• กาดคำ
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • email : koonohm@yahoo.com
  • วันที่สร้าง : 2007-08-30
  • จำนวนเรื่อง : 48
  • จำนวนผู้ชม : 15530
  • จำนวนผู้โหวต : 11
  • ส่ง msg :
OhmBook
อ่านหนังสือเยอะ...แต่ไม่เอาไปใช้จริง ก็ไม่มีประโยชน์ ... อ่านสารบัญหนังสือขายดีบ้าง จะได้ออกนอกกรอบความคิดเดิมๆ
Permalink : http://www.oknation.net/blog/ohmbook
วันอังคาร ที่ 25 ธันวาคม 2550
หนังสือดีๆ...ที่แนะนำหนังสือดีๆ...ให้คนได้อ่านหนังสือดีๆ
Posted by กาดคำ , ผู้อ่าน : 539 , 02:38:23 น.   | หมวดหมู่ : บริหารธุรกิจ  
พิมพ์หน้านี้


ผมติดตามอ่านนิตยสารผู้จัดการรายเดือนมานาน

มีคนเขียนที่สรุปหนังสือดีๆ ให้คนอ่านอีกที ดีมากๆครับ "คุณ วิษณุ โชลิตกุล "
บก. อาวุโส - คอลัมนิสต์ปากกาคมแห่ง “ข่าวหุ้น” หนังสือพิมพ์หุ้นรายวัน ขวัญใจนักลงทุนที่มียอดขายสูงสุด
อดีตกองบก. ของหนังสือพิมพ์หลายฉบับ ประสบการณ์เกือบ 30 ปีในวงการสื่อ

หนังสือดีๆในโลกนี้มีอีกเยอะ..... ใช้เวลาไปตลอดชีวิตก็อ่านไม่หมด ต้องเลือกที่สำคัญๆแล้วนำไปใช้จริงจึงจะมีประโยชน์

ผู้บริหารหลายๆคนก็จ้างนักอ่าน ให้มาอ่านหนังสือ แล้วสรุปเรื่องเด็ดๆให้ฟัง จะได้ใช้ "เวลา" ไปทำอย่างอื่นที่สำคัญกว่า

หนังสือมี 3 ประเภทครับ ที่ผมแบ่งได้ตอนนี้
1. หนังสือที่ต้องอ่าน
2. หนังสือที่น่าอ่าน (ไม่อ่านก็ไม่เป็นไร)
3. หนังสือที่ไม่ควรอ่าน (และไม่จำเป็นต้องอ่าน)

ถ้าจะแทนคำว่าหนังสือ ...... ด้วย คำว่า สื่อ ก็ใช้ได้ครับ สื่อที่ต้องรู้ สื่อที่น่ารู้ และสื่อที่ไม่จำเป็นต้องรู้

คบเพื่อน ก็คล้ายๆเลือกหนังสือครับ

1. เพื่อนสนิท เพื่อนที่ดี อยู่ใกล้ตัวเรา
2. เพื่อนที่น่าคบ ... อาจจะอยู่ไกลกัน เลยไม่ค่อยสนิทกัน
3. เพื่อนที่ไม่ควรคบ .... และไม่จำเป็นต้องคบ

เลือกดู เลือกอ่านละกันครับ

-----------


ผู้เขียน/ผู้เรียบเรียง วิษณุ โชลิตกุล
ขนาด 21 x 14.7 x 1.3 cm
จำนวน 216 หน้า
สำนักพิมพ์ โครงการแมเนเจอร์คลาสสิก
จัดจำหน่าย ซีเอ็ด ยูเคชั่น จำกัด (มหาชน)
http://bookstore.manager.co.th/BookView.asp?ID=4825

คำนำ

ปีเตอร์ ดรักเกอร์ เคยจำแนกเอาไว้ว่ากล่าวถึงที่สุดแล้วผู้บริหารที่มีประสิทธิภาพ (ไม่ว่าจะเป็นประเภทเถ้าแก่มือโปรหรือลูกจ้างมืออาชีพ) นั้น หากจำแนกแล้ว มีอยู่ 2 จำพวกคือนักสร้างโอกาส และนักแก้ปัญหา ซึ่งแต่ละคนก็มีความเหมาะสมกับสถานการณ์แตกต่างกัน ขึ้นอยู่กับกาละ และเทศะเป็นตัวกำหนด

สำหรับประเทศไทยนั้นบทเรียนอันแสนสาหัสที่ธุรกิจได้รับ นับแต่วิกฤตต้มยำกุ้งเมื่อกลางปี 2540 เป็นต้นมา ถือเป็นบททดสอบสำคัญสำหรับผู้บริหารธุรกิจทั้งสองประเทภอย่างมีนัย

แต่นั่นก็ไม่ได้หมายความว่ามันจะเป็นบทเรียนสุดท้ายสำหรับธุรกิจ
เพราะการแข่งขันและการปรับตัวเพื่อรับมือกับกระแสโลกาภิวัตน์ และความผันผวนทางธุรกิจ นับวันจะยิ่งเข้มข้นมากขึ้นเรื่อยๆ ทั้งด้วยความถี่ที่กระชั้นมากกว่าเดิม และด้วยความซับซ้อนของปัญหาทั้งในเชิงปริมาณและคุณภาพ

ภารกิจของผู้บริหารร่วมสมัยนับจากนี้ไป จึงเป็นเรื่องของทั้งการสร้างโอกาสและปัญหาควบคู่กันไป ไม่อาจจะทิ้งอย่างใดอย่างหนึ่งได้ ไม่ว่าจะชอบใจหรือไม่ก็ตาม

การสร้างแผนธุรกิจ (การตลาด การเงิน และการบริหารทรัพยากรทางธุรกิจ) ล้วนแล้วแต่ต้องการความพลิกแพลงให้เกิดความผิดพลาดน้อยลง

ข้อเรียกร้องสำหรับความสำเร็จ และการหลีกเลี่ยงความล้มเหลวคือ แรงกดดันที่ทำให้ผู้บริหารองค์กรร่วมสมัย ซึ่งเรียกว่า “ยุคหลังสมัยใหม่” ต้องมีสภาพดุจดังมนุษย์แห่งยุคฟื้นฟูศิลปะวิทยาการในยุโรปตะวันตกเมื่อหลายร้อยปีก่อน

ดังนั้น การเพิ่มพูนความรอบรู้และลึกซึ้งในกระบวนการทางธุรกิจทั้งกว้างและลึกจึงกลายเป็นความจำเป็นที่มิใช่มีไว้เพื่อโอ้อวดบนโต๊ะอาหารเย็นหรือบนเวทีสัมมนา

หากเพื่อจุดมุ่งหมายบรรลุความสำเร็จในคิดใหม่ทดสอบใหม่ให้ความหมายใหม่และสร้างความเติบโตที่ยั่งยืนในอนาคต


การเติบโต ผลกำไร ปัญหาอุปสรรค โอกาส การท้าทาย ธรรมาภิบาล มูลค่าผู้ถือหุ้น นวัตกรรม ความผันผวน ความอยู่รอด ชัยชนะ ความพ่ายแพ้ ฯลฯ ล้วนเป็นประเด็นที่มีความหมายถึงชีวิตของผู้คน พอๆ กับความหมายของธุรกิจภายใต้บริบททางความคิดและผลประโยชน์รูปธรรมที่ปรากฏออกมาตามสถานการณ์ที่เปลี่ยนแปลงไป

เมื่อกระบวนการหาความรู้ทางตรงและทางอ้อมเพื่อพัฒนาตนเองสำหรับมือการแข่งขันเป็นสิ่งที่เลี่ยงไม่พ้น ท่ามกลางเวลาที่จำกัด

การหาความรู้ผ่านหนังสือที่เป็นหนึ่งในการทบทวนประสบการณ์ของตนเองแกละการเรียนลัดผ่านประสบการณ์ตรงของผู้อื่น จึงกลายเป็น “ประสบการณ์เทียม” ที่ย่นย่อเวลาและต้นทุนในการเข้าถึงความรู้ได้ทางหนึ่งแม้ว่าจะไม่ใช่ทางที่ดีที่สุดก็ตาม

ผมเองไม่เคยเชื่อในเรื่อง “อ่านหนึงสือนี้รวย” อย่างสูตรสำเร็จมาโดยตลอด เพราะในโลกของความเป็นจริงแล้ว การลงมือกระทำอย่าง “ศึกษาเป็น – ใช้เป็น” ตะหากที่ทำให้คนประสบความสำเร็จในชีวิต แต่ใครล่ะที่จะลงมือกระทำการดังกล่าวได้โดยปราศจากการหาความรู้จากหนังสือเลย

เนื้อหาในหนังสือทั้งหมดนี้เป็นการประมวลจากข้อเขียนแนะนำและวิจารณ์หนังสือซึ่งผมได้ลงมือเขียนมาอย่างต่อเนื่องในนิตยสารผู้จัดการ นับแต่ปี 2546 เป็นต้นมา ทั้งด้วยการคัดสรรด้วยตัวเองและด้วยคำแนะนำของบรรณาธิการเป็นบางครั้งว่าสมควรแก่การเอ่ยอ้างถึงและน่าจะเป็นประโยชน์ต่อนักธุรกิจและผู้บริหารองค์กรที่อาจจะเกิดประกายความคิดใหม่ๆ เพื่อนำไปทั้งสร้างโอกาสและแก้ปัญาในองค์กรของตนเอง

หนังสือที่ผลิตขึ้นมาในโลกปัจจุบันนี้มีให้เลือกหลายประเภทและมีสาระมากมายเสมือนหนึ่งต้นไม้ในป่าแห่งความรู้ แต่เนื้อหาโดยรวมของหนังสือที่ผมเลือกมาแนะนำเหล่านี้ประกอบด้วยกลยุทธ์การตลาด การเงิน การบริหาร และวัฒนธรรมองค์กรเป็นหลัก

แต่ก็มีบางครั้งที่เฉไฉออกนอกทิศทางไปสู่เรื่องของเศรษฐศาสตร์ เศรษฐศาสตร์การเมือง และประวัติศาสตร์ธุรกิจบ้าง ซึ่งก็ถือว่าเกี่ยวโยงกับปัจจัยทางธุรกิจทั้งสิ้น

เพราะโลกทุกวันนี้ภายใต้กรอบความคิดเรื่องบูรณาการทางความรู้ ย่อมหาเส้นแบ่งที่ชัดเจนขององค์ความรู้ต่างๆ ได้น้อยลง

โดยหลักการเลือกหนังสือที่นำมาเขียนถึง ผมพิจารณาเอาเองว่าน่าจะเป็นหนังสือที่สอดคล้องกับห้วงเวลา และสถานการณ์ร่วมสมัย อีกทั้งให้ข้อคิดที่จุดประกายความคิดใหม่ๆ ทั้งด้านกว้างและลึก

ทั้งนี้ แม้จะไม่ได้ตีกรอบให้แคบนัก แต่ก็ถือเกณฑ์กว้างๆ ว่า ต้องมีความเฉียบคมทางความคิด เสนอแง่มุมใหม่ๆ ที่อาจจะถูกมองข้ามไปโดยกระแสหลัก และมีรสนิยมในการนำเสนอที่มากกว่าระดับมาตรฐาน

การใช้เกณฑ์พิจารณาเช่นนี้อาจจะถูกต้องหรือบกพร่องไปก็สุดแท้ผู้อ่านจะวินิจฉัยเอาเองมาแนะเหล่านี้ มิใช่หนังสือ “ขายดี” เป็นหลัก แต่ได้เน้นที่สาระของเนื้อหาเป็นสำคัญ

หลายคนอาจจะบ่นว่า มีแต่เรื่องหนักๆ ทั้งสิ้น ผมก็ขอยอมรับโดยดุษฎี เพราะในโลกที่สื่อต่างๆ ล้วนเต็มไปด้วยเรื่องราวไร้สาระมากมายดังที่มีผู้รู้ทางด้านสื่อมวลชนกล่าวว่า

“พลังอำนาจของสื่อมวลชนที่กระจายมากเท่าใด จินตนาการของมนุษย์ก็ถดถอยเป็นทวีคูณเพียงนั้น” ขอเพียงแค่มีที่ว่างสำหรับการพูดถึง “สาระ” เสียบ้าง ก็ไม่ใช่การทำงานที่สูญเปล่าแล้ว

หากคุณค่าของงานดังกล่าวนี้จะเป็นประโยชน์กับผู้อ่านคนใดโดยบังเอิญเข้า ก็ถือเสียว่านั่นเป็นความชาญฉลาดของผู้อ่านเอง ผมไม่มีสิทธิ์สมอ้างคับคำชมใดๆ เลยแม้แต่น้อย

ความรู้ถือเป็นอกาลิโก อีกทั้งไม่ขึ้นกับชนชั้นหรือเชื้อชาติ ถือเป็นสมบัติของมนุษยชาติโดยรวม ประเด็นสำคัญอยู่ที่ว่า ใครจะสามารถตักตวงและรู้จักประยุกต์ใช้ให้เกิดประโยชน์ได้มากกว่ากัน ดังพุทธวจนะที่เป็นอมตะว่า “ป่าทั้งป่าเลือกเอาใบไม้แค่กำมือเดียว” เท่านั้น

หวังว่าผู้อ่าน (ไม่ว่าจะเป็นผู้บริหารหรือไม่ก็ตาม) จะได้รับประโยชน์ตามสมควรจากหนังสือเล่มนี้ ซึ่งเป็น “หนังสือเล่มแรก” จากประสบการณ์ทำงานมากกว่า 20 ปีในวงการหนังสือพิมพ์ของผม หากมีความผิดพลาดประการใดของข้อเขียน ย่อมถือเป็นความรับผิดชอบของผมเอง ไม่อาจปฏิเสธได้

วิษณุ โชลิตกุล

อ่านความคิดเห็น

ความคิดเห็นที่ 1
Supawan วันที่ : 25/12/2007 เวลา : 06.31 น.
http://www.oknation.net/blog/supawan

ขอบคุณ ... สำหรับบทความดีๆ ที่มีคติสอนใจค่ะ ..

มีความสุขนะคะ
แสดงความคิดเห็น

  เข้าสู่ระบบ   |   สมัครสมาชิก
ชื่อ:  
อีเมล์:  
เว็บไซต์:  
ความคิดเห็น:  
   

ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน

ชวน VS สมัคร

นายหัวชวน กับ นายสมัคร คุยกัน ขำๆ

View All
<< ธันวาคม 2007 >>
อา พฤ
            1
2 3 4 5 6 7 8
9 10 11 12 13 14 15
16 17 18 19 20 21 22
23 24 25 26 27 28 29
30 31