พิมพ์หน้านี้
|
ซอยบ้านเจ้าคุณเปลี่ยนแปลงไปแล้ว
โรงแรมนี้ เดิมคือ โรงแรมอิมพีเรียล ภาพ นี้ ถ่ายจากถนนวิทยุ ด้านหลังชนซอยร่วมฤดีครับ แม่เลี้ยงตัวอย่าง ตอนที่ 4 สิ้นสุดลง เมื่อ รำพึง กำหนดวันแต่งงาน ........
จัดหาซื้อ เครื่องเรือน เตรียมตัว ออกเรือน...... เตรียมแต่งงานอยู่กินกับท่านเจ้าคุณ................ผมจะนำ......... เครื่องราชอิสอิสริยาภรณ์ไทย .........นำภาพ และคำอธิบาย...ว่าผู้หญิง ได้รับ..พระราชทานตราตั้งชั้นไหน....จึงจะเรียกคุณ...หญิง พระยา ได้รับเมื่อไร..อย่างไร คิดว่าน่าจะเป็นความรู้.......มีประโยชน์ รัชกาลปัจจุบัน พระราชทานเมื่อไร...............
ตอนที่ 5 เข้าสู่พิธีมงคลสมรส และครองเรือน เลี้ยงดูลูกๆ ท่านเจ้าคุณ....
พระยานฤนาท คุณ พระองค์ เจ้าธานีนิวัติ กับหม่อม....... ขอเชิญ.. หลั่งน้ำพระพุทธมนต์.........แก่พระยา........กับนางสาวรำพึง........บุตรีพระธรรมรงค์สิทธิ์ ซึ่งจะทำการสมรส ณ. ตำหนักเพ็ชรบุรี... ในวันที่ 30 พฤษภาคม พ.ศ. 2475 เวลา 17.00 น ในวันทำพิธีสมรส บุญเหลือ ได้ไปยืมรถยนต์ เพื่อนมา รับส่งเจ้าสาว และใช้ ติดต่อ รับ-ส่งงานเลี้ยง.......... (พระองค์เจ้าธานีนิวัติ ต่ำแหนงเสนาบดีกระทรวงธรรมการ หรือที่พวกเรารู้จักกัน.....ว่า.......... พระ วรวงศ์เธอกรมหมื่นพิทยาลาภพฤติยากร) ตอนที่ 5 ผมจะสรุป เรื่องให้เร็วขึ้น ......... ผมจะเรียก รำพึงว่าคุณหญิง ท่านเจ้าคุณ ตอนที่ 5 นี้ ความเป็นแม่เลี้ยงที่ดี ของลูกๆ...จะ แสดงออกมาชัดเจน... เมื่อคุณหญิง แต่งงานกับท่าน เจ้าคุณ บุตรี ของท่านเจ้าคุณ คนเล็ก อายุ ได้ 2 ขวบ.... ลูกชายคนรอง(ต่อมาได้เป็นนายพลทหารบก) มักจะชวนเพื่อนๆ ในละแวกนั้น มาเล่นยี่เก กันสนุกสนาน....... ที่บ้าน... น้องคนเล็กสุด อายุ 2 ขวบนั้น เมื่อ แขกไป ใครมา จะ มานั่งตักแม่เลี้ยง...คล้ายๆ จะบอกว่าฉันรักแม่ฉันนะ.. บุตรชายคนหัวปี ท่านเจ้าคุณ เรียนเก่งมาก เพราะได้แม่เลี้ยงดี เอาใจใส่ เรื่องการเรียน ของลูกๆ ท่านเจ้าคุณ........ สอบชิงทุนหลวงไปเรียน มหาวิทยาลัยมีชื่อเสียง ของประเทศอังกฤษ.....อีกไม่กี่ปีต่อมา น้องชายคนรอง....อีก 2 คน ได้รับทุนไปเรียนต่อ ที่ประเทศอังกฤษ และอเมริกา.........หนังสือพิมพ์ พาดหัวข่าว ขณะนั้น...ว่า ท่านเจ้าคุณ...............มีลูกอีกไหม ที่จะสอบชิงทุน ไปเรียน เมืองนอก..................... เวลาต่อมา ยังมีลูกเจ้าคุณ คนอื่นๆอีก ได้รับทุนไปเรียนเมืองนอก.........ไม่มีใคร ใช้เงินทางบ้าน ไปเรียน ต่างประเทศ..เลย . . บ้านท่านเจ้าคุณ เป็นบ้านไม้ธรรมดาๆ
บ้านตรงข้ามบ้านเจ้าคุณ ในซอยร่วมฤดี คุณหญิง เคยเป็นครู โรงเรียนสตรีประจังหวัด และเป็นครูที่วัฒนาวิทยาลัย...................................... สมัยเมื่อวัฒนาวิทยาลัย ยังเป็นทุ่งนา ฝนตก พายุฝน พัดมา หน้า ...หนาวลมหนาวพัด หอบความหนาว เย็น.....ยะเยือก.....มาสู่ทุ่งบางกะปิ. ......คุณหญิง เคยดูแลเอาใจใส่ เด็กนักเรียน ที่อยู่หอพักประจำมาก่อน คุณหญิง ท่านมีจิตวิทยา...การเอาใจใส่....ดูแล... ประกอบกับ ความมีเมตตาธรรม ของท่าน ที่เป็นคนดี ชาติตระกูลดี..........(อ่านตอนท้าย เมือใครใครยกย่องท่าน) คุณหญิง สมัยเป็นคุณครู พูดจากับนักเรียน อ่อนหวาน เป็นที่รักของเด็กๆ นิสัยรักเด็ก ติดตัวคุณหญิง จนกระทั้ง แต่งงาน......... กับท่านเจ้าคุณ จึงนับว่าเป็นโชคดีของท่านเจ้าคุณ...................................(อ่านบันทึกท่านเจ้าคุณตอนท้ายๆเรื่อง)......
ภาพนกกรง ผมถ่ายจากเฉลี่ยง บ้านที่ลพบุรี เมื่อ 7 เมย 51 ที่บ้านต่างจังหวัด คาบอาหาร ไปป้อนลูกๆ เรื่องอาหารการกิน เรื่องที่หลับที่นอน เสื้อผ้าเครื่องนุ่งห่ม ชุดนักเรียน ท่านดูแลสะอาด จนลูกๆ ได้รับคำชม... จากคุณครู ที่ลูกเจ้าคุณเรียนอยู่บ่อยๆ......................... คุณหญิง ทำบ้านให้เป็น Home sweet home.เมื่อสิ่งแวดล้อมในบ้านดี...ลูกๆสบายใจ........ ลูกเจ้าคุณ ทุกคน สติปัญญาฉลาดเฉียบแหลม...อยู่แล้ว เมื่อมาได้คุณแม่(เลี้ยง)ดี จึงผลักดัน...ให้ลูกๆเจ้าคุณเรียนหนังสือ... ดีขึ้นไปอีก สอบชิงทุน เรียนจบปริญญาสูงสุด.....หลายคนมารับราชการเป็นข้าราชการผู้ใหญ่...ในเวลาต่อมา................... เมื่อต่างคนต่างมีเย้ามีเรือน มีบ้านช่อง...มีครอบครัว..เมื่อทำบุญ...มีงานการเลี้ยงเพื่อนฝูง......มักจะมารับคุณแม่........ ไปรวมด้วยเสมอ( เป็นเพราะว่าแต่ละคนได้รับความรักมาก่อน).....................ทุกคนรักแม่ (เลี้ยง) รักน้องคนเล็ก......ที่เกิด มาจากแม่ เลี้ยง ทำให้ทุกคนเจริญก้าวหน้าในหน้าที่การงาน................. คุณหญิงไม่ได้เป็นแม่ที่ดี ของลูกๆเท่านั้น ยังเป็นพี่ที่ประเสริฐของน้องๆ....ทำตัวเป็นคุณแม่ที่ดีให้แก่เพื่อนๆของลูกๆ...... บ่อยครั้งที่เพื่อนๆของลูกๆมาเที่ยวที่บ้าน ท่านดูแลเอาใจใส่เป็นอย่างดี(ตอนท้ายๆเรื่องผม จะนำคำยกย่องที่คุณหมอสังกาศ... เจ้าของ รพ..เปาโล ฯ เขียนยกย่อง ท่าน ตั้งแต่ เพื่อนๆลูก (ลูกชายคนเล็ก ที่เกิดกับคุณหญิง) เรียนเตรียมอุดมฯ จนเรียนแพทย์จุฬาลงกรมหาวิทยาลัยฯ...... ต่อมาได้ทุนเรียนแพทย์เฉพาะทาง ที่ต่างประเทศ...... ผมเขียนภารกิจอันงดงามของคุณหญิง จบลงแค่นี้ เพราะ เขียนเรื่องละเอียดไป หลายๆท่านอาจจะเบื่อหน่าย.. ครบรอบ 10 ปี การแต่งงาน ของท่านเจ้าคุณ ท่านบันทึกไว้ ก่อนท่านจากไป ให้แง่คิด กล่าวถึง...เรื่องความดีมากมาย.. 30 พฤษภาคม 2485 ท่านเจ้าคุณบันทึกกล่าวถึง 10 ปี แห่งชัยชนะ..ความรู้สึกดีๆที่มีต่อกันของคุณหญิง...และครอบครัวท่าน...... ท่านเจ้าคุณ ภาคภูมิใจที่ได้รับชัยชนะ จากการสบประมาท ของใคร ใคร ที่บอกว่า การครองเรือนของคู่นี้จะไปไม่รอด......... ไปไม่รอดแน่ๆ...คนจำนวนมากที่ไม่หวังดีกล่าวไว้ดังนั้น .. ท่านบันทึกไว้ว่า คุณหญิง อายุ ครบ 3 รอบ หรืออายุ 36 ปีแล้ว เธอ ไม่ใช่สาวแล้ว. . แต่ก็ไม่ใช่ว่าแก่............... ร่างกายของคนอายุ 36 ปี ควรจะแข็งแรง และสติปัญญา เฉียบแหลม....................... ท่านกล่าวว่า...เมื่อฉันพบเธอ เห็นว่าเธอสวย กิริยามารยาท น่ารัก น่าเอ็นดู เธอมีรูปสมบัติเป็นเสน่ห์อยู่ในตัว เป็นเครื่องให้คนอื่น.. มีเมตตากรุณา ดังคำกล่าวว่า หญิงงามเป็นทรัพย์ เธอจึงเป็นคนร่ำรวยด้วยเหตุนี้ ................................. เธอโอบอ้อมอารี เอื้อเฟื้อเผื่อแผ่แก่คนทั่วไป ( ผม ผู้เขียนกับน้องๆได้รับ ใบบุญ จากท่านตรงนี้มากมาย ครับ)....ไม่ว่าคนใกล้หรือไกล และขี้สงสารคนง่ายๆ คนทำขนม มาขายที่บ้าน คุณหญิงให้เงินไปทำทุน...มีครั้งหนึ่งให้ คนหนึ่งยืมมากพอสมควร ...เจ้าคนมายืมนั้น หายไปเลย............. เรื่องใจดีเกินไปมันเป็นโทษมากกว่าเป็นคุณ....... เรื่องใจดีของเธอก็เป็นสิ่งประเสริฐ เป็นบุญกุศล ของลูกๆ และตัวฉัน ซึ่งเป็น ลูกเลี้ยงของเธอ...... ที่ฉันได้เธอมาเป็นภรรยา จะหาใครเป็นแม่เลี้ยง อันมีใจเมตตา กรุณา โอบอ้อมอารี เอาใจใสดูแลลูกเลี้ยงอย่างเธอ...อย่างเธอไม่มีแล้วหาไม่ได้แล้ว.. ฉันเองก็อดชมตัวเองไม่ได้เหมือนกันว่า..ฉันดูคนไม่ผิด...ฉันทายว่าเธอเป็นคนใจดี ก็ดีจริงๆ.............ฉันถือว่าเป็นกุศลกรรม อันดีงามของฉัน .. ..จึงได้เธอมาเป็นรางวัลตอบแทน...........ฉันเชื่ออย่างที่กล่าวกันว่า ทำ ดีย่อมได้ดี. ...หรือ..... ธรรมย่อมรักษาผู้ประพฤติธรรม.. ด้วยคุณธรรมความดีของเธอที่กล่าวมา จึงทำให้ฉันรักเธอ นับถือเธออย่างแนบแน่น ไม่รู้จืดจาง และหวังว่าจะเป็นเช่นนี้ตลอดไป.. จนชีวิตจะหาไม่.... บันทึกที่คุณหญิง บันทึกไว้เพื่อรำลึกถึงท่านเจ้าคุณ............. จากคุณหญิงถึงท่านเจ้าคุณ............................ 30 พฤษภาคม พ.ศ. 2497 คุณหญิงบันทึกรำลึกถึงท่านเจ้าคุณ ว่า....วันนี้ เป็นวันครบรอบแต่งงาน......... 22 ปี แต่ดิฉันอยู่คนเดียว......เพราะท่านเจ้าคุณจากไปเสียแล้ว............. มนุษย์เรามีการจากอยู่ สองอย่าง...... คือการจากเป็น หรือการจากตาย...........จากกันเพราะเกลียด....หรือจากกันทั้งๆที่รักกัน.... ในชีวิตเราก็ต้องประสบอย่างนี้ทั้งนั้น......... เจ้าคุณจากไปเมื่อ 29 มีนาคม คือขาด สองเดือน จะครบรอบแต่งงาน (ท่านเจ้าคุณถึงแก่อนิจกรรม เมื่อ 29 มีนาคม 2497) ......แต่ดิฉันก็ไม่เสียใจเพราะนานพอแล้ว.............ดิฉันโชคดีกว่าใคร ใคร เพราะ เวลา 20 ปีกว่า ที่เราอยู่ร่วมกัน....... ดิฉันรู้ชัดแจ้งว่า..... ท่านเจ้าคุณรักดิฉันมาก.......แค่ไหน ในชีวิตลูกผู้หญิงเรา ถ้าตลอดชีวิตแต่งงาน มั่นใจได้ว่า...... เป็นชีวิตจิตใจ ของสามีแต่คนเดียว กว่า 20 ปี เช่นนี้ ก็ควรภูมิใจ... เจ้าคุณค่ะ.........เจ้าคุณเพิ่งจากไป สองเดือนเศษๆ.. ทำไหมดิฉันรู้สึกว่านานเหลื่อเกิน ......ไม่มีสักวันที่จะไม่คิดถึงเจ้าคุณ........ ถ้าไม่เช้าก็สายไม่บ่ายก็เย็น หรือเวลากินข้าว บอกตามตรงว่าเวลากลางคืน ไม่พยายามคิดถึงเลย.....เพราะกลางคืนมันมืด และเงียบสงัด......... เจ้าคุณป่วยอยู่เมื่อปีที่แล้ว ดิฉันนอนลงข้างๆ เพื่อจะอ่านหนังสือธรรมะให้ฟัง ท่านเจ้าคุณยังทอดแขน ให้ดิฉันหนุน............... วันนั้นดิฉันได้ร้องเพลง ที่ข้างๆเตียงเจ้าคุณ ทำให้เจ้าคุณน้ำตาไหล ดิฉันตกใจ จึงร้องเพลงอื่นให้ฟัง.........และถามว่าเข้าใจไหมเพลงนี้ เจ้าคุณก็ตอบว่าเข้าใจ......เพลงที่ดิฉันอุตริร้อง เพลงแรกคือเพลงไทยเดิม.........เมียจะนอนคนเดียว กระไรรอด ใครจะกอดเมียนอน ให้หนาวหาย......พ่อเคยกอดแนบข้างไม่ห่างกาย........ แล้วดิฉันต้องเปลี่ยนเป็นร้องเพลง ฝรั่งหวานเจี๊ยบ ทันที..ทันใด...I will be loving you eternally. With the love thats true Eternally ไม่รู้ว่าชาตินี้ชาติหน้ามีจริงหรือไม่ และคนเขาตาย แล้วไปไหน เจ้าคุณคงจะไปสบาย แม้ว่าจะไปอยู่ในโลกไหน เพราะเจ้าคุณเป็นคนดี...................... If weve done well here ,Well do well there. คือทำดีไว้แล้วในโลกนี้ ไปโลกหน้าก็ดีอีกนั้นแหละ เจ้าคุณไม่ต้องเป็นห่วงดิฉันและลูกๆ ลูกเติบโตกันหมดแล้ว ลูกคนเล็กเราอายุ จะ 17 ปี เมื่อเจ้าคุณเป็นหม้าย ลูกคนโตอายุ 14 ปีเท่านั้น คนเล็กแค่ 2 ขวบ เมื่อดิฉันเป็นหม้ายบ้าง ลูกสุดท้องเกือบ 17 ปี.. เพราะฉะนั้นดิฉันจึงต่างกับเจ้าคุณตรงที่เจ้าคุณจำเป็นต้อง หาแม่ใหม่มาช่วย กันเลี้ยงดูลูกท่านเจ้าคุณ แต่ดิฉันไม่มีความจำเป็นเลย ลูกดิฉันโตมากจนเลี้ยงตนเองได้ ดิฉันไม่จำเป็นต้องหาคนมาช่วยเลี้ยง เจ้าคุณชอบพูดกลอนฝรั่ง เมื่อเจ้าคุณป่วย... เจ้าคุณพูดว่า...........Who will kiss your ruby lips .When Im far, far away. ดิฉันตอบทันที่ ว่า No one .และดิฉัน mean what I say เจ้าคุณวิตกมากเกิน ไปในเรื่องครอบครัว เจ้าคุณควรจะรู้จักตัวดิฉัน ใจดิฉันดี ควรจะรู้จักชาติตระกูล ของดิฉันดีว่าสืบ กันมาอย่างไร สั่งสอนกันไว้อย่างไร.. ไม่ควรระแวงแคลงใจอะไรเลย...........................
รายละเอียดเกี่ยวกับเครื่องราชอิสริยาภรณ์ไทย เมื่อแรกสร้าง ตราจุลจอมเกล้าพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว พระราชทานเครื่องยศ แบบโบราณประกอบด้วย ตติยจุลจอมเกล้าวิเศษ โต๊ะทอง กาน้ำทองคำ ทุติยจุลจอมเกล้า หรือทุติยจุลจอมเกล้าวิเศษ พานทองคำ พร้อมเชี่ยนหมาก กาน้ำทองคำ พร้อมพานรอง กระโถนทองคำ และคนโททองคำเกลี้ยง พร้อมพานรอง ผู้ที่ได้รับพระราชทาน ตราชั้นนี้ จะมีบรรดาศักดิ์ เป็นพระยา คุณหญิง.............................
คำนำหน้านามของสตีผู้ได้รับพระราชทานตราจุลจอมเกล้า สตรีผู้นั้นทำการสมรสแล้ว และมิได้เป็นเชื่อราชตระกูล(หม่อมราชวงศ์ หม่อมหลวง) เมื่อได้รับพระราชทานตรา ตั้งแต่ชั้น 4 คือ จตุจุลจอมเกล้า ตติยจุลจอมเกล้า ทุติยจุลจอมเกล้า มีสิทธิ ตามพระรากฤษฎีกา ว่าด้วยคำนำหน้านามสตรี ทีจะใช้ คำนำหน้านามว่า คุณหญิง ผู้ที่ได้รับพระราชทานตราตั้งชั้น ทุติยจุจอมเกล้าวิเศษขึ้นไป ใช้คำนำหน้านามว่า ท่านผู้หญิง สำหรับสตรี ที่ยังมิได้ทำการสมรส ไม่ว่าจะได้รับ ตราพระราขทานชั้นใด ให้ใช้คำนำหน้านามว่าคุณ ข้อมูลเครื่องราชจากหนังสือ เครื่องราชอิสยาภรณ์ไทย..สำนักเลขาธิการรัฐมนตรี จัดพิมพ์.. ครับ ผมเขียนเรื่อง ไม่ลงรายละเอียดลึก ท่านๆที่มาอ่านไม่ต่อเนื่องอาจจะสับสน กราบอภัยด้วยครับ ชื่อถนนวิทยุ เดิมๆ แตกต่างกับชื่อที่ กรุงเทพฯมหานครเขียนครับ...
ป้ายผ้า แขวนสอนใจศิษย์วัฒนาวิทยาลัย
สถานีรถไฟฟ้า เพลินจิต
บ้างก็ชอบยกยอ หากไม่พอใจพ่อด่าเช็ด
ลิงศาลพระกาฬ แบกลูก(บนหลังนั้นคือลูกลิง ตัวเล็กๆ) ภาพล่างลิงเล่น น้ำ
บ้านนอกริมทุ่ง
ครับ บ้านนอกคอกนา
ดูภาพนก หาอาหารกลางทุ่งนา
ทุ่งนาข้าว พ่อค้าข้าว รวยเอา รวยเอา แต่ชาวนา หลังสู่ฟ้าหน้าสู่ดินเหมื่อนเดิม ข้าวราคาดีหรือ
นกฝูงใหญ่ใกล้ๆบ้านคนครับ
ภาพถ่ายนกปากห่างกลางทุ่งนา คนกลัว ไข้หวัดนก นกจึงไม่กลัวคน
คลองส่งน้ำชลประทาน
นำสภาพคลองธรรมชาติ หน้าบ้านมาให้ชมแก้ร้อนครับ ข้าวได้ราคา ชาวนา ทำนา ได้คลองส่งน้ำมาช่วย
เจดีย์พุ่มข้าวบิณฑ์ ของวัดเกริ่นกฐิน อำเภอบ้านหมี่ลพบุรี
ขอให้โชคดี ขอให้โชคดีครับ ห่างมันยาวออกมาได้ไงไม่ทราบ แรกๆมันก็ไม่มี เลยนำภาพลงให้ดูครับ
|