• ถ้วยน้ำชา
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • email : jong_ntv@hotmail.com
  • วันที่สร้าง : 2007-01-12
  • จำนวนเรื่อง : 34
  • จำนวนผู้ชม : 27525
  • จำนวนผู้โหวต : 62
  • ส่ง msg :
(ถ้วยน้ำชา)
หากผมมีหลายร่างกาย หลายจิตวิญญาณ ....... ใน 24 ชั่วโมงของแต่ละวัน ผมคงสามารถรับรู้ประสบการณ์ของชีวิตต่างๆได้ในหลากหลายรูปแบบและหลายมุมมอง แต่ทว่าความเป็นจริงแล้วผมมีเพียง 1 จิตวิญญาณและ 1 ร่างกาย.....
Permalink : http://www.oknation.net/blog/ok
วันศุกร์ ที่ 16 มีนาคม 2550
กว่า........จะเป็นข่าวทีวี 1 ชิ้น (ตอนที่ 2 การรายงานข่าวภาคสนาม)
Posted by ถ้วยน้ำชา , ผู้อ่าน : 523 , 18:47:14 น.  
พิมพ์หน้านี้



ตอนที่แล้วเขียนถึงกระบวนการผลิตข่าวทีวี 1 ชิ้นแบบคร่าวๆให้พอได้เห็นภาพรวมไปบ้างแล้วนะครับ ซึ่งก็ถือว่าได้รับเสียงตอบรับจากผู้อ่านพอสมควรที่สนใจใคร่รู้ในสิ่งที่เราได้ชมกันอยู่ทุกวันแต่ไม่มีโอกาสได้เห็นถึงต้นทางกระบวนการผลิตกว่าจะเป็นข่าวทีวี  แต่หากใครยังไม่ได้เข้าไปอ่านก็ลองเข้าไปได้นะครับที่

http://www.oknation.net/blog/ok/2007/03/14/entry-2 

วันนี้ก็ว่าด้วยเรื่องการรายงานข่าวภาคสนาม...  ซึ่งเป็นสิ่งที่นักข่าวจะต้องได้พบกับประสบการณ์นี้กันแทบทุกคนนะครับ สำหรับผมเริ่มต้นการเป็นนักข่าวในสายเศรษฐกิจ ซึ่งถือว่าเป็นสายที่ไม่ได้คาดหวังว่าจะได้ทำมาก่อนเพราะไม่ถนัดเรื่องนี้ เนื่องจากจบมาทางด้านกฎหมาย และชอบดูการอภิปรายในสภามาตั้งแต่เด็ก รวมถึงเคยคิดอยากไปสอบบรรจุตำรวจ (อยากติดดาว) และเคยอยากทำงานด้านทนายความ จึงคาดหวังว่าถ้าได้ทำอาชีพนักข่าวก็อยากจะอยู่ในสายอาชญากรรม หรือสายการเมืองมากกว่า แต่ในเมื่อที่ว่างมีเพียงสายเศรษฐกิจ ก็เลยต้องเริ่มเรียนรู้อะไรมากมายทีเดียวเมื่อตกลงใจที่จะทำงานที่นี่.....

โชคดีหน่อยตรงที่ผมมักจะได้อ่านหนังสือพิมพ์แนวธุรกิจที่เพื่อนร่วมห้องพักของผมเขาซื้อมาอ่านเป็นประจำบ้าง

และช่วงนั้นผมกำลังสนใจเรื่องการลงทุนในตลาดหลักทรัพย์จึงอยู่ในช่วงตะลุยอ่านหนังสือแนะนำด้านการลงทุนในหุ้นและหนังสือพิมพ์แนวแนะนำหุ้น จึงพอมีต้นทุนความรู้ทางด้านนี้อยู่บ้าง  แต่ก็นั่นล่ะครับ โต๊ะข่าวเศรษฐกิจทีวี ต่างจากหนังสือพิมพ์อยู่แล้ว ตรงที่ว่านักข่าวหนังสือพิมพ์จะมีความรู้ความชำนาญที่ลึกกว่าเพราะจะถูกส่งไปประจำตามสายย่อยต่างๆของสายเศรษฐกิจอีกที และฝังตัวอยู่ที่นั่นเป็นประจำ ยกตัวอย่างเช่น นักข่าวประจำกระทรวง คมนาคม ก็จะฝังตัวอยู่ที่กระทรวงและตามข่าวเฉพาะเรื่องที่เกี่ยวกับกระทรวงคมนาคมเพียงอย่างเดียว แต่ก็ไม่ใช่น้อยๆนะครับ ทั้งรถไฟ//กรมทางหลวง//สนามบิน//สายการบิน//เรือ//ขสมก.//บขส. และอีกมากมายก็ล้วนอยู่ในความรับผิดชอบของกระทรวงคมนาคมทั้งสิ้น

ดังนั้นการส่งนักข่าวไปประจำไว้และฝังตัว ใช้ห้องนักข่าวประจำกระทรวงเป็นสถานที่ทำงาน // ส่งข่าว จึงทำให้นักข่าวรู้ลึก และติดตามเรื่องอย่างต่อเนื่อง ก็จะป้องกันปัญหาการตกข่าวไปได้ เช่นเดียวกับนักข่าวหนังสือพิมพ์ที่ประจำแบงค์ชาติ // กระทรวงการคลัง // กระทรวงอุตสาหกรรม// พาณิชย์ // การตลาด และอื่นอีกมากมาย

แต่ทว่า สำหรับผม ไม่ได้มีการประจำเช่นนั้นแต่อย่างใดครับ ไปตรงโน้นที ตรงนี้ทีไม่ได้ซ้ำ เรียกได้ว่าครอบคลุมภาพรวมทั้งหมดเป็นเพราะว่า 1. นักข่าวที่โต๊ะน้อยเกินกว่าจะส่งไปฝังตัวได้ 2. ช่างภาพทีวีน้อยเกินกว่าที่จะส่งไปหลายที่ได้ 3.ไม่มีความจำเป็นที่ทีวีต้องไปฝังตัวเหมือนนักข่าวหนังสือพิมพ์ครับ เพราะเนื้อที่สำหรับนำเสนอข่าวเศรษฐกิจแต่ละวันก็ไม่ได้มากมายอะไร ดังนั้นใน 1 ทีม ประกอบด้วย ช่างภาพ 1 คน // นักข่าว 1 คน วันหนึ่งวิ่ง 2 หมายงาน เมื่อรวม 3 ทีม ก็จะได้ 6 งาน (อาจจะมากหรือน้อยกว่านี้) ส่วนข่าวอื่นๆ มีข้อมูลที่นักข่าวหนังสือพิมพ์ในเครือของเราที่ไปฝังตัวที่ต่างๆส่งข้อมูลเข้ามาในระบบและสามารถดึงมาเป็นข้อมูลเดียวกันได้อยู่แล้วครับ 

ดังนั้นเมื่อผมมีช่างภาพทีวี 1 คน ไมค์ 1 อันอยู่ในมือ ก็คงต้องเลือกไปหมายงานที่สำคัญๆหน่อยล่ะครับ แต่สิ่งที่เสียเปรียบคือเราอาจรู้ประเด็นได้ไม่ลึกเท่า เพราะไปตรงนู้นที ตรงนี้ที แต่ได้ไปครอบคลุมกว่า และสามารถเชื่อมโยงประเด็นต่างๆได้กว้างกว่า ไม่จำกัดเฉพาะทาง ซึ่งทางออกก็คือเราต้องมีประเด็นในใจสำหรับตัวเองซัก 2-3ประเด็นที่เตรียมไว้แล้วครับ  เพราะอย่างว่าครับ ข่าวทีวีเวลาออกอากาศน้อย หากมีรายละเอียดมากๆก็ต้องเนื้อที่สำหรับหนังสือพิมพ์ครับ ผู้อ่านเขาอ่านแล้วนึกภาพตาม ไม่เข้าใจกลับมาอ่านอีก 2-3 รอบก็ได้ แต่ทีวี มีภาพเคลื่อนไหวประกอบอยู่แล้ว มีเสียงคนที่สัมภาษณ์มาให้ฟังอยู่แล้ว และออกรอบเดียว แป๊ปๆจบแล้ว ดังนั้นต้องเอาประเด็นสำคัญที่สุดนำเสนอครับ ใช้หลัก ใคร // ทำอะไร//  ที่ไหน// เมื่อไหร่// อย่างไร //เพราะอะไร// ไม่ได้เสมอไปนะครับ บางครั้งต้องตัดเหลือ ใคร // ทำอะไร //เพราะอะไร จบ คือต้องเสนอแล้วให้คนดูข่าวเข้าใจง่ายที่สุด ไม่ใช่ข่าวจบแล้วยังงงอยู่ว่าเอ๊ะอะไรกัน ขอดูอีกรอบซิ ไม่ได้แล้วนะครับ

กลับมาที่เรื่องการรายงานข่าวภาคสนามที่เกริ่นไว้ตั้งแต่ต้น ที่เป็นลักษณะของการรายงานสดนั่นล่ะครับ หลายสถานีที่มีงบประมาณสูง มีรถดาวเทียมถ่ายทอดสดจากที่เกิดเหตุก็มักจะได้เห็นการรายงานสดกันบ่อยๆ  เพราะมีหลายเหตุการณ์ครับที่เอื้อให้ต้องรับรู้เหตุการณ์กันสดๆ เช่น การลุ้นคำพิพากษาศาลปกครองกรณีแปรรูป กฟผ. // หรืออย่างเหตุการณระทึกขวัญต่างๆ เช่นไฟไหม้ // สึนามิ เป็นต้น แต่สำหรับสถานีข่าวงบน้อย ก็จะใช้วิธีการรายงานมาเฉพาะเสียงอย่างเดียวครับ เพราะหากไปเช่ารถดาวเทียม ของ กสท.โทรคมนาคม มารายงานสดค่าเช่าแพงเหลือหลาย คิดกันเป็นนาทีครับ ดังนั้นการรายงานสดของที่นี่ที่มักเห็นบ่อยๆคือ รายงานเสียง งบประมาณนาทีละ 1 บาท หรือมากน้อยแล้วแต่โปรโมชั่นโทรศัพท์ครับ 

มีเรื่องเล่าคือ วันหนึ่งประมาณต้นปี 49 ผมได้เข้าไปทำสกู๊ปรายงานพิเศษเกี่ยวกับรันเวย์มีรอยร้าว ที่สนามบินสุวรรณภูมิ โดยนัดแนะกับเจ้าหน้าที่ของ บริษัท ท่าอากาศยานไทย เรียบร้อย พอเข้าไปขณะกำลังเก็บภาพกันอยู่บริเวณรันเวย์ ได้ยินเสียง วอ.ของเจ้าหน้าที่แจ้งเหตุไฟไหม้ที่ครัวการบินไทยครับ ผมมองไปเห็นกลุ่มควันโขมงออกมาไกลๆ รีบเก็บอุปกรณ์บึ่งรถไปที่เกิดเหตุทันที  เชื่อไหมครับขนาดผมเป็นนักข่าวคนแรกที่ไปถึงที่เกิดเหตุ แต่ข้างในออฟฟิศผมรู้เหตุการณ์แทบจะทันทีที่ผมรู้ด้วยซ้ำ คงเป็นเพราะ วอ.นี่ล่ะครับที่นักข่าวสายอาชญากรรมชอบเล่นกัน เมื่อผมไปถึงคนแรก จึงต้องรับหน้าที่รายงานทางโทรศัพท์ครับ  

เชื่อว่าหลายคนเวลาฟัง จส.100 ก็คงได้ฟังเวลาที่เจ้าหน้าที่กู้ภัยหรือตำรวจรายงานสภาพเกิดเหตุมาทางโทรศัพท์อยู่บ้าง คงเคยรู้สึกหงุดหงิดใจไม่น้อยใช้มั้ยครับเวลาที่เราอยากรู้เรื่องนั้นเรื่องนี้ แต่ปรากฎว่าคนอยู่ในเหตุการณ์อธิบายได้ไม่เห็นภาพ ไม่ครบ ไม่ครอบคลุม หรือแบบถามคำตอบคำ เหมือนกลัวดอกพิกุลจะร่วง แต่สำหรับนักข่าวถ้ารายงานแบบนั้นคงเป็นที่หงุดหงิดกับบ.ก.ไม่น้อย ดังนั้นสิ่งสำคัญคือต้องเก็บทุกรายละเอียด บรรยายให้เห็นภาพเพราะยังไม่มีภาพให้เห็น หน้าจอคงขึ้นกราฟฟิคหนังสือตัวใหญ่ๆว่าไฟไหม้ แต่เราต้องบรรยายให้ครบเลยครับ วันนั้นจำได้ว่ารายงานไปหลายเบรคมาก บางทีไปยืนข้างรัฐมนตรีที่มาสั่งการในเหตุการณ์แล้วยื่นโทรศัพท์ให้ท่านเอาดื้อๆเลยให้ช่วยบรรยายบ้าง แถมช่วงแรกที่เกิดเหตุไม่สามารถเข้าพื้นที่ได้เพราะถูกเจ้าหน้าที่ตรงประตูกันเฉพาะผู้เกี่ยวข้องเข้าไปเท่านั้น ผมต้องไปปีนกำแพงสูงมากๆอีกทางหนึ่งเข้ามาถือว่าทำงานได้ฟิวส์วิญญาณนักข่าวอาชญากรรมตามที่เคยใฝ่ฝันมาจริงๆครับ ซึ่งสำหรับผมแล้วก็มีเหตุการณ์อีกหลายเหตุการณ์ที่รู้สึกประทับใจมากมายไว้จะเล่าให้ฟังวันหลังนะครับ 

แต่สำหรับสถานีข่าวทีวีที่ต้องเล่นเรื่องด้วยภาพแล้ว การรายงานสดโดยมีรถดาวเทียม หรือรายงานพิเศษลักษณะของสกู๊ปข่าวที่ไม่ใช่รายงานสด เมื่อนักข่าวต้องไปยืนหน้ากล้องถือไมค์รายงานแล้ว ควรให้ความสำคัญกับสถานที่ๆเราอยู่และเหตุการณ์ที่เราพบอย่างมากครับ ยกตัวอย่างเช่น จะรายงานเรื่องน้ำท่วม ก็ควรลงทุนลงไปยืนในน้ำที่ท่วมเลยครับ(ถ้าไม่ท่วมพ้นหัวนะ) เขาจะได้เห็นว่าระดับน้ำเนี่ยมันสูงถึงเอวเลยนะเนี่ย.... หรือ... หรือรายงานเรื่องรถเมล์ขึ้นราคา ก็ขึ้นไปโหนรถเมล์แล้วเปิดหน้าบนรถเมล์มาเลยครับ เป็นต้น...

ภาพคุณ เจซีทียู ยืนเปิดหน้ารายงานจากจุดชมวิวงานราชพฤษ์ (ขอยืมภาพมา)

ภาพคุณ เจซีทียู เปิดหน้ารายงานมุมมองบนจุดชมวิว งานราชพฤกษ์ 2549 (ขอยืมภาพครับ)

แต่จะนินทาให้ฟังนะครับว่าผมได้เห็นตัวอย่างของการรายงานข่าวที่ล้มเหลวจากสถานีโทรทัศน์ช่องหนึ่งเมื่อไม่นานมานี้เอง กรณีมีผู้ชุมนุมบุกไปปิดล้อมโรงงานผงชูรสที่จังหวัดอ่างทอง ที่พวกเขาเชื่อว่าเป็นโรงงานที่ปล่อยน้ำเสียทำให้ปลาในกระชังตายจำนวนมาก

ปรากฎว่าเหตุการณ์เริ่มปานปลายขึ้นเพราะผู้ชุมนุมไม่ยอมให้ใครออกจากโรงงาน ตอนนั้นมีสถานีโทรทัศน์ช่อง.....(ใบ้ให้ว่าเป็นฟรีทีวีที่มีหุ้นในตลาดหลักทรัพย์และอยู่ในกำกับดูแลของรมต.ประจำสำนักนายก) รีบส่งรถโอบี //รถดาวเทียม ไปรายงานสดเหตุการณ์กันถึงหน้าโรงงานเลยครับ แต่เชื่อมั้ยครับ ผู้สื่อข่าวที่รายงานข่าวกลับไปยืนรายงานอยู่ข้างรถโอบี  คือภาพที่ออกมานักข่าวถือไมค์ยืนรายงานข้างรถตัวเองเห็นแต่คนกับรถ ไม่เห็นชาวบ้านที่มาชุมนุมซักคน ไม่มีสิ่งไหนที่จะเป็นสัญลักษณ์ให้เห็นว่า เฮ้ย! ข้ามารายงานที่จังหวัดอ่างทองจริงๆนะ เฮ้อ...!!! ผมนึกในใจเสียงดังจนคนข้างๆได้ยินว่า.. แล้วจะถ่อไปรายงานสดถึงอ่างทองทำไมกันวะเนี่ย....!!!  ให้เขาส่งภาพมานั่งอ่านในสถานีก็ได้ถ้าเป็นอย่างนี้น่ะ....  เอ๊ะ หรือว่าเขาไปจอดรถรายงานกันแถวแยก อ.ส.ม.ท.นั่นแหละ....ฮ่าฮ่าฮ่า .... ฮา...ครับ....ฮา... ไว้มาอ่านต่อตอน 3 นะครับ........


อ่านความคิดเห็น

ความคิดเห็นที่ 9
ตันตัน วันที่ : 02/07/2008 เวลา : 01.30 น.
http://www.oknation.net/blog/tnutnu

สุดยอดครับ..ความรู้.มากๆๆๆๆ
ความคิดเห็นที่ 8
ถ้วยน้ำชา วันที่ : 19/03/2007 เวลา : 19.37 น.
http://www.oknation.net/blog/ok

ขอบคุณครับ คุณ nity....
ความคิดเห็นที่ 7
Nity วันที่ : 19/03/2007 เวลา : 12.38 น.
http://www.oknation.net/blog/nity
โลกหลากแบบ จึงมองได้หลายมุม!

แวะมาเยี่ยมเช่นกันครับ เห็นคุณถ้วยน้ำชาวิเคราะห์ข่าวช่วงดึกๆ อยู่ครับ มุ่งมั่นต่อไป ติดตามชมครับ
ความคิดเห็นที่ 6
ลมเพลมพัด วันที่ : 18/03/2007 เวลา : 20.27 น.
http://www.oknation.net/blog/Fujin
風神 ..  風塵

โต๊ะเศรษฐกิจเป็นโต๊ะที่ยากจะทำความเข้าใจจริงๆ
บอกตามตรง เวลามีประเด็นทางศก. ให้เก็บตกฯ ทำทีไร กลุ้มใจทุกทีเลย

...

อ่านแล้วนึกถึงความหลังอ่ะ
ความคิดเห็นที่ 5
Oishi วันที่ : 17/03/2007 เวลา : 12.42 น.
http://www.oknation.net/blog/am-mum

คุณถ้วยน้ำชาถ้าในโลกนี้มีผู้ชายอย่างคุณเยอะๆก็ดีซิว่าที่ รักของของคุณยั่งยืนอ่ะ ขอให้โชคดีน่ะสำหรับก้าวต่อไปของความรัก
ความคิดเห็นที่ 4
patreeya วันที่ : 16/03/2007 เวลา : 23.59 น.
http://www.oknation.net/blog/anchor12

สุดยอดเลยค่ะ เขียนสนุกน่าติดตามมาก
เป็นนักเขียนท่าจะรุ่งน๊า จะรออ่านค่ะ
แวะมาทักทายนะคะ แล้วคงได้เจอะเจอกันบ้างโชคดีค่ะ
ความคิดเห็นที่ 3
ลูกเเหง่ วันที่ : 16/03/2007 เวลา : 23.38 น.
http://www.oknation.net/blog/anchor4

ว้าวๆ เจ๋ง ครับ มีความรู้มากกว่าเดิมอีก มาเขียนใหม่นะครับ พวกผมจะได้เรียนรู้ไปด้วย
ความคิดเห็นที่ 2
warakorn วันที่ : 16/03/2007 เวลา : 19.35 น.
http://www.oknation.net/blog/warakorn
"ท้อแท้ได้ ก้าวเดินอย่างช้าๆ ได้ แต่อย่าคิดเดินถอยหลังหรือละทิ้งโอกาส เพราะนั่นคือการยอมแพ้"

การทำข่าวสายเศรษฐกิจ ถ้าไม่ได้จบด้านเศรษฐศาสตร์ ก็ถือว่าอยากเหมือนกันนะครับ เมื่อก่อนผมไม่ชอบเลยสายนี้ สมัยเป็นนักข่าวใหม่ๆ ที่ต้องเลือกสายที่เราชอบ สายนี้มองข้ามเป็นอันดับแรก แต่พอได้มาทำงานที่ต้องอยู่กับข่าวทุกทุกสาย ลองอ่านเริ่มศึกษา มันก็เริ่มซึมทรัพย์ ทำความเข้าใจ ซึมซับ ไปเรื่อยๆ ก็เข้าใจไปเอง และก็ดูเหมือนว่าน่าสนใจ น่าสนุก ไม่น้อยทีเดียว จากเรื่องหุ้น เรื่องเศรษฐกิจ จากที่ไม่ค่อยมีความรู้ก็เรียนรู้ไปเอง...
ความคิดเห็นที่ 1
tamponling วันที่ : 16/03/2007 เวลา : 18.57 น.
http://www.oknation.net/blog/tamponling

อ่านแล้วสนุกดี
ผมชอบอาชีพที่ไม่จำเจอย่างนี้มาก แต่ไม่มีโอกาส
แสดงความคิดเห็น

  เข้าสู่ระบบ   |   สมัครสมาชิก
ชื่อ:  
อีเมล์:  
เว็บไซต์:  
ความคิดเห็น:  
   

ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน

รายการ คม-ชัด-ลึก นำเสนอประเด็นกฎหมายค้าปลีก

หลังครม.ตีกลับ ร่างกฎหมายค้าปลีก มีเสียงร้องระงมจากโชว์ห่วยว่าทนไม่ไหวแล้วกับการขยายตัวของห้างค้าปลีกขนาดใหญ่ คม-ชัด-ลึก เชิญผู้เกี่ยวข้อง 2 ฝั่ง ทั้งฝ่ายต้านค้าปลีกข้ามชาติ และฝ่ายผู้บริหาร เทสโก้โล

View All
คุณคิดว่าความจุ 300 MB ใน oknation น้อยไปหรือไม่
น้อยไป
12 คน
พอดีแล้ว
5 คน
มากไป
3 คน

  โหวต 20 คน