• มรณฐิโต
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • email : maanmunee@gmail.com
  • วันที่สร้าง : 2007-09-10
  • จำนวนเรื่อง : 29
  • จำนวนผู้ชม : 8870
  • จำนวนผู้โหวต : 11
  • ส่ง msg :
พอทนได้
เป็นความคิดเห็นของคนคนหนึ่ง มักแตกต่างจากคนส่วนใหญ่..มั้ง
Permalink : http://www.oknation.net/blog/ok-na
วันอังคาร ที่ 8 เมษายน 2551
นิราศท่งใหญ่นเรศวรฯ
Posted by มรณฐิโต , ผู้อ่าน : 119 , 10:30:56 น.  
พิมพ์หน้านี้



นิราศทุ่งใหญ่


                                                                      บรรลุห้ากุมภาสี่สิบสอง

            พลพรรคผายผันตามครรลอง                    หกชีวิตที่ต้องไปด้วยกัน

            มีบินไกลผู้รู้เรื่องกะเหรี่ยง                         คุณสมพรเพื่อนเคียงไม่เหหัน

            คูณชวนพี่คุณชินน้องทั้งสองนั้น               มาด้วยกันพร้อมคุณหน่อยสาวหนึ่งเดียว

            ส่วนตัวฉันได้ติดสอยห้อยไปด้วย               อยากดูสิ่งสดสวยในป่าเขียว

            รถสองคันน่าจะมันกันทีเดียว                    ตีสี่ก็เริ่มเลี้ยวออกฝั่งธน

            ต้องไปรับคุณชินที่บ้านพัก                        ยังเช้านักวิ่งเร็วได้ไม่ต้องสน

            ตามกันไปฉวัดเฉวียนเพี้ยนพิกล                ดังรถคนเมาขับนับผิดทาง

            ถึงบ้านช่องคุณชินก็เข้าบ้าน                      แกยังคงทำงานมือไม่ว่าง

            ตั้งหม้อใหญ่ย้อมผ้าอยู่รางชาง                  ยังไม่เสร็จขอให้นั่งรอในเรือน

            เลี้ยงกาแฟน้ำเต้าหู้ปาท่องโก๋                    ได้นั่งโจ้สุขใจใครจะเหมือน

            สักพักหนึ่งคุณชวนก็เอ่ยเอื้อน                   ตั้งปุจฉาถามเสมือนข้องมานาน

            ว่า ว.แหวน เหตุใดไม่ช่วยจัด                     งานถนัดตอบปัญหาชีวิตนั่น

            ทำไมไม่ช่วยงานกับท่านจันทร์                   ก็เล่าเรื่องสู่กันพอคลายใจ

            เจ็ดโมงกว่าพร้อมพรั่งทั้งหนุ่มแก่               ดูคึกคักเอาแน่แม้จะสาย

            แล้วมุ่งหน้าตรงดิ่งวิ่งรี่ไป                          ยังเมืองกาญจน์แดนที่ได้มุ่งหมายมา

            แวะกินข้าวร้านเก่าเจ้าเคยแวะ                   ยังติดใจฝีมือแยะอยู่ก่อนหน้า

            เมื่อครั้งก่อนเคยได้แวะกินกันมา                ทำอาหารเข้าท่าอร่อยดี

            กินข้าวอิ่มเตรียมออกไปสังขละ                 แม่ค้าว่าดีนะฝากด้วยซี่

            เสื้อผ้าเด็กใส่ไม่ได้ยังยังสวยดี                   ฝากพวกพี่แจกกะเหรี่ยงจะได้บุญ

            มุ่งหน้าทองผาภูมิตลาดเก่า                      ซื้อเสบียงของข้าวไม่ให้วุ่น

            เวลาเดินเข้าป่าเรามีทุน                            ได้เจือจุนไปตลอดรอดชีวี

            จอดรถอยู่เฉยเฉยไม่เคยคิด                       รถบินไกลที่จอดติดอยู่ข้างที่

            กระจกหน้าเกิดระเบิดขึ้นทันที                   หกชีวีพรึงเพริดเกิดอะไร

            วิพากษ์กันวิจารณ์ไปก็ใช่ที่                        ช่วยกันกวาดเก็บธุลีกระจกใส

            แม้ลำบากยากแค้นก็ต้องไป                      รถบินไกลลมแรงดีไม่มีบัง

            วิ่งแล่นรี่ผมกระเซิงไปอย่างนั้น                  ลมกระชั้นปะหน้าจนตาตั้ง

            แต่ก็ไปกันได้เก่งกันจัง                              จนถึงทางแยกข้างที่จะไป

            สะเนพ่องบ้านป่าภาษาถิ่น                        มีความหมายที่ได้ยินเขาบอกให้

            ว่าท่าแพแปลมาเป็นคำไทย                       ลุยเข้าไปเจอด่านพลันพูดคุย

            กรอกแบบฟอร์มเซ็นต์ชื่อกันเสร็จสรรพ        วิ่งต่อไปคนขับชักหน้ามุ่ย

            หนทางที่รถวิ่งดังลิงกรุย                           แสนขรุขระวิ่งดุ่ยลุยดะไป

            รถเปลี่ยนเป็นขับสี่ล้อพอสมน้ำ                  ลำบากล้ำทางวิบากยากไฉน

            กระโดกกระเดกกระเด้งกระดอนก็ค่อยไป    ทั้งคดเคี้ยวลื่นไถลเพราะสูงชัน

            นั่นไม้ล้มขวางหน้าขวาโขดหิน                   หักซ้ายขวาป่ายปีนไถลถลัน

            ข้ามลำห้วยดอนทรายมีหลายอัน               หล่มโคลนนั้นก็มากยากจะไป

            แล่นโขลกเขลกตามกันมันพิลึก                 ต่างไม่นึกว่าจะเป็นเช่นนี้ได้

            แต่ก็สมกับรถเราเอ้าว่ามั้ย                     โฟวีลไดร๊ฟ์ต้องอย่างนี้จึงสมกัน

            มีรถเจ๋งอย่างนี้มีที่ขับ                               ต่างพยักหน้ารับที่ว่านั่น

            ที่โรงเรียนสอนขับก็หยั่งงั้น                        มาเจอจริงอย่างฉันไปไม่เป็น

            ถึงหน่วยคุ้มครองพืชและสัตว์ป่า               คุณบินไกลถามว่าลำบากเข็ญ

            หรือสบายใจเล่าทั้งเช้าเย็น                        พวกที่เห็นนี้จะไปที่จะแก

            เจ้าหนุ่มน้อยตัวดำนามนายอ๊อด                ก็แล่นดอดเข้ามาอาสาแส่

            จะไปกับพวกเราเข้าจะแก                    ทั้งหนุ่มแก่ก็เดินทางอย่างเร็วพลัน

            หนทางไปใช่ย่อยไม่น้อยหน้า                     ระหกระเหินเนินพนาอุตส่าห์ดั้น

            ทุลักทุเลเป๋ปัดพอพอกัน                           ตะวันลับค่ำนั้นถึงบ้านคน

            บ้านผู้ช่วยชื่อธงหยุดลงก่อน                     มืดลงแล้วต้องนอนไม่เห็นหน

            พักหมู่บ้านเกาะสะเดิ่งเพิ่งเคยยล              ชื่อพิกลไม่รู้ความตามกันไป

            ทำอาหารยามค่ำคลำสนุก                        ดูขลักขลุกแต่ก็เสร็จกันจนได้

            ยำวุ้นเส้นยาวมากยาวเหลือใจ                   กินยังไงต้องยืนเอาจึงเข้าจาน

            ต้มซีอิ๊วเห็ดนางฟ้าน่าอร่อย                       แถมเสบียงยงอีกไม่น้อยมาจากบ้าน

            ต่างกินกันหนุบหนับนับไม่ทัน                   แสนสำราญอิ่มเอมเปรมสบาย       

             เสียงบรรเลงเพลงกรนสนั่นป่า                        ถ้อยทำนองดังพาเอาเรือนไหว

            คนที่นอนกรนดังก็กรนไป                          คนที่นอนข้างกายอุดหูนอน

            ยามเช้ามืดก็กระวีกระวาดปลุก                  ต่างคนลุกจากแท่นบรรณจถร

            บ้างก็นั่งเจโตทั้งง่วงนอน                          เลยหน้าคว่ำตำที่นอนตรงนั้นเอง

            เมื่อล้างหน้ากันเสร็จสรรพพับผ้าผ่อน         เตรียมอาหารเสร็จก่อนอย่างรีบเร่ง

            ออกเดินทางต่อไปไม่กริ่งเกรง                    เสียงโฉงเฉงคุยกันมันเหลือใจ

            ถึงด่านอีกหนึ่งด่านผ่านเข้าเขต                 เจรจาผ่านประเทศนั้นมาได้

            แถมได้พระท้องเสียมาด้วยไซร้                  ท่านจะไปที่จะแกแย่เต็มที

            เลยถวายฟ้าทลายไปแปดเม็ด                   ท่านฉันเสร็จก็ไปต่อไม่รอรี่

            ถึงริมห้วยได้เวลากินพอดี                         แวะลงเตรียมสถานที่กินข้าวเช้า

            มีกะเหรี่ยงพ่อลูกออกมาทัก                      ว่าไปไหนเห็นรีบนักล่ะพวกเจ้า

            ฉันมาเฝ้าช้างออกลูกอยู่นานเนา                ไปกินข้าวกันไหมข้างในนั้น

            บอกไม่ละมีแล้วขอบคุณหลาย                  เอากับข้าวมาเรียงรายเนินทรายนั่น

            แบ่งถวายพระด้วยช่วยช่วยกัน                   พลางแบ่งปันกินจนอิ่มแล้วก็จร

            รถกระเด้งกระดอนขึ้นขอนไม้                    ถลำลื่นไถลไปกระแท่นกระท่อน

            แฉลบซ้ายไต่ดะทะล่อกทะลอน                 ตูดสะบัดเหมือนคนงอนเป็นแม่ฮ้าง

            วิ่งข้ามห้วยบดหินดิ้นสะบัด                      ตรงที่น้ำลึกจัดปัดไปข้าง

            เหมือนรถจะดำน้ำไปตามทาง                   เลี้ยวหักข้ามเนินขวางก็เอนเอียง

            ลอดป่าไผ่ผัวผะเสียงก้องกึก                     ต้องยักยึกมุดตลอดทั้งลอดเลี่ยง

            ไต่ขึ้นเขาเทวดาจนหน้าเอียง                     ต่างกลั้นใจโอมเพี้ยงขอผ่านไป

            บรรลุถึงบ้านไกลทีไล่ป้า                           นามนี้หนาแปลความที่จำได้

            ว่าห้วยที่มีแผ่นหินเรียบเหลือใจ                 จอดรถไว้บอกฝากกับชาวชน

            อ้อลืมบอกมาคราวนี้มีน้ำหนัก                   รถสองคันพร้อมพรักช่วยกันขน

            เกลือถุงใหญ่มาฝากเขาที่ยากจน               ยี่สิบสามถุงที่ขนช่วยกันมา

            เอาลงไว้เกาะสะเดิ่งจำนวนสิบ                  ที่เหลือหยิบลงไว้ทิไล่ป้า

            ขอฝากไว้แล้วจะให้จะแกมา                     เอาไปสิบเหลือสามว่าไว้กินกัน

            เอาข้าวของขึ้นหลังก็บ่ายกว่า                    อ็อดนำหน้าเดินดุ่มไปท้ายคือฉัน

            เป้ลูกใหญ่ของมันมากลำบากครัน             ในใจฉันห่วงว่าจะมรณัง

            เดินไปเรื่อยสักพักชักจะเหนื่อย                  คนข้างหน้าเดินเรื่อยขอพักมั่ง

            หยุดกินน้ำล้างหน้าตรงข้างทาง                 ที่ริมห้วยสวยจังน้ำใสดี

            พ่อบินไกลลงอาบน้ำจนฉ่ำชื่น                   ต่างชื่นมื่นก็ผลุนผลันขมันขมี

            ออกเดินต่อเข้าป่าวนาลี                            เร่งเร็วรี่กลัวจะค่ำต้องรีบไป

            มาสักพักฉันไม่ไหวใจจะขาด                     ความชราน่าอนาถทำเราได้

            อยากจะล้มลงนอนตรงขอนไม้                  เดินไม่ไหวขามันไร้แรงจะเดิน

            แน่นหน้าอกหายใจไม่ค่อยได้                     เหงื่อโทรมกายนั่งลงไม่ขัดเขิน

            บอกพรรคพวกให้ไปก่อนเชิญเถอะเชิญ       ฉันจะเดินตามไปหากมีแรง

            คุณชวนคนใจบุญมาหนุนช่วย                   ไม่อย่างนั้นต้องม้วยมิใช่แช่ง

            เอาย่ามเขาที่เบากว่ามาจัดแจง                  แลกเป้หนักฉันช่วยแบ่งลำบากไป

            ก็กล้อมแกล้มเดินไปไถลเถลือก                 อยากนอนเอือกลงบนทางพรางร้องไห้

            ว่าเออหนอกูมาทำอะไร                            เกือบจะตายเพราะวัยชราทำ

            แต่มองไปคนที่เดินอยู่ข้างหน้า                  คุณสมพรห้าสิบกว่าช่างน่าขำ

            คุณชินนั้นสี่สิบห้าเดินลิ่วนำ                      สี่สิบสามน้อยกว่ามาสำออย

            เอาละวะเป็นไงก็เป็นเถิด                          เมื่อเราเกิดมาแล้วจะไม่ถอย

            ตัดไม้ไผ่ทำไม้เท้าก้าวค่อยค่อย                  ไปอีกหน่อยก็ได้นั่งพักเอาแรง

            กินน้ำท่าคุยกันสนั่นพฤกษ์                        บอกอย่านึกว่าฉันจะทำแกล้ง

            เดินไม่ไหวแรงหมดเพราะหมดแรง             ใช่เสแสร้งฉันเกือบตายไปเมื่อกี๊

            พอเดินต่อก็ไปได้สบายขึ้น                        หัวยังมึนแต่ก็ไหวไปเร็วรี่

            ลุถึงด่านป่าไม้พักอีกที                              พอสบายหายดีทุกคนไป

            มีหัวหน้าป่าไม้มาทายทัก                          บอกว่าอีกสักพักจะไปไหม

            จะเอารถไปข้างนอกบอกเอาไว้                   จอดให้ได้ที่จะแกไม่ต้องต้องเดิน

            พวกเราต่างไต่ถามเอาความเห็น                ก็ดังเช่นที่ว่าอย่าขัดเขิน

            เวลาเราเหลือน้อยเสี่ยงเหลือเกิน                กลัวจะเดินไม่ถึงก่อนราตรี

            เป็นอันว่าขอโดยสารหัวหน้าด้วย                เหมือนโชคช่วยไม่ต้องเดินเพลินละซี่

            นั่งรถเขาวิ่งไปคนมากมี                            เต็มกระบะล้นปรี่ขี่กันมา

            แวะหมู่บ้านตั้งใหม่ย้ายมาอยู่                    จากเหมืองแร่น่าดูบ้านเข้าท่า

            สร้างด้วยไม้ไผ่ใหม่งามเตะตา                   ขึ้นเรือนไปเจรจากับคนทำ

            พูดกันรู้เรื่องบ้างไม่รู้บ้าง                           แถมเอางบอ้อยมาวางเลี้ยงจนช่ำ

            ทางเราเอาขนมแจกเด็กตาม                     จนเวลาเลยล้ำเป็นชั่วโมง

            พอพวกเขาประชุมกันเสร็จสรรพ                ก็ออกรถวิ่งกลับไปทางโล่ง

            แต่ออกไปได้สักพักรถหักโค้ง                     พอลาดลงยางก็รั่วดังกังวาน

            ลงรถมาน่านิ่วกันถ้วนทั่ว                          บ้างสั่นหัวบ้างดูยางแล้วพรึงพรั่น

            ยางอะไหล่ก็ไม่มีทำไงกัน                          ส่วนบินไกลนั้นถลันฟันหัวปลี

            พอดีมีรถผ่านมาคันหนึ่ง                           ก็ยืมยางเส้นซึ่งไว้ท้ายที่

            เอาไปก่อนจะย้อนมาคืนอีกที                     เขาใจดีให้ยืมมาเลยหน้าบาน

            มาแวะจะปะยางอีกที่หนึ่ง                        ไม่ได้เรื่องเลยตะบึงไปถึงบ้าน

            จะแกจอดให้เราลงที่ตรงลาน                    ขอบคุณกันเรียบร้อยก็ค่อยจร

            เดินไปบ้านที่รู้จักเคยมักคุ้น                       บ้านพี่เปรียงกำลังวุ่นขึ้นเรือนก่อน

            ยกมือไหว้ทายทักกันทุกขั้นตอน                 ฉันก็ย้อนเดินมาหน้าบ้านนั้น

            พลางปรับที่กางเต้นท์เป็นที่หลับ                พอเสร็จสรรพก็ไปทำอาหารนั่น

            ต้มยำเห็ดรสหวานน้ำตาลงัน                    แกงกะทิรสมันฟองเต้าหู้

            ผัดเค็มหวานเห็ดหอมสุดจะเลี่ยน              น้ำพริกนั้นคุณหน่อยเปลี่ยนจนรสหรู

            กับต้นมะละกอต้มใครไม่รู้                        ว่าอร่อยสุดกู่อย่าบอกใคร

            ก่อนจะกินอาหารมื้อค่ำนั้น                        พี่โจ้วสองคนที่นั่นหัวเรือใหญ่

            ใส่โสร่งสีแดงแสงอุทัย                             เกล้ามวยไว้ดังฤาษีมีเครายาว

            มานำพิจารณาอาหารก่อน                        สงบใจไม่ให้ร้อนก่อนกินข้าว

            มีสติกินอาหารทั้งหวานคาว                      แล้วก็เล่นเพลงยาวกินข้าวกัน

            หลังอาหารมีถั่วเขียวต้มน้ำอ้อย                 ไม่อยากบอกว่าอร่อยอย่างไรนั่น

            รู้แต่ว่าได้อิ่มท้องปากเป็นมัน                     อาบน้ำพลันล้อมวงสนทนา

            อากาศเย็นยะเยือกสะท้านอก                    พี่เปรียงยกกองผ้าห่มมาตรงหน้า

            แบ่งกันไปคลายหนาวร้าวอุรา                    คุณชวนนั่งห่มผ้าคุยกันไป

            คุยกันเรื่องพัฒนาเรื่องอาหาร                    เรื่องกินเจอัศจรรย์ที่สงสัย

            ว่ามันมีที่มาเป็นอย่างไร                            มีอะไรชักนำให้ทำกัน

            ได้ฟังเสียงพี่เปรียงชี้ดังที่ว่า                       เข้าใจกันทั่วหน้าพาสุขสันต์

            เถียงกันบ้างแย้งกันบ้างไปอย่างนั้น            ตามประสาสังสันทน์สนทนา

            เมื่อดึกแล้วก็แยกกันไปยังที่                       เตรียมเอาไว้นอนคืนนี้ทั้งผ่อนผ้า

            คุณสมพรและฉันคุยกันมา                       นอนที่เต้นท์ข้างหน้าสบายใจ

            เสียงน้ำค้างหยดเผาะตลอดรุ่ง                  อากาศหนาวกว่าเมืองกรุงเป็นไหนไหน

            อุณหภูมิราวสิบสองหนาวจะตาย               ต้องรีบลุกก่อนจะสายเพื่อเดินทาง

            เตรียมเสบียงเสร็จสิ้นก็ผินพักตร์                ไปไหว้าลาพร้อมพรักไม่หมองหมาง

            พี่เปรียงเดินไปส่งที่ปากทาง                      คุยกันพลางเดินกันไปสดใสดี

            ต่างชมนกชมไม้ในพงป่า                          บ้างคุยกันเฮฮาดังน้องพี่

            เร่งเดินรุดก้าวไปไม่รอรี                             หนทางมีอีกไกลไปให้ทัน

            คราขากลับพวกเราโชคดีหน่อย                  ของเหลือน้อยน้ำหนักเบาเราสุขสันต์

            ฉันกลับยิ่งโชคดีกว่าทั้งนั้น                        มีหนุ่มอ๊อดคนขยันแบกเป้ให้

            ตัวฉันเองแบกถุงนอนกับเสื้อหนาว กระนั้นเล่าก็ขลุกขลักหนักเหลือได้

            ทางขึ้นชันข้ามภูเขาเอ้าเร่งไป                    เหนื่อยแทบตายพักหลายหนจนจะยอม

            คนเดินหน้าตาอ็อดกับคุณชวน                  เดินดั่งเป็นรถด่วนขบวนย่อม

            คุณสมพรตามต่อก็ไม่ยอม                        เดินด้อมด้อมดุ่มก้าวราวจะบิน

            ฉันตามติดประชิดพวกข้างหน้า                 แสนเมื่อยล้าอุราร้าวราวจะสิ้น

            ที่ถัดไปบินไกลคุณหน่อยปีน                      ภูเขาเดินใต่หินชินตามมา

            ถึงริมห้วยวางของลงกองก่อน                    จะพักร้อนกินข้าวเช้าด้วยหนา

            กรอกน้ำกินเผื่อไว้ในมรรคา                       มีอะไรเอาออกมาแบ่งกันกิน

            นั่นทองโยะพี่เปรียงตำเมื่อคืนนี้                 ข้าวเหนียวนึ่งสุกพอดีจนเสร็จสิ้น

            โขลกผสมกับแงเคยได้ยิน                         เข้ากันดีก็กินได้อร่อยดี

            เขาให้มาก้อนใหญ่หนักใช่ย่อย                  กินกับหมูที่เหลือหน่อยเจนะพี่

            น้ำพริกอาหารหลักมะนาวมี                      พร้อมลูกโดดของดีขาดได้ฤา

            ได้บ้วนปากล้างหน้าเข้าป่าถ่าย                  สบายใจพร้อมถ้วนขบวนหน้า

            ออกเดินนำไปต่อห่างพอวา                       คุณชินยังรักษาตำแหน่งเดิม

            บรรลุถึงทิไล่ป้าตอนมานั่น                        รถสองคันจอดดีไม่มีเพิ่ม

            กล่าวทายทักชาวบ้านกันเหมือนเดิม           บอกผู้ใหญ่บ้านคนเบิ้มให้จัดแจง

            ผู้ใหญ่เมี๊ยะช่วยหน่อยหนาเวลาน้อย          เสื้อผ้าค่อยแจกกันจัดสรรแบ่ง

            ส่วนหนึ่งฝ่ายจะแกมาออกแรง                  แบกไปแบ่งกันอย่างเห็นเป็นดีงาม

            เกลือจะแกสิบถุงนะผู้ใหญ่                       ส่วนที่นี่มีให้เหลือเพียงสาม

            ไว้มาใหม่จะเพิ่มให้อย่างงดงาม                เสร็จบอกความก็ออกรถมาทางเดิม

            นัดกันไว้จะแวะห้วยที่สวยใส                     เราจะได้อาบน้ำซ้ำได้เสริม

            กำลังที่หมดไปให้คืนเดิม                          จะได้เพิ่มแรงสะดวกกับพวกเรา

            บินไกลขับไอ้ต้าออกหน้าก่อน                    คุณสมพรแวะรับพระมายืนเฝ้า

            ขอโดยสารไปไล่ป้านั่งหลังเอา                   ทั้งสองรูปไปกับเราโรดิโอ

            กระโดกกระเดกดังเก่าเอ้าไม่ว่า                  ขึ้นลงเขาเทวดาสบายโก้

            ลอดต้นไม้ลงโคลนโชกโชนโชว์                  มาเสร็จโก๋ติดหล่มตรมฤดี

            รถปีนร่องห้วยน้อยขึ้นไม่ได้                       ลื่นไถลครื่นครั่นดันเต็มที่

            ล้อตะกุยดินกระเด็นเป็นธุลี                      แล้วลื่นไหลลงรี่กลับที่เดิม

            พยายามช่วยกันทั้งคนพระ                       คุณสมพรก็ไม่ละเพียรจะเพิ่ม

            วิธีการให้รถขึ้นก็เช่นเดิม                           ผลสุดท้ายปัญหาเพิ่มคันส่งพัง

            ทำไงล่ะทีนี้มีเรื่องแล้ว                              ไม่ต้องแจวไปไหนได้แต่นั่ง

            ส่ายหัวกันไปมาดูรถพัง                            รอบินไกลอนิจจังไม่เห็นมา

            เลยบอกอ๊อดคนเก่งเอ็งกับพระ                  เดินกันไปเถอะนะไปล่วงหน้า

            หากได้เจอบินไกลบอกให้มา                      ลากรถนี้ทีหว่าเอามีดไป

            เวลาคล้อยจนมืดค่ำนั่งทำจิต                    เหตุไฉนใยติดเป็นไปได้

            แหมไม่น่าหักเลยทำยังไง                          อยู่กลางป่ากลางไพรไกลตัวเมือง

            นั่งบ่นกันอยู่สามหน่อก็แว่วเสียง                สรรพสำเนียงรถมาอ๊ะได้เรื่อง

            รถใครหว่ามาทางหลังนั่งชำเลือง               เสียงบีบแตรเร่งเครื่องจะขอไป

            ไปบอกเขาว่ารถเสียขึ้นไม่รอด                    เลยต้องจอดอยู่นี่แต่มิใช่

            จะอยากขวางทางดอกบอกเขาไป               เขามากจากที่ไร่เอาพริกมา

            ว่าจะเอาไปส่งที่ตลาด                              นี่ท่าพลาดไปไม่ได้ฉิบหายหนา

            พริกจะเสียจะเน่าเข้าตำรา                        ตลาดวายขายค้าไม่ได้เงิน

            มีผู้เฒ่าลงมาช่วยแก้ไข                             ออกความคิดเรื่อยไปไม่ขัดเขิน

            เราก็ทำเขาก็ช่วยดีเหลือเกิน                      ทั้งแม่แรงช่วยเผินล้อให้ดี

            ทำยังไงก็ไม่ได้ยิ่งแย่หนัก                          รถถอยหลังเสียหลักลงผิดที่

            เกือบลงหล่มหลุมลึกริมนที                       ก็พอดีผู้เฒ่านึกตรึกออกมา

            นำเหล็กปลอกมาสวมเข้าเอาเชือกผูก         เชือกเส้นน้อยดังกระดูกยึดล้อหน้า

            พ่อบินไกลมาถึงทันเวลา                           ผู้เฒ่าว่าตัดไม่ไผ่ใช้ลากจูง

            ช่วยกันลากขึ้นได้สบายมาก                      แต่ยังไม่หมดลำบากเพราะยังยุ่ง

            หนทางไปแสนโหดหินดังปีนซุง                 ต้องจอดรถไว้แล้วมุ่งตามช่างมา

            กล่าวขอบคุณและลาท่านผู้เฒ่า                ยังขานเล่าชื่นชมสมหนักหนา

            ที่เป็นผู้เฒ่าแก่แม้ชรา                               แต่ปัญญานั้นเป็นเลิศประเสริฐแท้

            คุณชวนว่าผมน่ะอยู่ไม่ได้                         ต้องกลับไปมีการกิจให้คิดแก้

            ไม่ว่ากันไปเถอะอย่าเชือนแช                     ไปกับบินไกลแกส่งในเมือง

            ส่วนคุณชินไปเป็นเพื่อนเพื่อตามช่าง          จะได้อ้างบอกถูกในทุกเรื่อง

            ว่าอะไหล่อะไรกับช่างเมือง                       เสร็จแล้วเยื้องกลับมาหาอีกที

            เอามือถือไปด้วยช่วยโทรฯหน่อย                บอกน้องน้อยว่าอย่าห่วงตัวพี่

            อีกสักวันคงกลับไปในธานี                        รถเสียกลางพงพีจะเฝ้ามัน

            ทุกคนไปกับบินไกลเหลือสองหน่อ              นั่งเป็นจ๋อริมทางต่างขำขัน

            แล้วรีบตัดไม่มาขวางทางพลัน                  กลัวรถมาแล้วถลันทับเราตาย

            ฉันกางเต้นท์สำหรับนอนเพราะอ่อนล้า       หาเสื้อมากันหนาวกันยุงได้

            แล้วหาฟืนมาป้อก่อกองไฟ                        จะได้อยู่ใกล้ใกล้กันภัยมา

            มองท้องฟ้าดาราพรายฟ้าใสแท้                 จะเก็บดาวไปให้แม่ดีไหมหนา

            นึกขึ้นได้เดี๋ยวเพื่อนฝูงเขาจะว่า                 เก็บดาวไปแล้วนภาจะมืดมน

            เมื่อตอนค่ำไก่ป่าขันสนั่นพฤกษ์                 ไม่เห็นตัวอยู่ลึกในไพรสนฑ์

            แสนเหนื่อยล้าน่านิ่วหิวเต็มทน                  ทั้งสองคนต้มมาม่ามากินกัน

            แถมด้วยกล้วยเผาไฟและกล้วยสุก อร่อยด้วยแถมสนุกได้สุขสันต์

            กาแฟร้อนป้อนตามแสนงามครัน               นั่งคุยกันไปเรื่อยเหนื่อยก็คลาย

            เวลาล่วงสองยามเงียบสงัด                      ตกลงผลัดกันนั่งระวังให้

            ฉันนอนก่อนผลัดแรกง่วงจะตาย               คุณสมพรนั่งดูไฟระวังตัว

            ฉันหลับหลับตื่นตื่นในคืนนั้น                    เพราะว่ามันห่วงภัยมีไปทั่ว

            ไอ้สิงสาราสัตว์นั้นไม่กลัว                         แต่เหล่าร้ายมีอยู่ทั่วตามเขตแดน

            ได้ยินเสียงคุณสมพรมาแว่วแว่ว                อาจารย์หกโมงแล้วก็ลุกแล่น

            ผมหลับนานใยไม่ปลุกลุกไปแทน               เขาว่าแสนสุขสงบพบความจริง

            และยังไม่ค่อยง่วงเลยนั่งอยู่                      ตอนนี้รู้สึกง่วงเป็นอย่างยิ่ง

            เอ้าตอนนี้จะนอนหลับจริงจริง                   จากนั้นแกแน่นิ่งกรนสบาย

            ฉันตัดฟืนมาเพิ่มเติมให้มาก                     รู้สึกอยากซดน้ำร้อนแก้กระหาย

            กินกาแฟถ้วยหนึ่งค่อยสบาย                     หุงข้าวไว้พอได้กินสองคน

            เก้าโมงเช้าคุณสมพรตื่นนอนแล้ว              ฉันเลยแจวข้ามเนินเดินดั้นด้น

            หาห้วยเพื่ออาบน้ำเพราะสุดทน                 เหม็นตัวเองเหลือล้นหม่นฤดี

            ได้อาบน้ำได้ถ่ายสบายโก๋                          กรอกน้ำกินมาอักโขกลับยังที่

            แล้วเปลี่ยนคุณสมพรไปอีกที                     จะได้สดชื่นดีสบายองค์  

            พอดีอ๊อดกับโพ่หนุ่มกะเหรี่ยง                    นำเสบียงข้าวงาเอามาส่ง

            รอคุณสมพรกลับก็ตั้งวง                           กินอาหารกันตรงที่นั่นเอง

            สายอีกหน่อยบินไกลมากับช่าง                  คุณชินว่าก้นแทบพังช่างมันเก่ง

            ขับรถมาเหมือนเหาะได้ไม่ยำเกรง               กระดอนเด้งจนกระดูกจะหักใน

            ช่างมาช่วยกันซ่อมรถจนเสร็จ                    จนบ่ายคล้อยต่างเหนื่อยเหน็ดจะมีไหน

            แล้วเก็บของขับรถตามกันไป                     เกือบไม่ไหวไปไม่ถูกสนุกแท้

            คุณบินไกลไปก่อนสมพรเร่ง                      มืดไม่เห็นคลำกันเองความจำแย่

            ยิ่งข้ามน้ำข้ามห้วยรุดสุดตาแล                  ไม่มีทางหลงแน่ไปยังไง

            โชคดีหน่อยที่คุณชินพอจำได้                    เกือบหลงไพรอีกหนพ้นไปได้

            ถึงบ้านเกาะสะเดิ่งมืดเหลือใจ                   รีบเก็บของแล้วครรไลลาจากกัน

            ผู้ช่วยธงกับคนงานนั้นมาด้วย                   จะไปช่วยบินไกลให้สร้างบ้าน

            แต่ค่ำแล้วคงออกไปไม่ทัน                        จะผ่านด่านไม่ได้ไว้พรุ่งนี้

            คันของคุณสมพรกลับก่อนนะ                   แล้วค่อยเจอกันล่ะจะนอนนี่

            คุณบินไกลว่างั้นฉันว่าดี                           พวกเขานอนกันที่หน่วยคุ้มครอง

            นึกขึ้นได้ก่อนออกมาอาหารเด็ด                 น้ำพริกเผ็ดอร่อยเหลือกินข้าวคล่อง

            แนมกับผัดผักกูดและผักดอง                    ตบท้ายต้องกล้วยบวชชีดีจริงเรา

            นั่งรถมาออกด่านผ่านสังขละ                    ทองผาภูมิไล่ดะตามทางเก่า

            คุณชินช่วยขับรถผ่อนแรงเบา                    ฉันนั่งเฝ้าสับปะหงกตลอดทาง

            ถึงกรุงเทพฯปลอดภัยไปทั้งสาม                 ส่งคุณชินแล้วก็ตามตาฉันมั่ง

            คุณสมพรลาลับกลับไปรัง                        ฉันหงายหลังกรนครอกอย่าบอกใคร

            ส่วนคนอื่นเป็นยังไงฉันไม่รู้                       แต่ทุกผุ้คงสนุกสุขไฉน

            เมื่อท้องฟ้าสีทองผ่องอำไพ                       เราคงไปกันใหม่...เด๊อพวกเรา ฯ/


อ่านความคิดเห็น

ความคิดเห็นที่ 2
หนุ่มแปลกหน้า วันที่ : 27/04/2008 เวลา : 10.16 น.
http://www.oknation.net/blog/untameheart

แวะเข้ามาอ่านครับ นิราศทุ่งใหญ่ ครับแฮะๆๆๆ
ความคิดเห็นที่ 1
เจเจค่ะ วันที่ : 08/04/2008 เวลา : 10.47 น.
http://www.oknation.net/blog/jj
หนีไปเท่ว อิอิ..... 

trip




แสดงความคิดเห็น

  เข้าสู่ระบบ   |   สมัครสมาชิก
ชื่อ: