• คนช่างเล่า
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • วันที่สร้าง : 2007-07-25
  • จำนวนเรื่อง : 60
  • จำนวนผู้ชม : 28625
  • จำนวนผู้โหวต : 255
  • ส่ง msg :
เล่าสู่กันฟัง การงาน ท่องเที่ยว ฯ
เล่าเรื่องการงาน เพื่อสังคม
Permalink : http://www.oknation.net/blog/nukpan
วันพุธ ที่ 4 มิถุนายน 2551
เสภา เรื่องขุนช้าง-ขุนแผน หรือนายตำรา ณ.เมืองใต้ บอกว่า นิยายรักสุพรรณบุรี
Posted by คนช่างเล่า , ผู้อ่าน : 710 , 22:14:36 น.  
พิมพ์หน้านี้


          วรรณคดี เรื่องขุนช้างขุนแผน เป็นนิทานพื้นบ้าน  ที่แต่งเป็นตอนๆ มีผู้แต่งหลายคน

   แสดงอรรถรสของกวี นิพนธ์ยังฉายภาพสังคมไทย  ประเพณีวัฒนธรรม ไทยใน

ยุคนั้น อธิบายขยายความในทางตำนานโบราณคดี ภูมิศาสตร์ ประวัติศาสตร์

จึงเป็นวรรณคดีที่น่าศึกษาค้นคว้า  อีกเรื่องหนึ่งสถานที่ทางภูมิศาสตร์ เรื่องขุนช้างขุนแผนน่าติดตามศึกษามาก  จะเป็นสถานที่มีอยู่จริงๆในบ้านเมืองเรา จึงควรนำมาเป็นแหล่งท่องเที่ยวในเชิงวรรณกรรม

ภาพประกอบเรื่องในหนังสือเล่าเรื่องขุนช้างขุนแผน  นายตำราณ.เมืองใต้ กาญจนาคพันธ์

เณรแก้ว  หรือขุนแผนเวลาต่อมา นัดนางพิมพิลาไลย มาที่ไร่ฝ้ายเณรแก้วลาสึกเองชั่วคราวมาพบสาว

พิม เณร ฉุดเอาสไบแพรสาวพิมหลุดลุ่ย  แล้วกระซิบเบาๆ  นมเจ้างอนงามปลั่งดังเงินยวง

ประโลมล่วงน้องหน่อยอย่าน้อยใจพูดพลางก็กอดสาวเข้ าไว้บนตัก สายทองมาเห็นเข้า

ทักว่า เออวันนี้น้องเราเป็นอะไรไป  ดูหลังไหล่เปรอะฝุ่นละอองไปทั้งนั้น

      เสภา เรื่องขุนช้าง  ขุนแผน เป็นวรรณคดี เรื่องเดียว  ที่มีฉากเป็นไทย

และตัวละครเป็นไทย เป็นชีวิตจริง(Realism)  เหตุผลความต่อเนื่องของเหตุการณ์

กับนาฏบท (Dramatization)

     นายตำรา ณ.เมืองใต้ (อจ.เปลื้อง ณ.นคร)  กับ กาญจนาคพันธ์ ( ท่านขุนวิจิตรมาตรา)

ท่านทั้งสองได้นำมาเล่าลงในหนังสือวิทยาสาร  ไทยวัฒนาพานิช พิมพ์จำหน่าย ปี พ.ศ.

2505       เรื่องขุนช้างขุนแผนเป็นวรรณคดีพื้นบ้าน  เมื่ออ่านแล้วได้ อรรถรส ได้ความรู้

ในทางตำนาน  โบราณคดี ประเพณี วัฒนธรรม ภูมิศาสตร์ ประวัติศาสตร์ชาติไทย

ทุกๆครั้งที่ผมขับรถยนต์ ไปตามถนนหมายเลข 347 มุ่งสู่ลพบุรีนั้น สถานที่  ที่เกี่ยวข้อง

กับวรรณคดีขุนช้างขุนแผน นั้นมีหลายแห่ง  ที่ผู้นำท้องถิ่น หรือคุณครูทางวรรณคดี

น่าจะนำมาเป็นแหล่งพัฒนาการท่องเที่ยวได้  เช่น บ้านดาบโก่งธนู สถานที่แม่น้ำลพบุรี

ไหล่ผ่าน สถานที่แห่งนี้ ปัจจุบันนี้ ถนนที่ผมกล่าวถึง เลียบลัดเลาะมาทางแม่น้ำ มีต้นไทรใหญ่

ที่ขุนแผนได้นำดาบฟ้าฟื้นมา  ซุกซ่อนไว้เมื่อคราวที่เข้ามามอบตัวแก้ฟ้องขุนช้าง  และติดคุกที่กรุงศรีฯ อยู่นาน  หลายปี  เรื่องขอกล่าวหาว่าขุนแผนลักเมีย(จริงๆแล้วพิมหรือวันทองเป็นเมียขุนแผน

แต่ขุนช้างแกล้งตลอดเวลา เพราะอยากได้เมียเขา) ขุนแผนพาเมียหนี ดั้นด้นไปตามที่ต่างๆ วันทอง

(หรือพิมฯ เปลี่ยนชื่อเป็นวันทอง) เมื่อท้อง ก็เดินทางปหลบซ่อน อยู่กับพระพิจิตร  ติดคุกอยู่หลายปี

พลายงามลูกชายไปขอให้ขุนแผนไปช่วยทำศึกด้วย

  จึงแวะไปเอาดาบ  ที่ซ่อนไว้  ที่โพร่งต้นไทร ที่บ้านดาบโก่งธนู พื้นที่รอยต่อ

อยุธยาฯ กับอำเภอเมืองลพบุรี  เมื่อเดินทัพไปตีเชียงใหม่ แวะให้กองทัพค้างคืน ที่บ้านพิตเพี้ยน มหาราช (ตรงนี้ ยังสถานที่จริงอยู่  ตลอดแนวแม่น้ำลพบุรี ยังมีต้นไม้ใหญ่ๆมากมาย)

    จึงเป็นวรรณคดีที่น่าศึกษาค้นคว้า สถานที่ต่างๆ ในเรื่องเป็นสถานที่มีอยู่จริงๆ เรื่องนี้

เหตุการณ์ต่างๆอยู่ในช่วงกรุงศรีอยุธยา  บ้านเมืองเป็นสุข พระเดชานุภาพของพระพันวษา

แผ่ไปทั่วทิศ   (ข้อสัณนิฐานของกรมพระย่ดำรงราชานุภาพว่า สมเด็จพระพันวษา นี่ควรจะเป็น

สมเด็จพระรามาธิบดี ที่2 พ.ศ.2034-25072)

      พระองค์ท่านดำรงอยู่ในทศพิธราชธรรม

    ในสมัยกรุงศรีอยุธยาที่ตำบลบ้านพลับ มีชายเชื้อทหาร ชื่อขุนไกรพลพ่าย ขุนไกร

แต่งงานกับนางทองประศรี สาวงาม ตำบลบ้านวัดตะไกร  เมื่อแต่งงานอยู่กินเป็น ผัว เมียกันแล้ว

ขุนไกร ได้รับตำแหน่ง เป็นนายทหารคุมด่าน ที่เมืองสุพรรณบุรี   ทั้งสองจึงย้ายไปปลูกบ้าน

ใหม่ที่สุพรรณบุรี  ขุนไกรมีพลทหารอยู่ในบังคับบัญชา  700 คน

   ที่เมืองสุพรรณ มีนายทหารกรมช้างกองนอก คนหนึ่งชื่อขุนศรีวิชัย เมียชื่อนางเทพทอง

ตั้งบ้านเรือนอยู่ตำบลท่าสิบเบี้ย ครอบครัวนี้เป็นเศรษฐีใหญ่

   และอีกตำบลหนึ่งคือตำบลท่าพี่เลี้ยง เป็นที่ตั้งบ้านเรือน พันศรโยธา มีเมียชื่อศรีประจัน

นางศรีประจันปากร้ายด่าเก่งมากๆในวรรณคดีเขียนไว้เช่นนั้น  เธอมีน้องสาวชื่อบัวจัน

ไปแต่งงานกับนายโชติคง  นายโชติคงตั้งบ้านเรื่อนอยู่บางเหี้ย  นายคนนี้ ก็เหี้ยสมชื่อบาง

เพราะชอบขโมยควายชาวบ้าน

    ในวรรณคดีเรื่องขุนช้างขุนแผนนี้ แฝงความเชื่ออะไรๆไว้น่าศึกษามาก  ผมอ่านเรื่องนี้มาหลายครั้ง

หลายรอบ เก็บอรรถรส บทต่างๆไว้มาก ความเจ้าชู้ของเณรแก้ว หรือพลายแก้ว หรือขุนแผน

ในเวลาต่อมา บทพิศวาส นั้น สมัยผมเด็ก เรียนไปก็งันๆเอง  เรียนเพื่อสอบไล่  รสอารมณ์ต่างๆ

แทบไม่มีเลย

  ทำให้ทราบว่าคนโบราณ  ท่านมีความเชื่อว่าคนเราเกิดมานั้น ผีอยู่บนปลายไม้ เป็นผู้ปั้นให้มาเกิด

ปัจจุบันอ่านเรื่องนี้ บทอัศจรรย์ตอนต่างๆมันเห็นภาพเลยละครับ

       จะกล่าวกลอนถึงกำเนิดคนทั้งหลาย  เมื่อแรกเข้าสู่ครรภ์บรรยาย  ว่าไอ้ผีแสนร้ายบนปลายไม้

กลางคืนปั้นรูปหัวเราะขิก  แล้วหยิบหยิกบีบี้มิเอาส่ำได้  ปั้นแล้วปั้นเล่าเฝ้าริกไป  เอานั้นนี้บี้ใส่ให้ครบครั้น

ครับเห็นภาพเลยละทางวิทยาศาสตร์ มันบี้กันจริง หรือการเสพสมกัน คนโบราณท่านยกมาพรรณนา

ขอนำท่านไปบ้านท่าสิบเบี้ย สถานที่ตั้งนิวาสถาน  บนเรือนขุนศรวิชัย กำลังโกลาหลกัน

เพราะนางเทพทองร้องโอดโอย พวกบ่าวไพร่วิ่งกันวุ่น บ้างก็เสกน้ำมนต์ บ้างโปรยข้าวสาร

บ้างเอวเบี้ยเหน็บฝาเรื่อน  เพื่อเป็นเคล็ดให้ลูกคลอดง่ายๆ  ฝ่ายขุนศรีวิชัยนั้น เป่ามนต์พรวดๆ

ลงบนขม่อมเมีย  ทำพิธีกันหลายอย่าง  สืบทราบมาว่านางเทพทองชอบด่าผัว  จึงเอาน้ำล้างเท้า

ขุนศรีวิชัย  มาให้ ดื่มแก้เคล็ด  ลูกนางเทพทองศีรษะล้าน มาแต่กำเนิด  เมื่อน้องเทพทองเห็นแล้วสะบัดหน้าหนี  แต่เวลาตกฟากเป็นมงคลฤกษ์ มีนิมิตอันดี    คือตรงกับเวลา ที่ผู้นำช้างเผือกมาถวายพระมหากษัตริย์  จึงให้ชื่อขุนช้าง

    เรื่องย่อๆและตัวละครเอก

       ที่ตำบลบ้านพลับ เป็นที่ตั้งบ้ารเรื่อนของขุนไกร พลพ่าย  ขุนไกรฯแต่งงาน

กับนาทองประศรี สาวงามตำบลวัดตะไกร  ต่อมาขุนไกรได้รับตำแหน่งเป็นนายทหารคุทกด่าน ทางเมืองสุพรรณบุรี  มีลูก คือพลายแก้ว  หรือขุนแผนเวลาต่อมา

พลายแก้วหรือขุนแผนนั้นเป็นคนชะตาแรง เกิดปีขาล วันอังคาร เดือนห้า เป็นคนรูปงาม พูดเก่ง

        ขุนศรีวิชัย เป็นนายช้างกองนอก  มีเมียชื่อนางเทพทอง  ตั้งบ้านเรื่อนอยู่ท่าสิบเบี้ย  มีลูกคือขุนช้าง    ขุนช้างเกิดเป็นมงคลฤกษ์ มีนิมิตรดี คือเวลาตรงกัผู้นำช้างเผือกมาถวายพระพันวษา  พ่อแม่จึงพร้อมใจตั้งชื่อว่าช้าง

        ที่ตำบลท่าพี่เลี้ยง  พันสรโยธา  มีเมยชื่อศรีประจัน  ปากจัดด่าเก่ง  มีลูกสาวคือพิมพิลาไลย  มีคุณสมบัติเป็นหญิงพร้อม  อายุ 5 ขวบ  แสดงฝีมือเย็บปักถักร้อยแล้ว

    ตัวละครอันมีคุณสมบัติประจำตัวต่างๆ  ได้มีเหตุการณ์พัวพันกันตลอดเรื่อง  เสภาขุนช้างขุนแผนนี้  แมจะมีกวีหลายท่านช่วยกันแตง  แต่ก็ได้ให้บทบาทตัวละครทั้งสามนี้ ได้เหมาะเจาะตลอดเรื่อง

นำรถมอร์เตอร์ไซด์  วิศกรไทยทำเอง  เจ้าของรถเป็นวิศวกรเมืองปลาไหล

อุ๋ยพูดผิด  โทษ ๆ เมืองสุพรรณ อาชาไนย

มอเตอร์ไซด์เณรแก้ว ไว้แว้น แว้น ไปเกี่ยวสาวๆฮาฮา.....

ญาตินักเพลงโฟคเหน่อ มารับรถที่เขาส่งมาทางไปรษณีย์ จากภูเก็ต-กทม.

ค่าขนส่ง  ราคา 1500 บาทครับ จากการสอบถาม เจ้าของรถบอกว่าผมเป็นวิศวกรที่ปรึกษา (คอนเซาส์)

ผมไปคุมงานรบบไฟฟ้าโรงแรมใหญ่ที่นั้นเสร็จงานแล้ว นำกลับ กทม.

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

เรื่องขุนช้างขุนแผน การดำเนินเรื่อง จะอยุ่ที่สุพรรณบุรี  เลยนำรถมอเตอร์ไวด์ เมดอินไทยแลนด์เทห์มาให้ชม


อ่านความคิดเห็น

ความคิดเห็นที่ 46
ธมลวรรณ วันที่ : 28/06/2008 เวลา : 19.22 น.
http://www.oknation.net/blog/tamonwan
เรียนรู้เพื่ออยู่และรักอย่างรู้คุณค่า

วรรณคดี นิทานพื้นบ้านของไทยที่อมตะ ได้อรรถรสจากตัวอักษรและตัวละครอย่างมาก

และเป็นความภูมิใจของจังหวัดสุพรรณบุรี
ที่มีคำขวัญส่วนหนึ่งกล่าวถึงว่าด้วยค่ะ
...เมืองยุทธหัตถี วรรณคดีขึ้นชื่อ เลื่องลือพระเครื่อง
รุ่งเรืองเกษตรกรรม สูงล้ำประวัติศาสตร์
แหล่งปราชญ์ศิลปิน ภาษาถิ่นชวนฟัง..

ความคิดเห็นที่ 45
พราวนภา วันที่ : 22/06/2008 เวลา : 14.49 น.
http://www.oknation.net/blog/yui

..
เด็กรุ่นใหม่ตามมาอ่าน วรรณคดีค่ะคุณลุง..

..
ความคิดเห็นที่ 44
Bhirisa_ภิริสา วันที่ : 16/06/2008 เวลา : 20.37 น.
http://www.oknation.net/blog/Bhirisa
เมินอดีต มองปัจจุบัน มุ่งสู่อนาคต

ขุนแผน...แหะ แหะ...อ่านแล้ว...หมั่นไส้นายคนนี้มาก ๆ ค่ะ...แต่ก็มีหลายอย่างทำเพื่อชาติ...ยกให้

มอเตอร์ไซด์...อะไรน่ะพี่...น่าตาดูดีจัง...อิอิ
ความคิดเห็นที่ 43
ภูผาน้ำฝน วันที่ : 11/06/2008 เวลา : 09.34 น.
http://www.oknation.net/blog/augustrain
Into each life some rain must fall.

ขุนช้างขุนแผนเป็นเรื่องนึงที่ชอบ
สมัยเรียนวิชาวรรณคดีค่ะ
จนต้องไปหาหนังสือเล่มใหญ่มาอ่าน
เพราะสนุกกับการได้เห็นภาพวิถีชีวิตชาวบ้านสมัยอยุธยา
มีรายละเอียดเกร็ดเล็กเกร็ดน้อยที่น่าสนใจมากจริงๆ
อ่านแล้วรู้สึกรักขุนช้างมากกว่าขุนแผนมากๆๆๆ
ความคิดเห็นที่ 42
นักข่าวบ้านนอก วันที่ : 10/06/2008 เวลา : 21.07 น.
http://www.oknation.net/blog/opel

มอไซด์..ขี่ได้เปล่าค่ะ
ความคิดเห็นที่ 41
แมวเหมียว วันที่ : 10/06/2008 เวลา : 17.41 น.
http://www.oknation.net/blog/wassanok

มอเตอร์ไซค์เท่จังเลยค่ะ ยังกะตั๊กแตน
ความคิดเห็นที่ 40
วิตามินบี วันที่ : 10/06/2008 เวลา : 11.08 น.
http://www.oknation.net/blog/babymind
ความอ่อนน้อมถ่อมตน คืออาภรณ์ประดับกายที่งดงาม


รถมอเตอร์ไซด์เณรแก้ว
ขำมากค่ะพี่นุ
ขนาดกระทัดรัดเหมาะกับบีมาก
ความคิดเห็นที่ 39
ราษีไศล วันที่ : 10/06/2008 เวลา : 09.44 น.
http://www.oknation.net/blog/motorcyrubjang
บ้านดวนน้อย ราษีไศล ศรีสะเกษ /www.banduannoi.com/ www.tourthailand.th.gs

ภาพหาดูยากครับ
ความคิดเห็นที่ 38
chedtha วันที่ : 09/06/2008 เวลา : 22.54 น.
http://www.oknation.net/blog/chedtha
http://www.oknation.net/blog/chedtha3 (ความทรงจำที่สวยงาม)

สวัสดีครับ พี่นุ

รออ่านเรื่องขุนช้างขุนแผนต่อนะครับ



อัพบล๊อกเฉพาะบ้าน chedtha3
ส่วนบ้านหลัก ยังไม่มีเวลาอัพบล๊อกเลยครับ
---------------------------------
"ความสุขของเด็กๆ และ ความสุขของผู้ใหญ่ด้วย"
http://www.oknation.net/blog/chedtha3/2008/06/09/entry-1
ความคิดเห็นที่ 37
อธิฏฐาน วันที่ : 09/06/2008 เวลา : 21.41 น.
http://www.oknation.net/blog/sandstone
เพราะคุณเป็นมากกว่าเพื่อน

ชอบวรรณคดีขุนช้างขุนแผนมากเลยค่ะ
ความคิดเห็นที่ 36
ซันตะวันยิ้ม วันที่ : 09/06/2008 เวลา : 21.38 น.
http://www.oknation.net/blog/suntawanyim

เพิ่งเคยได้ยินชื่อ นิยายรักสุพรรณบุรี น่ารักดีจัง
ความคิดเห็นที่ 35
BlueHill วันที่ : 09/06/2008 เวลา : 20.52 น.
http://www.oknation.net/blog/charlee
ฟ้าคราม ป่าเขียว กาแฟหอมกรุ่น

มอเตอร์ไซต์เณรแก้ว
พี่เข้าใจอุปมาอุปไมยครับ



ความคิดเห็นที่ 34
มะอึก วันที่ : 09/06/2008 เวลา : 20.02 น.
http://www.oknation.net/blog/panakom

พี่นุ...ผมเข้ามาอ่านเรื่องนี้ตั้งหลายรอบแล้ว ผมยังไม่ได้ฝากรอยรักไว้ให้พี่หรือนี่....
ผมนี่เป็นคนใช้ไม่ได้จริง ๆ
.
วันนั้นผมหนีกลับบ้านก่อนเวลา เลยไม่ได้ติดต่อพี่นุครับ
.
ความคิดเห็นที่ 33
ญาใจ วันที่ : 09/06/2008 เวลา : 19.56 น.
http://www.oknation.net/blog/yahyy
@...ถ้าทำแล้วฝืน ก็จงอย่าฝืนที่จะทำ...@

หนูมารับรถจ้าวค่ะ พี่ชาย

ความคิดเห็นที่ 32
ฉัตร/ณ/สมุย วันที่ : 09/06/2008 เวลา : 15.57 น.
http://www.oknation.net/blog/Chatsamui

เข้ามาบอกน้าบาวในนี้ว่าได้แสตมป์แล้ว ขอบคุณมากครับ
ว่าแต่ว่าการ์ดสองใบนั้นใช้พันปรือ

วันหลังค่อยเข้ามาอ่านเรื่องครับ
ความคิดเห็นที่ 31
spyone วันที่ : 09/06/2008 เวลา : 12.56 น.
http://www.oknation.net/blog/spyone
  โลกหมุนด้วยความรัก


ความคิดเห็นที่ 30
บ้านพระธรรม วันที่ : 09/06/2008 เวลา : 12.23 น.
http://www.oknation.net/blog/sarattatham
บ้านพระธรรม

พี่นุขา...ก้อนหิน มาตามไปบ้านพระธรรม ค่ะ

รู้มั๊ยเอย? วันนี้เป็นวันอะไร รู้ไม่รู้ต้องไปอ่านบทความของท่านลุงรักษ์ นะคะ
ตาม link นี้ค่ะ
http://www.oknation.net/blog/sarattatham/2008/06/09

ก้อนหิน
คุณากร ๐๐๐๔
ความคิดเห็นที่ 29
kikuno วันที่ : 09/06/2008 เวลา : 08.38 น.
http://www.oknation.net/blog/konbini

ปีขาล วันอังคาร เดือนห้า
ได้ยินบ่อยค่ะ
เพิ่งรู้ที่มาก็วันนี้เอง ขอบคุณค่ะ

เสภาขุนช้างขุนแผน
ยายชอบอ่านกล่อมให้น้องชายตอนเด็กๆ
ฟังเวลาให้นอนตอนกลางวันค่ะ
พี่สาวฟังด้วยก็เพลินๆ แต่น้องหลับไปแล้ว
ความคิดเห็นที่ 28
Jui วันที่ : 09/06/2008 เวลา : 08.36 น.
http://www.oknation.net/blog/jui880

มาดูมอเตอร์ไซด์ของเณรแก้ว
เจ๋งจริงๆ...
ความคิดเห็นที่ 27
pimahn วันที่ : 09/06/2008 เวลา : 04.53 น.
http://www.oknation.net/blog/pimahn
http://www.oknation.net/blog/pimahn2                                   http://www.oknation.net/blog/pimahn3

สวัสดีครับ พี่นุ

ว่าจะแวะมาอ่าน เรื่อง ขุนช้างขุนแผน ต่อ
พี่นุ ก็ยังไม่มีเวลา เขียนต่อเลยนะครับ

---------------------------------------
ร่วมแลกเปลี่ยนความคิดเห็นกันครับ "ว่าด้วยการเลี้ยงลูก"
http://www.oknation.net/blog/pimahn/2008/06/09/entry-1
ความคิดเห็นที่ 26
ting วันที่ : 08/06/2008 เวลา : 21.07 น.
http://www.oknation.net/blog/Germany

คนไทยเก่งหลายอย่างแต่ไม่มีคน ไม่มีทุนสนับสนุนใช่ไหมค่ะ
ความคิดเห็นที่ 25
คุณนายหวี วันที่ : 08/06/2008 เวลา : 17.37 น.
http://www.oknation.net/blog/hello

เอาเข้าไปคุณจ้อ..เขียนไปเขียนมาชักมีบท วาบหวิวให้ได้อ่านแซม ๆ มาบ้างละนะ แต่ก็ชอบค่ะ ( เข้าทำนองปากว่าตาขยิบ ) คุณนายไปเตร็ดเตร่ที่ข้างปณ.วัดเลียบตั้งแต่เด็ก ๆ เลย เข้า กทม.ทุกครั้งก็ไปพักที่ร้านของป้านั่นแหละแถวนั้นเที่ยวซะปรุแล้วละค่ะ...
ความคิดเห็นที่ 24
กระเจี๊ยบ วันที่ : 08/06/2008 เวลา : 01.40 น.
http://www.oknation.net/blog/JinjokJiap
จิตเป็นนาย กายเป็นบ่าว

อ่านเอ็นทรี่ของพี่นุสองรอบเลยนะนี่
ขุนช้างขุนแผนอ่านแล้วเพลินดีค่ะ
ความคิดเห็นที่ 23
กระเจี๊ยบ วันที่ : 08/06/2008 เวลา : 01.35 น.
http://www.oknation.net/blog/JinjokJiap
จิตเป็นนาย กายเป็นบ่าว

สมัยเด็กก็เรียนเรื่องนี้ค่ะ อ่านให้ยายฟังเป็นประจํา
เมื่อก่อนมีรายการขับเสภาขุนช้างขุนแผนออกทางทีวีด้วย
ความคิดเห็นที่ 22
คนใส่แว่น วันที่ : 07/06/2008 เวลา : 22.07 น.
http://www.oknation.net/blog/chattrg


เป็น
นิยายที่
อ่านไม่เบื่อ ครับ
ชอบเกือบทุกตอน
โดยเฉพาะ
ตอนที่
ขุนแผนทำกุมารทอง
สุดยอด ครับ
ความคิดเห็นที่ 21
feng_shui วันที่ : 07/06/2008 เวลา : 20.08 น.
http://www.oknation.net/blog/buzz
feng_shui

มอเตอร์ไซค์ เท่ห์มาก แถมป้ายสุพรรณด้วย

ขอบคุณสำหรับเรื่องราวค่ะ
ความคิดเห็นที่ 20
คนช่างเล่า วันที่ : 07/06/2008 เวลา : 16.39 น.
http://www.oknation.net/blog/nukpan
คนช่างเล่า....และเล่า เรื่องเก่า...

อันซึ่งการประเวณีไม่มีครู
ความคิดเห็นที่ 19
กัสโต้ วันที่ : 07/06/2008 เวลา : 14.12 น.
http://www.oknation.net/blog/custo
LIFE IS BEAUTIFUL WHEN YOU WALK SLOWLY

ขอบคุณสำหรับความรู้ดีๆ ค่ะ
ความคิดเห็นที่ 18
สายลมที่ผ่านมา วันที่ : 07/06/2008 เวลา : 13.42 น.
http://www.oknation.net/blog/swongviggit
Emerald cool we may be  As water in cupped hands  But ,Oh that we might be  As splinters of glass in cupped hands. ~~ออง ซาน ซูจี~~


ตอนนี้ จำได้แต่บทนี้ อิอิอิ

๏ สนิทหลับรับขวัญเจ้าทั้งหลับ ดังยิ้มรับให้พี่มาร่วมหมอน
โฉมแฉล้มแย้มยิ้มพริ้มเพรางอน งามเนตรเมื่อเจ้าค้อนพี่ยามชม
คอคางบางแบบกระทัดรัด เล็กยาวขาวขัดดูงามสม
ไม่พร่องบกอกนางอล่างนม ค้อยผงมสงวนต้องประคองทรวง ๚
๏บทอัศจรรย์
๏ ประเดี๋ยวจับประเดี๋ยวจูบเฝ้าลูบชม แก้มกับนมนี่เจ้าชื้อมาหรือขา
ทำเล่นเหมือนเป็นเชลยมา ฟ้าผ่าเถอะไม่ยั้งไม่ฟังกัน
จะหยิกเท่าไรก็ไม่เจ็บ ฉวยเล็บมาจะหักให้สะบั้น
อุยหน่าอย่าทำสำคัญ ฟาดฟันเอาเถิดไม่น้อยใจ
ทำเล็บหักเหมือนไม่รักพี่จริงจัง ถึงเงินชั่งหนึ่งหารักเท่าเล็บไม่
เข้าชิดสะกิดพิมยิ้มละไม อุ้มแอบอกไว้ด้วยปรีดา ๚

อีกตอนหนึ่ง
๏ พายุหนักชักใบไดครึ่งรอก แต่กลับกลอกกลิ้งกลับเป็นนักหนา
ทอสมอรอท้ายเสียหลายครา จนเภตราหยุดแล่นเป็นคราวคราว
สมพาสพิมดุจริมแม่น้ำตื้น ไม่มีคลื่นแต่ละลอกกระฉอกฉาว
ปะสายทองดุจต้องพายุว่าว พอออกอ่าวก็ล่มจมไปเลย ๏

ความคิดเห็นที่ 17
สายลมที่ผ่านมา วันที่ : 07/06/2008 เวลา : 13.39 น.
http://www.oknation.net/blog/swongviggit
Emerald cool we may be  As water in cupped hands  But ,Oh that we might be  As splinters of glass in cupped hands. ~~ออง ซาน ซูจี~~


เรื่องนี้รู้จักครั้งแรกสมัยเด็ก ๆ ค่ะ

ดูช่องเจ็ด อิอิอิ สมัยคุณสมชาย เล่นน่ะค่ะ ยังจำเพลงได้เลย

เรืองเก่านมนามปี เราท่านรู้ดีขุนช้างขุนแผน เรืองรักครั้งวัยรุ่น ก่อเรืองเคืองขุ่นสองขุนขุ่นแค้น
ศึกรบไม่เท่าไร ศึกรักทำไมให้หนักใจแผน ศึกเสือและเหนื่อใต้ ไม่เคยหวั่นไหวมีชัยทั่วแดน

ศึกรักหนักใจมหมอง โอ้เอ้ยวันทองน้องเจ้ามาเปลียนแผน ยิ่งคิดยิ่งซ้ำโศก อยากจะจับช้างโขลกให้บี้ให้แบน

ตอนเรียนเคยท่องค่ะ

จะกล่าวถึงพรายแก้วแวววัย เมื่อบิดาบรรลัยแม่พาหนี
ไปอยู่เมืองกาญจนบุรี กับนางทองประสีผู้มารดา

-- ลืม --
ความคิดเห็นที่ 16
cancer วันที่ : 07/06/2008 เวลา : 09.25 น.
http://www.oknation.net/blog/ION


วันนี้เป็นเรื่อง เหมือนว่าจะเป็นธรรม....

ไปนพิพานไม่รู้กลับ
คิดถึงขนมจีนที่ปากพนังต้องมีผัก....ดอง
ความคิดเห็นที่ 15
คนช่างเล่า วันที่ : 06/06/2008 เวลา : 22.13 น.
http://www.oknation.net/blog/nukpan
คนช่างเล่า....และเล่า เรื่องเก่า...

ตอบความเห็นที่ 13 น้องหมีปิศาจ

การศึกษาสมัยก่อนนั้น มีการสอน เรื่องคาถาอาคมจริงๆ

ครับ วัดเป็นสำนักเล่าเรียนของหนุ่มๆสมัยก่อน ตลอดความเชื่อมั่นในคาถาอาคม เช่น การเสกใบมะขามเป็นตัวต่อตัวแตน
การเรียนนะจังงังล่องหน

การเลี้ยงพรายกระซิบ

ตลอดจนวิชาโหร ดูฤกษ์ ดูยาม

วิชายาแผนโบราณ สมุนไพร่

การทำผงดินสอ ทำตัวนะปัถมัง

ผงดินสอเรียกกันว่าผงอิทธิเจ

อิทธิเจแปลว่ารูปสำเร็จ วัดสมัยก่อนเรียนอักษรขอมกับ

ภาบาลี ผงอิทธิเจเป็นผงที่มัอำนาจ เป่าถูกใคร หรือให้ใครกิน ทำให้เกิดความรักต่อเจ้าของผง ครับใครอยากทราบจะบอกให้ทราบนะว่าทำอย่างไร

ปัถมัง เรียกกันว่านะปัถมัง

หรือะหน้าทอง นะแคล้วคลาด นะปัดตลอด

อาจารย์เป่าลงบนกระหม่อมหรือหน้าผาก

ปัถมังคือปฐม
นะย่อมาจากนะโม พุทธายะ

เณรแก้วบวชเณรที่วัดป่าเลไลย์ ได้ พิมเป็นเมีย

และได้สายทองในกุฏิวัดป่าเลไลย์ มีพระ มาเห็นเข้า ร้องตะโกนว่าเณรแก้วสีไฟเจ้าข้าเอย(สีไฟคือการอึ่บสีกา หรือเมค)

ไปตามสมภารมีมา สมภารไล่ตีกระโดหนีทางหน้าต่าง

สวนสายทองหนีไปทางล่อง

เมื่อเณรแก้วหนีออกจากวัดป่าเลไลย์ จึงไป หาอาจารย์คงที่วัดแค
ความคิดเห็นที่ 14
กระเช้าสีดา วันที่ : 06/06/2008 เวลา : 16.07 น.
http://www.oknation.net/blog/thanapa

สวัสดีค่ะ
ไม่ได้มาทักทายซะนานเพราะหน้าที่ค่ะ
ตอนนี้คุณแม่ออกจาก รพ.แล้วเลยมีเวลามาทักทายเหมือนเดิม
วันนี้จะมาชวนไปเที่ยวไร่องุ่นคุณสุพรรษากันค่ะ
http://www.oknation.net/blog/thanapa
ความคิดเห็นที่ 13
หมีปิศาจ วันที่ : 06/06/2008 เวลา : 13.06 น.
http://www.oknation.net/blog/mee104
ขอบคุณสำหรับทุกความเห็น ช่วยแนะนำมือใหม่หัดเขียนด้วยครับ

พี่นุครับ ในหนังสือไม่ได้พูดถึงวิชาอาคมของขุนแผนใช่ไหมครับ
ที่ดูในหนังเห็นมีเรื่องพวกนี้ด้วย ผมเข้าใจว่าเป็นการเสริมแต่งเข้าไปเท่านั้น

แต่อ่านแล้วเห็นภาพจริงๆ เลยครับ
ความคิดเห็นที่ 12
pimahn วันที่ : 06/06/2008 เวลา : 01.13 น.
http://www.oknation.net/blog/pimahn
http://www.oknation.net/blog/pimahn2                                   http://www.oknation.net/blog/pimahn3

กำลังอ่านเพลินๆ พี่นุก็เล่าค้างไว้แค่เนี้ย
หวังว่าจะได้มาอ่านต่อนะครับ

ชอบมากเลยครับ บทวิเคราะห์วรรณคดีไทย
อยากอ่านต่อนะครับพี่นุ

โหวตให้ครับ

------------------------------------
ก่อนตัดสินใจแต่งงาน - ตอบคำถามนี้ก่อน
http://www.oknation.net/blog/pimahn/2008/06/05/entry-1
ความคิดเห็นที่ 11
..ขิงชมพู.. วันที่ : 05/06/2008 เวลา : 22.31 น.
http://www.oknation.net/blog/khingchomphuu

ขอบคุณเรื่องราวดีๆ ฟื้นความทรงจำค่ะ...
ความคิดเห็นที่ 10
แล่มจันท์พิศาโล วันที่ : 05/06/2008 เวลา : 20.08 น.