พิมพ์หน้านี้
|
ตอนช่วงนี้มีการเสนอประเด็นใหม่ๆในรัฐธรรมนูญฉบับที่กำลังร่างอยู่นี้หลายประเด็น แต่ประเด็นที่ร้อนแรงในช่วงนี้เห็นจะเป็นประเด็นที่เกี่ยวกับ สว ควรจะมาจากการเลือกตั้ง หรือ มาจากการแต่งตั้งที่ท่านอาจารย์จรัญเสนอว่าควรที่จะเป็นผู้ที่วุฒิภาวะ ไม่ได้อยู่ภายใต้การควบคุมของนักการเมือง ประเด็นที่มีการพูดกันมาก่อนหน้านี้เห็นจะเป็นประเด็นเกี่ยวกับ ต้องบัญญัติหรือไม่ว่านายกควรจะมาจากการเลือกตั้ง ประเด็นต่างๆที่มีการเสนอกันในปัจจุบันนี้ ผมคิดว่า ประเด็นส่วนใหญ่จะมุ่งไปที่ "การจัดโครงสร้างทางการเมือง" โดยกฎหมายสูงสุดของประเทศซึ่งผมไม่ขอวิจารณ์ว่า โครงสร้างทางการเมืองควรจะเป็นอย่างไร เพราะว่าเป็นประเด็นที่ค่อนข้างจะเป็นประเด็นทางเทคนิค และเป็นประเด็นที่ตั้งขึ้นมาเพื่อแก้ปัญหาจากทางปฏิบัติที่เกิดขึ้น เนื้อหาที่มีการพูดกันต่อมาในสังคมอีกส่วนหนึ่ง คือ องค์กรอิสระตามรัฐธรรมนูญฉบับปี 40 ควรที่จะมีอยู่ต่อไปหรือไม่ และหากควรที่จะมีอยู่ควรจะเป็นองค์กรที่มีสถานภาพทางกฎหมายเช่นไร องค์กรที่ผมกล่าวถึง คือ ศาลรัฐธรรมนูญซึ่งถูกยุบโดย การรัฐประหาร พร้อมๆกับรัฐธรรมนูญ จากที่กล่าวมานี้ไม่ว่าจะเป็น การจัดโครงสร้างทางการเมือง หรือ การพิจารณาเรื่ององค์กรอิสระ ผมคิดว่า เวลาในการร่างรัฐธรรมนูญคงหมดไปแล้ว สมาชิกสภาร่างรัฐธรรมนูญ คงไม่มีเวลามาพิจารณาถึง สิทธิเสรีภาพของประชาชน และผมมีความเชื่อว่า สสร คงให้ความเห็นว่า สิทธิเสรีภาพของประชาชนที่บัญญัติไว้ตามรัฐธรรมนูญปี 2540 เป็นการรับรองสิทธิเสรีภาพที่มีความสมบูรณ์ในตัวเองไม่มีความจำเป็นที่จะต้องแก้ไข แต่อย่างใด และ สสร คงยกบทบัญญัติในรัฐธรรมนูญปี 2540 ในส่วนที่มีความเกี่ยวข้องกับ สิทธิและเสรีภาพของประชาชนมาทั้งหมด โดยแทบไม่มีการแก้ไข อย่างแน่นอนซึ่งประเด็นนี้ เป็นประเด็นที่ผมอยากจะเสนอความเห็นครับ หากพิจารณารัฐธรรมนูญปี 40 แล้วจะพบว่า เป็นรัฐธรรมนูญที่รับรองสิทธิและเสรีภาพของประชาชนไว้ค่อนข้างสูง แต่ว่าในความเป็นจริงแล้ว เป็นการรับรองสิทธิอย่างมีเงื่อนไขครับเพราะในรัฐธรรมนูญจะมีคำว่า "ทั้งนี้ตามที่กฎหมายบัญญัติ" เช่น มาตรา 46 สิทธิของชุมชนท้องถิ้นก็จะมีคำว่า "ทั้งนี้ตามที่กฎหมายบัญญัติ" นอกจากนั้น ศาลรัฐธรรมนูญซึ่งเป็นองค์กรที่ตีความรัฐธรรมนูญไม่ได้ให้ความสำคัญกับบทบัญญัติในการคุ้มครองสิทธิและเสรีภาพเท่าใดนัก ประเด็นที่มีความเกี่ยวข้องกับ สิทธิเสรีภาพ บางประเด็นศาลรัฐธรรมนูญก็วินิจฉัย ยกฟ้อง เพราะประเด็นตามคำร้องไม่ใช่ "กฎหมาย" ในความหมายของรัฐธรรมนูญ หลังจากที่ศาลรัฐธรรมนูญตั้งมามีการกล่าวกันว่า มีคดีเดียวเท่านั้นที่เป็น ผลงาน masterpiece ของศาลรัฐธรรมนูญ (ยกเว้น คดีเลือกตั้งโมฆะ) คือ คดีสิทธิในการใช้นามสกุลของหญิงขัดต่อหลักไม่หลักปฏิบัติ (non-discrimination) เท่านั้น เพราะนอกจากนั้น คดีที่ขึ้นศาลรัฐธรรมนูญ ก็จะเป็นคดีที่เกี่ยวกับ เรื่องทางการเมืองเป็นส่วนใหญ่ เป็นการตีความเกี่ยวกับ วิธีการตามรัฐธรรมนูญมากกว่า เช่น ซุกหุ้นหรือไม่ หรือ ถอดถอนได้หรือไม่ ยุบพรรคการเมืองบางพรรคที่ไม่ส่งบัญชี (พรรคถิ่นไทยของ ดร พิจิตร) แต่ไม่ค่อยมีผลงานเกี่ยวกับการคุ้มครองสิทธิเสรีภาพเท่าใดนัก (เท่าที่ผมทราบ ถ้าใครเข้ามาอ่านประเด็นนี้แล้วมีความเห็นแย้งกรุณาแบ่งปันความรู้ด้วย) ประเด็นที่ผมอยากจะนำเสนอ คือ ควรจะใช้การคุ้มครองสิทธิและเสรีภาพของประชาชนโดยในลักษณะที่คล้ายคลึงกับมาตรา 3 แห่งรัฐธรรมนูญฉบับชั่วคราวซึ่งในความเป็นจริงแล้ว ให้ความคุ้มครองมากกว่า ปี 40 เสียอีก เนื่องจากรัฐธรรมนูญชั่วคราวให้ความคุ้มครองสิ่งที่เคยมีอยู่ก่อน (ตามรัฐธรรมนูญปี 40) และให้ความคุ้มครองถึงสิทธิและเสรีภาพที่ประเทศไทยเข้าร่วมเป็นภาคีในอนุสัญญาต่างๆด้วย ซึ่งแต่ก่อนการจะให้ความคุ้มครองตามอนุสัญญานั้นจะจำกัดเฉพาะกรณีที่ประเทศไทยได้ออกกฎหมายภายในเท่านั้น ผมอยากจะเสนอให้สิทธิและเสรีภาพทั่วๆไปให้ความคุ้มครองในลักษณะของมาตรา 3 และให้เป็นหน้าที่ของศาลในการสร้างหลักกฎหมาย หรือหน้าที่ของทนายความในการนำแนวความคิดต่างๆมานำเสนอแก่ศาล ให้เป็นหน้าที่ของ อาจารย์เป็นคนสอนว่าสิทธิเสรีภาพควรจะเป็นอย่างไรซึ่งในความเป็นจริง สิทธิและเสรีภาพพวกนี้เป็นสิ่งที่บุคคลมีอยู่แล้วตามธรรมชาติไม่มีความจำเป็นที่จะต้องมาบัญญัติซ้ำอีก สาเหตุที่ผมนำเสนอแบบนี้เพื่อป้องกัน ศาล หรือ นักกฎหมายบางคนตีความว่า สิทธิประเภทนี้ รัฐธรรมนูญไม่ได้รับรอง เพราะฉะนั้น สิทธิประเภทนี้ไม่ได้รับการรับรอง ผมมีความเชื่อครับว่าถ้าเราวางหลักกฎหมายแบบกว้างๆ สิทธิและเสรีภาพของประชาชนจะได้รับการรับรอง และมีบรรทัดฐานที่ดีกว่าปัจจุบันนี้แน่ๆครับ any comments are welcomed |
| fire of puppets | ||
ดนตรีหนักๆครับ |
||
|
View All |
||