พิมพ์หน้านี้
|
เรื่องขุนช้าง ขุนแผนนั้น เป็นเสภา มีบทกลอนที่พรรณา บทต่างๆไว้ไพเราะ น่าติดตามมาก เด็กๆ ลูกหลานของเรา อ่านหนังสือการ์ตูนญี่ปุ่น หรืออื่นๆ ผมเห็นว่า คุณครูหรือผู้มีหน้าที่เกี่ยวข้องน่าจะสงเสริมให้เยาวชนของเรา เห็นคุณค่าของววรณคดี
ขอนำภาพมาประกอบเรื่อง ตอนที่ ไปปลูกต้นโพธิ์ทอง โพธิ์ทองของพิมพิษฐาน ถ้าอยู่บ้านตัวตายวายดับจิต ขอให้โพธิ์ตายตามอย่างามชิต มาตรแม้นคงชีวิตไม่บรรลัย ขอให้โพธิ์ชุ่มชื่นระรื่นร่ม น้ำสุรามฤตพรมไม่เทียบได้ ถ้าตัวไข้ผ่ายผอมตรอมใจ ใบโพธิ์สลดลงหลากตา ผมนำภาพนี้มาประกอบ เมื่อขุนแผนแต่งงานได้สองวัน ขุนช้างแกล้ง ถวายรายงานให้ขุนแผนเป็นแม่ทัพไปทำศึกเมืองเชียงทอง คือเรื่องตอนก่อนๆนั้นขุนช้างหัวล้านก็หมายปองพิม อยู่ เณรแก้วสึกออกมาแต่งงานด้วย อยุ่กินกันไม่กี่วันต้องไปทำศึก เมื่อทราบว่าต้องไปศึก นั้นบทกลอนไพเราะหลายตอน เมียจะนอนคนเดียวกระไรรอด ใครจะกอดพิมนอนไม่หนาวหาย เคยแอบแนบข้างไม่ห่างกาย เมียจะตายแล้วพ่อทูลกระหม่อมเมีย ขุนช้างขุนแผน หรือนิยายรักสุพรรณบุรี ตอนที่ 2 ความเดิม.......
ขุนไกร แต่งงานกับนางทองประศรี สาวสวยแห่งตำบลวัดตะไกร เมื่อแต่งงานอยู่กินกัน แล้ว ขุนไกรได้รับต่ำแหนงเป็นนายทหารคุมด่าน ที่เมืองสุพรรณบุรี ผัวเมียคู่นี้จึงย้ายไปปลูกบ้านที่สุพรรณบุรี ขุนไกรมีทหารในบังคับบัญชา 700 คน นาง วันนั้นเป็นวันดี เมืองจีนเอาแก้วมาถวายในหลวง จึงตั้งชื่อพลายแก้วเป็นคนพูดไพเราะ รูปหล่อพูดเก่ง เจ้าคารม กิริยามารยาทดี ย้อนกลับมาทางบ้านขุนศรีวิชัย ที่มีลูกชายชื่อขุนช้าง ได้ตัวขุนช้างเข้าเฝ้าถวายตัว แต่สมเด็จพระพันวษาเห็นว่ายังเด็กอยู่ จึงโปรดให้ขุนศรีวิชัยนำตัวกลับไปก่อน ไว้ให้โตขึ้น จึงให้มาฝึกราชการ ขณะที่ขุนศรีวิชัย พักอยู่ในกรุงศรีอยุธยา นั้น ทราบว่าทางเมืองสุพรรณบุรี มีควายป่าชุกชุม จึงให้ขุนศรีวิชัย รีบเดินทางกลับ ไปสุพรรณบุรี นำรับสั่งให้ขุนไกร เตรียมรับเสด็จ จัดทำพลับพลาไว้บนที่ดอนใกล้ๆลำธาร และให้ทหารตอนฝูงควายเตรียมไว้ คืนนั้น นาง นั้นเมื่อล้างหน้าเสร็จ เข้าไปอุ้มพลายแก้ว บทกลอนพูดถึงความรักของพ่อที่มีต่อลูกน่าฟัง อุ้มลูกประคองทั้งสองมือ ประจงจูบลูบถือแต่เบาเบา ขุนไกรรู้ว่าตัวเองต้องตายแน่ๆ จึงสั่งเสีย ให้ทองประศรี ดูแลลูกให้ดี ให้สั่งสอน อย่าผลักไส เฆี่ยนตี วิชาความรู้ให้สั่งสอน จะได้สืบเชื้อสายภายภาคหน้า เมื่อได้ยินดังนั้นนาง
เมื่อวันต่อนควายมาถึง การไล่ต่อนควายจำนวนมาก ควายจ่าฝูงเกเร กลัวตายวิ่งไม่เป็นระเบียบ พระพันวษาเร่งให้ขุนไกรต่อนควายโดยเร็ว ควายกำลังตกใจคลั่ง เมื่อควบคุมฝูงควายไม่ได้ ขุนไกร คว้าหอกวิ่งออกนำหน้า เพื่อเร่งตอนควายเข้าคอก ให้ทันพระราชประสงค์ ควายมันคลั่งคุมยาก พระพันวษากริ้ว รับสั่งให้เอาขุนไกร ไปตัดหัวเสียบประจาน ตอนประหารขุนไกร มีบทกลอน ที่ขุนไกรคร่ำครวญว่าดังนี้ กรรมทันพี่แล้วแก้วเพื่อนเรือน เจ้านับวันแล้วจะเลื่อนเป็นปีไป สุดคิดพี่แล้วแก้วพี่เอ๋ย ที่ไหนเลยจะได้มาคืนไปรักใคร่ เป็นวิบากจะจากเจ้าจำไกล สุดใจด้วยต้องอาญาตาย ขุนไกรมีสติ พนมมือภาวนาระลึกถึงคุณพระพุทธ พระธรรม พระสงฆ์ อีกทั้งคุณบิดา มารดา แล้วพูดว่า.. ข้าแต่เทพดาน้อยใหญ่ จงทราบเถิดว่า ตัวข้าพเจ้าขุนไกรได้ทำผิดต้องพระราชอาญาถึงตาย ข้าพเจ้าจอยอมรับโทษตามที่ได้ให้สัตย์ปฏิญาณไว้ เพื่อรักษาเกียรติของชายชาติทหาร ครับท่านๆเห็นไหม ว่าชายชาติทหารเขาเป็นเช่นนี้ แม้แต่ชีวิตก็ย่อมตาย แล้วปัจจุบันละ ถูกเขาย่ำยียีทา หาสำนึกไม่........ ตอนเย็นวันประหารขุนไกร พนักงาน เวียง วังคลัง นา ตำรวจซ้ายขวา และพวกบ่าวไพร่ มาบ้านขุนไกรมากมาย นางทองประศรี เห็นเจ้าหน้าที่มามากมาย ตกใจหกล้มลุกคลุกคลาน คว้าพลายแก้วลูกชายใส่เอว หยิบเงินได้ สองถุง กับกระบุงทะลุได้ หนึ่งใบ ลอดลงใต้ถุน ตามทางช่องแมวลอด ค่อยไหลบไป พาลูกหนี ระหกระเหิน ไปถึงบ้านเพื่อนฝูง ขอข้าวเขากิน เดินทางต่อไป พาลูกขึ้นไปนอนขัดห้าง บนต้นไม้ พลายแก้วร้องกระจองอแง บทพรรณนาความลำบากตรงนี้ เมื่อเดินทางเข้าดงเมืองสุพรรณ ยิ่งต่ำมืดยิ่งน่ากลัว เสียงนกยูงร้อง กะโต้งโห้งมาแต่ไกล ได้ยินเหมื่อนขุนไกรร้องเรียก นางยิ่งใจคอไม่ดี ได้แต่ภวานาให้ผัวมาคุ้มครอง อันตราย แต่จะนอนก็นอนไม่ลง อยู่บนต้นไม้ดูมันกีดขวางไปทุกอย่าง เอาผ้าผูกลูกชายกับกิ่งไม้ สะอึกสะอื้นไปพลาง พลายแก้วหาวหวอดๆ ประเดี่ยวก็ขยุกขยิก บอกแม่ว่ามดมันกัดที่โน่นที่นี่ ประเดี่ยวก็บ่นหาพ่อ ประเดี่ยวให้แม่ช่วยตบยุ่ง มิได้หลับนอน จนเพลียจัดหลับไปทั้งแม่ทั้งลูก เรื่องขุนช้างขุนแผนนี้สะท้อนให้เห็นสิ่งที่เรากระทำ เมื่อผิดแล้วต้องรับผิดชอบ เช่นพันท้ายนรสิงห์ นายท้ายเรือพระที่นั่งนั่น คนเราปัจจุบันนี้ รู้หลบเป็นปีกรู้หลีกเป็นหางถือว่าเก่ง ตัวบทกฎหมายหลบเหลี่ยงได้ถือว่าเก่ง เมื่อหลบไม่ได้ ก็หาพวกแก้ไขชวยเหลือกันไป ปัญหาบ้านเมืองมันอยู่ตรงนี้ครับ คนเลวก็เลวเกินบรรยาย ขณะที่เขียน นี้ เป็น วันที่ 10 มิถุนายน2551 พันธมิตรยังขับไล่คนเลวอยู่ นาย เวลาใกล้เคียงกันนั้น พันศรโยธา สามีนางศรีประจัน ไปค้าขายกับพวกละว้า พอกลับมาล้มป่วยตาย นาง เผาศพเสร็จทำบุญกระดูก นางทองประศรีฯผัวถูกประหารชีวิต นางเทพทองฯ ผัวถูกโจรฆ่าตาย นางศรีประจันฯผัวไข้ป่าตาย ทั้งสามคนจึงเป็นหม้าย.. ที่เขาชนไก่ เมืองกาญจนบุรี เป็นนิวาสถาน ของพลายแก้ว เมื่อพลายแก้วแวววัยบิดาบรรลัยแม่พาหนี มาอยู่กับนาง อยู่มาจนเจริญวัย อายุ 15 ปี เข้าไปกราบแม่ว่า แม่จ๋าลูกอยากได้วิชา แม่เห็นหลวงพ่อที่ไหนวิชาดี แม่ช่วยพาลูกไปฝากเรียนเถอาะลูก นางทองประศรี คิดถึงขรัวบุญวัดส้มใหญ่ เณรแก้วเรียนอยู่กับขรัวบุญ จนอาจารย์หมดพุง จึงเข้าไปขอลาพระอาจารย์ขรัวบุญ เดินทางไปสุพรรณบุรี ไปเล่าเรียนที่ สำนัก สมภารมี วัดป่าเลไลย์หลักสูตรที่เรียนมี.. วิชาหัดเทศน์มหาชาติ เทศน์ธรรมวัตร เณรแก้วอยู่สามเดือนเทศน์คล่องแคล้ว สาวแก่แม่หม้าย ติดกันเกรี้ยว นอกจากวิชาเทศน์แล้วยังมี วิชาพิชัยสงคราม โหราศาสตร์ อยู่ยงคงกระพัน ล่องหนหายตัว ผูกพยนต์ เสกเป่าวิชาเจ้าชู้ แต่สมภารมีได้ขอเณรแก้วเรื่องหนึ่ง ฮาๆๆ สมภารว่าดังนี้ เรื่องวิชาเจ้าชู้ของเอ็งน่ะ ข้าขออย่างหนึ่ง เมียเขาแล้วอย่าได้ไปวอแว เชี่ยวเว้ย ถ้าสาวแก่แม่หม้ายแล้วเชิญเถิดข้าไม่ห้าม เอ็งนี่ท่าจะดีดังกูนึก เอาเถอะกูจะให้วิชาเอ็งทุกอย่างไม่ปกปิด สมภารมีว่าแล้วคายชานหมาก พอเณรแก้วรับมาอม สมภารยกสากตำหมากต่อยโครมลงบนหัว เณรแก้วไม่รู้สึกอะไรเลย ขุนช้างแต่งงานกับแม่แก่นแก้ว ลูกสาวหมื่นแผ้ว อยู่กินกันไม่นานป่วยตาย อยู่มามีงานทำบุญที่วัดป่าเลไลย์ พิมมีของมาใส่บาตร นางใส่บาตร เริ่มตั้งแต่ สมภาร มาถึงเณรแก้ว พิมเห็นเณรแก้วรู้สึกคลับคล้ายคลับคลา ว่าเคยเห็นรู้จักมาก่อน จึงตักของใส่บาตรจนล้น เงยหน้าเห็นสีกาทักว่า เออสีกานี่จะแกล้งข้าหรือ ดูเถิดตักของใส่บาตรเสียจนล้นอย่างนี้ จะตักกินอย่างไรกัน เออ.. แล้วก็ของที่อยากได้นั่น ไม่เห็นใส่บาตรให้บ้าง เณรแก้วนั่งนึกถึงว่าสาวหน้ามล คนนี้คือใคร นึกขึ้นมาได้ พิมพิลาไลยเอง สาวขึ้นช่างสวยจับตา เณรแก้วปิ้งพิมเข้าให้แล้ว ตอนต่อๆไปยิ่งสนุกขึ้นเรื่อยๆๆ ผมจะเล่าเร่งรีบเกินไป เกรงว่า จะเสียอรรถรสไป งานเทศน์มหาชาติ ณ.เมืองสุพรรณบุรี ปีระกา สัปศก เป็นงานบุญที่ยิ่งใหญ่งานหนึ่ง หนุ่มสาว มีโอกาสมาพบเจอกัน ฝากรักกัน เทศน์ มหาชาติ มี 13 กัณฑ์ นางศรีประจันทร์ แม่ของพิมพิลาไลย รับกัณฑ์มัทรีย์ มาเป็นเจ้าภาพ วันที่แม่พิมไปฟังเทศน์ วันนั้น แม่พิมแต่งตัว ตรงนี้ต้องเล่าเสียหน่อย เพราะมันเกี่ยวกับการเทศฯ ของเณณแก้ว และขุนช้างด้วย พิมนุ่งผ้านุ่งผ้าพื้นแดง ผ้าไสบชั้นในสีชมพู ผ้าห่มสีทับทิมริ้วทอง วันนั้นสมภารมี รับเทศน์ กัณฑ์มัทรีย์ ท่านเกิดป่วยหรืออาพาธกระทันหัน จึงให้เณรแก้วขึ้นเทศน์แทน สาวพิมเจอเณรแก้วจอมเจ้าชู้ ตาสอดตาประสานใจ ถึงกับสะเทิ้น ก้มหน้ากระมิดกระเมี้ยน เณรแก้วได้ที เป่าคาถามหาละลวยผูกใจผูกตา พิมต้องมนต์ลืมอายไปเลย เณรแก้วเงยหน้า ประตาพิม พยักหน้าร้องทักว่า..เชิญสีกาเข้ามาใกล้ซิ อาตมามีเรื่องจะบอกเล่าให้รู้ คือว่าท่านสมภารมี ท่านอาพาธไปเสียแล้ว จึงให้อาตมามาเทศน์แทน ท่านเจ้าของกัณฑ์ว่าประการใดบ้าง.. แม่พิมยิ้มแล้วตอบว่า ใครจะเทศน์ก็ตามแต่ฉันหาข้องใจไม่ ฦฉันไม่เลือกพระเลือกเณรดอกค่ะ จะชั่วจะดีอย่างไรก็อยู่กับพระบาลีต่างหาก เณรแก้วขึ้นเทศน์ พอถึงตอนมัทรีเสด็จออกตามหาลูก แม่พิมเกิดศรัทธาแก่กล้า เปลื้องไสบสีทับทิมออกมาวางบนพานบูชากัณฑ์เทศน์ พลางอธิฐานว่า.. สาธุขอเดชะข้าทำทาน ให้พร้อมยศบริวารไปภายหน้า ฝ่ายขุนช้างยังนั่งฟังเทศน์อยู่ด้วย ก็คึกคักขึ้นมา ลุกขึ้นมาทำทานบ้างพูดดังๆว่า................ สาธุข้า ขออนุโมมนาด้วย กัณฑ์นี้ถึงแม้ข้าจะไม่ได้เป็นเจ้าของ ก็ขอทำบุญรวมด้วยสักคน เถอาะ พูดพลางหันมายิ้มกับแม่พิม แล้วเปลื้องผ้า อธิษฐานดังๆ สาธุเดชะความเมตตา ขอให้ข้าพบรักสมความคิด ขอให้ได้เร็วภายในค่ำวันนี้เถิดเจ้าพระคู้ณ..ขอให้ผ้าสีทับทิมจงเคลื่อนคล้อยลอยมาหาในค่ำวันนี้เถิดเจ้าพระคูณ.. แม่พิมได้ยินโมโห ชวนพวกบ่าวกลับบ้านกลางกัณฑ์เทศน์ ฝ่ายเณรแก้วเห้นดังนั้นรีบๆลัดตัดตอนเทศน์ รีบๆเอวังด้วยประการะชนี่แล คืนนั้น เณรแก้ว นอนไม่หลับ เกิดกำดัดขึ้นมา ดังกลอนว่าไว้ดังนี้ เอ่ย..ดึกกำดัดลมพัดมาอ่อนๆ พระจันทรแสงสว่างกระจ่างไข เงียบสงัดทั้งวัดป่าเลไลย์ เจ้าเณรน้อยละห้อยให้คนึงนาง เณรแก้วนอนไม่หลับ หลับตที่ไร ภาพใบหน้าพิมมาวนเวียนลอยวนให้เห็น เหมื่อนรักแรกพบของใครๆหลายๆคนนั่นแหละ ไม่เชื่อลองถามตนเองดูซิ ม่พิมเองคืนนั้นฝันประหลาด ว่าว่ายน้ำข้ามไปกับสายทอง ความฝันตรงนี้ เณรแก้ว ลากอี้ดาบฟันทั้งสายทอง และพิมนั้นเอง ฝันแม่นจริงๆ ทางบ้านรั่วใหญ่ ขุนช้างเหล่าก็นอน คิดถึวพิม นอนกระสับ กระส่ายตลอดคืน เช้าวันนั้นเณรแก้ว รีบอาบน้ำล้างหน้า ไปบิณฑบาตร เณรแก้วเดินทางไปบิณฑบาตร บ้านพิม พิม มองลงมาทางหน้าต่าง ดีใจก็ดีใจ แต่ไม่กล้าลงจากเรือน เลยบอกให้สายทองไปใส่บาตรคนเดียว สายทอง บอกเณรแก้วว่าหลังเพลแล้วให้แวะมาหา พ้นเพลแล้วแวะมาหาที่บ้านบ้างซิพ่อเณร เณรแก้วมาตามนัด แวะไปที่ท่าน้ำ เข้าแอบซุ้ม ที่พุ่มไม้ เห็นสายทองนั่งอาบน้ำสีตัวอยู่ที่ริมตลิ่ง เณรแก้ว เอาก้อนดินโยนลงไปใกล้ๆสายทอง แล้วกระแอมให้สัญญาณ สายทองพอรู้ว่าณรแก้วมาตามนัด ก็รีบลุกขึ้นไปหา จริงๆแล้วสายทองก็หลงรักเณรแก้งเช่นกัน ทั้งสอง พากันไปที่พุ่มไม้ลับตาคน มีซุ้มไม้บังรอบๆ สายทองนั้นอาบน้ำ ผ้าเปียกปอนอยู่พอดี ลองนึกภาพดูนะครับ ผ้าเปียกๆรัดรึ่งสภางค์กาย อารมณ์หนุ่มเณรแก้ว มันคงเตลิดเปิดเปิ้งไม่น้อยนะครับ เณรแก้วเอยขึ้นว่าขออภัยฮันเถิดสีกาพี่ อย่าว่าฉันก้าวร้าวหยาบคายอย่างไรเลย เณรแก้วเองอารมณ์หนุ่ม คิดจิตใจว้าวุ่นไม่น้อย
ครับขอคัดลอกบทกลอนของน้องสายลมที่ผ่านมา มาแป๊ะ อ่านเล่นๆให้เสี่ยวซ่าน ขออนุญาตนะครับ
|