว่า- I swim water. (ฉันว่ายน้ำ!?!) จริง ๆ swim มันแปลว่าว่ายน้ำอยู่แล้ว เพร.... |
พิมพ์หน้านี้
| Long Live the Kingในปีมหามงคลนี้คำว่า ทรงพระเจริญ หรือ Long Live the King เป็นคำที่ได้ยิน หรือพบเห็นตามสื่อต่าง ๆ มากมาย แต่ผมเชื่อว่าผู้อ่านหลายท่านอาจยังไม่แน่ใจกับการอ่านออกเสียงคำว่า live ว่าควรจะอ่านว่าอย่างไร ใช่ไหมครับlive เป็นคำคุณศัพท์ อ่านว่า (ไลฟ์) แปลว่า ยังมีชีวิตอยู่, (ถ่ายทอด)สด เช่น live concertlive เป็นคำกริยาวิเศษณ์ อ่านว่า (ไลฟ์) แปลว่า (ถ่ายทอด)สด เช่น The show is going out .... |
พิมพ์หน้านี้
| เมื่อหลายเดือนที่แล้ว ผมมีโอกาสได้ดูรายการเจาะใจที่เป็นช่วง Reality Show ทางรายการกำหนดโจทย์ให้คุณยิ่งยง ยอดบัวงาม ทำภารกิจ ขออภัยที่จำรายละเอียดไม่ได้แต่สรุปสาระสำคัญได้ว่า ต้องไปใช้ชีวิตอยู่ในประเทศออสเตรเลีย 7 วัน โดยไม่มีเงิน ต้องหาที่พัก และอาหารเอง ก่อนไปคุณยิ่งยงได้เข้าอบรมภาษาอังกฤษแบบเข้มข้นเพื่อใช้ภาษาในการสื่อสาร รายการในวันนั้นเป็นที่พูดถึงกันพอสมควร หลาย ๆ คนชื่นชมในความพยายามใช้ภาษาอังก.... |
พิมพ์หน้านี้
| นักเรียนไทยมักเริ่มเรียนภาษาอังกฤษด้วยการหัดประสมคำเช่น can (แคน), man(แมน),fan(แฟน) แต่เนื่องจากภาษาอังกฤษไม่สามารถอ่านได้ตามรูปที่เห็นเสมอไป ทำให้ผมมักเจอนักเรียนออกเสียงคำต่าง ๆ ผิดเสมอ เช่น stomach ache นักเรียนไทยมักออกเสียงว่า สตอมาช เอ้ช เพราะหลงในรูปที่เห็น จริง ๆ คำนี้ต้องออกเสียงว่า สต๊อมั่ค เอ้ค เพราะเราเคยชินว่า ch ต้องออกเสียงเป็น ช I have (get) a stomach ache. ฉันปวดท้อง I have (get) a .... |
พิมพ์หน้านี้
| ปัญหาหนึ่งในการเรียนภาษาอังกฤษของคนไทยคือ เราพยายามจะแปลจากไทยเป็นอังกฤษตรง ๆ เป็นคำ ๆ เสมือนใช้โปรแกรมแปลในคอมพิวเตอร์ ซึ่งผู้ที่เคยใช้จะพบว่า นั่นมันแค่เป็นการเอาศัพท์มาต่อ ๆ กัน เราจึงอาจพบคนไทยพูดประโยคแบบนี้I study book but morning. (ฉัน เรียน หนังสือ แต่ เช้า)I swim water. (ฉัน ว่าย น้ำ)เพราะโครงสร้างทางภาษาไทยกับภาษาอังกฤษค่อนข้างต่างกัน ผมจึงเน้นกับนักศึกษาเสมอว่า อย่าแปลตรง ๆ แต่ที่น่าแปลกใจ.... |
พิมพ์หน้านี้
| Open vs turn on"Open the television, please." ได้ยินประโยคแบบนี้ทีไร เป็นต้องอมยิ้มทุกที ไม่ได้ขำคนพูดหรอกนะครับ แต่ขำที่ความแตกต่างของสองภาษา ทำให้เกิดมุมมองแปลก ๆ เหมือนกัน เช่น ถ้าฝรั่งได้ยินประโยคนี้ เขาอาจจะวิ่งไปเอาไขควงมาเปิดฝาหลังโทรทัศน์ก็ได้ คำว่า "เปิด" ในภาษาไทย เราเปิดได้ทุกอย่าง เช่น เปิดประตู เปิดหนังสือ เปิดไฟ เปิดพัดลม เปิดโทรทัศน์ แต่ในภาษาอังกฤษ เขาแยกกันค่อนข้า.... |