• พล.ท.นันทเดช
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • email : [email protected]
  • วันที่สร้าง : 2009-08-19
  • จำนวนเรื่อง : 369
  • จำนวนผู้ชม : 1680825
  • ส่ง msg :
  • โหวต 853 คน
พลโท นันทเดช เมฆสวัสดิ์
รู้ลึก รู้จริง ยิ่งกว่าข่าวกรอง
Permalink : http://www.oknation.net/blog/nunrimfar
วันพฤหัสบดี ที่ 16 มิถุนายน 2565
Posted by พล.ท.นันทเดช , ผู้อ่าน : 411 , 13:35:41 น.  
หมวด : การเมือง

พิมพ์หน้านี้
โหวต 0 คน

      เธออยู่ตรงหน้าฉันมาตั้งแต่เด็กๆ จนเติบโตมาเป็นวัยรุ่น เราสองคนไปโรงเรียนและเดินกลับบ้านทางเดียวกัน ขนาดนั้นฉนก็ยังไขว่คว้าเธอมาเป็นแฟนไม่ได้สักทีทั้งๆ ที่ฉันก็จัดว่าหน้าตาไปวัดไปวาได้ ส่วนเธอหล่อแบบตี๋ๆ มันจึงเหมือนกับการไล่จับแสงจันทร์ที่เรามองเห็นว่ามันมีอยู่จริงแต่จับต้องไม่ได้

      บ้านเราเป็นห้องแถวติดกัน บ้านเธอขายทอง บ้านฉันขายข้าวแกง พอขึ้นมัธยมปลาย เธอก็ย้ายบ้านไปขายทองอยู่ที่กรุงเทพฯ ปิดห้องแถวทิ้งไว้ ฉันอดคิดถึงเธอทุกครั้งเวลาที่เดินผ่านไป ซึ่งมันก็จำเป็นต้องผ่านเพราะบ้านอยู่ติดกัน

      ก่อนไปคุณยังบอกว่าคุณเหมือนเดิม “กรุงเทพฯ – อยุธยาใกล้แค่นี้เอง” แล้วดันบอกอีกว่า “ฉันน่ารัก แม่ก็ใจดี ขอจองไว้ก่อน” ฉันยิ้มบอกว่า “ได้” แต่จองแล้วต้องหมั่นมาดูแลนะ

      คุณกลับมาอยุธยาได้สัก 10 กว่าครั้งในปีแรกแล้วก็ลดลงไปเรื่อยๆ จน ขาดหายไปเลย ฉันก็ไม่เคยโทรไปตามเพราะทำไม่เป็น หายไปก็หายไป ฉันลูกแม่ค้าทนได้ทุกอย่างแหละ

      “แม้ไม่ได้บอกเลิกด้วยวาจา แต่สิ่งที่ผ่านมาบอกฉันได้ แปลกนะที่ฉันไม่รู้สึกอะไร มีเพียงน้ำใส...คลอ คลอตา”

      ฉันเกิดมาในตระกูลที่ขายข้าวแกงมาตลอดตั้งแต่รุ่นยายลงมาถึงแม่และมีแนวโน้มว่าจะมาถึงฉันอีกด้วยเป็นรุ่นที่ 3 พูดแล้วดูเสมือนจะรวย แต่ข้อเท็จจริงแล้ว ทุกๆ ปีที่ผ่านไป ข้าวแกงของบ้านฉันก็ไม่ได้ก้าวหน้าไปเป็นร้านดังตามห้างเหมือนคนอื่นๆ เขา ยังคงเป็นตึกแถวเก่าๆ 2 คูหาอยู่เช่นเดิม ฉันจึง “ทน” ผิดผู้หญิงธรรมดาๆ เมื่อจบชั้นมัธยมปลาย ฉันก็เลือกเรียนต่อรามคำแหง ไม่เข้ากรุงเทพฯ เพราะจะได้ช่วยแม่ขายของที่บ้านไปด้วย

      ฉันจบปริญญาตรีทางกฎหมาย สอบเนติ สอบตั๋วทนายได้ ไปฝึกงานทนายอยู่ในกรุงเทพฯ ได้ 2 ปี ส่วนคุณจบวิศวะสาขาอะไรไม่รู้ ไปเรียนต่อสหรัฐฯ แล้วหาต๋อมไปเลย

      พอปีกกล้าขาแข็งแล้วฉันก็กลับมาเปิดสำนักงานทนายความของตัวเองที่อยุธยา ปรับปรุงร้านข้าวแกงใหม่ หมดเงินแม่ไปหลายแสน ทำบันได้ขึ้นชั้น 2 แยกต่างหากออกเป็นส่วนสำนักงานทนายความ ชั้นล่างปรับโฉมใหม่ ปูกระเบื้อง ทำตู้โชว์ข้าวแกงใหม่ ซื้อโต๊ะ-เก้าอี้ใหม่ ส่วนพวกโต๊ะ-เก้าอี้เก่านั้นขายให้ร้านขายของเก่าไปได้เกือบล้าน เสียดายก็เสียดาย ฉันเลยไปทำป้ายทองเหลือง “Since 1962” แปะไว้หน้าร้าน โคตรโก้ไปเลย เพิ่มราคาข้าวจากจานละ 25 บาท มาเป็น 40-45 บาท ฮ่าๆๆ

      เพลงเหงาๆ กับระบำสายฝนยังคงเป็นเพื่อนอยู่ในชีวิตฉันตลอดมา ทุกครั้งที่เห็นสายฝนแต่ก็ไม่เคยทำให้ฉันท้อถอย ลองนึกถึงชีวิตของ “ชาร์ลี บราวน์” ตัวการ์ตูนน่ารักของฉันตัวหนึ่งซึ่งอยู่กับความพ่ายแพ้ตลอดมาแต่ชาร์ลีไม่เคยท้อถอย ในทางตรงกันข้ามเขากลับมีความสุขท่ามกลางความพ่ายแพ้ เพราะชาร์ลี บราวน์มีเพื่อนที่ดี ฉันก็เหมือนกัน นอกจากเพื่อนๆ จะยอมให้นำชื่อมาติดที่สำนักงานทนายความฟรีๆ แล้ว งานเรื่องไหนที่ยากเกินไป ฉันก็โทรไปปรึกษาพวกมันได้ วันหยุดพวกมันก็ผลัดกันมาช่วยฉันขายข้าวแกงท่ามกลางเสียงหัวเราะเหมือนข้าวแกงใส่กัญชา

   ที่สำนักงานทนายความ ฉันจ้างเสมียนและมีทนายฝึกใหม่ไว้ 3 คน ก็มีงานเล็กๆ น้อยๆ เข้ามาบ้างไม่มากนัก พอเลี้ยงคนในสำนักงานได้ ที่ได้งานเข้ามานั้นน่าจะเป็นเพราะฉันไปขอชื่อเพื่อนคนสนิท 2-3 คน มาติดไว้ด้วยมันจึงดูขลังดี

   ส่วนที่ร้านข้าวแกงก็มีค่าใช้จ่ายเยอะพอสมควร มีแม่ครัวและลูกจ้างอีก 2 คน พวกที่อยู่บนสำนักงานทนายความก็จะลงมาช่วยเมื่อมีลูกค้ามาแยะ

      ฉันกับแม่ไปปลูกบ้านหลังเล็กๆ 2 ห้องนอนอยู่เลยตลาดไปเกือบ 10 กม. เพราะที่ตึกแถวไม่มีที่นอนแล้ว
      เราสองแม่ลูกเริ่มสบายขึ้นเพราะร้านเราอยู่ในทำเลคนเดิน ติดตลาด ร้านเก่าแบบคลาสสิก แถมคนขายก็สวย ว่าเข้าไปนั่น

      ข้าวแกงจานละ 45 บาทนั้น พอหักค่าใช้จ่ายทั้งหมดทั้งคนทั้งของแล้ว กำไรจานละ 25 บาทสบายๆ ยิ่งกาแฟ-เครื่องดื่มต่างๆ แล้วยิ่งมากไปกว่านั้นอีก กำไรประมาณ 15 บาทต่อแก้ว แย่ที่สุดฉันก็ขายข้าวแกงได้วันละ 100 จาน ไม่มีต่ำไปกว่านี้ เมื่อรวมกับกำไรจากเครื่องดื่มแล้ว ข้าว 1 จาน น้ำ   1 แก้ว จะได้กำไร 40 บาท (40x100 = 4,000 บาท) ฉันจึงมีกำไรตก 4,000 บาทต่อวัน เดือนหนึ่งได้ 1 แสน 2 หมื่นบาท ปีหนึ่งก็จะได้ประมาณ 2 ล้านบาท ไม่รวยตอนนี้แล้วจะไปรวยตอนไหน ฉันเลยขยายที่ว่างหลังร้านประมาณ 30 ตร.ว. เป็นห้องเพิ่มที่นั่งอีกประมาณ 20 ที่นั่ง พร้อมกับชั้นวางสินค้าพื้นเมือง (ของกินอย่างเดียว) และแจกโบนัส 2-3 เดือนต่อปีให้พนักงาน 7-8 คน กะรวยจริงๆ แล้ว

      ตั้งแต่คุณหายตัวไป ฉันก็เริ่มปรับปรุงตัวเอง ไม่ยอม “เกรียมไหม้อยู่กับชีวิต” แม้จะยังซื้อเสื้อผ้าตามตลาดนัดแบบเดิมแต่ก็เน้นออกถึงชุดที่แสดงออกถึงความเป็นไทยมากขึ้น ฉันปัก “ชาร์ลี บราวน์และพวกพ้อง” ลงบนเสื้อม่อฮ่อม เสื้อแขนกระบอก ฯลฯ ขายข้าวแกงอยู่ท่ามกลางรูปดารายุค 60 ที่ติดอยู่เต็มร้าน โคตรเท่เลย

      เมย์นาร์ด โซโลมอน กล่าวถึงซิมโฟนีหมายเลข 9 อันลือชาของบีโธเฟนว่า “ทำขึ้นให้เป็นดนตรีเล่าขานประวัติศาสตร์ถึงช่วงเวลาหนึ่งของจักรวาลที่เกิดขึ้นในเอกภพอันกว้างไกล”

      ซิมโฟนีหมายเลข 9 ของบีโธเฟนซึ่งยาวเหยียดกว่า 70 นาทีนั้น เป็น แรงบันดาลใจทำให้เกิด “เพลงสากล” ธรรมดาๆ ขึ้นมากมายหลายร้อยเพลง จากการเลียนแบบในบางท่วงทำนองของดนตรีซึ่งมีมากมายหลายสิบตอนในเพลงเดียวกัน หลายคนว่าบีโธเฟนประสบความสำเร็จเพราะเขาหูหนวกโดยเสิ้นเชิงขณะแต่งซิมโฟนีหมายเลข 9 จึงเกิดจินตนาการที่คนธรรมดาไม่มีหรือเข้าไม่ถึง

      ถึงแม้ฉันจะฟังเพลงนี้บ่อยเพราะเปิดให้ลูกค้าฟัง แต่ก็ไม่ได้ประทับใจไปทุกช่วงของห้องดนตรี เพราะเห็นต่างไปจากคนอื่นๆ ว่าซิมโฟนีหมายเลข 9 น่าจะเป็นท่วงทำนองของพุทธศาสนามากกว่า ที่กล่าวถึง “การเกิด แก่ เจ็บ ตาย หมุนเวียนกันไป” ฉันจึงชอบฟังซิมโฟนีหมายเลข 5 มากกว่า คึกคักกว่า

      ที่พูดถึงแต่เรื่องตัวเองนั้นเพราะไม่รู้จะพูดถึงคุณเรื่องอะไร นอกจากหน้าตาดีแล้วก็เหมือนลูกคนจีนทั่วไป “ติดแม่” คุณหายไปเกือบ 10 ปี จนฉันเปลี่ยนเบอร์โทรไป 3 ครั้งแล้ว แต่ตามประสานิยายมันต้องมี “วันหนึ่ง” ขึ้นมาจนได้

      มีนักท่องเที่ยวกลุ่มหนึ่งมากินข้าวกลางวัน คนหนึ่งในกลุ่มบอกว่า “แม่ค้าสวยนะ” ฉันฟังแล้วเฉยๆ เพราะคำชมแบบนี้มันมีอยู่เกือบทุกวัน (ฉันไม่ใช่คนสวยแต่ฉันเป็นคนสุขภาพดีและแต่งตัวเป็นเท่านั้น ออร่าจึงเกิดขึ้นมาเอง) แล้วก็มีเสียงพูดต่อว่าร้านก็สวย ตั้งมาตั้งแต่ยุค’60 มีรูปดารานักร้องรุ่นนั้นติดเต็มผนังไปหมดล้อมรูปบีโธเฟนไว้ ผู้ชายคนหนึ่งแกล้งถามฉันว่าบีโธเฟนเคยมาเมืองไทยไหมครับ ฉันตอบว่าฉันเกิดไม่ทันเพราะบีโธเฟนเกิดสมัยกรุงธนบุรีและมาเสียชีวิตสมัย ร.3 คนถามอึ้งไปเลย

      คุณเลยบอกว่า “ฉันเป็นเพื่อนสนิทคุณเองจำได้ไหม” ก็กล้าดีนะมีผู้หญิงมาด้วยตั้ง 2 คน คุณขยายความให้เพื่อนๆ ฟังว่าฉันเล่นกีตาร์และร้องเพลงเพราะอีกด้วย เราคุยกันอยู่ครู่ใหญ่ๆ คุณชวนฉันไปงานวันเกิดเพื่อนแล้วจะมาส่งฉันที่บ้าน ฉันรีบตกลงทันที
      “รถรางเก่าและยังเที่ยวสุดท้ายแล้ว ต้องเสี่ยงขึ้นดูล่ะ”

      ระหว่างทางที่คุณกลับมาส่ง คุณถามฉันว่ามีแฟนหรือยัง ฉันตอบว่า “มีแล้ว” คุณถามต่อทันทีว่า “แต่งงานแล้วหรือ” ฉันกำมือแน่น บอกว่า “จะไปแต่งได้อย่างไร อยู่เฉยๆ มันก็หนีฉันไปอยู่กรุงเทพฯ แล้วหายหัวไปเลย” คุณยิ้มออกมาแล้วพูดว่า “กรุงเทพฯ – อยุธยาใกล้แค่นี้เอง มาทุกวันก็ได้” ก็พูดเหมือนเดิมอีก ฉันจึงประชดว่า “เอาแค่มาเดือนหนึ่งไม่หยุดสักวันเลย จะรับไว้พิจารณา”

      เมื่อคุณกลับมาแน่นอนแล้ว ฉันก็เปลี่ยนสไตล์ คัดเพลงของนักร้องยุค ’60 ’70 มาเปิดที่ร้านแทน โดยแทรก “Roll Over Beethoven” เพลงโปรดของฉันและอีกหลายแสนคนมาเปิดคั่นไว้เป็น    ระยะๆ เพลงนี้มีนักร้องดังๆ นำมาร้องกันหลายคนแต่ไม่ประทับใจเท่ากับเวอร์ชั่นของ Old Boys ที่นำซิมโฟนีหมายเลข 5 มาเป็นอินโทรและปิดท้ายเพลงนี้ไว้ ฟังแล้วอย่าเคลิ้มเคาะโต๊ะจนทำอะไรหล่นไปล่ะ ชีวิตฉันก็เหมือน Roll Over Beethoven ซึ่งสนุกและตื่นเต้นมากกว่า

      ฉันนั่งรอคุณอยู่ที่ร้านข้าวแกงในวันที่ครบ 30 วันที่คุณมาหาฉันทุกวันไม่มีขาดโดยไม่ทำอะไรเลย แม่ก็เดินยิ้มไปยิ้มมา พอคุณโผล่เข้ามาหัวใจฉันก็เต้นรัวเหมือนกับเสียงรัวกลองขึ้นต้นซิมโฟนีหมายเลข 5 ของบีโธเฟนเลย หมดเรื่องหมดราวไปเสียที

      คุณขอฉันกับแม่ แล้วก็เอาแหวนมาสวมนิ้วให้ ฉันถามว่าทำไมต้องรีบนัก คุณบอกว่าคุณต้องไปแอฟริกาใต้ 6 เดือน นี่ก็เลยเวลาเดินทางมา 5 วันแล้ว ยอมเสียเวลาเพื่อมาหาฉันให้ครบกำหนด 30 วัน ฉันบีบมือคุณแน่น ไปส่งคุณขึ้นเครื่องที่สุวรรณภูมิแล้วขับรถกลับอยุธยา ฝนตกมาตลอดทาง ท้องฟ้ามืดมิดแต่หัวใจกลับสว่างไสวรุ่งโรจน์ด้วยความหวัง

“นี่แหละชีวิต มักจะมี จังหวะผิด ลงได้
สุดแต่ ว่าใคร จะวางจังหวะไว้ คงมั่น
ชีวิตระวัง จังหวะสำคัญ
ชีวิต และเพลง เขาเปรียบ เหมือนกัน
หากใครเดินตามแนวนั้น เป็นสุขเอย”
(เพลงจังหวะชีวิต คำร้อง แก้ว อัจฉริยะกุล)

 

 




แสดงความคิดเห็น


ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน

<< มิถุนายน 2022 >>
อา พฤ
      1 2 3 4
5 6 7 8 9 10 11
12 13 14 15 16 17 18
19 20 21 22 23 24 25
26 27 28 29 30    

[ Add to my favorite ] [ X ]