พิมพ์หน้านี้
D N Aปัจจุบันนี้หากพูดถึงคำว่า ดีเอ็นเอ (DNA) ก็คงจะคุ้นหูกันจนเป็นเรื่องธรรมดาไปเสียแล้วสำหรับคนไทย เพราะหากดูจากพาดหัวข่าวหนังสือพิมพ์จะมีคำว่า ดีเอ็นเอ ปรากฏออกมาเป็นระยะๆอย่างไม่ขาดสาย... จะหาคนร้ายหรือตรวจสอบฆาตกรก็ต้อง ตรวจดีเอ็นเอ อยากรู้ว่าเป็นญาติกับคนดังจริงหรือไม่ก็ต้อง ตรวจดีเอ็นเอ อยากรู้ว่า มีอะไรกับใคร จริงหรือไม่ก็ต้อง ตรวจดีเอ็นเอ (อีกเช่นกัน)
นอกจากดีเอ็นเอจะกลายมาเป็น อุปกรณ์ หรือ หลักฐาน สำคัญในการไขปริศนาคดีลึกลับต่างๆแล้ว ดีเอ็นเอยังเป็น สัญลักษณ์ (symbol) หรือ ( ถ้าจะเรียกให้ทันสมัยทันยุคที่คอมพิวเตอร์ครองเมืองก็คงต้องว่าเป็น ไอคอน (icon)) สำหรับวิทยาศาสตร์ชีวภาพไปแล้ว ในแบบเดียวกับที่เวลาคิดถึงวิชา ฟิสิกส์ คนจำนวนไม่น้อยจะนึกถึงภาพนักวิทยาศาสตร์หัวฟูๆท่านนั้น (ก็จะใครเสียอีกล่ะคะ ก็คุณปู่ไอน์สไตน์นั่นแหละ) และ สมการสะท้านโลกอย่าง E= mc2 สมการนั้น
ความจริงคนเรารู้จักกับดีเอ็นเอมาเกือบ 140 ปีมาแล้ว แต่นักวิทยาศาสตร์ส่วนใหญ่ไม่ให้ความสำคัญกับมันมากนัก เนื่องจากกำลังมัวสนใจกับ โปรตีน โมเลกุลมหัศจรรย์อีกชนิดหนึ่ง เหตุผลสำคัญก็คือ โปรตีนมีความหลากหลายและลักษณะซับซ้อน จึงเชื่อกันว่า โปรตีนน่าจะเป็นสารที่เหมาะสมกับหน้าที่ในการกุมความลับของชีวิตและเป็น สารพันธุกรรม ที่ถ่ายทอดลักษณะของสิ่งมีชีวิตจากรุ่นหนึ่งไปยังอีกรุ่นหนึ่ง
เหตุที่บทความดังกล่าวกระตุ้นความสนใจของนักวิทยาศาสตร์ในสมัยนั้น ก็เพราะว่า วัตสันและคริกสังเกตและแนะนำไว้อย่างถูกต้อง (ตรวจสอบด้วยการทดลองในภายหลัง) ว่าสายดีเอ็นเอแต่ละสายทำหน้าที่เป็น ต้นแบบ ในการสร้างสายดีเอ็นเอสายใหม่ขึ้นได้ ซึ่งทำให้สมมติฐานที่เริ่มชัดเจนมากขึ้นเรื่อยๆในสมัยนั้นว่า ดีเอ็นเอนี่เองที่น่าจะทำหน้าที่เป็น สารพันธุกรรม ... ฟังดูมีน้ำหนักและสมเหตุสมผลอย่างที่สุด ขอบคุณข้อมูลจากวิชาการดอตคอมค่ะ ที่ทำให้ทุกคนได้รู้จักดีเอ็นเอกันมากขึ้น |