พิมพ์หน้านี้
|
เนื่องจากช่วงนี้ไม่ค่อยมีเวลา update Blog เลยห่างหายไปซะนานเลย ขอบคุณท่านผู้อ่านทุกท่านที่แวะมาเยี่ยมชมและหลายท่านยังฝากComment ดี ๆ เอาไว้อีก ต้องขอบคุณมาก ๆ เลยนะครับ วันนี้ผมอยากจะพูดถึงเครื่องดื่มที่เป็นคู่กันตลอดกาลอย่าง โค้กและเป๊ปซี่ซักหน่อยครับ ที่ต้องพูดเพราะว่า จนถึงตอนนี้คงจะไม่มีใครที่ไม่เห็นโฆษณาของเป๊ปซี่ Max ที่พร้อมใจกันออกมาครั้งเดียว 5 series เลยทีเดียว เรื่องแบบนี้ต้องมีมูลเหตุแน่ ๆ ครับ
ที่มา: www.adintrend.com มูลเหตุที่ว่าผมคิดเอาเองว่าคงน่าจะมาจากการเปิดตัวของโค้กซีโร่เมื่อกลางปี 50 นั่นเองครับ ในความเป็นจริงแล้ว เป๊ปซี่ แม๊กซ์ไม่ใช่ของใหม่ในบ้านเราแต่อย่างใด เพราะว่าทางค่ายเป๊ปซี่-โคล่า (ประเทศไทย) เทรดดิ้ง ได้นำมาทำการตลาดมามากว่า 10 ปีแล้ว แม้ว่าทางเป๊ปซี่จะออกมาบอกว่ายังคงมีส่วนแบ่งทางการตลาดมากถึง 58% เหนือว่าโค้กซี่โร่ แต่การที่อยู่ ๆ เป๊ปซี่ก็นำเอาเป๊ปซี่แม๊กซ์มาแต่งตัวปะแป้งเสียใหม่กลายเป็นกระป๋องดำ น่าจะมีนัยมากกว่าการ relaunch ซะแล้วครับ ผมได้มีโอกาสอ่านหนังสือพิมพ์ฉบับหนึ่ง มีข้อมูลที่น่าสนใจมากครับ แม้ว่าผมจะลืมชื่อหนังสือพิมพ์ฉบับนั้นไปแล้ว แต่ข้อมูลนั้นเขียนเกี่ยวกับงายวิจัยชิ้นนึงที่ทำการสำรวจว่าในช่วงที่ผ่านมา คนส่วนใหญ่มีการพูดถึงอะไรกันมากที่สุด น่าสนใจมากครับผลปรากฎว่าอันดับหนึ่งคือ iphone และอันดับสองคือ โค้กซีโร่ ผมต้องขอโทษท่านผู้อ่านจริง ๆ ที่ไม่สามารถบอกแหล่งที่มาได้ เนื่องจากว่าผมทำหนังสือพิมพ์เล่มนั้นหายไปแล้ว
ที่มา: www.adintrend.com จากข้อมูลดังกล่าวก็สามารถจะชี้นำได้บางอย่างว่าโค้กซีโร่มาแรงจริง ๆ ครับ ผมเองแอบทำการสำรวจด้วยตัวเองนิดหน่อย บวกกับมาลองนั่งคิดดูว่าทำไมเป๊ปซี่ที่ออกมานานถึงไม่ดังขนาดนี้ ผมคิดว่าคนปกตินั้นที่ชอบเครื่องดื่มพวกคาร์บอเนตมักจะเป็นวัยรุ่นที่อาจจะไม่ได้สนใจเรื่องของสุขภาพมากนัก ดังนั้นสิ่งที่พวกเค้าเหล่านั้นต้องการก็คือความสดชื่น และความอร่อยที่ได้มาจากการดื่มน้ำอัดลม ซึ่งตรงจุดนี้เองผมคิดว่าโค้กซี่โร่ทำได้ดีกว่าเป๊ปซี่แม๊กซ์ เพราะว่ารสชาติของโค้กซีโร่นั้นดูแล้วไม่ได้ต่างไปจากโค้กตัวเดิมเท่าไหร่ แต่ว่าเป็นซี่แม๊กซ์ดูเหมือนว่ารสชาติจะต่างจากเป๊ปซี่ตัวปกติมากพอสมควร ดังนั้นด้วยเหตุนี้จึงทำให้โค้กซีโร่โดนใจผู้บริโภคมากกว่า
ที่มา: www.adintrend.com แต่อย่างไรก็ตามนั่นเป็นสิ่งที่ผมคิดครับท่านผู้อ่าน และผมเองก็เชื่อว่าทางเป๊ปซี่เองไม่ได้คิดแบบนั้น เพราะว่าการ Relaunch เป๊ปซี่ตัวใหม่นี้ไม่ได้ทำการเปลี่ยนรสชาติแต่อย่างใด แต่กลับเปลี่ยนรูปแบบกระป๋องมาเป็นสีดำเหมือนกับคู่แข่งเสียอีก พร้อมกับอัดแคมเปญพร้อม ๆ กันมากมาย ซึ่งตรงนี้ผมมองว่าทางเป๊ปซี่คิดว่าปัญหาไม่ได้อยู่ที่ตัวรสชาติ แต่อยู่ที่กิจกรรมทางการตลาดต่างหาก ศึกครั้งนี้ผมเชื่อว่าน่าสนุกครับ เพราะว่าถ้าเป๊ปซี่คิดถูกจริง ๆ ก็จะสามารถดึงคนให้กลับมากินเป๊ปซี่แม๊กซ์ได้ แต่ผมเองมองว่าด้วยแคมเปญนี้อาจจะส่งผลทางอ้อมให้โค้กซีโร่ดังเข้าไปกันใหญ่ครับ ที่ผมคิดแบบนี้เพราะว่าตามสมมุติฐานของผม ผมมองว่าตัว Core Product ของเป๊ปซี่นั้นมีปัญหา ปัญหาที่ว่าก็คือความแตกต่างระหว่างรสชาติของเป๊ปซี่ปกติ กับเป๊ปซี่ แม๊กซ์ ซึ่งตรงจุดนี้โค้กซีโร่สามารถทำให้รสชาติไม่ต่างกันมากเกินไปนัก เลยทำให้ดังขึ้นมา การออกน้ำอัดลมแบบไม่มีน้ำตาลนั้นมองโดยผิวเผินเหมือนกับว่ากำลังจะเจาะเทรนด์ของสุขภาพ เป็นน้ำอัดลมของคนรักสุขภาพ แต่ผมเองแอบคิดว่าคนรักสุขภาพจริง ๆ คงไม่หันมามองน้ำอัดลมตั้งแต่แรกแล้ว ดังนั้นความเป็นไปได้ก็คือเป็นกลุ่มคนที่กินน้ำอัดลมแบบเดิมเนี่ยแหละที่จะเป็นคนเข้ามาทดลองก่อน หรือไม่ก็เป็นคนที่ไม่อยากจะอ้วนเพราะว่าน้ำตาลจากน้ำอัดลม แต่ก็ยังอยากกินน้ำที่มีรสชาติอร่อย ๆ ด้วยเหตุผลอย่างที่ผมกล่าวมานั้นแหละครับ ทำให้ผมคิดว่าเป๊ปซี่ไม่ได้มีปัญหาเรื่องของการตลาด แต่เป็นตัว Core Product ของเป๊ปซี่แม๊กซ์นั่นแหละที่ยังไม่สามารถทำให้ผู้บริโภครู้สึกว่า "โดน"
ที่มา: www.adintrend.com ผมเองได้ไปเห็นโฆษณาตามป้ายรถเมล์ที่มีรูปกิ้งก่ากับกระป๋องโค้กซีโร่ พร้อมทั้งเขียนว่า "ถ้าไม่อินเทรนด์จริง ไม่เปลี่ยนหรอก" นี่เท่ากับว่าเป็นการตอกย้ำความสำเร็จของโค้กซีโร่ได้อย่างดีทีเดียว เมื่อวันก่อนนี่เองครับผมเดินไปที่ซุปเปอร์มาร์เก๊ตแล้วก็เห็น "สไปรท์ซีโร่" นี่คงเป็นหมัดต่อไปที่โค้กเอามาสู้กับค่ายเป๊ปซี่
ที่มา: www.adintrend.com เป็นสงครามที่น่าสนุกมาก ๆ เลยครับ เพราะว่าการที่เป๊ปซี่ Relaunch ตัวกระป๋องสีดำออกมา ทำให้หลายฝ่ายมองว่า เป็นการ "เลียนแบบ" คู่แข่งตลอดกาลอย่างโค้กหรือเปล่า แล้วถ้าทางฝั่งโค้กเล่นออก "สไปรท์ซีโร่" มาแบบนี้ ทางเป๊ปซี่จะทำยังไงดีล่ะครับ เป๊ปซี่ที่เป็นผู้นำโค้กมาตลอดในบ้านเรา มาครั้งนี้มีโอกาสสูงมากที่ต้องลงมาเล่นเกมของผู้ตามกันบ้าง จะเป็นยังไงกันต่อต้องติดตามกันอย่างใกล้ชิดครับ ข้อมูลอ้างอิง หนังสือพิมพ์ Business Thai ฉบับที่ 333 วันที่ 28 ม.ค. - 3 ก.พ. 2551 |
| << | กุมภาพันธ์ 2008 | >> | ||||
| อา | จ | อ | พ | พฤ | ศ | ส |
| 1 | 2 | |||||
| 3 | 4 | 5 | 6 | 7 | 8 | 9 |
| 10 | 11 | 12 | 13 | 14 | 15 | 16 |
| 17 | 18 | 19 | 20 | 21 | 22 | 23 |
| 24 | 25 | 26 | 27 | 28 | 29 | |