พิมพ์หน้านี้
|
วรรณคดี เรื่องขุนช้างขุนแผน เป็นนิทานพื้นบ้าน ที่แต่งเป็นตอนๆ มีผู้แต่งหลายคน แสดงอรรถรสของกวี นิพนธ์ยังฉายภาพสังคมไทย ประเพณีวัฒนธรรม ไทยใน ยุคนั้น อธิบายขยายความในทางตำนานโบราณคดี ภูมิศาสตร์ ประวัติศาสตร์ จึงเป็นวรรณคดีที่น่าศึกษาค้นคว้า อีกเรื่องหนึ่งสถานที่ทางภูมิศาสตร์ เรื่องขุนช้างขุนแผนน่าติดตามศึกษามาก จะเป็นสถานที่มีอยู่จริงๆในบ้านเมืองเรา จึงควรนำมาเป็นแหล่งท่องเที่ยวในเชิงวรรณกรรม
ภาพประกอบเรื่องในหนังสือเล่าเรื่องขุนช้างขุนแผน นายตำราณ.เมืองใต้ กาญจนาคพันธ์ เณรแก้ว หรือขุนแผนเวลาต่อมา นัดนางพิมพิลาไลย มาที่ไร่ฝ้ายเณรแก้วลาสึกเองชั่วคราวมาพบสาว พิม เณร ฉุดเอาสไบแพรสาวพิมหลุดลุ่ย แล้วกระซิบเบาๆ นมเจ้างอนงามปลั่งดังเงินยวง ประโลมล่วงน้องหน่อยอย่าน้อยใจพูดพลางก็กอดสาวเข้ าไว้บนตัก สายทองมาเห็นเข้า ทักว่า เออวันนี้น้องเราเป็นอะไรไป ดูหลังไหล่เปรอะฝุ่นละอองไปทั้งนั้น เสภา เรื่องขุนช้าง ขุนแผน เป็นวรรณคดี เรื่องเดียว ที่มีฉากเป็นไทย และตัวละครเป็นไทย เป็นชีวิตจริง(Realism) เหตุผลความต่อเนื่องของเหตุการณ์ กับนาฏบท (Dramatization) นายตำรา ณ.เมืองใต้ (อจ.เปลื้อง ณ.นคร) กับ กาญจนาคพันธ์ ( ท่านขุนวิจิตรมาตรา) ท่านทั้งสองได้นำมาเล่าลงในหนังสือวิทยาสาร ไทยวัฒนาพานิช พิมพ์จำหน่าย ปี พ.ศ. 2505 เรื่องขุนช้างขุนแผนเป็นวรรณคดีพื้นบ้าน เมื่ออ่านแล้วได้ อรรถรส ได้ความรู้ ในทางตำนาน โบราณคดี ประเพณี วัฒนธรรม ภูมิศาสตร์ ประวัติศาสตร์ชาติไทย ทุกๆครั้งที่ผมขับรถยนต์ ไปตามถนนหมายเลข 347 มุ่งสู่ลพบุรีนั้น สถานที่ ที่เกี่ยวข้อง กับวรรณคดีขุนช้างขุนแผน นั้นมีหลายแห่ง ที่ผู้นำท้องถิ่น หรือคุณครูทางวรรณคดี น่าจะนำมาเป็นแหล่งพัฒนาการท่องเที่ยวได้ เช่น บ้านดาบโก่งธนู สถานที่แม่น้ำลพบุรี ไหล่ผ่าน สถานที่แห่งนี้ ปัจจุบันนี้ ถนนที่ผมกล่าวถึง เลียบลัดเลาะมาทางแม่น้ำ มีต้นไทรใหญ่ ที่ขุนแผนได้นำดาบฟ้าฟื้นมา ซุกซ่อนไว้เมื่อคราวที่เข้ามามอบตัวแก้ฟ้องขุนช้าง และติดคุกที่กรุงศรีฯ อยู่นาน หลายปี เรื่องขอกล่าวหาว่าขุนแผนลักเมีย(จริงๆแล้วพิมหรือวันทองเป็นเมียขุนแผน แต่ขุนช้างแกล้งตลอดเวลา เพราะอยากได้เมียเขา) ขุนแผนพาเมียหนี ดั้นด้นไปตามที่ต่างๆ วันทอง (หรือพิมฯ เปลี่ยนชื่อเป็นวันทอง) เมื่อท้อง ก็เดินทางปหลบซ่อน อยู่กับพระพิจิตร ติดคุกอยู่หลายปี พลายงามลูกชายไปขอให้ขุนแผนไปช่วยทำศึกด้วย จึงแวะไปเอาดาบ ที่ซ่อนไว้ ที่โพร่งต้นไทร ที่บ้านดาบโก่งธนู พื้นที่รอยต่อ อยุธยาฯ กับอำเภอเมืองลพบุรี เมื่อเดินทัพไปตีเชียงใหม่ แวะให้กองทัพค้างคืน ที่บ้านพิตเพี้ยน มหาราช (ตรงนี้ ยังสถานที่จริงอยู่ ตลอดแนวแม่น้ำลพบุรี ยังมีต้นไม้ใหญ่ๆมากมาย) จึงเป็นวรรณคดีที่น่าศึกษาค้นคว้า สถานที่ต่างๆ ในเรื่องเป็นสถานที่มีอยู่จริงๆ เรื่องนี้ เหตุการณ์ต่างๆอยู่ในช่วงกรุงศรีอยุธยา บ้านเมืองเป็นสุข พระเดชานุภาพของพระพันวษา แผ่ไปทั่วทิศ (ข้อสัณนิฐานของกรมพระย่ดำรงราชานุภาพว่า สมเด็จพระพันวษา นี่ควรจะเป็น สมเด็จพระรามาธิบดี ที่2 พ.ศ.2034-25072) พระองค์ท่านดำรงอยู่ในทศพิธราชธรรม ในสมัยกรุงศรีอยุธยาที่ตำบลบ้านพลับ มีชายเชื้อทหาร ชื่อขุนไกรพลพ่าย ขุนไกร แต่งงานกับนาง ขุนไกร ได้รับตำแหน่ง เป็นนายทหาร ใหม่ที่สุพรรณบุรี ขุนไกรมีพลทหารอยู่ในบังคับบัญชา 700 คน ที่เมืองสุพรรณ มีนายทหารกรมช้างกองนอก คนหนึ่งชื่อขุนศรีวิชัย เมียชื่อนางเทพทอง ตั้งบ้านเรือนอยู่ตำบลท่าสิบเบี้ย ครอบครัวนี้เป็นเศรษฐีใหญ่ และอีกตำบลหนึ่งคือตำบลท่าพี่เลี้ยง เป็นที่ตั้งบ้านเรือน พันศรโยธา มีเมียชื่อศรีประจัน นางศรีประจันปากร้ายด่าเก่งมากๆในวรรณคดีเขียนไว้เช่นนั้น เธอมีน้องสาวชื่อบัวจัน ไปแต่งงานกับนายโชติคง นายโชติคงตั้งบ้านเรื่อนอยู่บางเหี้ย นายคนนี้ ก็เหี้ยสมชื่อบาง เพราะชอบขโมยควายชาวบ้าน ในวรรณคดีเรื่องขุนช้างขุนแผนนี้ แฝงความเชื่ออะไรๆไว้น่าศึกษามาก ผมอ่านเรื่องนี้มาหลายครั้ง หลายรอบ เก็บอรรถรส บทต่างๆไว้มาก ความเจ้าชู้ของเณรแก้ว หรือพลายแก้ว หรือขุนแผน ในเวลาต่อมา บทพิศวาส นั้น สมัยผมเด็ก เรียนไปก็งันๆเอง เรียนเพื่อสอบไล่ รสอารมณ์ต่างๆ แทบไม่มีเลย ทำให้ทราบว่าคนโบราณ ท่านมีความเชื่อว่าคนเราเกิดมานั้น ผีอยู่บนปลายไม้ เป็นผู้ปั้นให้มาเกิด ปัจจุบันอ่านเรื่องนี้ บทอัศจรรย์ตอนต่างๆมันเห็นภาพเลยละครับ จะกล่าวกลอนถึงกำเนิดคนทั้งหลาย เมื่อแรกเข้าสู่ครรภ์บรรยาย ว่าไอ้ผีแสนร้ายบนปลายไม้ กลางคืนปั้นรูปหัวเราะขิก แล้วหยิบหยิกบีบี้มิเอาส่ำได้ ปั้นแล้วปั้นเล่าเฝ้าริกไป เอานั้นนี้บี้ใส่ให้ครบครั้น ครับเห็นภาพเลยละทางวิทยาศาสตร์ มันบี้กันจริง หรือการเสพสมกัน คนโบราณท่านยกมาพรรณนา ขอนำท่านไปบ้านท่าสิบเบี้ย สถานที่ตั้งนิวาสถาน บนเรือนขุนศรวิชัย กำลังโกลาหลกัน เพราะนางเทพทองร้องโอดโอย พวกบ่าวไพร่วิ่งกันวุ่น บ้างก็เสกน้ำมนต์ บ้างโปรยข้าวสาร บ้างเอวเบี้ยเหน็บฝาเรื่อน เพื่อเป็นเคล็ดให้ลูกคลอดง่ายๆ ฝ่ายขุนศรีวิชัยนั้น เป่ามนต์พรวดๆ ลงบนขม่อมเมีย ทำพิธีกันหลายอย่าง สืบทราบมาว่านางเทพทองชอบด่าผัว จึงเอาน้ำล้างเท้า ขุนศรีวิชัย มาให้ ดื่มแก้เคล็ด ลูกนางเทพทองศีรษะล้าน มาแต่กำเนิด เมื่อน้องเทพทองเห็นแล้วสะบัดหน้าหนี แต่เวลาตกฟากเป็นมงคลฤกษ์ มีนิมิตอันดี คือตรงกับเวลา ที่ผู้นำช้างเผือกมาถวายพระมหากษัตริย์ จึงให้ชื่อขุนช้าง เรื่องย่อๆและตัวละครเอก ที่ตำบลบ้านพลับ เป็นที่ตั้งบ้ารเรื่อนของขุนไกร พลพ่าย ขุนไกรฯแต่งงาน กับนาทองประศรี สาวงามตำบลวัดตะไกร ต่อมาขุนไกรได้รับตำแหน่งเป็นนายทหารคุทกด่าน ทางเมืองสุพรรณบุรี มีลูก คือพลายแก้ว หรือขุนแผนเวลาต่อมา พลายแก้วหรือขุนแผนนั้นเป็นคนชะตาแรง เกิดปีขาล วันอังคาร เดือนห้า เป็นคนรูปงาม พูดเก่ง ขุนศรีวิชัย เป็นนายช้างกองนอก มีเมียชื่อนางเทพทอง ตั้งบ้านเรื่อนอยู่ท่าสิบเบี้ย มีลูกคือขุนช้าง ขุนช้างเกิดเป็นมงคลฤกษ์ มีนิมิตรดี คือเวลาตรงกัผู้นำช้างเผือกมาถวายพระพันวษา พ่อแม่จึงพร้อมใจตั้งชื่อว่าช้าง ที่ตำบลท่าพี่เลี้ยง พันสรโยธา มีเมยชื่อศรีประจัน ปากจัดด่าเก่ง มีลูกสาวคือพิมพิลาไลย มีคุณสมบัติเป็นหญิงพร้อม อายุ 5 ขวบ แสดงฝีมือเย็บปักถักร้อยแล้ว ตัวละครอันมีคุณสมบัติประจำตัวต่างๆ ได้มีเหตุการณ์พัวพันกันตลอดเรื่อง เสภาขุนช้างขุนแผนนี้ แมจะมีกวีหลายท่านช่วยกันแตง แต่ก็ได้ให้บทบาทตัวละครทั้งสามนี้ ได้เหมาะเจาะตลอดเรื่อง
นำรถมอร์เตอร์ไซด์ วิศกรไทยทำเอง เจ้าของรถเป็นวิศวกรเมืองปลาไหล อุ๋ยพูดผิด โทษ ๆ เมืองสุพรรณ อาชาไนย
มอเตอร์ไซด์เณรแก้ว ไว้แว้น แว้น ไปเกี่ยวสาวๆฮาฮา.....
ญาตินักเพลงโฟคเหน่อ มารับรถที่เขาส่งมาทางไปรษณีย์ จากภูเก็ต-กทม. ค่าขนส่ง ราคา 1500 บาทครับ จากการสอบถาม เจ้าของรถบอกว่าผมเป็นวิศวกรที่ปรึกษา (คอนเซาส์) ผมไปคุมงานรบบไฟฟ้าโรงแรมใหญ่ที่นั้นเสร็จงานแล้ว นำกลับ กทม.
เรื่องขุนช้างขุนแผน การดำเนินเรื่อง จะอยุ่ที่สุพรรณบุรี เลยนำรถมอเตอร์ไวด์ เมดอินไทยแลนด์เทห์มาให้ชม |