• พล.ท.นันทเดช
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • email : [email protected]
  • วันที่สร้าง : 2009-08-19
  • จำนวนเรื่อง : 370
  • จำนวนผู้ชม : 1686207
  • ส่ง msg :
  • โหวต 853 คน
พลโท นันทเดช เมฆสวัสดิ์
รู้ลึก รู้จริง ยิ่งกว่าข่าวกรอง
Permalink : http://www.oknation.net/blog/nunrimfar
วันพฤหัสบดี ที่ 30 มิถุนายน 2565
Posted by พล.ท.นันทเดช , ผู้อ่าน : 499 , 15:21:14 น.  
หมวด : การเมือง

พิมพ์หน้านี้
โหวต 1 คน

 

       เมื่อตอนที่ผู้เขียนเป็นวัยรุ่นก็จัดว่าอยู่ในกลุ่มโก๋หลังวังคนหนึ่ง ที่ได้รับอิทธิพลทางวัฒนธรรมจากสหรัฐฯ มาอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะเพลงสากลและภาพยนตร์ ซึ่งตอนนั้นประเทศไทยและสหรัฐฯ กำลังไปกันด้วยดี โดยร่วมมือกันต่อสู้กับการแพร่ขยายอิทธิพลของลัทธิคอมมิวนิสต์ จนประเทศไทยรอดพ้นผ่านมาได้ หลังจากนั้น สหรัฐฯ ก็เริ่มเปลี่ยนบทบาทไปเรื่อยๆ ไปเล่นบทบาทในฐานะ “ประเทศมหาอำนาจ” เสียมากกว่าจะเป็น “สหรัฐอเมริกาในรูปแบบเดิมๆ” สหรัฐฯ กับไทยจึงเปลี่ยนฐานะลดลงไปเรื่อยๆ จาก "มหามิตร" มาเป็นแค่ “มิตร” ปัจจุบันยังไม่รู้ว่าสหรัฐฯ เป็นมิตรหรือเป็นศัตรูกันแน่ครับ

      ทำไมสหรัฐฯ ถึงเกเรต่อประเทศต่างๆ อยู่เป็นประจำ แน่นอนสหรัฐฯ ย่อมมีเหตุผลทางด้านผลประโยชน์และความมั่นคงของชาติเพื่อความอยู่รอดของประเทศตนเอง บ่อยครั้งจึงได้เห็นความเกเรเกตุงของสหรัฐฯทยอยเกิดมาเรื่อยๆไม่ยอมหยุด เพราะ

      1. สหรัฐฯ มีระบบเศรษฐกิจที่ต้องพึ่งพาสงครามหรือความแตกแยกในประเทศต่างๆ

      2.ยุทธศาสตร์หลักของสหรัฐฯ (Grand Strategy) คือ การรบนอกประเทศ (Forward Defense Strategy) จึงจำเป็นต้องหาที่ตั้งฐานทัพขึ้นทั่วโลกซึ่งเสียค่าใช้จ่ายจำนวนมหาศาล ดังนั้นสงครามที่สหรัฐฯ เข้าไปเกี่ยวข้องจึงต้องเกิดประโยชน์ต่อสหรัฐฯ ด้วยไม่มากก็น้อย ลองย้อนไปดูประวัติการทำสงครามของสหรัฐฯ ที่ผ่านมาเกือบ 30 ครั้ง จะพบว่าสหรัฐฯ เป็นฝ่ายทำกำไรจากสงครามในทางหนึ่งทางใดอยู่เสมอไม่ว่าจะแพ้หรือชนะ แต่โครงสร้างพื้นฐานและสาธารณูปโภคของสหรัฐฯ ไม่เคยเสียหายเลยเพราะเป็นการรบอยู่นอกประเทศทุกครั้ง

      3. สหรัฐฯ มักจะไม่เข้าร่วมสงครามด้วยตนเองก่อน แต่จะรอให้ประเทศอื่นๆ รบกันไปก่อน หลังจากที่มั่นใจว่ามีความพร้อมจริงๆ (การข่าวที่ชัดเจน ยุทธวิธี อาวุธยุทโธปกรณ์ งบประมาณฯ) แล้ว สหรัฐฯ ถึงจะเข้าไปร่วม ซึ่งมักจะเป็นช่วงหลังๆ ของสงครามเสมอ

      4. สหรัฐฯ เป็นประเทศเกิดใหม่ เป็นพหุสังคมที่ไม่มีรากเหง้าวัฒนธรรมที่แน่ชัด หรือเป็นหนึ่งเดียว กล่าวง่ายๆ คือไม่เคยมีประวัติศาสตร์แม้แต่เรื่องการใช้ดาบต่อสู้เพื่อความเป็นเอกราชมาก่อน

      ดังนั้นแนวคิดเรื่องเสรีภาพและความเสมอภาคจึงถูกนำมาอ้างเพื่อทดแทน “รากเหง้าทางวัฒนธรรม” ทั้งๆ ที่เรื่อง “สิทธิเสรีภาพ” ของสหรัฐฯ แย่กว่าทางยุโรปเสียอีกแต่สหรัฐฯ ก็จำเป็นต้องใช้ข้ออ้างนี้ แม้การอ้างเรื่องเสรีภาพนั้นจะเป็นผล ทำให้สหรัฐฯ เองก็เกิดความสุ่มเสี่ยงต่อการชี้นำให้เกิดความคิดในการแยกตัวของมลรัฐต่างๆ ขึ้น

      ดังนั้นการให้ทุกฝ่ายสามารถได้รับผลประโยชน์ร่วมกันจึงมีการสร้างภาพในประเด็นหลักสำหรับใช้จูงใจประชาชนให้ลืมเรื่อง “วัฒนธรรม” ไป เพื่อให้เกิดพลังของความสามัคคีขึ้น โดยเริ่มต้นจากความเก่งกล้าของคาวบอยหลายชุด เช่น “Shane! Come back!” (พ.ศ.2496), 7 สิงห์แดนเสือ (ต้นฉบับมี 4 ภาค คือ The Magnificent Seven (พ.ศ.2503) Return Of The Seven (พ.ศ.2509) Guns Of The Magnificent Seven (พ.ศ.2512) The Magnificent Seven Ride (พ.ศ.2515)), The Good, The Bad And The Ugly (พ.ศ.2509) ฯลฯ เมื่อความนิยมในเรื่อง “คาวบอย-อินเดียแดง” อิ่มตัวลง สงครามจึงกลายมาเป็นจุดขายที่ดีที่สุดของกรณีนี้ จนกล่าวได้ว่าในปัจจุบันนี้สหรัฐฯ นั้น ล้างหัวสมองกระทั้งประชาชนของตัวเองด้วยการประชาสัมพันธ์ถึงความเก่งกล้าของ “นักรบ” ที่ผ่านสงครามต่างๆ ให้เราเห็นในภาพยนตร์อยู่เสมอ

      กรณีนี้สหรัฐฯ จึงพยายามสร้างความภูมิใจในความเป็นชาติที่ยิ่งใหญ่ ซึ่งก็สามารถสร้างให้เกิดขึ้นได้รวดเร็วผ่านการทำศึกสงคราม สร้างความรู้สึกของ ความเป็นเจ้าของ “ปกป้อง” ประเทศว่าทหารแต่ละคนผ่านสงครามที่ไหนมาบ้าง? และยังทำให้เกิดความภูมิใจต่อประเทศในฐาน “พี่ใหญ่” ของโลกอีกด้วย (ดูเรื่องประกอบจากหนังสือ “ผ่านฟ้าลีลาศ”) ด้วยเหตุผลนี้ สหรัฐฯ ซึ่งมองเห็นแต่ผลประโยชนของตนมาก่อนเรื่องอื่น จึงพยายามแผ่อิทธิพลไปในหลายพื้นที่ไม่มีวันหยุด ความซวยก็มักจะตกอยู่กับชาติที่สหรัฐฯ จะหาประโยชน์ ขอโทษ ผิด ขอแก้จาก “ไปหาประโยชน์” มาเป็น “การช่วยเหลือ” เช่น กรณียูเครน เป็นตัวอย่างที่เห็นได้ชัดเจนว่าจะต้องมีหนี้สินสงครามอีกนานนับ 50 ปีกว่าจะใช้หนี้สหรัฐฯ หมด

      ในปัจจุบัน การที่สหรัฐฯ พยายามอัดรัสเซียก็เท่ากับเป็นการทำให้ยุโรปซวยตามไปด้วยเพราะต้องเป็นหน้าด่านในการต่อสู้โดยตรงกับฝ่ายรัสเซียก่อน การเข้าไปหนุนช่วยไต้หวันก็จะทำไต้หวันแย่ ไปกดดันเกาหลีเหนือเลยทำให้เกาหลีใต้กับญี่ปุ่นซวยแบบตกกระไดพลอยโจนไปโดยไม่รู้ตัว นอกจากนั้นยังมีหลายประเทศในอเมริกาใต้ ฟิลิปปินส์ อัฟกานิสถาน ปากีสถาน ฯลฯที่รอเวลาถึงความเสียหายในการสนับสนุนทางอาวุธจากสหรัฐฯ

      ที่เขียนมานี้ก็แค่เตือนพวกคลั่งไคล้สหรัฐฯ ทั้งหลายเข้าใจว่าสหรัฐฯทำแบบนี้เพื่อชาติของเขาตรงๆ ไม่เกี่ยวกับประชาธิปไตย สิทธิเสรีภาพบ้าบออะไรเลย

      อย่าไปอ้างคำกล่าวของ เจฟเฟอร์สัน (พ.ศ. 2319) ที่มีประโยคทองว่า “All men are created equal..” เพราะเบื้องหลังคำกล่าวที่ว่าทุกคนเกิดมาเท่าเทียมกันนี้ มีความหมายซ่อนอยู่ว่า เมื่อเกิดมาเท่าเทียมกัน ดังนั้นถ้าบุคคลใดบุคคลหนึ่งไม่สามารถพัฒนาได้เท่าเทียมกับอีกบุคคลหนึ่งหรือฉลาดน้อยกว่า ก็ไม่ใช่ความผิดของบุคคลที่ฉลาดกว่าที่จะตักตวงประโยชน์จากบุคคลที่ด้อยกว่าหรือมีโอกาสในชีวิตน้อยกว่า และตอนนั้นยังเป็นการพูดให้เฉพาะคนผิวขาว คนมีเงินเท่านั้น โดยมีประเด็นหลักอีกเรื่องหนึ่ง คือ เป็นการพูดเพื่อยุติความขัดแย้งระหว่างรัฐต่างๆ ป็นประเด็นสำคัญ (ดูเรื่องสิทธิสตรีของสหรัฐฯ ประกอบก็ได้ มาช้ากว่าเพื่อน)

      คำพูดเรื่องนี้จึงไม่เกี่ยวกับเรื่องสิทธิเสรีภาพจริงๆ แต่อย่างใด เอาแค่เรื่องมนุษยธรรมยังวัดไม่ได้เลย แต่ก็มีบางเรื่องที่ต้องยอมรับว่าสหรัฐฯ (ฮอลลีวูด) เป็น ตัวจริง มีความสามารถจริงในการปั้นแต่งเรื่องราวของผู้คนออกมาได้จริงจังทุกรูปแบบ ซึ่งแม้เราจะรู้ว่าเรื่องนั้นเป็นการโฆษณาชวนเชื่อ (Propaganda) มาตั้งแต่เริ่มเรื่องแต่ก็ต้องยอมรับว่า “เขามีฝีมือจริงๆ” ครับ

 




แสดงความคิดเห็น


ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน

<< มิถุนายน 2022 >>
อา พฤ
      1 2 3 4
5 6 7 8 9 10 11
12 13 14 15 16 17 18
19 20 21 22 23 24 25
26 27 28 29 30    

[ Add to my favorite ] [ X ]