พิมพ์หน้านี้
|
แม่เลี้ยงตัวอย่าง(ตอนที่ 2) วัยเรียน วัยอลวน รำพึง มีเพื่อนรัก ที่คบกันมา ห้าคน(เพื่อนอื่นๆก็มีมาก) แต่คนที่สนิท กันมากๆ และคบไปมาหาสู่ กันจนกระทั้งบั้นปลายของชีวิต......มีอยู่ห้าคน เพื่อนรักคนที่ มีน้องสาวเป็นภรรยาผู้ บริหารประเทศ ในอดีต เป็นผู้ที่คบกันชั่วชีวิต เธอเป็นสตรีคนแรกของประเทศไทย ที่จบการศึกษาระดับปริญญาโท มาจากมหาวิทยาลัย ที่มีชื่อเสียง ต่างประเทศ เมื่อ ปี ค.ศ. 1948( พ.ศ. 2491) ทั้งห้าคนนี้ จะผูกผัน รำพึงช่วยเหลื่อ ยามทุกข์ยากเสมอ จะขอเล่าความเป็นมาในวัยแรกรุ่น ดรุณี ของสาวๆแรกแย้ม ทั้ง ห้าคน แต่ละคนเธอเป็นลูกสาวคุณ พระ พระยา ฯ เป็นข้าราชการ ผู้ใหญ่ ระดับ ผู้นำของประเทศ สมัย ก่อนการเปลี่ยนแปลงการปกครองเกือบทุกคน.. ชีวิตในวัยเด็ก ที่โรงเรียน แหม่มโคล หรือโรงเรียนวังหลัง นั้นมีเรื่องสนุกที่เป็นที่มาของการ คบกันยาวนาน จนกระทั้งตายจากกันไป ทั้งห้าคนนี้ บุญเหลื่อ นักการศึกษาปริญญาโท หญิงไทย คนแรกที่จบขั้นสูงสุดในเวลานานั้น เธอเรียนจบ มาจากต่างประเทศ.. บุญเหลื่อเข้า เรียนโรงเรียนวังหลัง ก่อนเพื่อนคนอื่นๆ เมื่อปลายเดือน พฤษภาคม พ.ศ. ... 2458 ตอนต้นรัชกาลที่ . 6 (รัชกาลที่ 5 สวรรคต เมื่อ 23 ตุลาคม 2453) โรงเรียนวังหลัง รับเด็กนักเรียน ที่อยู่ประจำ ได้ 120 คน ในปีนั้น มีนักเรียน คนหนึ่งมาจาก เชียงใหม่........ miss . cole ยังเว้นที่วางไว้รอคอยเด็ก หญิงอีกคน ที่ยังไม่เดินทางมารายงานตัว ครู โคล เธอรอคอยเด็กหญิงคนนั้น จนครบ 7 วัน แต่ยังไม่มา รายงานตัวเข้าเรียน.....บุญเหลื่อจึงได้เข้าเรียนแทน เทอมที่ สอง เดือนพฤศจิกายน พ.ศ. 2458 รำพึง เข้ามาเรียน เพราะมีที่นั่งวางลง ...มีนักเรียนหญิง คนหนึ่งมาจากเชียงใหม่ เธอเรียนอยู่ชั้นเดียวกับบุญเหลื่อ.......มีปัญหาทางสุขภาพร่างกาย มีรอยซีดที่ เหนือเข่า...แล้วเที่ยวท้าให้เพื่อนๆหยิกเล่น...หยิกเท่าไรก็ไม่เจ็บ...ครูผู้ปกครองทราบเรื่อง จึงนำเรื่องนี้ไปเล่าให้แหม่ม Cole ฟัง ต่อมาแพทย์ จาก ศิริราชพยาบาล เข้ามาตรวจดู......เพื่อนคนนั้นดีใจมากๆ เพราะบอกเพื่อนๆว่าจะได้กลับ บ้านที่เชียงใหม่แล้ว....บอกว่า ป๋า..ของเธอจากเชียงใหม่ โทรเลข มาบอกว่าจะขึ้นมารับ เพื่อกลับบ้านที่เชียงใหม่
และบอกเพื่อนๆว่า คุณพ่อจ้างครูพิเศษ สอนเธอที่บ้าน ต่อมาเพื่อนๆทราบว่าเพื่อนคนนั้นเป็นโรคเรื้อน... เมื่อนักเรียนออกไปหนึ่งคน จึงทำให้ที่นั่งวางลง ...(ต่อมาภายหลังนักเรียนหญิงคนนั้น เธอรักษาหายแล้วได้เดินทางไปเรียน ที่ประเทศอังกฤษ) ....รำพึง ได้ เ เข้ามาเรียน เพราะเพื่อน นักเรียนคนนี้
เพื่อนคนต่อมาที่เข้ามาเรียนวังหลัง ชื่อ ลำเภา เธอเข้า มาเรียน ใน ปี พ.ศ. 2459 เทอมต้น ลำเภา กับบุญเหลือ เคยเป็นเพื่อนกัน มาก่อน ขณะที่ลำเภา นั่งเล่นอยู่ที่บันได ตีก ที่พักนักเรียน...บุญเหลือเดิน ผ่านเห็นเข้า จึงทักกัน โหวกเหวกเสียงดัง เมื่อสำนวนเพื่อนอีกคน เข้ามาเรียนด้วย บุญหลาย เข้ามาเรียนตอนไหนจำไม่ได้แน่ชัด เมื่อรำพึงมาเข้าเรียนใหม่ๆ พวกพี่ๆ ชั้น ม.5 ม.6 อี๋ เขามาก เพราะรำพึง หน้าตาสวย น่ารัก ใครเห็นใครรัก กิริยามารยาทดีมากๆ เธอเข้ามาเรียนได้ไม่นาน ก็แสดงฝีมือร้องเพลง เป็นตัวแทนเพื่อนๆในชั้นเรียน.. รำพึงร้องเพลงมีเปียโนคลอ.....แต่งตัวเป็นอินเดียแดง เทห์... เพลงฝรั่งชื่อ...... เนื้อร้อง....... once. there was an Indian girl , learning how to grind the corn, As she worked she hummed away, This same tune you hum today (Hum) อยู่ที่โรงเรียนไม่นาน รำพึง ก็สนิท กับบุญเหลือ ไปไหนมาไหนด้วยกัน เพื่อนๆทราบ ว่าคู่นี้ติดกันแจ เหมือน ท่องโก๋.... ครูบางคนพยามแยกออกจากกัน แต่ไม่ สามารถแยกจากกันได้...มีครูคนหนึ่ง เอาผ้ามามัดมือ สองคนนี้ ติดกัน แต่ถูกแหม่ม โคลดุว่ากล่าวห้ามทำ ห้ามไม่ให้ทรมานเด็กทั้งสอง ที่จริงบุญเหลือกับรำพึง เธอรู้จักกันมาก่อนแล้ว ตั้งแต่ยังเป็นเด็กๆ รำพึงอยู่บ้าน เจ้าพระยาภมรมนตรี และท่านผู้หญิง กิม เล้ง ที่ปากคลองภาษีเจริญ เพราะหม่อมสน ป้าของรำพึงเป็นคุณแม่ของท่านเจ้าพระยาภมรมนตรี...0.เมื่อสามีหม่อมสน ตาย มาอยู่บ้านนี้ คุณพ่อรำพึงรับราชการเป็น ผู้พิพากษาอยู่หัวเมือง หม่อมป้าจึงดูแลรำพึง และให้รำพึงเข้าเรียนหนังสือ... เมื่อโรงเรียนปิดเทอม พวกนักเรียน ขนเสื้อผ้า ในตู้ มาเตรียมพับ จัดข้าวของเตรียมตัวกลับบ้าน แล้วคอยว่าทางบ้านใครจะมารับ วันนั้นนักเรียนประจำมีความสุขที่สุด เหมือนนักโทษได้ออกจากเรือนจำ ต่างสรวลเสเฮฮา ขอสถานที่ อยู่ของเพื่อนๆ
เพื่อจะได้เขียนจดหมายถึงกัน แต่มีเพื่อนคนหนึ่งไม่ได้กลับบ้าน เธอต้องไปอยู่วังหลวง ญาติผู้ใหญ่ พาเธอไปถวายตัวเป็นข้าหลวง ทูลกระหม่อมหญิง.. ทูลกระหม่อมทรงพระเมตตา ออกค่าเล่าเรียนให้เธอ ตั้งแต่ชั้นประถม จนถึงชั้นมัธยม เธอลาออกจากโรงเรียน สมัยนั้นพ่อแม่นิยมให้ลูกสาว เข้าไปอยู่ในวัง เพื่อฝึกมารยาท และอบรมเป็นผู้ดี มีเพื่อนคนหนึ่ง เข้ามาเรียนใหม่ ตัดผมแบบผู้ชาย หวีผมเป๋ ตั้งแจ่ต้นคอมาถึงท้ายทอย มีเสียงโจษขานกันว่า มีผู้ชาย เข้ามาเรียนโรงเรียนประจำ เมื่อเพื่อนๆล้อเล่นเธอโกรธมาก ปลายปี 2463 โรงเรียนวังหลัง ได้ย้าย ไปตั้งอยู่ที่ทุ่งบางกะปิ และเปลี่ยนชื่อใหม่ว่า โรงเรียนวัฒนาวิทยาลัย ช่วงที่ย้ายโรงเรียนนั้น
สาววัยอลวน บุญเหลื่อ เรียนชั้น ม.6 รำพึงเรียน ชั้น ม. 4 และเพื่อนคนอื่นๆ เรียนชั้น ม.3 ปีนั้นทุกคนเรียน ไม่ครบปีการศึกษา ในสมัยนั้นใครสอบ ได้ที่หนึ่ง ครูจะ อ่านประกาศหน้า ห้องประชุม เพื่อนๆในกลุ่ม ได้รับการประกาศชื่อหน้าห้องประชุม เพื่อนในกลุ่มคนหนึ่งลาออก จากโรงเรียน เมื่อจบ ม. 5 บุญ เหลื่อ ไป อ่านหนังสือพิมพ์ ภาษาอังกฤษทราบว่า เพื่อนคนนั้น จะแต่งงานกับ คุณหลวง ส ณ... บุญเหลื่อ ดีใจมาก เมื่อทราบข่าว เที่ยวบอกเพื่อนๆ และไปบอกครู Faye แหม่ม คนนั้นบอกว่า ให้เขียนจดหมายไปแสดงความยินดีกับเธอซิ. เมื่อบุญเหลื่อจบ ม.7 แล้ว เธอเป็นครูที่โรงเรียนวัฒนา ทางโรงเรียน ขายขนม อาหารการกินเองหมด ราคาอย่างละ ห้าสตางค์ ใครซื้อต้องเข้าแถวเป็นระเบียบ บุญเหลือเป็นครูที่นั้น ได้เงินเดือน 25 บาท ถูกเพื่อนๆ ที่ยังเรียนไม่จบแกล้งครูบุญเหลื่อประจำ โดยไปแจ้งคนขายว่าครู บุญเหลื่อ ซื้อ 5 อย่าง และครูเกื้อให้จดชื่อ ครูไว้สิ้นเดือนจะมาจ่าย ครูบุญเหลื่อ เงินเดือนแต่ละเดือน แทบไม่เหลื่อ เพราะ เดือน ละ 25 บาท ต้องจ่ายเป็นค่า กินอยู่โรงเรียนประจำ 10 บาท ค้าซักผ้า ผื่น ละ 5 สตางค์ ครับวัยเรียนวัยอลวน จบแค่นี้ ต่อไปเมื่อ รำพึง เรียนจบ ชั้น ม. 7 ไปเป็นครูอยู่หัวเมืองทางภาคอีสาน ผมจะเขียนตอนที่ 3 และจะเขียน เป็นตอนๆไป ตอนเป็นครู เป็นวัยแรกรุ่นดรุณี รำพึงเป็นบุตรีผู้พิพากษาหัวหน้าศาลจังหวัด เธอเป็นสาวสวย...................
เปลี่ยนแปลงการปกครอง พ.ศ. 2475
รัชกาลที่ 6 ครองราช ปี พ.ศ. 2453-2468
|