พิมพ์หน้านี้
|
กรุงธนบุรี พ : สมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราช.ศ. 2310- 2325การตีฝ่าวงล้อมพม่า วีรกรรมกู้ชาติครั้งแรกของพระยาตาก ก่อนพม่าจะเข้ากรุงนั้น พระยาตาก เจ้าเมืองกำแพงเพชร ซึ่งเข้ามาช่วยราชการรักษากรุงเห็นว่าจะรักษากรุงไว้ไม่ได้ หากขืนสู้ต่อไป ก็รังแต่ละถูกทำลายย่อยยับไปด้วยกันทั้งหมด ไม่มีทางที่จะต่อสู้กู้อิสรภาพได้ หากตีฝ่าวงล้อมออกไปได้ยังพอที่จะรวบรวมผู้คนจากหัวเมืองต่างๆมาขับไล่พม่าได้ พระยาตากจึงนำกำลังทหารประมาณ 500-1000 คน โจมตีฝ่าแนวรบของพม่าออกไปในเดือนยี่ ในพ.ศ.2309 ถือได้ว่าการตีฝ่าวงล้อมครั้งนี้เป็นวีรกรรมกู้ชาติครั้งแรกของพระยาตาก เพราะจากกำลังทหารประมาณ 500-1000 นี้เอง ภายในเวลาไม่ถึงปีก็กลายเป็นกองทัพกู้ชาติที่เกรียงไกร สามารถขับไล่พม่าข้าศึกออกราชอาณาจักรไปอย่างน่าภาคภูมิสาเหตุที่พระยาตากตีฝ่าวงล้อมออกจากกรุง 1. ความไม่เข้มแข็งและไม่สันทัดในการป้องกันพระนคร ทำให้พระยาตากไม่สามารถทำการรบได้อย่างคล่องแคล่ว ความท้อแท้ใจในความไม่เข้มแข็งและไม่สันทัดในการบัญชาการรบของพระเจ้าเอกทัศ2. ความไม่เห็นด้วยในยุทธวิธีตั้งรับรักษาพระนคร กองทัพพม่าตั้งมั่น้อมกรุงไว้อย่างแน่นหนา และตัดกำลังหัวเมือง ไม่ให่มาช่วยได้ มีการทำนาสะสม เสบียงอาหารไว้อย่างเพียงพอ ไพร่พลมีกำลังสดชื่น เมื่อน้ำหลากท่วมก็ต่อเรือแพเข้าโจมตีพระนครอย่างเข้มแข็ง ตรงข้ามกับภายในกรุงซึ่งขาดแคลนเสบียงอาหาร ถึงกับต้องแย่งชิงปล้นสะดมกัน ไม่มีจิตใจที่จะต่อสู้ มองไม่เห็นหนทางที่จะรักษากรุงไว้ให้ได้นอกเสียจะออกไป รวบรวมกำลังผู้คนจากหัวเมืองต่างๆ มาสู้รบกับพม่า3. การเดินทางเพื่อรวบรวมกำลังกู้ชาติของพระเจ้าตาก ความเช่อมั่นในตนเอง การที่ตีฝ่วงล้อม ของพม่าที่ออกไปได้ สำเร็จด้วยจำนวน ทหารเพียงมี่ร้อยคนแสดงให้เห็นความมั่นใจอย่างสูงของพระยาตาก ว่าตนเอง มีความสามารถที่จะเอาชนะพม่าได้ เน่องจากขณะรักษากรุงอยู่นั้นได้สู้รบกับพม่าหลายครั้งหลายหนทั้งทางบกและทางเรือ โดยเฉพาะทางเรือพระยาตากน่าจะมีความมั่นใจมาก เป็นพิเศษเพราะเคยเป็นแม่ทัพเรือต่อสู้ป้องกันพระนคร คงจะรู้จุดอ่อนของพม่าในการรบทางเรือและคงหวังจะใช้ความรู้การรบทางเรือในการกู้ชาติ จึงมั่งไปรวบรวมกำลังคนจากหัวเมืองชายทะเลเพื่อจะสามารถเอาชนะพม่าได้ง่าย(สิน)จุดหมายในการรวบรวมผู้คน คือ บริเวณหัวเมองทะเลตะวันออก พระยาตากเลือกใช้ เส้นทาง มุ่งสู่ชายทะเล โดยออกจากกรุงศรีอยุธยา ไปทางเมืองนครนายก เมืองปราจีนบุรี แล้ววงลงมาเมทองฉะเชิงเทรา ไปทางใต้ เลียบชายฝั่งทะล ผ่านพัทยา จอมเทียน ไปหยดที่เมืองระยอง จากนั้นจึงเดินทางต่อไปจนถึงเมืองจันทบุรีพระยาตากตั้งตนเป็นเจ้าที่ระยอง ระหว่างการเดินทางนั้น พระยาตากได้รับการต่อต้านที่จันทบุรี แต่พระเจ้าตากก็มิได้ย่อท้อ ทรงแสดงความสามารถใชกลวิธีปลุกใจทหาร และสร้างแรงบันดาลจให้ทหารทุบหม้อข้าว หม้อแกงก่อนเข้าตีหวังจะไปกินอาหารมื้อต่อไปในเมือง ซึ่งได้ผลเพราะทหารเกิดแรงบีบดันให้จำเป็นตองตีเมืองจันทบุรีให้ได้ มิฉะนั้น จะไม่มีอาหารกิน การตีเมืองจันทบุรี จึงได้สำเร็จ
ผลดีของการเลือกเส้นทางสู่หัวเมืองชายทะเลของพระเจ้าตาก 1. เส้นทางดังกล่าวปลอดภัยจากกองทัพพม่า กองทัพพม่าอยู่ราบรอบกรุงศรีอยุธยา ก็จริง แต่อยู่ทางเหนือใต้ และทางตะวันตกเป็นส่วนใหญ่ อาจจะมางทิศตะวันออกบ้างก็คงเป็นกองกำลังขนาดย่อม ดังนั้น ขณะที่สมเด็จพระเจ้าตากสินเดินทัพแม้จะมีพม่ามาโจมตีบ้างก็เป็นกองกำลังขนาดย่อมดังนั้น ขณธที่สมเด็จพระเจ้าตากสิน เดินทัพจะมีพม่ามาโจมตีก็เป็นกองกำลังขนดย่อม ดังนั้น ขณะที่พระเจ้าตากสินเดินทัพแม้จะมีพม่ามาโจมตีบ้างก็เป็นกำลังส่วนน้อย สามารถตีกลับไปได้ไม่ยากผลีองการเป็นเส้นทางปลอดภัยนี้เอง เมื่อกิตติศัพท์การซ่องซุมผู้คนของพระเจ้าตากแพร่หลายออกไปก็ทำให้ข้าราชการเก่าสมัยกรุงศรีอยุธยา ได้อาศัยเดินทางมาสมทบกับกองทัพกู้ชาติของพระเจ้าตาก ในบรรดาคนเหล่านี้ คนสำคัญคือ นายสุดจินดาหุ้มแพร ซึ่งต่อมาเป็นทหารเอกคู่ใจของพระเจ้าตาก และภายหลังยังได้พานายทองด้วงพี่ชายเข้ามารับราชการ2. เมืองในเส้นทางที่ผ่านเป็นแหล่งกำลังผู้คนและเสบียงอาหารที่สมบูรณ์ หัวเมืองชายทะเลตะวันออก ไม่ได้รับผลกระทบกระเทือนจากกองทัพพม่า ตรงข้ามกับหัวเมืองทางเหนือ ทางใต้ และทางตะวันตก ซึ่งบอบช้ำ จากการถูกพม่า3. หัวเมืองชายทะเลมีพ่อค้าสำเภา ซึ่งเป็นแหล่งปัจจัย เมืองชายทะเลต่างๆ มีพ่อค้าสำเภาจีนมาติดต่อค้าประจำ เป็นช่องทางให้พระเจ้าตากขอความช่วยเหลือมีพ่อค้ามาช่วยเหลือหรือบังคับเอาจากพ่อค้าทั้งทางด้านอาวุธ และยุทธปัจจัยต่างๆ สร้างความกล้าแกร่งแกร่งกองทัพกู้ชาติเป็นอันมาก4. จันทบุรีเป็นเมืองท่าและมีไม้เหมาะแก่การต่อเรือ ในอดีตจันทบุรีเป็นเมืองท่าสำคัญทางตะวันออกที่ค้าขายกับจีนจึงมีชาวจีนที่ชำนาญการเดินเรือและต่อเรือ อาศัยอยู่จำนวนมาก ประกอบจันทบุรี อุดมไปด้วยป่าไม้ โดยเฉพาะไม้ตะเคียนซึ่งใช้สำหรับต่อเรืออยู่อย่างอุดมสมบูรณ์5. ได้กำลังรี้พลที่ชานาญการเดินเรือ กล่าวมาแล้วพระเจ้าตากมุ่งที่เอาชนะพม่าโดยใช้กำลังทางเรือ แม้พระองค์จะทรงชำนาญทางเรือจากการที่ได้เป็นนายกองเรือสู้รบกับพม่าที่กรุงศรีอยุธยามาแล้ว การที่เดินทัพผ่านเมืองชายทะเลยังทำให้พระองค์ทรงได้รี้พลที่เป็นชาวเรืออยู่แล้ว สามารถใช้งานทันทีตามแผนการที่ทรงคิดไว้การเดินทัพทางเรือจันทบุรี นอกจากจันทบุรีเป็นที่สะสมกำลังไพร่พลแล้ว จันทบุรียังเปนที่สะสมเสบียงอาหารและอาวุธยุทโธปกรณ์อย่างเยี่ยมอีกด้วย ตามหุผลที่ดังกล่าวาแล้วถึงปลายปี พ.ศ.2310 พระเจ้าตากทรงรวบรวมรี้พลได้ 5,000 คนและทรงต่อเรือ ได้ถึง 100 ลำ พร้อมที่จะเดินทางไปขับไล่พม่าด้ยการเดินทัพทางทะเล ออกเดินางจากจันทบุรีถึงปากน้ำเจ้าพระยาในเดือนพฤศจิกายน พ.ศ.2310ผลดีของการเดินทัพทางเรือ เราทราบมาแล้วว่าพระเจ้าตากทรงเคยเป็นนายกองเรือทำการสู้รบกับพม่ามาแล้วในคราวรักษากรุงจึงน่าที่จะทรงพระปรีชาสามารถในการรบทางเรือเป็นพิเศษอาศัยความได้เปรียบนี้ จึงทรงใช้แผนการเดินทัพจากจันทบุรีโดยกองเรือซึ่งเป็นผลดีแก่การทำสงครามกู้ชาติ 2 ประการ คือ1. พม่าไม่มีกองเรือใดๆในอ่าวไทยเลย การเดินทางทางทะเลจากจันทบุรีเข้าสู่แม่น้ำเจ้าพระยา จึงทำได้สะดวก และปลอดภัย ปลอดภัยจากการโจมตีพม่า2 กองทัพพม่าที่คุมเชิงรักษากรุงศรีอยุธยาอยู่นั้นไม่คาดคิดว่ากองทัพกู้ชาติจะเคลื่อนกำลังทางเรือเมื่อรู้ก็จวนตัวเสียแล้ว จึงพ่ายแพ้โดยง่าย เข้าถึงกองทัพพม่าได้โดยพม่าไม่ทันตั้งตัว การกู้อิสรภาพและขึ้นครองราชย์กองเรือของพระยาตากเคลื่อนไปตามลำน้ำเจ้าพระยามุ่งเข้าโจมตีธนบุรีเป็นด่านแรก ปะทะกับกองกำลังนายทองอิน คนไทยซึ่งเข้ากับพม่า แต่งตั้งให้เป็นผู้รักษากรุง จับนายทองอินประหารชีวิตจากนั้นจึงเดินทัพต่อไปยังกรุงศรีอยุธยา ซึ่งเวลานั้นคงเหลือแต่ซากปรักหักพังมีกองกำลังพลพม่าคุมเชิงรักษาอยู่ที่ค่ายโพธิ์สามต้นเวลา 9 นาฬิกา เข้าล้อมพม่าไว้ ล้อมค่ายพม่าอยู่วันเดียวถึงเที่ยงวันรุ่งขึ้นก็ตีค่ายพม่าแตกสุกี้นายกองตายในที่รบ ทหารพม่าที่เหลือก็แตกพ่ายหนีไปเจ้าตากได้อำนาจปกครองประเทศกลับคืนการกู้อิสรภาพของพระเจ้าตากสามารถทำได้สำเร็จในเวลาที่รวดเร็วมาก คือ ใช้เวลาเพียง 7 เดือนเท่านั้นบรรดาเจ้านายและข้าราชการผู้ใหญ่ ผู้น้อยทั้งเก่าและใหม่ รวมทั้งประชาราษฎร์ทั้งปวงจึงต่างพากันสรรเสริญและพร้อมใจกันอัญเชิญขึ้นครองราชย์สมบัติเป็นสมเด็จพระบรมราชาที่4 แต่คนทั่วไปก็ยังนิยมเรียกพระองค์ด้วยความเคยชินว่า พระเจ้าตากสิน ด้วยความสำนึกในพระราชกรณียกิจที่สำคัญยิ่งของพระองค์ที่ได้ทรงกอบกู้อิสรภาพและรวมประเทศเข้าเป็นปึกแผ่น ตลอดจนการฟื้นฟูบ้านเมืองซึ่งได้รับความเสียหายจากสงครามให้กลับเข้าสู่ภาวะปกติดังเดิม ลูกหลานไทยจึงยกย่องเทิดทูนถวายคำว่า มหาราช ต่อท้ายพระนาม เฉลิมพระเกียรติพระองค์เป็น สมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราชพระราชประวัติสมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราชสมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราชทรงพระราชสมภพเมื่อ พ.ศ.2277 ชาติกำเนิดเป็นคนสามัญ จะมี พระนามเดิมว่าอะไรไม่มีหลักฐานปรากฏทราบแต่ว่าพระนามสินนั้นเป็นที่รู้จักกันภายหลัง เมื่อทรงเป็นบุตรบุญธรรมของเจ้าพระยาจักรี ขุนนางผู้ใหญ่ในแผ่นดินพระเจ้าอยู่หัวบรมโกศเมื่อทรงพระเยาว์พระองค์ได้รับการศึกษาอบรมเป็นให้รับราชการเป็นมหาดเล็กและได้เลื่อนตำแหน่งสูงขึ้นตามลำดับจนได้เป็นพระยาตาก ครองเมืองตากในสมัยสมเด็จพระเจ้าเอกทัศ ในขณะที่สงครามเสียกรุงครั้งที่2 กำลังดำเนินอยู่นั้น พระยาตากได้รับคำสั่งให้มาช่วยรักษาพระนครปรากฏว่าได้แสดงฝีมืออย่างเข้มแข็ง ได้รับพระราชทานบำเหน็จความดีความชอบ เป็นพระยาวชิรปราการการสถาปนากรุงธนบุรีเป็นราชธานีเมื่อสมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราช ขับไล่พม่าออกไปจากกรุงศรีอยุธยาแล้วก็ทรงเข้าไปในซากปรักหักพังของกรุงศรีอยุธยา มีเรื่องราวใน พวศาวดารว่า ทรงพระสุบินว่าพระมหากษัตริย์องค์ก่อนๆ ได้ขับไล่มิให้พระองค์อยู่ที่นั่น เหตุที่ทรงย้ายราชธานีจากกรุงศรีอยุธยากรุงศรีอยุธยาถูกทำลายย่อยยับชำรุดทรุดโทรมมาก ยากแก่การบูรณะให้ดี- กรุงศรีอยุธยามีบริเวณกว้างขวางเกินกว่ากองกำลังทัพที่พระองค์อยู่- ข้าศึกโดยเฉพาะพม่ารู้ลู่ทางภูมิประเทศและจุดอ่อนเป็นอย่างดี- กรุงศรีอยุธยาอยู่ห่างจากทะเลมากเกินไป ไม่สะดวกแก่การค้าขายกับต่างประเทศเหตุที่ทรงเลือกธนบุรีกรุงธนบุรีเป็นเมืองขนาดเล็ก เหมาะแก่การป้องกันรักษา- ในกรณีที่ข้าศึกมีกำลังมากกว่าที่จะรักษากรุงไว้ได้ก็อาจย้ายไปจันทบุรีได้- กรุงธนบุรีมีป้อมปราการที่สร้างไว้ตั้งแต่สมัยสมเด็จพระนารายณ์มหาราชหลงเหลืออยู่พอที่จะใช้ป้องกันข้าศึกได้บ้าง- กรุงธนบุรีตั้งอยู่บนเกาะและยังมีสภาพเป็นที่ลุ่ม- กรุงธนบุรีอยู่ใกล้ปากน้ำสะดวกแก่การค้าขายกับต่างประเทศ- กรุงธนบุรีเป็นเมืองท่ามีวัดที่สร้างเป็นจำนวนมาก- กรุงธนบุรี มีดินดี มีคลองหลากหลายมีน้ำใช้ตลอดปี เหมาะแก่การทำนาปลูกข้าวสภาพบ้านเมืองหลังการกู้อิสรภาพของพระเจ้าตากสินหลังจากที่กรุงศรีอยุธยาถูกทำลายอย่างย่อยยับ บรรดาหัวเมืองต่างๆ ทั้งทางเหนือและทางใต้เกิดระส่ำระส่าย เพราะไม่มีพระเจ้าแผ่นดินปกครอง แม้พระเจ้าตากจะตั้งตนเป็นกษัตริย์แล้ว หัวเมืองต่างๆ ก็ไม่ยอมรับที่เป็นเมืองเล็กน้อยเห็นว่าจะอยู่ลำพังมิได้ก็อ่อนน้อมแก่หัวเมืองใหญ่ที่อยู่ใกล้เคียงมีการจัดตั้งชุมนุม 5 ชุมนุมเรียงตามลำดับดังนี้1. ชุมนุมเจ้าตาก (สิน) เจ้าตากเป็นนักรบที่เก้งกล้าสามารถผู้หนึ่งในการต่อสู้กับพม่าก่อนเสียกรุงครั้งที่2 มีความชอบได้เลื่อนเป็นพระยาวชิรปราการและได้รับแต่งตั้งเป็นนายกองเรือ ยกออกไปต้านทัพพม่าเมื่อเห็นว่ากรุงศรีอยุธยาไม่มีทางรบชนะ จึงพาทหารจำนวนหนึ่งไปสร้างฐานกำลัง มีอาณาเขตตั้งแต่ชายแดนเขมร ครอบคลุมหัวเมืองชายทะเลฝั่งตะวันออกทั้งหมด2. ตั้งอยู่ที่เมืองหัวเมืองเอกทางฝ่ายเหนือมีอาณาเขตตั้งแต่เมืองพิชัยถึงเมืองนครสวรรค์ เจ้าพระยาพิษณุโลกหัวหน้าชุมนุมมีชื่อว่า เรือง โดยเหตุที่เคยเป็นข้าราชการผู้ใหญ่ในกรุงศรีอยุธยาและเป็นผู้มีความสามารถในการสู้รบ ประกอบกับเมืองพิษณุโลกก็เคยเป็นราชธานีมาก่อนจึงมีผู้คนเข้าร่วมด้วยเป็นอันมาก นอกจากนั้น เจ้าพระยาพิษณุโลกยังมีน้องชายเป็นผู้ช่วยที่สำคัญอีกด้วย ชุมนุมเจ้าพระยาพิษณุโลก3. เมืองนครศรีธรรมราชเป็นหัวเมืองเอกทางปักษ์ใต้พระปลัด ชุมนุมเจ้านครศรีธรรมราช (หนู) ผู้รั้งตำแหน่งเจ้าเมืองได้ตั้งตัวเป็นเจ้า คนทั้งหลายเรียกกันว่าเจ้านคร เจ้านคเคยรับราชการเป็นข้าราชการผู้ใหญ่ในกรุงศรีอยุธยาจึงได้รับความเชื่อถือจากคนทั่วไป โดยเหตุที่นครศรีธรรมราชเป็นเมืองใหญ่และมีความสำคัญ เจ้านครจึงสามารถรวบรวมกำลังผู้คนได้จำนวนมาก ชุมนุมนี้มีอาณาเขตตั้งแต่เมืองชุมพรไปจนจดแดนหลาย- - |
| << | ตุลาคม 2007 | >> | ||||
| อา | จ | อ | พ | พฤ | ศ | ส |
| 1 | 2 | 3 | 4 | 5 | 6 | |
| 7 | 8 | 9 | 10 | 11 | 12 | 13 |
| 14 | 15 | 16 | 17 | 18 | 19 | 20 |
| 21 | 22 | 23 | 24 | 25 | 26 | 27 |
| 28 | 29 | 30 | 31 | |||