• พล.ท.นันทเดช
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • email : [email protected]
  • วันที่สร้าง : 2009-08-19
  • จำนวนเรื่อง : 368
  • จำนวนผู้ชม : 1679729
  • ส่ง msg :
  • โหวต 853 คน
พลโท นันทเดช เมฆสวัสดิ์
รู้ลึก รู้จริง ยิ่งกว่าข่าวกรอง
Permalink : http://www.oknation.net/blog/nunrimfar
วันพฤหัสบดี ที่ 23 มิถุนายน 2565
Posted by พล.ท.นันทเดช , ผู้อ่าน : 199 , 16:45:10 น.  
หมวด : การเมือง

พิมพ์หน้านี้
โหวต 0 คน

ฤดูกาลคือช่วงเวลาที่เปลี่ยนผ่านไปเรื่อยๆ ในรอบ 1 ปี บางคนรู้สึกว่าฤดูนั้นสั้นไป ฤดูนี้ยาวไปจนแทบทนอยู่ไม่ได้ ดังนั้นจึงเห็นได้ว่าฤดูกาลไม่ได้เปลี่ยนแปลงจิตใจผู้คน แต่กลับเป็นจิตใจผู้คนเองที่เข้าไปแอบอ้างฤดูกาลเหล่านั้นเป็นที่พักพิงสำหรับแสดงตัวตนออกมาในรูปแบบต่างๆ

ซิกมันด์ ฟรอยด์ ถึงได้พูดว่า “The ego is not master in its own house”

ฤดูกาลของผมมักจะดูยาวนานไม่รู้จบสิ้น จะเป็นทุกข์ก็ไม่เป็นทุกข์ซะเลย จะสุขก็ครึ่งๆ กลางๆ เพราะไปแอบรักผู้หญิงข้างบ้านไว้ (The girl next door) ความจริงอยู่คอนโดเดียวกันแค่นั้นครับ เพราะอยากเห็นหน้า “เธอ” บ่อยๆ ผมพยายามลงลิฟต์มาให้ตรงกับเวลาเธอไปทำงาน ถ้าไม่เจอก็จะขึ้นไปแล้วกลับลงมาใหม่อีก นอกจากนั้นก็มีร้านกาแฟข้างคอนโดที่ผมไปนั่งแช่รอเธอถ้าบังเอิญผ่านมา ถึงขั้นลงทุนไปซื้อโน้ตบุ๊กคอมพิวเตอร์ยี่ห้อดีที่สุดมานั่งทำงานรอเธออยู่ ก็ดีวันๆ หนึ่งผ่านไปได้อย่างรวดเร็ว

“A boy without a girl
Is a song without a tune
Is a year without a June*
My love”
(A Boy Without a Girl : Frankie Avalon)

*June แทนการเริ่มต้นของฤดูใบไม้ผลิ


ในฤดูร้อนเธอดูสดใสด้วยเสื้อผ้าชุดสั้นๆ แต่ผมก็ไม่ค่อยได้เจอหน้าเธอบ่อยนัก

ฤดูหนาวในเมืองไทยมันแทบไม่มีจริงจึงทำให้ฤดูร้อนและฤดูฝนยืดยาวมากขึ้น แต่ผมก็ชอบฤดูฝนนะ เพราะมันทำให้ผมมีเวลาแอบมองเธอได้มากขึ้นเมื่อเวลาเธอลงลิฟต์มาด้วยกันหรือยืนติดฝนอยู่ด้วยกัน และการที่แอบมองเธอมากเกินเหตุนั้นได้ทำให้ผมเกิดปัญญารู้แจ้งเห็นจริงขึ้น 2 อย่าง คือ 1. ผมเป็นคนจน และ 2. เพื่อเธอ ผมจะไม่ยอมจนอีกต่อไป

สาเหตุที่รู้แจ้งเห็นจริงก็เพราะเธอมักจะเรียกแท็กซี่ไปทำงาน บางทีก็มีรถมาส่ง ส่วนผมรอรถประจำทางแล้วไปต่อรถไฟฟ้าอีกทอดหนึ่ง เธอมักจะกินข้าวที่ศูนย์การค้าข้างๆ คอนโด ส่วนผมซื้อแกงถุงละ 20-25 บาทจากตลาดนัดหลังคอนโดขึ้นไปกินในห้อง เธออยู่คอนโดแบบ 2 ห้องนอน ส่วนห้องผมเป็นแบบห้องเดี่ยว (สตูดิโอ) ก็คงพอที่จะเปรียบเทียบให้เห็นได้ชัดเจน

เกือบครึ่งเดือนที่นั่งทำงานรอดูเธออยู่ที่ร้านกาแฟก็โชคดี วันนี้เธอกับเพื่อนผู้หญิงเข้ามาดื่มกาแฟแล้วก็มานั่งโต๊ะใกล้ๆ ผม (ความจริงมันเหลือที่นั่งอยู่โต๊ะเดียว) แล้วก็ทักทายผมว่า “ทำอะไรอยู่” ผมก็เอารูปพระปรางค์วัดอรุณฯ ที่ตกแต่งด้วยโน้ตบุ๊ก ตัวเก่งเปิดให้เธอดู เธอดูไปเรื่อยๆ แล้วพูดกับเพื่อนว่าผมฝีมือดีมาก “แกน่าจะให้พี่เขาไปรับงาน background ทางเดินเข้าการประชุมเอเปคดูบ้าง เพราะใช้ฉากเกือบ 30 ฉาก”

เธอดูรูปไปเรื่อยๆ แล้วก็เจอรูปของเธอเองขณะวิ่งหลบฝน เงาแสงได้จังหวะเข้ากันอย่างสวยงาม เธออึ้งไปแล้วก็หัวเราะบอกว่า “ผู้หญิงคนนี้สวยดีนะ” ผมได้แต่ตอบว่า “เป็นผู้หญิงที่สวยที่สุดผมก็เลยอดถ่ายไม่ได้ครับ” เธอยิ้มตบบ่าผมเบาๆ ต่อมาเพื่อนเธอขอเบอร์โทรศัพท์ของผมไป ตั้งแต่นั้นมาผมก็หลบหน้าเธอเพราะไปแอบถ่ายรูปเธอจนถูกจับได้ ทั้งๆ ที่ตอนนั้นเธอเริ่มสนใจผมบ้างแล้ว ถึงขั้นตบบ่าเลยทีเดียว จังหวะทองของชีวิตก็ผ่านไปจนได้ถ้าเราไม่รู้จักไขว้คว้ามันไว้ เมื่อคิดถึงเรื่องนี้ทีไรผมก็ได้แต่นั่งเจ็บใจตัวเองอยู่คนเดียว

ต่อมาเพื่อนเธอที่ชื่อ “แดง” โทรมา มอบงานให้ผมชิ้นหนึ่ง ผมลงมือทำสุดฝีมือ เสียเวลาประดิดประดอยปรับเปลี่ยนแสงอยู่เกือบ 7 วัน 7 คืน จึงส่งไปให้พร้อมกับเสนอราคา แดงบอกว่าราคาถูกมากเดี๋ยวเจ้าอื่นเข้าจะต่อว่าเอา ผมก็เลยบอกว่า “ตามใจตั้งราคาเอาเองเลยครับ”

อีกอาทิตย์หนึ่ง “เธอ” โทรมาหาบอกว่ารออยู่ข้างล่างคอนโด มารับค่างานหน่อย ผมลงมาหาเธอทันที เธอส่งเช็คเงินสดให้ใบหนึ่ง 85,000 บาท ผมรับมางงๆ ได้ยินเสียงเธอพูดว่า “อย่างงี้ต้องเลี้ยงกันหน่อยแล้ว” ผมตอบว่า “เลือกร้านมาเลยครับ” ผมไม่เคยมีความสุขขนาดนี้มานานแล้ว กะว่าจะไม่ให้พลาดโอกาสทองครั้งที่ 2 นี้อย่างแน่นอน พอผ่านไปได้อีก 2 วัน เธอโทรมาบอกว่า “ร้าน...ซ.ทองหล่อนะ” ผมรับปากทันที

วันนัดผมไปเช่ารถยนต์มาคันหนึ่งขับไปที่ร้านตามนัดหมายพร้อมกับฝันหวานหวังว่าจะได้กลับมาที่คอนโดพร้อมๆ กับเธอ
พอถึงเวลานัด เธอพาเพื่อนผู้หญิงมาอีก 2 คนรวมทั้งแดงด้วย เราสนุกกันมาก พูดคุยกันแซ่ดไปหมด ผมจนตรอกต่อคำถามของพวกเธอ โกหกไปหลายเรื่องทีเดียว เช่น บอกว่า พ่อแม่เป็นเจ้าของไร่ที่โคราช (เรื่องจริง แต่เช่าที่ดินเขา) ผมจบสถาปัตย์จาก ม.เอกชนแห่งหนึ่ง (ความจริงผมจบ ร.ร.ช่าง เพิ่งสมัครเข้าเรียนปริญญาตรี) ฯลฯ พวกเธอเชื่อสนิทใจ แต่โชคดีมักอยู่กับใครไม่นานนัก ถ้าเราไม่รู้วิธีรักษามันไว้ หรือใครจะเถียงผม

มีผู้ชายมารับเธอกลับบ้าน เธอแนะนำให้ผมรู้จัก บอกว่าเป็นคู่หมั้นของเธอ ผมยิ้มและยื่นมือไปแสดงความยินดีด้วยกับ “เขา” ของเธอจนแทบเข่าอ่อนทรุดลงไป

เธอฝากให้ผมไปส่ง “แดง” กลับบ้านด้วย ผมก็รับปาก

แดงเป็นผู้หญิงเก่ง ร่าเริง ทำงานหนัก สวยไม่แพ้เธอ แต่ฉลาดกว่าผมแน่นอน แดงหางานส่งมาให้ผมหลายสิบชิ้น ผมจึงตั้งบริษัทขึ้นมาเอง เอาเพื่อนๆ มาช่วยทำงานด้วย ผมกับแดงสนิทกันมากขึ้น แต่ผมก็ยังคงรัก “เธอ” อยู่ ดังนั้นความสัมพันธ์ของผมกับแดงจึงพัฒนาไปช้ามาก และอีก 2 ปีต่อมา แดงก็จากผมเดินทางตามรอย “เธอ” ไป ผมก็ไปร่วมงานแต่งของแดงด้วยอย่างร่าเริงเหมือนเดิม ซึ่งก็เป็นแค่ท่าทีภายนอกเท่านั้น ในใจเหมือนกับแตกสลาย เมื่อเจอเธอในงาน เธอทักผมว่า “ปล่อยแดงหลุดมือไปได้อย่างไร ทั้งสวยทั้งเก่ง หรือเป็นเกย์”

“เมื่อคนในโลกรู้จักความสวยงาม ความน่าเกลียดก็อุบัติขึ้น
เมื่อคนในโลกรู้จักความรัก ความผิดหวังในความรักก็อุบัติขึ้นเช่นกัน”

ผมมาซื้อที่ประมาณ 3 ไร่ที่อุทัยธานี เปิดเป็นร้านกาแฟและแกลเลอรีภาพวาดจากคอมพิวเตอร์ ทำโน่นทำนี้เพื่อให้วันเวลามันผ่านไปเรื่อยๆ โดยไม่ต้องคิดอะไรมาก ผมเรียนจบปริญญาโทและเข้าเรียนปริญญาเอกต่อในสาขาที่ไม่เกี่ยวข้องกับความรู้เดิมเลย หวังจะสร้างสังคมของตัวผมเองขึ้นใหม่เพื่อจะหางานมาป้อนบริษัทและเพื่อลืมเธอให้ได้เท่านั้น

“Remember I love you while you're far away
Remember I miss you each night and each day
Remember when strangers are charmed by your smile
That only a love that's true is really worthwhile
Remember when shadows are hiding the sun
That now and forever you're my wonderful one”
(Remember I love you : Ken Dodd)

ผมหวนคิดถึง “เธอ” ทุกครั้งที่ฝนตก ทุกครั้งที่เข้ากรุงเทพฯ ทุกครั้งที่ไปนั่งกินข้าวอยู่คนเดียวว่า “ยังมีคนโง่แบบผมอยู่อีกไหมที่มีรักแท้ให้กับคนที่เขาไม่รู้ตัวเลยว่าเรารักเขามานานนับสิบกว่าปีแล้ว”

ดูเหมือนผมจะเริ่มคิดได้หลายครั้งแล้วแต่พอได้ยินข่าวคราวของ “เธอ” ทีไร ผมก็ต้องกลับไปเริ่มต้นนับหนึ่งใหม่อีก หรือจะเป็นอย่างที่เขาว่ากันไว้ว่า “ความรักคือเรื่องของผู้หญิงและผู้ชายที่ไม่สามารถจะมีชีวิตอยู่เพียงคนเดียวได้” แต่บังเอิญที่ผมกลับชอบที่จะอนู่คนเดียว “ความรัก” จึงผ่านผมไปเรื่อยๆ


“โลกหมุนเวียนเปลี่ยนผันไปวันหนึ่ง
ถ้าเราซึ้งถึงนิยามแห่งความหวัง
เราก็อาจอยู่ได้โดยลำพัง
ไม่ต้องฝังฝากชีพให้ใครบางคน”
(ศิริพงษ์ จันทน์หอม)

ผมแม้จะอยู่คนเดียวได้เพราะเคยชินแล้วแต่ก็คิดว่าจะเริ่มลองดูใหม่อีกทีครับ ตอนนี้ก็ทนๆ ไปก่อนก็แล้วกัน แต่ถ้าโชคดีเจอใครสักคนหนึ่งเข้าผมก็จะมาเล่าให้ฟังอีกครั้ง 

 




แสดงความคิดเห็น


ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน