• มรณฐิโต
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • email : maanmunee@gmail.com
  • วันที่สร้าง : 2007-09-10
  • จำนวนเรื่อง : 29
  • จำนวนผู้ชม : 7700
  • จำนวนผู้โหวต : 11
  • ส่ง msg :
พอทนได้
เป็นความคิดเห็นของคนคนหนึ่ง มักแตกต่างจากคนส่วนใหญ่..มั้ง
Permalink : http://www.oknation.net/blog/ok-na
วันพฤหัสบดี ที่ 4 ตุลาคม 2550
คำให้การของแมงดา 7-8
Posted by มรณฐิโต , ผู้อ่าน : 160 , 10:51:57 น.  
พิมพ์หน้านี้


7.

          เม้ง เม้ง เม้ง ๆ ๆ ๆ ๆ……..

          เสียงระฆังบนหอสวดมนต์ ดังขึ้น เริ่มดังจากช้าๆ และกระชั้นถี่ขึ้น  เป็นสัญญาณว่า ถึงเวลาทำวัตรเช้าแล้ว  เป็นประจำอย่างนี้ทุกๆวัน ที่จะต้องมีการลงโบสถ์เพื่อสวดมนต์ทำวัตรเช้า หลังจากทำภัตกิจหรือฉันอาหารเสร็จ ในตอนเช้า ยกเว้นวันไหนพระในวัดส่วนใหญ่มีกิจนิมนต์ไปนอกวัด เพื่อทำศาสนพิธี ตามที่ชาวบ้านนิมนต์ ก็จะไม่มีการสวดมนต์ทำวัดเช้า

          เคยถามหลวงตาว่า ทำไมต้องทำวัตรด้วย วันละสองครั้ง เช้าครั้งหนึ่งและ เย็นอีกครั้งหนึ่ง ซึ่งเห็นแต่เพียงการมานั่งรวมกัน และก็สวดมนต์แบบเดียวกัน ซ้ำๆกัน ทุกวัน 

          มันเป็นอย่างนี้โยม…..หลวงตาเริ่มสาธยายให้ฟัง

            เมื่อสมัยก่อนนั้นน่ะ คือสมัยที่พระพุทธเจ้ายังทรงมีพระชนม์อยู่  ไม่มีใครบันทึกคำสอนทุกสิ่งที่พระพุทธเจ้าเทศนาเอาไว้เป็นลายลักษณ์อักษร เมื่อได้ยินได้ฟังมาอย่างใด ก็มาเล่า มาบอกต่อกันไป ปากต่อปาก พระภิกษุหรือสาวกคนใดซึ่งได้เคยฟังธรรมเทศนาของพระศาสดาก็จดจำ แล้วท่องจำเพื่อไม่ให้ลืม มีเวลาว่างก็จะนำมาท่องทบทวน เป็นการสาธยายพระธรรม แต่เราไปเอาวิธีการแบบพราหมณ์มาใช้ แล้วเรียกภายหลังว่า สาธยายมนต์ คนไทยก็เลยมาเรียกว่าสวดมนต์ ที่จริงเป็นการท่องทบทวนพระธรรมที่ได้ยินได้ฟังมา เพื่อสอนตนเองและคนอื่นๆที่ได้ยินได้ฟัง เผื่อใครเกิดปัญญาตรัสรู้ ก็จะบรรลุธรรม เป็นพระอริยะได้ คนที่เข้ามาบวชในศาสนานี้น่ะมีคนสารพัดชนิด มีการศึกษาบ้าง ไม่มีการศึกษาบ้าง อ่านหนังสือออกก็มี อ่านก็ไม่ออกก็มี การที่บรรดาพระภิกษุมาร่วมกันท่องทบทวนคำสอน ทำให้คนที่อ่านหนังสือไม่ออกหรือความจำไม่ดี  ได้ประโยชน์  เมื่อท่องบ่นตามไป จิตมีสมาธิ ใช้ปัญญาคิดไตร่ตรองตามไป ก็จะทำให้หลุดพ้นจากความเศร้าหมองได้ ไม่ใช่แต่พระภิกษุที่อยู่ในกลุ่มนี้เท่านั้นที่ได้ประโยชน์ ไม่ว่าผู้ใดก็ตาม ได้ยินได้ฟัง แล้วน้อมใจ ตั้งจิตเป็นสมาธิ คิดไต่ตรองตามไป ก็อาจบรรลุธรรม หลุดพ้นได้เหมือนกัน การทำวัตรจึงเป็นบุญประการหนึ่ง เป็นภาระหน้าที่ที่บรรดา พระภิกษุสงฆ์ต้องกระทำ  เพราะเป็นการสร้างประโยชน์ตนและประโยชน์ท่านไปในตัว อันเป็นภาระกิจหลักของสงฆ์ทั้งปวง

โยมพอจะเข้าใจมั้ยล่ะ อาตมาพูดง่ายๆให้โยมเข้าใจได้ อย่างนี้

ก็พอเข้าใจละครับหลวงตา แต่…

แต่อะไรล่ะ   หลวงตามองหน้าผมแล้วขมวดคิ้วที่ไม่มีขนคู่นั้นเข้าหากัน

คือผมฟังไม่รู้เรื่องครับหลวงตา เพราะเป็นภาษาพระครับ  แล้วพระที่ทำวัตรส่วนใหญ่รู้เรื่องมั้ยครับ เพราะถ้าไม่รู้เรื่องก็คงไม่มีประโยชน์อะไร ใช่ไหมครับ

อ๋อ..พระทั้งหมด เมื่อบวชแล้ว ก็ต้องเล่าเรียน เพราะฉะนั้นสิ่งที่เขาสวดกัน เขาแปลเป็นภาษาไทยได้  แล้วยิ่งสวดทุกวันก็จำแม่น ทั้งไทยทั้งบาลี บางรูปขนาดนั่งสวดไปยังนั่งสับปะหงกไปด้วยเลย หลวงตาพูดด้วยหน้าอมยิ้ม

แล้วมีรูปไหนบรรลุธรรมบ้างไหมครับ

ตามภูมิของอาตมา เท่าที่อาตมามีอยู่ อาตมาไม่เห็นนะ อาจจะมี แต่อาตมาไม่รู้ก็ได้

งั้นการทำวัตรก็ไม่ได้ผลสิครับ

ได้สิ อย่างน้อยก็ทำให้พระภิกษุใช้เวลาว่าง ทำศาสนกิจที่ถูกต้อง ไม่เอาเวลาไปทำอย่างอื่นที่ไม่ใช่กิจของพระภิกษุ

มีด้วยเหรอครับ หลวงตา อย่างอะไรล่ะครับ

บ้างพอฉันเสร็จก็ชอบจำวัด

นอนน่ะเหรอครับ

ใช่   บ้างก็นอนฟังวิทยุ  ฟังข่าวก็ยังพอทำเนา นี่ฟังเพลงไปกระดิกตีนไปด้วย ไม่งามเลย

พระฟังเพลงไม่ได้หรือครับ หลวงตา   แปลก…นะครับ

ไม่แปลกหรอกโยม  อย่าว่าแต่พระเลย แค่เณรก็ฟังไม่ได้แล้ว ถ้าเณรฟังเพลงหรือร้องเพลงก็ศีลขาด ส่วนพระก็เป็นอาบัติ เพราะเป็นกิจแบบชาวบ้าน นักบวชไม่ควรทำ

ผมเพิ่งรู้นะครับเนี่ย งั้นพระทั้งประเทศนี่ก็อาบัติกันหมดเลย ผมเห็นพระในกรุงเทพฯตามวัดใหญ่ๆ ในกุฏิมีเครื่องสเตอริโอเครื่องใหญ่ๆ เปิดเพลงฟังทั้งวัน ว้า…. แย่นะครับอย่างนี้

มันแย่มานานแล้วละโยม แยกไม่ออกว่า ไหนพระไหนโยมแล้ว..ทำตัวเหมือนกันไปหมด จะบวชกันทำไมก็ไม่รู้ หรือมันสบายแล้วก็รวยเร็วดีก็ไม่รู้สิ

ผมชักเห็นด้วยกับหลวงตาแล้วครับ ถ้าเป็นพระอย่างหลวงตาก็จนแย่เลยน่ะสิ

อ้าว… พระก็ต้องจนสิโยม เพราะพระพุทธเจ้าสอนให้จนนี่ ท่านทำให้เป็นตัวอย่างก่อนเลย หนีออกจากวัง ทิ้งทรัพย์สมบัติ มาเดินตีนเปล่า ห่มผ้าผี ขอเขากิน ใช้ผ้าเพียงสามผืน ไม่มีบ้านมีช่อง เที่ยวไปเรื่อย เพื่อประโยชน์กับคนที่มีสติปัญญาพร้อมที่จะพ้นทุกข์  กินวันละมื้อ ท่านเป็นคนจนตัวอย่างเลยแหละ เราเป็นลูกศิษย์ท่านแล้วไปทำรวย มันก็ไม่ได้เรื่องแล้ว

โหย…ชัดเลยครับหลวงตา  แล้วเดี๋ยวหลวงตาทำวัตรเสร็จนี่ แล้วจะให้ผมทำอะไรหรือเปล่าครับ

เออ….อาตมาก็ไม่ได้ทำอะไรหรอก ว่าจะมาคุยกับโยมต่อน่ะ  อาตมาได้รู้อะไรที่ไม่เคยคิดว่าจะได้รู้เยอะเลย  แล้วโยมมีอะไรต้องทำหรือเปล่าล่ะ

ไม่มีหรอกครับ ผมกวาดวัดเสร็จแล้ว ก็ว่าจะรดน้ำต้นไม้ครับ คงป้วนเปี้ยนอยู่แถวๆข้างโบสถ์นี่แหละครับ

ดีเหมือนกัน ฟังพระสวดไปด้วย อาจได้คิดอะไรดีดีขึ้นบ้าง ได้ประโยชน์นะโยม

แล้วผมจะฟังรู้เรื่องเหรอครับหลวงตา  ผมไม่รู้ภาษาบาลี

นี่แสดงว่าโยม ไม่ได้ยินพระทำวัตรมาหลายวันแล้วสิ 

ครับหลวงตา ทำไมหลวงตารู้ล่ะครับ  ผมไปช่วยเขาถางหญ้าหลังกุฏิหลวงตาเพ่งท้ายวัดใกล้ป่าช้าโน่นครับ  หญ้ามันแห้ง ท่านกลัวพวกสูบยาทิ้งก้นยาลงมา ไฟจะไหม้ ถางเสร็จเมื่อเย็นวานแล้ว สุมไฟเป็นขี้เถ้าไปแล้วครับ 

ก็เจ้าคณะอำเภอองค์ใหม่ท่านมีคำสั่งให้พระภิกษุในปกครอง สวดมนต์ทำวัตรและสวดศพ เป็นสวดมนต์แปลน่ะสิ คือสวดแล้วให้แปลด้วย ท่านแจกหนังสือเจ็ดตำนานแปลมาตั้งร้อยกว่าเล่ม ตอนนี้พระเลยกางตำราสวดกันใหญ่

ดีนะครับ คนอื่นๆจะได้รู้เรื่องมั่ง ไม่งั้นก็ได้แต่ฟังไปหยั่งงั้น ฟังบ่อยๆก็เบื่อด้วย

เดี๋ยวอาตมาไปทำวัตรก่อนนะ เดี๋ยวออกมาค่อยคุยกัน

ครับหลวงตา ผมอยู่แถวนี้แหละครับ

                                                8.

ชาติปิทุกขา ชราปิทุกขา มรนัมปิทุกขัง……

เกิดเป็นทุกข์  แก่เป็นทุกข์  ตายเป็นทุกข์

โสกะ ปริเทวะ ทุกขโทมนัสสุปายาสาปิทุกขา

ความเศร้าโศก  ความร่ำไรรำพัน ความไม่สบายกาย ความไม่สบายใจ ความคับแค้นใจ ก็เป็นทุกข์

อัปปิเยหิสัมปโยโค ทุกโข

ความประสบกับสิ่งไม่เป็นที่รักที่พอใจ ก็เป็นทุกข์

ปิเยหิวิปปโยโค ทุกโข

ความพลัดพรากจากสิ่งเป็นที่รักที่พอใจ ก็เป็นทุกข์

ยัมปิจฉัง นะ ละภะติ ตัมปิ ทุกขัง

มีความปรารถนาสิ่งใด ไม่ได้สิ่งนั้น นั่นก็เป็นทุกข์

สังขิตเตนะ ปัญจุปาทานักขันธาทุกขา….

ว่าโดยย่อ อุปาทานขันธ์ทั้ง 5 เป็นตัวทุกข์ ขันธ์ทั้งห้า เป็นทุกข์

เสยยะถีทัง  รูปูปาทานักขันธาทุกขา  เวทนูปาทานักขันธาทุกขา………

          เสียงพระในโบสถ์สวด มันกระแทกเข้ามาในใจส่วนลึกของเขา ไม่เคยฟังพระทำวัตรแล้วเข้าใจได้ดีอย่างนี้มาก่อนเลย เขาคิดในใจ เหมือนมีมนต์สะกดให้เขายืนนิ่งฟังอยู่อย่างนั้น  ความคิดเขาล่องลอยไปถึงอดีตที่ผ่านมาของชีวิตตนเอง ภาพความลำบาก ความสมหวัง ผิดหวัง จนถึงภาพที่เขากำลังปีนลูกกรงระเบียงของห้องที่เขาเช่าอยู่ เพื่อจะกระโดดลงมา ให้ชีวิตของตนเองจบลง จะได้ไม่ต้องรับรู้เรื่องราวที่หนักหน่วงจนรับไม่ได้อีกต่อไป หากเวลานั้นไม่ได้ยินเสียงเด็กลูกของช่างก่อสร้างที่อยู่ใกล้ๆกันร้องเรียกแม่ สติสัมปชัญญะของเขาคงไม่คืนมาและคงได้ตายสมใจแล้ว

ถ้าเขาไม่ได้ยินเสียงเรียกแม่เข้ามากระแทกความรู้สึก ให้เขานึกถึงแม่ที่เขารักเหนือสิ่งอื่นใด  ทำให้เราคิดถึงแม่ และยับยั้งใจเอาไว้ได้ จากชั้นเจ็ดของตึกนั้น ร่างคงแหลกเหลว เลือดนองพื้น และหนังสือพิมพ์คงมีข่าวลงหน้าหนึ่งว่า หนุ่มใหญ่เสียใจเมียไล่ออกจากบ้าน โดดตึกตายคาที่ พ่อแม่และพี่น้องของเขาคงเสียน้ำตากันเป็นแน่ และผู้หญิงคนนั้น คนที่อยู่กับเขามานับสิบปี แต่กลับทำเขาได้อย่างไร้ความปราณี คงสะใจที่เขาตายเสียได้ และไม่มีใคร ที่จะมาเปิดเผยความจริง ที่ไม่น่าเชื่อกับสังคมได้อีก เธอคงโล่งใจที่หมดหนามยอกอกไปแล้ว ไม่ต้องมีหอกข้างแคร่มาคอยให้ต้องระแวงว่า  ความลับที่ถูกปกปิดและความจริงที่ถูกบิดเบือนสารพัดที่เธอทำไว้ จะถูกเปิดเผยให้สามีใหม่ของเธอและสังคมได้รับรู้ความเป็นจริงได้อีก  โชคดีจริงๆนะ เขาคงยังไม่ถึงคราวตาย  จริงๆอย่างที่พระท่านสวดเลยนะ การเกิดมันเป็นทุกข์  เกิดแล้วก็ต้องแก่ ชีวิตของคนแก่ยิ่งแย่จริงๆ  ตายก็เป็นทุกข์ คนคงกลัวความตายกันน่ะ  ความโศกเศร้าเสียใจ มันหนักหน่วงจริงๆ เฮ้อ…..ชีวิตนี่มันเป็นทุกข์จริงๆนะ    

เขาคิดอยู่ในใจ รดน้ำต้นไม้ไป ฟังพระสวดมนต์ไป ใจมันสงบดีจริงๆ  

ป่านนี้พ่อกับแม่จะเป็นยังไงมั่งหนอ แกแก่มากแล้วทั้งคู่ …แวบหนึ่งที่เขานึกถึงบุพพการีที่เขาไม่ได้ไปเยี่ยมไปหาเลยนับแต่มีเรื่องมีราว

ฉันไม่กล้าเข้าหน้าแม่  ฉันไม่รู้จะตอบแม่ว่ายังไง…     

เขาบอกกับพี่สาวเมื่อพี่สาวโทรศัพท์มาบอกให้ไปเยี่ยมพ่อเยี่ยมแม่บ้าง

เออ มาเหอะ แกไม่ได้มาหาแม่สองสามลอยกระทงแล้วนะ พี่สาวบอก 

เพราะผมจะไปหาแม่ทุกๆวันลอยกระทง เนื่องจากแม่จำได้ว่าผมเกิดวันลอยกระทง และผมถือว่าเป็นวันแม่ วันลอยกระทงแม่จะไปเก็บผักสดมาจากสวน เพื่อรอผม แม่เคยชมว่าลูกชายคนนี้กินผักเหมือนควาย  เพราะเขาเป็นคนกินผักเก่ง และกินอาหารยากมาตั้งแต่เล็ก กินแต่ไข่ ไม่กินสัตว์น้ำตั้งแต่เกิด ไม่ว่ากุ้งหอยปูปลา ไม่เคยรู้รส เนื้อสัตว์ก็เลือกกิน แต่กินผักเก่งเหลือหลาย

บอกแม่ด้วยว่าคิดถึง เมื่อไหร่สบายใจแล้วจะไปหา   เขาฝากพี่สาวให้บอกกับแม่

เขารู้สึกเห็นใจและสงสารพี่สาวเหลือเกิน ด้วยความรักน้องชายจึงยอมเอาที่ดินที่ได้รับมรดกมาชิ้นเดียว ให้น้องชายและน้องสะใภ้ไปค้ำประกันเงินกู้เพื่อทำธุรกิจ แล้วสุดท้ายก็ต้องเสียมรดกชิ้นเดียวที่มีไป

นี่เราสร้างเวรกรรมกับพ่อแม่พี่น้องได้มากมายเพียงนี้ บาปเวรอะไรหนอ เขารำพึงอยู่ในใจ

เอ้า..ยืนซึมอีกแล้วโยม.. คิดอะไรอยู่ล่ะ

เขาเงยหน้าขึ้นก็เห็นหลวงตามายืนอยู่ใกล้ๆ นี่พระทำวัตรเสร็จตั้งแต่เมื่อไหร่  ไม่รู้เลย มัวคิดเรื่องของตัวเองอยู่

คิดถึงพ่อแม่พี่น้องครับ เขาเอาหลังมือปาดน้ำตาที่มันเอ่อล้นขอบตาออกมา ทั้งๆที่พยายามกลั้นไว้ มันก็ไม่ไว้หน้า กลับไหลหยาดลงมาเป็นทาง

เป็นห่วงพ่อแม่เหรอ เขาอายุมากแล้วใช่ไหม

ครับหลวงตา พ่อผมก็แปดสิบกว่าแล้ว แม่ก็ใกล้ๆกัน 

ไม่มีใครดูและเหรอ

มีครับ พี่สาวน้องสาวดูอยู่ครับ

อ้าว แล้วห่วงอะไรเขาล่ะ

เขาคงคิดถึงผมแล้วผมก็ไม่ได้ไปหาเขาหลายปีแล้วครับ

อยู่ไกลกันมากหรือโยม ถึงไปหาเขาไม่ได้น่ะ

ไม่ไกลหรอกครับหลวงตามขับรถไม่ถึงชั่วโมงครับ

เออ…แล้วมีปัญหาอะไรล่ะ ถึงไม่ไป

ผมไม่กล้าสู้หน้าแม่ผมครับ

อ้าว..แล้วกัน ไปทำอะไรเข้าล่ะ

ก็เรื่องผมกับเมียผมก่อเรื่องนั่นแหละครับ

เมียคนที่โยมบอกว่ารู้จักที่ทำงานนั่นใช่ไหม

ครับหลวงตา  ผมยังไม่ได้เล่าให้หลวงตาฟังไงครับ

อ๋อ….งั้นไม่เล่าไม่ได้แล้วละโยม  แล้วนี่โยมรดน้ำเสร็จแล้วยัง

เสร็จแล้วครับ

แล้วมีงานอะไรต้องทำอีกหรือเปล่าล่ะ

ไม่มีครับ ทีแรกว่าจะไปคุยกับตาหยุดที่กระต๊อบท้ายวัดครับ แกมีเรื่องเล่าให้ฟังเยอะ แล้วก็มีข้อคิดด้วยครับ

อ๋อ..ทิดหยุด   ก็ดีนะโยม ฟังคนเก่าคนแก่เล่าเรื่องราวแต่หนหลัง ได้อุทาหรณ์สอนใจดี เรื่องที่เราไม่เคยรู้ก็ได้รู้  คนสมัยนี้คิดว่าคนโบราณโง่ ไม่รู้ว่าคนโบราณมีอะไรดีดีเยอะ ไม่ได้โง่แบบที่เขาคิดกันดอก

ผมว่าผมคุยกับหลวงตาดีกว่าครับ มันมีอะไรค้างในใจเยอะ เอามันไม่ออก มันหน่วงอยู่ในใจ จะนั่งจะนอนก็ไม่เป็นสุขครับ เหมือนผีเลยครับ มันคอยหลอกหลอนเราอยู่เสมอเลย

เอ้า..ก็ดีเหมือนกัน อาตมาก็อยากรู้ว่า โยมมีอะไรในใจหนักหนา มันถึงทำให้ทุกข์ได้ปานนี้  หลวงตาพูดจบก็ทรุดกายลงนั่งที่ม้าหิน ใต้ต้นพิกุลใหญ่ ซึ่งมีร่มใบดกครึ้ม ทำให้เย็นสบาย

ก็เรื่องที่ผ่านมาของผมนั่นแหละครับ ความทุกข์มันอัดอยู่ในอก  มันแย่ครับ มันรู้สึกว่า เราไม่ควรทำเลย เราไม่ควรทำให้คนอื่นเดือดร้อนเลย เรามันโง่จริงๆ ไม่น่าให้อภัย ที่แย่ที่สุดก็คือทำให้แม่เสียใจครับ

เรื่องเมียคนที่เล่าให้ฟังนั่นใช่มั้ย เขาทำอะไรล่ะโยม

ผมนี่แหละครับเป็นคนทำ แต่เขาไม่น่าใจดำขนาดนั้นเลย  ผมนึกไม่ถึงเลยครับว่าคนเราจะใจดำได้ถึงขนาดนี้  เขาพูดเหมือนกับพยายามข่มใจและน้ำเสียงที่เริ่มสั่นเครือ

โยมเล่าให้อาตมาฟังถึงตอนที่เริ่มเป็นแฟนกัน แล้วมันเป็นยังไงต่อล่ะ

(อ่านตอนต่อไป)

 

 

 

 


แสดงความคิดเห็น

  เข้าสู่ระบบ   |   สมัครสมาชิก
ชื่อ:  
อีเมล์:  
เว็บไซต์:  
ความคิดเห็น:  
   

ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน

<< ตุลาคม 2007 >>
อา พฤ
  1 2 3 4 5 6
7 8 9 10 11 12 13
14 15 16 17 18 19 20
21 22 23 24 25 26 27
28 29 30 31