พิมพ์หน้านี้
|
ตำนานนักพากย์สายอีสาน วัยหนุ่มของผมเติบโตมาพร้อมโรงหนังที่ต้องใช้นักพากย์เพื่อสื่อสารกับผู้ชม ไม่ว่าจะเป็นหนังจีน หนังฝรั่ง หรือหนังอินเดีย ถ้าจะให้มีอรรถรสจะต้องมีนักพากย์ชั้นดีเป็นเครื่องชูรส สร้างความครืนเครงหรรษา หรือโศกเศร้ารันทดใจ ถึงกับบางครั้งบางโรงติดป้ายชื่อนักพากย์โตกว่าชื่อหนังก็มี โดยเฉพาะชื่อของโกญจนาท,ดาราพร, เหมราช, พงษ์พิทักษ์ แล้วรับรองทำให้ผู้ชมไม่ผิดหวัง วันดวล (The Last Sunset) ภาพยนตร์คาว์บอย เป็นการพบกันระหว่างร้อค ฮัดสัน และเคิร์ก ดักลาส ฉายครั้งแรกเมื่อวันที่ 1 ธันวาคม 2503 ที่โรงภาพยนตร์เฉลิมไทย และเฉลิมกรุง มีนักพากย์ชื่อดัง รุจิรา มารศรี เป็นตัวชูโรง ทำเอาโรงแทบพัง ได้อ่านหนังสือ นักพากย์ผู้ยิ่งใหญ่ โดย ชัยเจริญ อดีตนักพากย์หนังสายใต้ เจ้าของรางวัลนราธิป เกียรติยศของคนเขียนหนังสือ ปี 2548 โดยสมาคมนักเขียนแห่งประเทศไทย ทำให้ได้ทราบเรื่องราวความเป็นมาของนักพากย์หนังในอดีต ตั้งแต่ยุคหนัง สำหรับ ชัยเจริญ มีชื่อจริงว่า ชัยเจริญ ดวงพัตรา เกิดเมื่อวันที่ 14 สิงหาคม 2465 จบการศึกษาจากโรงเรียนเบญจมราชูทิศ นครศรีธรรมราช จากนั้นได้เข้ามาเรียนต่อโรงเรียนช่างกล ปากคลองตลาด กรุงเทพฯ ในวัยหนุ่มได้เขียนเรื่องสั้นลงในนิตยสาร โบว์แดง ยุค สันต์ เทวรักษ์ เป็นบรรณาธิการ และเป็นผู้ก่อตั้งหนังสือพิมพ์ราย 10 วันชื่อ นครพิมพ์ โดยเป็นเจ้าของและบรรณาธิการเอง นับเป็นหนังสือพิมพ์ท้องถิ่นฉบับแรกของจังหวัดนครศรีธรรมราช ในช่วงที่หนังไทย นอกเหนือจากพากย์หนังแล้วเขายังเขียนนวนิยายไว้ประมาณ 10 เรื่อง เรื่องสั้น 11 เรื่อง และบทภาพยนตร์อีก 7 เรื่อง สำหรับผลงานที่น่าสนใจของ ชัยเจริญ มีดังนี้ คุยเฟื่องเรื่องนักพากย์, กรีดหัวใจไว้หลายแผล, แม่เหนือเกล้า, เรือนรัก เรือนทาส, ทหารเสือกรมหลวงชุมพร, คุณหญิง
แม่เหนือเกล้า และคุณหญิง "ชัยเจริญ ได้เล่าถึงตำนานนักพากย์หนังจากสายใต้มาทำมาหากินจนมีชื่อเสียงโด่งดังในแดนอีสาน ไม่ว่าจะเป็น โกญจนาท, มหาราช, พงษ์พิทักษ์, เทพปราณี, เทวาพร, สมมเอก, ชัยฉลอง, ศุภชัย, วัฒนชัย, พงษ์พิศิษฐ์, เดวานันท์, ฉัตรแก้ว, เป็นต้น นักพากย์เหล่านี้ถือว่าเป็นตัวชูโรงเพื่อเพิ่มอรรถรสในการดูหนัง ถึงบางครั้งมีการบันทึกเทปเพื่อนำไปประกอบการฉายในโรงหนังชั้นสองระดับอำเภอ ไม่ว่าจะเป็นหนังจีนฟันดาบของซอว์บราเดอร์ หนังคาวบอยขี่ม้ายิงปืน หนังอินเดียร้องเพลงข้ามเขา ล้วนเป็นที่ชื่นชอบอย่างยิ่ง นักพากษ์เหล่านี้ล้วนสร้างความบันเทิงแก่คอหนัง จนมาถึงยุคหนังเสียงในฟิล์มครองโรงหนังทำให้นักพากย์ตกงานไปตาม ๆ กัน หันไปยึดอาชีพฉายหนังเร่ อัดสปอตโฆษณาตามแนวถนัด บางท่านก็ใช้ชีวิตอยู่กับครอบครัว เลี้ยงลูกเลี้ยงหลานอย่างมีความสุขในบั้นปลายของชีวิต
A Fistful of Dollars หนังคาว์บอยในยุคถัดมาเป็นผลงานการกำกับการแสดงของเซอร์จีโอ ลีโอเน่ มีคลิ้นส์ อีสต์วู้ด แสดงนำในบทของมือปินนิรนามเดินทางผจญภัยในเมืองเถื่อน พร้อมกับเสียงเพลงผสมเสียงปืนเป็นดนตรีประกอบอมตะมาจนถึงปัจจุบัน หนังแนวนี้ยกให้ โกญจนาท หรือไม่ก็ ดาราพร พากย์รับรองอร่อยเหาะทั้งคนดูและคนพากย์ นอกจากนั้นยังได้เขียนถึงจากคำบอกเล่าของ ศุภชัย นักพากย์หนังจากสงขลา ผู้มาโด่งดังในถิ่นอีสานตั้งแต่ยุคมิตร เพชรา ปี 2510 มาถึงยุคหนัง สายเฉลิมวัฒนา หรือสายเฉลิม มีนักพากย์คือ ดาราพร เป็นแม่ทัพใหญ่ ติดตามมาด้วย พงษ์จันทร์ จิตรา, เทพปราณี, เทพอาภรณ์, อุทัยรัตน์ ทิพยวรรณ, ฉัตรแก้ว, จุฬาพรรณ, ชัยฉลอง, สนามเอก สายอีสานภาพยนตร์ หรือสายซำเจี่ย มีนักพากย์ที่เป็นแม่เหล็กและแม่ทัพใหญ่ คือ โกญจนาท, นันทวัน, สาโรจ- สาวิตรี, ชุลีพร เพ็ญจันทร์, ชุลีพันธ์-วนิดา, ศิริชัย และศิริศักดิ์ (ทั้งสองเป็นพี่ชายของ ดร. ภายหลังอเมริกันมาตั้งฐานทัพที่อีสาน ทำให้กิจการโรงหนังได้รับความนิยมมากขึ้นจึงมีการตั้งสายหังอีสานสายที่สาม มีชื่อว่าสาย โคราชฟิล์ม มีนักพากย์แม่เหล็ก คือ มหาราช,เทพปราณี (ย้ายมาจากสายเฉลิม) พรไพร-กันทิมา, อำนวยพร, ศักดิ์สิทธิ์- สุพรรณี ในบางครั้งก็ยิมตัวพงษ์พิทักษ์ และศุภชัย มาพากษ์ด้วย ภายหลังสาย โคราชฟิล์ม เปลี่ยนชื่อเป็น เจ้าพระยาฟิล์ม แต่ถ้าชื่นชอบหนังในแนวอภิหากาพย์จำตำนานไบเบิ้ลต้องยกให้บัญญัติสิบประการ (TheTen Commandment) ของผู้กำกับเซซิล บีเดอร์มิลล์ มีชาร์ลตัน เฮสตัน เป็นดารานำแสดงเป็นโมเสส ผู้นำชาวอิสราเอลอพยพจากอียิปต์ข้ามทะเลแดงไปยังแผ่นดินที่พระเจ้าประทานคือประเทศอิสราเอลในปัจจุบัน หนังเรื่องนี้นักพากย์ชั้นดีมีชัยไปกว่าครึ่ง
มาถึงไอ้ปืนโต (The getaway) ของผู้กำกับจอมซาดิสม์ แซม เพคกินพาห์ เป็นการโคจรมาพบกันระหว่างสตีฟ แม็ควีน และอาลี แม็กกรอว์ สองสามีภรรยาทั้งนอกจอและในจอ หนังเรื่องนี้บู๊ระห่ำ ยิ่งได้นักพากย์ชั้นดียิ่งมันยกกำลังสาม มาดูหนังแบบไทย ๆ บ้าง เรื่อง หัวใจเถือน สร้างจากบทประพันธ์ของบุษยมาส งานสร้างของต๊อกบูมภาพยนตร์ โดยล้อต๊อก กำกับการแสดงโดยครูรังสี ทัศนพยัคฆ์ มีดาราคู่ขัวญ มิตร ชัยบัยชา และเพชรา เชาวราษฎร์ นำแสดง เคยเป็นละครที่โด่งดังของคณะแก้วฟ้ามาแล้ว ฉายครั้งแรกต้อนรับปีใหม่ ปี 2505 ที่ศาลาเฉลิมกรุง สายที่สี่มีชื่อว่า สายเฉลิมไทย มีนักพากย์ชื่อดัง เช่น พงษ์พิทักษ์, ศรอนงค์-พิมพา, ศุภชัย, เทวาพร, พันธ์ดาว, ชัยกมล-สุปรานี,เหมราช, ศักดิ์ชัย-อรุณศรี, อำนวยพร-สิงห์ชัย สายที่ห้ามีชื่อว่า ไกรลาสฟิล์ม เจ้าของโรงหนังศรีอุดร และบันเทิงจิตขอนแก่น เน้นหนังจีนและหนังอินเดียเป็นหลัก มีนักพากษ์ที่เป็นแม่เหล็กคือ เทพปราณี, สกุลชัย, เสียงสาน, ณรงค์ทิพย์-เพียงพิศ, ศรีสุริยา, ศุภสรณ์, ศักดิ์สิทธิ์, ดวงกมล, สกุลรัตน์ (สุรสีห์ ผาธรรม) สายที่หกมีชื่อว่า รัชตะฟิล์ม เน้นหนังจีนของชอว์บราเดอร์ ของกรุงเกษม, หนังอินเดียจากโรงหนังควีนเป็นหลัก โรงหนังของสายหนังอีสานเหล่านี้เมื่อถึงจุดสุดขีดมาถึงจุดร่วงโรยเมื่อทหารอเมริกันถอนทัพกลับประเทศ ทำให้รายได้ลดลง สายหนังเหล่านี้ได้ยุติกิจการเหลือเพียงสองสามสายที่ยังคงดำเนินการ นักพากษ์ก็เดินทางกลับภูมิลำเนาบ้าง หรือปักหลักอยู่ที่อีสานก็มี ส่วน ศุภชัย นั้นกลับมาอยู่กรุงเทพฯ เปลี่ยนอาชีพมาตั้งร้านขายของ และละสมเทปเสียงของเพื่อนนักพากษ์ในรุ่นเดียวกันไว้เป็นที่ระลึกและผู้ที่สนใจทั่วไป เหล่านี้คือตำนานสายหนังและนักพากษ์สายอีสาน ที่เหล่านี้คอหนังในยุคก่อนต่างจดจำหรือรู้จักกันเป็นอย่างดี แม้ว่าในปัจจุบันนักพากษ์เหล่านี้หันไปทำธุรกิจส่วนตัว บางท่านก็เสียชีวิต คือตำนานอีกฉากหนึ่งที่อยู่คู่จอและยังอยู่ในความทรงจำตลอดมา ข้อมูลเพิ่มเติม/ภาพ ชัยเจริญ. นักพากย์ผู้ยิ่งใหญ๋. กรุงเทพฯ : เอเอสเทคนิคการพิมพ์, 2549. นิตยสารฟลิกส์ รายสัปดาห์ ตอนหน้าจะว่าด้วยเรื่องของ โกญจนาท นักพากย์สายอีสานผู้ยิ่งใหญ่ โปรดติดตามครับ
|
| มาจากที่ราบสูง : สุรชัย จันทิมาธร | ||
จากรัตนบุรีถึงป่าคอนกรีต อดีตที่ยังฝังใจ |
||
|
View All |
||
| << | พฤษภาคม 2008 | >> | ||||
| อา | จ | อ | พ | พฤ | ศ | ส |
| 1 | 2 | 3 | ||||
| 4 | 5 | 6 | 7 | 8 | 9 | 10 |
| 11 | 12 | 13 | 14 | 15 | 16 | 17 |
| 18 | 19 | 20 | 21 | 22 | 23 | 24 |
| 25 | 26 | 27 | 28 | 29 | 30 | 31 |