• นัทBBC
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • email : nut_itloxley@msn.com
  • วันที่สร้าง : 2007-04-09
  • จำนวนเรื่อง : 19
  • จำนวนผู้ชม : 5713
  • จำนวนผู้โหวต : 38
  • ส่ง msg :
หยุดกันทีการเมืองแยกฝ่าย แยกพวก
บล็อคนี้เป็นบล็อคเกี่ยวกับข้อมูลทั่วไป เบ็ดเตล็ดครับ
Permalink : http://www.oknation.net/blog/nutbbc
วันอาทิตย์ ที่ 9 มีนาคม 2551
อาณาจักรที่สำคัญของพม่า
Posted by นัทBBC , ผู้อ่าน : 96 , 12:03:05 น.  
พิมพ์หน้านี้


อาณาจักรศรีเกษตร

ก่อนคริสตศตวรรษที่16 ไม่ปรากฏหลักฐานเกี่ยวกับรัฐพยูจากเอกสารท้องถิ่นที่ปรากฏในระยะหลัง กล่าวว่า มีรัฐของพวกพยู ซึ่งอยู่ตอนกลาง ของแม่น้ำอิรวดีส่วนหลักฐานจากจีนได้ความว่าตั้งแต่คริสตศตวรรษที่3 เป็นต้นมา จีนได้ขยายอิทธิพลเข้ามาถึงมณฑลยูนนาน ซึ่งติดต่อกับรัฐพยูมีศูนย์กลางอยู่เมืองแปรในปัจจุบัน และในคริสต์ศตวรรษที่7 เอกสารของจีนเรียกว่า ศรีเกษตรนั้นจึงกล่าวได้ว่า รัฐพยูหรือศรีเกษตรเป็นแนวหน้าของพวกพม่า เป็นพวกแรกที่อพยพมาจากธิเบตเข้ามายังเมืองฮาลิน และอยู่ที่นี่จน

คริสต์ศตวรรษที่ 7-8 เอกสารของจีนกล่าวถึงศรีเกษตรว่ามีประชาชนหลายหมื่นครัวเรือน มีวัดทางพระพุทธศาสนามากกว่าร้อยแห่ง เด็กชายหญิงจะได้รับการอบรมทางพระพุทธศาสนากับพระภิกษุตั้งแต่เด็กจนอายุ 20 ปี ชาวพยูไม่ชอบนุ่งห่มด้วยผ้าไหม เพราะการทำไหมต้องฆ่าตัวไหมจำนวนมาก ซึ่งผิดศีลไม่มีเครื่องทรมานในรัฐเลย แต่ดินแดนของพวกมยูมิได้ว่างเปล่า เพราะในคริสตศตวรรษนี้เองได้มีพวกพม่าเชื่อสายเดียวกับพยูอพยพมาจากธิเบต และตอนใต้ของจีนเข้ายึดครองดินแดนเดิมของพยู และภาคกลางของลุ่มน้ำอิรวดี บางพวกข้ามแม่น้ำอิรวดีไปทางตะวันตกถึงเทือกเขาชิน แม้ภายหลังก็พากันนับถือศาสนาอิสลามตามพวกอัสสัมไปด้วย จึงมีวัฒนธรรมต่างไปจากพม่าที่อยู่ลุ่มน้ำอิรวดี

พม่าที่อยู่ภาคกลางบริเวณลุ่มแม่น้ำอิรวดี ประกอบไปด้วย แว่นแคว้นหลายแห่งไม่ขึ้นแก่กัน ในที่สุดพระเจ้าอนิรุทธิ์ ได้รวบรวมแว่นแคว้นเหล่านี้เข้าด้วยกัน ตั้งเป็นรัฐใหม่ขึ้นชื่อว่า พุกาม

อาณาจักรพุกาม

เมื่อแรกๆ มีฐานะเป็นเป็นเมืองขึ้นตั้งแต่คริสศตวรรษที่2 มีเจ้าเมืองครองต่อๆ กันนานจนถึงพ.ศ.1587 สมัยพระเจ้าอนิรุทธิ์หรืออโนธชรามังช่อได้ขยายอาณาเขตออกไปมีอำนาจครอบครองดินแดนพยูและเมืองสะเทิมของมอญ มีผลให้เมืองพุกามขยายออกเป็นรัฐที่ยิ่งใหญ่ ครอบครองบริเวณปากแม่น้ำทาวทิศใต้ทั้งหมด รวมถึงภาคเหนือบริเวณอาระกันหรือยะไข่ด้วย

ตอนต้นของสมัยพุกามมีการนับถือพุทธศาสนาแบบตันตริที่เชื่อไสยศาสตร์ควบคู่ไปกับการนับถือและเซ่นสรวงภูดผีปีศาจ ซึ่งเป็นความเชื่อพื้นเมืองดั้งเดิมมีการเซ่นสรวงประจำปีพระเจ้าแห่งท้องฟ้า ซึ่งเชื่อว่าสิงสถิตอยู่ยอกเขาโปยา มีการบูชาศาลซึ่งเป็นที่เร่ร่อนของผี 36 ตัว ที่เรียกว่า การนับถือผีนัต มีการใช้เวทมนตร์คาถา และดวงดาวเป็นหลัก ให้ชาวพุกามมีความมั่นใจในการต่อสู้กับโรคภัยไข้เจ็บ โชคร้ายและการเก็บเกี่ยวที่ไม่ได้ผล มีการสักตามตัว และการดื่มยาวิเศษที่ใช้เวทมนตร์ผสม เชื่อว่าทำให้อยู่อยู่ยงคงกระพัน ต่อมาเมื่อพุกามเข้าครอบครองดินแดนของมลายู ซึ่งอยู่ในแผ่นดินตอนล่าง มีผลทำให้วัฒนธรรมมอญแผ่ไปในวังหลวง ทั้งทางด้านการศึกษา ศาสนา ศิลปวัฒนธรรม และวรรณกรรม การสร้างวิหารเจดีย์ต่างๆ สมัยพุกาม ล้วนแต่ได้รับอิทธิพลจากมอญทั้งสิ้น พระพุทธศาสนา และพระสงฆ์มีบทบาทสำคัญยิ่ง เช่น กำหนดคำสาบานอันน่าสะพรึงกลัวที่ใช้กันในการพิจารณาสอบสวนคดี พระเป็นผู้สอนหนังสือแก่เด็ก ในการศึกษาชั้นต้นจึงมีอิทธิพลต่อการสร้างแนวความคิดต่างๆ พระสงฆ์จะได้รับของที่บรรดาเศรษฐีที่หวังในผลบุญกศุลถวายให้อย่างทุ่มเทที่เรียกว่า การกัลปนา

ทางด้านการปกครองอำนาจในการบริหารของพุกามรวมอยู่ในทางตอนบนของประเทศพม่าตอนบนไม่มีมากนัก และอยู่กันอย่างกระจัดกระจาย ที่ดินมีอยู่มากมายกษัตริย์แห่งพุกามจึงใช้การปกครองระบบศักดินา หรือระบบกินเมืองที่เรียกว่า เมียวซา โดยทรงพระราชทานศักดินาแก่เจ้านาย พระราชวงศ์ขุนนางข้าราชการ เพื่อให้คนเหล่านั้นมีสิทธิยึดครองที่ดินจำนวนหนึ่ง เป็นการบำเหน็จความดีความอบในหน้าที่ราชการ ที่ดินเหล่านั้นมีสิทธิถือครองที่ดิน ที่ดินเหล่านั้นมักอยู่ไกลจากเมืองหลวง หรือมอบหมายให้ไปปกครองดูแลหัวเมืองหรือหมู่บ้านผู้มีศักดินาดังกล่าวจะได้รับรายได้จากการเก็บภาษีผลผลิตพืช

ผลต่างๆ ในเมือง หรือหมู่บ้านที่อยู่ใต้ปกครอง เป็นการช่วยให้พวกเจ้านายขุนนาง ข้าราชการที่มีอยู่มากมายขณะนั้นสามารถดำรงอยู่ได้และในระบบเมียวซามีการจัดตั้งชนชั้น คือ พวกข้าราชการ เรียกว่า อาบูดัน

อาณาจักรพุกามหลังปี พ.ศ.1830 เมื่อมองโกลยึดครองพุกามได้แล้วได้แบ่งดินแดนออกเป็น 2 มณฑลคือ

- มณฑลเชียงเมียน โดยรวมรัฐทางเหนือของพม่าเข้าด้วยกันมีเมืงตะโก้ง เป็นศูนย์กลางภายใต้การปกครองของข้าหลวงจีน มีทหารมองโกลประจำ

- มณฑลเชียงชุง อยู่ทางภาคใต้ของพม่า มีเมืองพุกามเป็นศูนย์กลางจนปี พ.ศ.1834 จึงได้แต่งตั้งกะยอชวา เป็นกษัตริย์ปกครองเมืองพุกาม ในฐานะประเทศราชของจีน

อาณาจักรพุกามอยู่ใต้อำนาจพี่น้องไทยใหญ่ทั้ง3 ไทยใหญ่เป็นชนเผ่าไทย ที่อพยพหนีการรุกรานของจีนลงมาทางใต้ ในระยะที่กุบไลข่านรุกรานน่านเจ้า ประมาณคริสต์ตศวรรษที่13 ไทยใหญ่ได้อพยพเข้าสู่ตอนเหนือของพม่ามากขึ้น จนสามารถรวบรวมกำลังคนได้ในระยะนั้นพี่น้องใหญ่ทั้ง3 ตั้งตัวเป็นใหญ่ที่บริเวณที่ราบยอสีทางภาคกลางของพม่า ที่เมืองเยินแสง เมคคยา และพินเล พระเจ้ากะยอชวา ซึ่งครองพุกามในฐานะอยู่ใต้อำนาจของมองโกล จึวต้องยอมรับสิทธิของพี่น้องไทยใหญ่ทั้ง 3 เดือนดินแดนเหล่านี้


อ่านความคิดเห็น

ความคิดเห็นที่ 3
ฟ้าใสที่ปลายฟ้า วันที่ : 09/03/2008 เวลา : 20.51 น.
http://www.oknation.net/blog/feasai
พรากมีวันพบ จากมีวันเจอ จากกันยามเป็นได้เห็นน้ำใจ จากกันยามตายได้เห็นน้ำตา

แจ้งข่าวการจากไปของบล็อคเกอร์น้องเดือน ร่วมไว้อาลัยที่บ้านฟ้าใสค่ะ
ความคิดเห็นที่ 2
คนกุลา วันที่ : 09/03/2008 เวลา : 12.14 น.
http://www.oknation.net/blog/konkula

ติดตามประวัติศาสตร์เอเชียอาคเนย์อยู่ครับ ขอบคุณสำหรับบทความครับ
ความคิดเห็นที่ 1
Supawan วันที่ : 09/03/2008 เวลา : 12.08 น.
http://www.oknation.net/blog/supawan

สวัสดีวันอาทิตย์ค่ะ ..

ขอบคุณ สำหรับบทความค่ะ

มาชวนไปเที่ยวและทำกิจกรรมร่วมกันที่เกาะกูดค่ะ ..

มีความสุขมากๆในวันหยุดนะคะ
แสดงความคิดเห็น

  เข้าสู่ระบบ   |   สมัครสมาชิก
ชื่อ:  
อีเมล์:  
เว็บไซต์:  
ความคิดเห็น:  
   

ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน

<< มีนาคม 2008 >>
อา พฤ
            1
2 3 4 5 6 7 8
9 10 11 12 13 14 15
16 17 18 19 20 21 22
23 24 25 26 27 28 29
30 31