• คนช่างเล่า
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • วันที่สร้าง : 2007-07-25
  • จำนวนเรื่อง : 56
  • จำนวนผู้ชม : 24227
  • จำนวนผู้โหวต : 239
  • ส่ง msg :
เล่าสู่กันฟัง การงาน ท่องเที่ยว ฯ
เล่าเรื่องการงาน เพื่อสังคม
Permalink : http://www.oknation.net/blog/nukpan
วันพฤหัสบดี ที่ 3 เมษายน 2551
แม่เลี้ยงตัวอย่าง ตอนที่ 4
Posted by คนช่างเล่า , ผู้อ่าน : 364 , 20:49:11 น.  
พิมพ์หน้านี้


ภาพบรรยากาศเก่าๆ วัฒนาวิทยาลัย (ภาพ จากอินเตอร์เนต)

ภาพประตูทางเข้าโรงเรียน  ถ่าย เมื่อ 30  มีนาคม 2551

           แม่เลี้ยงตัวอย่าง  ตอนที่ 4    ตอบ รับรัก

                  ความ   ......  ตอนที่  3 นั้น มาสิ้นสุดลง เมื่อ รำพึง มีจิตใจประหวัด คิดไปต่างนานา.........เรื่องชีวิตครอบครัว............

  เธอชวนเพื่อนสนิทรู้ใจ  ที่เป็นเพื่อนรัก  ปรึกษา ....ปัญหาหัวใจ..... ในท้องทุ่ง...ใกล้ๆโรงเรียน....วัฒนาวิทยาลัย…..!

เธอเรียนจาก .....กุลสตรีวังหลัง.......จนกระทั้งย้ายมาทุ่งบางกะปิ.......หรือ สุขุมวิท ซอย 19(  หรือ เมื่อการ......

คมนาคมสะดวก  ขึ้น...มีรถไฟลอยฟ้า...มีสถานี รถไฟฟ้า   เมื่อประกาศเป็นภาษา อังกฤษว่า... next station..

Asoke…    ครับ เตรี่ยมตัวลงได้แล้ว...........   ผมเขียนตรงนี้เพื่อให้เข้า กับบรรยากาศ..ยุคใคร ใคร ว่าโลกร้อนขึ้น...)

      รำพึง ……..

มีความคิด อะไร ต่อมิอะไรมากมาย  เหมือน คน ที่กำลังมีรัก....ปล่อยอารมณ์สุนทรีย..คิดโน้น นี้........

หลังจากมาบอกเพื่อนรักคือ บุญเหลือว่า  เจ้าคุณขอแต่งงานด้วย    แต่ยังไม่ได้ตอบตกลง.................................

    บุญเหลือ เมื่อทราบข่าว ....... ว่าเพื่อนรัก  จะไปรักพ่อหม้ายเรือพ่วง..........เธอให้  เหตุผลคัดค้าน...... ต่างๆนาๆท่านเจ้าคุณ อายุแก่กว่า..

และมีลูกๆหลายคน.. เกรงว่าจะไปด้วยกันไม่รอด....  เธอนำข่าวนี้  ไปปรึกษา  อาจารย์ ฝรั่ง ที่โรงเรียน............

แหม่ม ให้ข้อคิดว่า... . Two    flowers blooming at the same time on one stem……….

Look beautiful.

Miss   Faye   Kilpatrick เป็น อาจารย์ ที่นักเรียนรัก....และนับถือ มีอะไรในใจ...

ไปขอคำปรึกษาได้  ไม่ต้องเกรงกลัว.....อาจารย์ชอบให้นักเรียน ออกความคิดเห็น....เรื่องต่างๆ

   ตอน ..รำพึงเป็นนักเรียน  อยู่ที่วัฒนาวิทยาลัย..เธอชอบอ่าน    Novels   ฉบับ ภาษาอังกฤษ........

เป็นหนังสือที่ยืมจากเพื่อน..... มีอยู่วันหนึ่ง   Miss Faye Kilpatrick   เดินมาเห็นเข้า...........

เก็บหนังสือนั้นไปเลย.......และบอกรำพึงว่า.....It poisons your mind………….

วันต่อมา รำพึงเขียนจดหมายถึงครู ต่อว่าถ้อยคำรุนแรงไป  ...ว่า  I do not see any poison in it.

I borrowed the book from Khun Suksomjai   and I must……return it.

To   her. You are breaking our friend ship that’s all. รำพึงเขียนถ้อยคำรุนแรง..

อีกหลายประโยค  อาจารย์เก็บจดหมายไว้ นานเกือบสิบปี....... อยู่มาวันหนึ่ง..เมื่อ รำพึงมาเป็นครูที่ โรงเรียน..

อาจารย์ เชิญรำพึงไปที่ห้อง แล้ว อ่าน จดหมาย ทีรำพึงเขียน ต่อว่าอาจารย์ ที่ละฉบับ...รำพึงกับเพื่อนหัวเราะกัน..

อาจารย์เลี้ยงขนม  อร่อยๆ  และบอกว่า ถ้า อาจารย์มาอยู่ เมืองไทย ตั้งแต่รำพึงยังเป็นเด็ก  กิริยามารยาทคงดีกว่านี้..

      ประมาณต้นเดือนมกราคม ปี พ.ศ. 2475  ลมหนาว พัด ผ่าน .....ท้องทุ่ง  ยอดข้าว พลิ้วไหวหลู่ลม.....ลมกรรโชก..

แรงมาเป็นครั้งคราว .... สาวรำพึง เธอเริ่มประหวัดคิดไปต่างๆนานา....  อนาคต  ..เธอชวนเพื่อนรัก ชื่อบุญเหลือ.....ไปเดินเล่น..

ปล่อยใจ ทอดอารมณ์  ปล่อย ไป ตาม ภวังค์........วันนั้น ท่านเจ้าคุณ จอดรถ ที่ถนน ไม่ไกลจาก ที่รำพึงและเพื่อนเดินเล่น

  ท่านเดินมาชวน พวกเราไปเล่นแบดมินตันที่บ้านท่าน...  วันที่เราไปนั้น มีเพื่อนคนอื่นๆไปหลายคน  มีครู  ผินฯ  ครูศรีฯ..ไปด้วย..

   วันนั้น  ท่านเจ้าคุณเลี้ยงน้ำชาพวกเรา..........เมื่อไปถึงบ้านท่านไม่อยู่  ทราบจากคนในบ้านว่า ท่านเพิ่งออกไปซื้อของ..

เมื่อตะกี้นี้เอง......... วันนั้น  พวกเราสนุกกันมาก....แต่พวกปากหอยปากปู ไปฟ้อง  Miss Ellyn    และ  อาจารย์ นำเรื่องนี้เข้าที่

ประชุมครู   บุญเหลือ  ช่วยแก้ต่างให้  ว่าได้รับเชิญ จากเจ้าของบ้าน  ท่านเชิญไปเล่นแบดมินตัน.....ลูกสาวท่านก็เรียน...

ที่โรงเรียน  2 คน และมีแขกคนอื่นๆไปด้วย   

     สมัยนั้นครูสาวๆ อาจารย์ใหญ่มิชชันนารี จะตรวจจดหมายครูสาวๆ  เรื่องเหล่านี้  ครูสาวๆจะโกรธ เจ็บใจ...มากๆ

ต่อมาเมื่อ  Mrs. Clure เป็น อาจารย์ใหญ่   คุณครูไปขอร้อง    ว่าอย่ากักพวกครู ให้อยู่คานทองนิเวศน์เลย....

หรืออย่าให้จองคานเลย  ท่านให้เลิกตรวจจดหมายตั้งแต่นั้นมา  ครูสาวๆสวยๆ จึงได้รับจดหมาย....รำพึงได้รับ จากเพื่อนชาย

มากมาย ตอบไปบ้าง และไม่ตอบบ้าง  บอกเพื่อนๆว่าบ้างคนไม่สนิท เพิ่งรู้จักกัน...

เมื่อเข้าสู่เดือนกุมภาพันธ์  พ.ศ. 247

   ช่วงเช้า  รำพึงเดินทางกลับบ้าน  บุญเหลือ อยู่เวร   ให้เด็กนักเรียน  ทำความสะอาดห้องพัก..ที่โรงเรียน...........

     รำพึง  บอกบุญเหลือว่า    เมื่อเย็นนี้  แวะไปบ้านทานเจ้าคุณ เพราะซื้อ อาหารไปฝากลูกๆท่านเจ้า................

และตอบรับเจ้าคุณเรื่องแต่งงานแล้ว..........รำพึงเล่าว่าตอนบ่ายๆออกจากบ้าน  แล้วแวะซื้อก๋วยเตี๋ยว.......เนื้อวัวเป็นห่อๆ

 จากร้านมีชื่อเสียงแถวๆตลาดพลู   แล้วลงเรือมาปากคลองตลาด...นั่งแท็กซี่  แวะบ้านเจ้าคุณ....นำอาหารให้ท่านเจ้าคุณ..

และลูกๆท่านทาน.....และตอบตกลง จะ  แต่งงานด้วยแล้ว...  รำพึง  เล่าว่า  เจ้าคุณมาคุกเข่า หน้าเก้าอี้  บีบมือรำพึง......

ด้วยความยินดี  เมื่อเย็น ลง แล้ว   ท่านเจ้าคุณ ขับรถยนต์ ไปส่งรำพึงที่หน้าโรงเรียน  รั่วรอบนอก เพราะรำพึงไม่อยากให้ใคร ใครรู้มากเกินไป..

.........เกรงปากหอยปากปู....

  คืนนั้น บุญเหลือ เสียใจ   มาก เมื่อทราบข่าว  ว่าเพื่อนรัก ตกลงใจ  จะแต่งงาน   นอนไม่หลับทั้งคืน  วันต่อมาก็ไม่ อยากพูดจากับใคร  แล้วนำเรื่อง รำพึง  จะแต่งงาน...ไปปรึกษา.. 

Miss Kilpatrick   ท่านอาจารย์   ปลอบใจ   บุญเหลือว่า   ถ้ารำพึงไปแต่งงาน  กับผู้ชายที่กินเหล้าเมายา........มีเมียมาแล้ว

หลายคน  เมื่อเปรียบกับท่านเจ้าคุณแล้วบุญ เหลือจะเลือกใคร...........

.......  บุญเหลือ คิดถึง เรื่องที่เคยไปบ้าน อา ของบุญเหลือ  ที่พ่อของรำพึง เป็นเพื่อนกัคุณอาบุญเหลือ.....วันนั้นหมอดู...มาดูลายมือ

ลูกๆอา   รำพึงดูหมอ   หมอดูบอกว่าจะสบาย  มีบ้านช่อง  แต่งงานแล้วมีเงินทองใช้สอย  ส่วนบุญเหลือ หมอดูบอกว่า  จะจน…

ต้องทำมาหากินเอง..........ไม่มีเงินทอง   นึกถึงเรื่องหมอดูแล้ว คิดว่าทายแม้นจริงๆ................

   เมื่อโรงเรียน ปิดเทอม  ปลายเดือนมีนาคม  เจ้าคุณ  มาปรึกษา และขอร้อง ให้คุณพ่อบุญเหลือ 

(ท่านเป็นพระยา...)   ไปสู่ขอ รำพึงกับคุณตาของรำพึง  และให้เป็นเถ้าแก่.................สู่ขอให้....

      ท่านเจ้าคุณ นั่งเรือยนต์ ของกระทรวงมาที่บ้าน  มารอคอยที่บ้านบุญเหลือ  ในวันที่ ไปสู่ขอ  วันนั้น ท่า ทางเจ้าคุณกระวนกระวายใจ

เจ้าคุณนั่งรอค่อย  การกลับมาของเฒ่าแก่  อย่างกระวนกระวายใจ ที่สะพานท่าน้ำ   เครื่องดื่ม น้ำดื่ม  ไม่ดื่ม  พอเห็นเรือยนต์เลี้ยวโค้ง คุ้งน้ำมา  เจ้า.............คุณลุกขึ้นยื่น…………

ชะเง้อดู  อยากรู้ข่าว  เรื่องการสู่ขอ... เวลาไม่นานนัก  เฒ่าแก่ ต้องนำแหวนหมั้น  ไปให้รำพึง...............

    เมื่อคุณแม่รำพึง เดินทางมาจากหัวเมือทางภาคอีสาน   เดินทางมาบ้านบุญเหลือ  ต่อว่าบุญเหลือเรื่องไม่ห้ามปรามเพื่อน..........

คุณพ่อคุณแม่บุญเหลือ ตอบแทน ว่าเขาห้ามกันเสียงแหบเสียงแห้งแล้ว  และเล่าเรื่องความเห็นของ อาจารย์ฝรั่งด้วย

(.........ม.ร.ว..  อดีตนายกรัฐมนตรี.....และ คุณอังสนา  แต่งงานก่อนรำพึง ไม่นาน  ปลูกเรือนห่อ ไม่ไกล...จากบ้านท่านเจ้าคุณ)

      โรงเรียนหยุดเดือนเมษายน ...........บุญเหลือ  พารำพึง ไปสั่งทำเครื่องเรือน  เตียงนอน  2 เตียง  ตู้เสื้อผ้า............

โต๊ะเครื่องแป้ง  เก้าอี้..........แล้วไปว่าจ้าง  “ ร้าน เสริมสิริ.”   ที่ตั้งอยู่ถนนเจริญกรุง  ซึ่งเวลานั้น   ถือว่าเป็นร้าน

มีชื่อเสียง.............ด้านการจำหน่ายเครื่องเรือน............จ้าง.........

               ..... เย็บมุ้ง  เย็บที่นอน  หมอน  เหมือน      คุณหญิง แม่ของบุญเหลือ เคยมาจ้าง  ให้ทำ  ให้อังสนา.น้องสาวบุญเหลือ........................ทุกอย่างขอเหมือนกันหมด  และบุญเหลือ ต่อขอราคา  เดียวกัน...เจ้าของร้าน เป็นคุณนาย..ที่ชอบ..........

พอกัน กับคุณแม่ของบุญเหลือ........... วันต่อมาเมื่อแม่บุญเหลือ  นำใบเงิน  ใบทอง ไปให้ทางร้าน ยัดใส่ เบาะที่นอน...(ตรงนี้น่าจะเป็นความเชื่อ...เรื่องการแต่งงาน)

เจ๊ หรือคุณนายเจ้าของร้าน  เปรยขึ้นว่า “ คุณ หญิงคะ  ดิฉันงงจริง.ๆ.”   เมื่อสองสามวันก่อน..........ลูกสาวคนโต.............................

คุณหญิง มาว่าจ้างทำที่นอนสองที่  เหมือนนี้เลย เอาเท่ากัน ขอราคาเท่ากัน........นี่มันอย่างไงกันคะ   ...........................

คุณหญิงหัวเราะ...บอกคุณนายเจ้าของร้าน เสริมสิริ ว่า.  “เธอมาว่าจ้างทำให้เพื่อนของเธอ” 

   ........เจ้าของร้านช่าง ชวน คุยพูดต่อว่า  “ เพื่อน เขาหน้าตาสวย มากคะ   ไม่พูด สักคำ ลูกสาว คุณหญิง...........

พูดเจ้ากี่เจ้าการคนเดี่ยว.”   วันนั้นซื้อ.. ผ้าปูที่นอน   8  ผื่น    พวกปลอกหมอน  นักเรียนวัฒนาวิทยาลัย..ทำการฝีมือ..

 บุญเหลือ  มักชวนรำพึง  ไปหาซื้อของ เตรียมไว้ ตอนปิดเทอม  แวะไป ดูเครื่องเรือนที่สั่งทำไว้..........ซื้อถ้วยชาม

 .........รำพึงบางที่ จิตใจล่องลอย คิดอะไรอยู่ เธอมักเป็นเช่นนั้น บ่อยๆ......เพราะเรื่องการแต่งงานของเธอกับ..........

เจ้าคุณเป็นเรื่องทีปากหอยปากปูวิจารณ์ กัน ทั่วเมือง  ว่าสวย สุดสวย ไงมาเลือก พ่อเรือพ่วง.......แต่รำพึง.............

ไม่หวั่นไหว...แนวแน่ในรัก....เอื้ออาทร  สงสารท่านเจ้าคุณ และลูกๆของท่าน ธิดาคนเล็กของท่าน  อายุ 2 ขวบเมื่อ

เจ้าคุณแต่งงานกับรำพึง  เวลานั้น..................

  เตรียมซื้อของ อยู่หลายวัน ยุคนั้นแหล่งซื้อสินค้า เครื่องเรือน สิ่งอื่น ๆอยู่ย่านสำเพ็ง  พาหุรัด  ..............

........เช้าวันแต่งงานของรำพึง..พระยา นฤนาถ คุณ พ่อบุญเหลือ  เป็นเฒ่าแก่  คุณพระ  คุณนาย พ่อแม่........

ของ รำพึง..นำเครื่องแต่งตัว  เครื่องถนิม พิมภาภรณ์  มี แหวน ตุ้มหู สร้อยคอเพชร สายสร้อยเพชร  กี่ชิ้นๆ

ลงรายละเอียด  ให้คุณพ่อบุญเหลือ ลงชื่อเป็น  พยาน   เพราะคุณแม่เธอ เกรงว่าลูกสาวท่านไปแต่ตัว.....

ไม่อยากให้ใครว่าได้...........

     ครับ เรื่องตอนที่ 4 ผม ยุติแค่นี้............จะมีอีก..ครับจะรวบรัดให้เร็วขึ้น

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 คุณครู............

 

 

 

 

 

มารยาท ดีครับ 

 

 

 

 

 

 

 

 ทุ่งนา บางกะปิ

 

 

 

 

 ห่วงลูกสาว  คุรครูห้ามไม่ให้ติดต่อทางจดหมาย

 

 

 

 

 วัยน่ารัก

 

 

 

 

 

 ชั้นอนุบาลครับ

 

 

 

 

 

 

 

 นักเรียน วัยหนุ่ม สาว  จะเป็นกำลังของชาติ

 

 

 

 

 

 ตึกแหม่ม โคล.........

 

 

 

 

 

 

 โรงเรียนสอนให้คนเป็นคนดี............แต่มันขึ้นอยู่กับตัวบุคคลด้วยนะครับ

 

 

 

 

 

 

 

ความ เคารพ ความยำเกรง  ความนับถือ...ปัญหาที่มันเกิดกับบ้านเมือง เพราะพวกนักการเมืองไม่มีตรงนี้ครับ

 

 

 

 


อ่านความคิดเห็น

ความคิดเห็นที่ 25
chedtha วันที่ : 11/04/2008 เวลา : 07.10 น.
http://www.oknation.net/blog/chedtha
http://www.oknation.net/blog/chedtha3 (ความทรงจำที่สวยงาม)

ชอบมากครับ เรื่องราวของ รำพึง
ครูพูดถูกนะครับ หนังสือบางเล่ม It poisons your mind.
นี่เป็นความจริงทีเดียว
เหมือนพวกนิยายน้ำเน่าทั้งหลายที่แต่งขึ้นอย่างไม่สมเหตุสมผล
ทำให้คนเข้าใจผิดว่า ถ้าทำตัวแบบในนิยายนั้นแล้ว จะได้ดีมีความสุข

คนเรานี่ ก็ชอบก้าวก่ายเรื่องส่วนตัวของคนอื่น
เรื่องของความรักและการแต่งงานเป็นเรื่องส่วนตัว
ที่เจ้าตัวเท่านั้นรู้ดีว่า จะมีความสุขอยู่กับชายคนที่เธอแต่งงานด้วยหรือไม่
อันนี้ต่างหาก ที่ควรนำมาพิจารณา
ไม่ใช่ว่า เห็นเป็นพ่อหม้าย แล้วตั้งข้อรังเกียจเดียดฉันท์
ถ้าคนสองคนรักกัน อยู่ด้วยกันแล้วมีความสุข ส่งเสริม อุปถัมภ์ค่้ำจุนกันและกัน
ชีวิตสมรสก็ไปได้สวย
ความคิดเห็นที่ 24
กระเจี๊ยบ วันที่ : 08/04/2008 เวลา : 21.35 น.
http://www.oknation.net/blog/JinjokJiap
จิตเป็นนาย กายเป็นบ่าว

แต่ละวันเข้าบล็อกได้ไม่นาน อาจเยี่ยมเพื่อนบ้านได้ไม่ทั่วถึงนัก แต่จะพยายามแวะมาเยี่ยมค่ะ

สบายดีนะคะ
ความคิดเห็นที่ 23
spyone วันที่ : 08/04/2008 เวลา : 15.14 น.
http://www.oknation.net/blog/spyone
  โลกหมุนด้วยความรัก

ตามมาอ่านค่ะ
ความคิดเห็นที่ 22
ญาใจ วันที่ : 08/04/2008 เวลา : 14.17 น.
http://www.oknation.net/blog/yahyy
@...ก็แค่อยากร้องไห้บ้างในบางครั้ง...@

บล็อกเกอร์ รวงข้าวล้อลม
ท่านก็พูดถึงพี่ชายด้วย
หนูอยากจะเล่าให้ฟังจังเลยค่ะ
แต่ยัง งง นิดๆค่ะ
ท่านชื่นชมพี่ชายนะคะ

ความคิดเห็นที่ 21
ญาใจ วันที่ : 08/04/2008 เวลา : 14.15 น.
http://www.oknation.net/blog/yahyy
@...ก็แค่อยากร้องไห้บ้างในบางครั้ง...@

สวัสดีค่ะ พี่ชาย
เมื่อวานไปงานมิตติ่ง มีหลายๆท่านถามถึงพี่ชายมากมายเลยค่ะ

ความคิดเห็นที่ 20
ก้อนหินยิ้ม วันที่ : 08/04/2008 เวลา : 13.00 น.
http://www.oknation.net/blog/konhinsmile

กลับมาอ่าน อีกครั้งค่ะ
แม่เลี้ยงใจดีจังค่ะ
มีแม่เลี้ยง ก็ควรได้อย่างนี้แหละค่ะ..ประเสริฐแล้ว

พี่นุ ค่ะ เรื่องธรรมะ ที่พี่นุ เขียนให้ก้อนหิน
พี่นุค่ะ พี่ใช้วิธีนี้เลยนะคะ คือ เปิด entry ในบ้านพี่นุ นี่แหละค่ะ ขึ้นเรื่องว่า "ธรรมะของผม เพื่อพิมพ์แจกเป็นธรรมะทาน ส่งให้ก้อนหิน" ดีมั๊ยค่ะ ก้อนหินจะได้เข้ามา copy ไป แล้วรวบรวมได้ค่ะ

ก้อนหิน
๘ เมษายน ๒๕๕๑
ปล.โทร.หาก้อนหินได้นะคะ เบอร์จะให้ไว้หลังไมล์ค่ะ
ความคิดเห็นที่ 19
ก้อนหินยิ้ม วันที่ : 08/04/2008 เวลา : 09.00 น.
http://www.oknation.net/blog/konhinsmile

พี่นุจ๊า
ก้อนหิน มาตามไปอ่านนิทานค่ะ
ลงตอนที่ 3 แล้วค่ะ
Permalink : http://www.oknation.net/blog/konhinsmile/2008/04/08
ปล.กลับไปบ้านสวนเป็นไงบ้างค่ะ
ความคิดเห็นที่ 18
iori วันที่ : 07/04/2008 เวลา : 17.41 น.
http://www.oknation.net/blog/iori

สวัสดีค่ะ
ขอบคุณค่ะที่เข้าไปฟังเพลงเก่าๆ ที่ฟังเมื่อไหร่ ก็ไพเราะทุกครั้ง
ความคิดเห็นที่ 17
..ขิงชมพู.. วันที่ : 07/04/2008 เวลา : 16.39 น.
http://www.oknation.net/blog/khingchomphuu

บางตอนยังไม่ได้อ่านค่ะ...

ขออ่านย้อนหลังก่อนนะคะ...


+1 โหวต ให้กำลังใจค่ะ...
ความคิดเห็นที่ 16
กระเจี๊ยบ วันที่ : 07/04/2008 เวลา : 01.43 น.
http://www.oknation.net/blog/JinjokJiap
จิตเป็นนาย กายเป็นบ่าว

พรุ่งนี้วันหยุดชดเชยที่เมืองไทย
จะว่างเขียนตอนต่อไปหรือเปล่าเอ่ย
ใจจดใจจ่อ รออ่านอยู่ค่ะ
ความคิดเห็นที่ 15
Bhirisa_ภิริสา วันที่ : 07/04/2008 เวลา : 00.12 น.
http://www.oknation.net/blog/Bhirisa
เมินอดีต มองปัจจุบัน มุ่งสู่อนาคต

มาอ่านทีเดียวรวดเลยนะคะ...เพราะไม่ค่อยได้เข้ามาเท่าไหร่...เรื่องกำลังดำเนินไปอย่างน่าดูชมจริง ๆ ค่ะ

มีความสุขมาก ๆ ในวันหยุดนะคะ...เสียดายจังไม่ได้ไปงาน โอเคเนชั่น...พี่คงไปสินะคะ
ความคิดเห็นที่ 14
สายล่อฟ้า วันที่ : 06/04/2008 เวลา : 22.55 น.
http://www.oknation.net/blog/theerapongbh

เห็นภาพอดีตเลยครับ...




ความคิดเห็นที่ 13
ญาใจ วันที่ : 06/04/2008 เวลา : 18.47 น.
http://www.oknation.net/blog/yahyy
@...ก็แค่อยากร้องไห้บ้างในบางครั้ง...@

ขอแค่เชื่อมั่นในรัก
คุณรำพึง ไม่หวั่นไหว กับปากหอยปากปู เยี่ยมมากๆเลยค่ะ พี่ชาย
หนูไปพาหลานกลับมาบ้านแล้วค่ะ
ความคิดเห็นที่ 12
AJ.p วันที่ : 06/04/2008 เวลา : 16.04 น.
http://www.oknation.net/blog/TheTaleOfFourTribes
- - กระต่ายตัวนี้...มิมีพิษมีภัยนะจ๊ะ!!! - -


ความคิดเห็นที่ 11
artemis-tai วันที่ : 05/04/2008 เวลา : 21.24 น.
http://www.oknation.net/blog/artemis-inside

โอ....
ชอบมากเลยค่ะก๋วยเตี๋ยวห่อ
โดยเฉพาะก๋วยเตี๋ยวรถไฟ
รอตอนต่อไปนะคะ
ความคิดเห็นที่ 10
แมวเหมียว วันที่ : 05/04/2008 เวลา : 20.00 น.
http://www.oknation.net/blog/wassanok

แม่เลี้ยงดีๆก็มีเยอะค่ะ

ยังอยู่แถวนี้นะคะ จัดการกับงานก่อนไปพรุ่งนี้ค่ะ
ความคิดเห็นที่ 9
มะอึก วันที่ : 05/04/2008 เวลา : 13.47 น.
http://www.oknation.net/blog/panakom

ผมไปอยู่เกาะมากระมัง...ยังไม่ได้อ่านแม่เลี้ยงเลยสักตอนเดียว....
.
สัญญาว่าจะตามอ่านให้ครบถ้วนครับท่าน
.
ความคิดเห็นที่ 8
พราวนภา วันที่ : 05/04/2008 เวลา : 12.30 น.
http://www.oknation.net/blog/yui

..
คุณลุงคนช่างเล่าคะ..
ยุ้ยครบทั้ง 4 ตอนแล้วค่ะ..
รออ่านตอนที่ 5 คะ..
ได้ความรู้เรื่อง พิธีการ ในอดีตค่ะคุณลุง..

..

ไปรษรีย์บางรักจัดนิศรรการอำลา โทรเลข..
ยุ้ยว่าจะไปฟังระหัสมอร์สภาษไทย สักครั้งค่ะ..

..
ความคิดเห็นที่ 7
cancer วันที่ : 05/04/2008 เวลา : 08.28 น.
http://www.oknation.net/blog/ION

รอตอนที่ 5 ค่ะ
ความคิดเห็นที่ 6
Patong วันที่ : 05/04/2008 เวลา : 07.04 น.
http://www.oknation.net/blog/Patong

หือ....

ได้บรรยากาศตอนซื้อก๋วยเตี๋ยวเป็นห่อๆ นี่แหละ...

บ้าน Patong ต้องห่อก๋วยเตี๋ยวด้วยใบตองตึง... หอมกรุ่นอย่าบอกใคร.. 555
ความคิดเห็นที่ 5
ทิวสน วันที่ : 04/04/2008 เวลา : 22.33 น.
http://www.oknation.net/blog/tewson
ทิวสน ชลนรา

ตามมาอ่านตอน 4...ช่วงเวลาแห่งความสุข
ต้องลุ้นต่อไป ว่าชีวิตครอบครัวจะราบรื่นไหม

บรรยากาศที่เล่ามา ทำให้ผมนึกถึงบางกอกสมัยก่อน
เกิดไม่ทันครับ แต่จินตนาการไปตามเรื่องที่เคยอ่าน
ในหนังสือ พล นิกร กิมหงวน ครับ

เอนทรี่นี้ ยังชวนติดตามเช่นเดิม และสำนวนเริ่มพลิ้ว

ที่สำคัญทำการบ้านมาดี ออกภาคสนามเก็บภาพปัจจุบัน
ให้เปรียบเทียบอดีตอีกด้วย

ขอบคุณครับ

+1

* * * * * * * * * *
ความคิดเห็นที่ 4
BlueHill วันที่ : 04/04/2008 เวลา : 19.47 น.
http://www.oknation.net/blog/charlee
ฟ้าคราม ป่าเขียว กาแฟหอมกรุ่น

ผมชอบ บรรทัดนี้จังครับ

ลมหนาว พัด ผ่าน .....ท้องทุ่ง ยอดข้าว พลิ้วไหวหลู่ลม.....ลมกรรโชก..
ความคิดเห็นที่ 3
วรรณ วันที่ : 04/04/2008 เวลา : 16.57 น.
http://www.oknation.net/blog/wunwarinya07
"ชีวิตคือนวนิยาย ที่พระเจ้ากับซาตานสลับกันขีดเขียน"

มาติดตามอ่านครับ
จะรอตอนต่อไปนะครับ


ความคิดเห็นที่ 2
iori วันที่ : 04/04/2008 เวลา : 09.02 น.
http://www.oknation.net/blog/iori

ติดตามมาตลอดค่ะ
ความคิดเห็นที่ 1
กระเจี๊ยบ วันที่ : 04/04/2008 เวลา : 00.55 น.
http://www.oknation.net/blog/JinjokJiap
จิตเป็นนาย กายเป็นบ่าว

เห็นหัวเรื่องขึ้นที่หน้าหนึ่ง เรื่องใหม่แว้บ ๆ ว่าจะเข้ามาอ่าน พอดีต้องไปช่วยพ่อครัวทํากับข้าว

เพิ่งเสร็จค่ะ เลยมาอ่านประเดิมเป็นคนแรกของตอนที่ ๔ ติดตามตอนต่อไปว่าแม่เลี้ยงจะมีปัญหากับลูกเลี้ยงหรือเปล่า
แสดงความคิดเห็น

  เข้าสู่ระบบ   |   สมัครสมาชิก