วันอังคาร ที่ 5 กุมภาพันธ์ 2551
ภัยจากชาเขียว
Posted by
Chompoopleng
,
ผู้อ่าน : 93
, 18:25:54 น.
พิมพ์หน้านี้
|
ภัยจากชาเขียว 
เปิดผลวิจัยคนไทยแห่ดื่มชาเขียวเพราะหวังเงินล้าน เกินครึ่งกระดกอย่างเดียว ไม่รู้ว่ากาเฟอีนพุ่ง-น้ำตาลเพียบ ห่วงเด็กๆ ร่างกายทรุด ต่ำกว่า 10 ขวบยังชอบดื่ม
ร้องติดฉลากแสดงส่วนผสมชัดเจน จี้หน่วยงานรัฐสางทุจริตในองค์กรอย่าปล่อยสินค้าทำลายสุขภาพวางตลาดเกลื่อน กระตุ้นทำหน้าที่ให้ข้อมูลคุ้มครองผู้บริโภค
ศ.ดร.ศรีศักดิ์ จามรมาน ประธานสำนักวิจัยเอแบคโพลล์ ร่วมกับ ดร.นพดล กรรณิกา ผู้อำนวยการสำนักวิจัยเอแบคโพลล์และผู้ประสานงานเครือข่ายคุ้มครองผู้บริโภค เปิดเผยผลวิจัยภาคสนาม เรื่อง "ปัญหาสุขภาพของประชาชนหลังจากดื่มชาเขียวบรรจุขวด : ใครต้องรับผิดชอบ" ศ.ศรีศักดิ์กล่าวว่า การสำรวจพบว่า ในรอบ 1 เดือนที่ผ่านมา ประชาชน 69.6% เคยดื่มชาเขียวพร้อมดื่มบรรจุขวด อีก 30.4% ไม่เคยดื่ม โดยเฉลี่ยแล้วกลุ่มตัวอย่างดื่มชาเขียวประมาณ 3 ขวดต่อสัปดาห์ ซึ่งเหตุผลที่ดื่ม 5 อันดับแรก คือ 1.ต้องการแก้กระหาย 2.ชอบรสชาติ 3.ต้องการให้ร่างกายสดชื่น/ตื่นตัว 4.เชื่อว่ามีประโยชน์ต่อร่างกาย และ 5.อยากถูกรางวัล จึงกล่าวได้ว่าผู้ดื่มชาเขียว 1 ใน 4 หวังจะได้รางวัลเป็นเงินล้าน
ประธานสำนักวิจัยเอแบคโพลล์กล่าวอีกว่า เมื่อถามว่า "ชาเขียวพร้อมดื่มบรรจุขวดเป็นเครื่องดื่มเพื่อสุขภาพหรือไม่" มีผู้หลงเข้าใจว่าชาเขียวเป็นเครื่องดื่มสุขภาพถึง 50.8% โดยไม่ทราบว่าชาเขียวมีกาเฟอีนผสมอยู่เกินกว่าครึ่ง คือ 57.5% และไม่รู้ว่ามีปริมาณน้ำตาลเกินระดับที่ร่างกายควรได้รับ 72.1% รวมถึงไม่เคยทราบว่า มีผู้ดื่มชาเขียวแล้วมีอาการบาดเจ็บที่ลำคอ เนื่องจากกรดบางชนิด 61.3% ดังนั้นเมื่อถามถึงความเพียงพอในการได้รับข่าวสารเกี่ยวกับเครื่องดื่มชาเขียว 57% จึงเห็นว่ายังไม่เพียงพอ
"โดยสิ่งที่น่าเป็นห่วงคือ ผลสำรวจระบุว่า 1 ใน 10 ของครอบครัว มีเด็กอายุต่ำกว่า 10 ขวบ ดื่มชาเขียวถึง 10.6% เพราะเด็กๆ ชอบที่รสชาติอร่อย แต่ไม่ทราบถึงผลเสีย รวมถึงอยากได้รางวัล" ศ.ดร.ศรีศักดิ์ระบุ
ประธานสำนักวิจัยเอแบคโพลล์กล่าวด้วยว่า ส่วน "เครื่องดื่มชาเขียวพร้อมดื่มบรรจุขวด ขนาดบรรจุตั้งแต่ 500 มิลลิลิตรขึ้นไป ควรมีคำเตือนว่า เด็กและสตรีมีครรภ์ไม่ควรดื่ม" หรือไม่ 80% เห็นด้วย ซึ่ง 91.2% เห็นด้วยที่จะให้หน่วยงานทางวิชาการควรเผยแพร่ความรู้เกี่ยวกับประโยชน์และโทษของเครื่องดื่มชาเขียวให้มากขึ้น
ดร.นพดลกล่าวว่า ผลวิจัยนี้แสดงให้เห็นชัดเจนว่า ผู้บริโภคกำลังเสี่ยงกับปัญหาสุขภาพอย่างไม่รู้ตัว โดยเฉพาะเด็กอ่อนวัยและสตรีมีครรภ์ ผู้ประกอบการควรมีจริยธรรมทางธุรกิจให้มากเพียงพอ ให้ข้อมูลเตือนประชาชนที่บรรจุภัณฑ์ กรณีชาเขียวบรรจุขวดควรระบุข้อความเตือนตัวแดงไว้ข้างขวด ว่าเด็กและสตรีมีครรภ์ไม่ควรดื่ม
"ปัญหาการคอรัปชั่นในหน่วยงานที่เกี่ยวกับสินค้าและบริการก็เป็นสาเหตุสำคัญ ดังนั้นควรตรวจสอบในหน่วยงาน อย่าปล่อยให้มีสินค้าอันตรายต่อสุขภาพออกสู่ตลาดโดยปราศจากคำเตือน" ดร.นพดลกล่าว. ที่มา http://www.dmh.go.th
|