พิมพ์หน้านี้
|
เรือหลวงนาคา
ราชนาวีไทยสุดอาลัย กลุ่มนักรบโบราณสหรัฐอเมริกา ยุคสงครามโลกครั้งที่ 2 ขอโอนสิทธิ์ เรือหลวงนาคาเขี้ยวเล็บสงคราม กลับคืนสู่พิพิธภัณฑ์ทางประวัติศาสตร์
ผู้บัญชาการทหารเรือ พลเรือเอก สถิรพันธุ์ เกยานนท์ ได้สั่งการให้สำนักงานเลขานุการ กองทัพเรือ จัด นายทหารควบคุมการนำเรือหลวงนาคา โดยเรือเอก จิระพล ช้อยเพ็ง ผู้บังคับเรือหลวงมันใน กองเรือยกพลขึ้นบก กองเรือยุทธการ พร้อมข้าราชการประจำเรือหลวงนาคา ได้เดินทางออกมาจากท่าเทียบเรืออู่พระจุลจอมเกล้า จังหวัดสมุทรปราการ ด้วยการใช้เรือหลวงแสมสาร ช่วยในการลากจูง เข้ามาเทียบไว้ที่ท่าเทียบเรือแหลมเทียน ฐานทัพเรือ สัตหีบ อำเภอสัตหีบ จังหวัดชลบุรี เพื่อจัดเตรียมเรือในการส่งมอบให้กับ สมาคม National Association of USS LCS (L) 1-130 ในวันที่ 22 พฤษภาคม 2550 ณ การท่าเรือสัตหีบ ฐานทัพเรือสัตหีบ จังหวัดชลบุรี โดยมี พลเรือเอก สถิรพันธุ์ เกยานนท์ เป็นประธานส่งมอบลงนามโอนสิทธิ์เรือ ระหว่างกองทัพเรือ กับสถานเอกอัครราชทูตสหรัฐอเมริกา และสมาคมนักรบโบราณสงครามโลกครั้งที่ 2 ของสหรัฐอเมริกา สำหรับการโอนสิทธิ์เรือหลวงนาคา กลับคืนสู่พิพิธภัณฑ์ทางประวัติศาสตร์สงคราม ประเทศสหรัฐอเมริกา ได้รับความเห็นชอบจากกระทรวงกลาโหม ให้กองทัพเรือส่งมอบเรือ ให้กับสมาคมดังกล่าวตามความเห็นชอบของกระทรวงต่างประเทศสหรัฐอเมริกา เพื่อนำ เรือไปเป็นเรือพิพิธภัณฑ์ทางประวัติศาสตร์ที่ Mare Island Naval Shipyard เมือง Vallejo ประเทศสหรัฐอเมริกา ภายใต้เงื่อนไขการคืนเรือ จะกระทำในลักษณะตาม สภาพที่เป็นอยู่ ณ ปัจจุบัน โดยประเทศสหรัฐอเมริกาจะรับผิดชอบค่าใช้จ่ายในการดำเนินการทั้งหมด และยังให้สัญญาว่าจะยังคงชื่อเรือ นาคา หรือ H.T.M.S. NAKHA และประวัติเรือไว้ เพื่อเป็นเกียรติประวัติแก่ประเทศไทย และกองทัพเรือ อีกทั้งจะเป็นสัญญาลักษณ์แห่งความสัมพันธ์ทางทหารที่ดีระหว่างไทย กับสหรัฐอเมริกาตลอดไป
..
. นาวาเอก นพพล สุภากร อดีต ผู้บังคับการเรือหลวงนาคา คนที่ 22 เปิดใจว่า ขณะที่รับตำแหน่งเป็นผู้บังคับการเรือ ได้มีโอกาสนำเรือออกเดินทางปฎิบัติตามคำสั่งลับ ของกองเรือยุทธการ ให้เป็นหมู่เรือลาดตระเวนชายแดนทางด้านจังหวัดตราด เขตติดต่อกับประเทศกัมพูชา เพื่อรักษาความสงบเรียบร้อย แนวชายแดนทางทะเล ยอมรับว่าเรือลำนี้มีศักยภาพสูง และสมรรถณะสูง ในการทำการยุทธ์ เป็นเรือที่มีปืนใหญ่ประจำเรือมากที่สุดในกองทัพเรือ เมื่อนำเรือไปปฎิบัติราชการชายแดน จะทำให้ข้าราชการประจำเรือมีขวัญกำลังใจ อุ่นใจเมื่อเกิดภัยขึ้น ซึ่งปืนขนาดต่าง ๆ ใช้ในภารกิจยิงสนับสนุนการยกพลขึ้นบกให้กับหน่วยบัญชาการนาวิกโยธิน ได้อย่างมีประสิทธิภาพ
พลเรือโท ปิติ อุตตะโมท รองผู้บัญชาการ กองเรือยุทธการ บอกว่า นับเวลานานถึง 40 ปี ที่เรือหลวงนาคา ประจำการอยู่ในสังกัดกองเรือยุทธกา เรือมีความยาวตลอดลำ 47.40 เมตร กว้าง 7.00 เมตร ระวางขับน้ำสูงสุด 387 ตัน เครื่องจักรใหญ่ดีเซล 2 เครื่อง ความเร็วสูงสุด 13 น๊อต มีภารกิจหลักคือการระดมยิงฝั่งและการยิงสนับสนุนระหว่างการยกพลขึ้นบก ป้องกันภัยทางอากาศ เรือลำนี้จึงได้รับการติดตั้งปืนขนาดต่าง ๆ เป็นจำนวนมากที่สุดในกองทัพเรือ จนได้รับฉายาว่า เรือบรรทุกปืนนับว่าเป็นเรือที่เป็นเขี้ยวเล็บสำคัญยิ่ง มีผู้บังคับการเรือมาแล้วถึง 42 นาย โดยผู้บังคับการเรือคนแรก คือ เรือเอก วิเชษฐ การุณยวนิช ปัจจุบันเป็นพลเรือเอก เกษียณอายุราชการ ในตำแหน่ง ผบ.ทร. และคนสุดท้ายคือ เรือเอก ภาณุชา ลุขะลัง และเมื่อวันที่ 4 ตุลาคม 2549 กระทรวงกลาโหม ได้มีคำสั่งให้ปลดเรือหลวงนาคาออกจากระวางประจำการ ถือว่าเป็นปิดฉากการรับใช้ชาติอย่างยิ่งใหญ่ ซึ่งเรือหลวงนาคา ได้เคยปฎิบัติราชการ หมู่เรือลาดตระเวนชายแดนด้านภาคใต้ และหมู่เรือลาดตระเวนชายแดนภาคตะวันออกด้านจังหวัดตราด เขตติดต่อกับกัมพูชา มาแล้วหลายครั้ง เพราะเป็นเรือที่มีศักยภาพทางการรบสูง พลเรือเอก สถิรพันธุ์ เกยานนท์ ผู้บัญชาการทหารเรือ บอกว่า นับเป็นความอาลัยของกองทัพเรือ และข้าราชการที่เคยประจำเรือหลวง นาคา ด้วยความผูกพันที่ต้องสูญเสียเขี้ยวเล็บของกองทัพไป แต่ก็แฝงไว้ด้วยความดีใจ ที่สมาคมนักรบทางเรือรุ่นเก่าสมัยสงครามโลกครั้งที่ 2 ของประเทศสหรัฐอเมริกา ได้ขอโอนสิทธิ์การดูแลกลับคืนไปสู่พิพิธภัณฑ์ทางประวัติศาสตร์ ที่มลรัฐ California ประเทศสหรัฐอเมริกา ซึ่งถือว่า เป็นเรือลำแรกที่สหรัฐอมริกา พบว่า หลงเหลืออยู่ในการดูแลของกองทัพเรือไทย โดยในวันที่ 22 พฤษภาคม 2550 เวลา 15.00 น.จะทำพิธีส่งมอบโอนสิทธิกัน หลังจากนั้น ทางสมาคมดังกล่าว จะลากจูงเรือไปที่ประเทศฮ่องกง เพื่อบรรทุกขึ้นเรือขนส่ง (Cargo Ship) ไปส่งมอบกันที่เมืองซานฟรานซิสโก ประเทศสหรัฐอเมริกาต่อไป และได้ให้คำมั่นสัญญาว่า จะคงไว้ซึ่งชื่อเรือหลวง นาคาซึ่งได้รับพระมหากรุณาธิคุณ ฯ พระราชทานจากพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เพื่อคงไว้ซึ่งความ สัมพันธ์ทางทหารระหว่างไทยกับสหรัฐอเมริกาอีกด้วย ..
|
| รายการ คม-ชัด-ลึก นำเสนอประเด็นกฎหมายค้าปลีก | ||
หลังครม.ตีกลับ ร่างกฎหมายค้าปลีก มีเสียงร้องระงมจากโชว์ห่วยว่าทนไม่ไหวแล้วกับการขยายตัวของห้างค้าปลีกขนาดใหญ่ คม-ชัด-ลึก เชิญผู้เกี่ยวข้อง 2 ฝั่ง ทั้งฝ่ายต้านค้าปลีกข้ามชาติ และฝ่ายผู้บริหาร เทสโก้โล |
||
|
View All |
||
| << | พฤษภาคม 2007 | >> | ||||
| อา | จ | อ | พ | พฤ | ศ | ส |
| 1 | 2 | 3 | 4 | 5 | ||
| 6 | 7 | 8 | 9 | 10 | 11 | 12 |
| 13 | 14 | 15 | 16 | 17 | 18 | 19 |
| 20 | 21 | 22 | 23 | 24 | 25 | 26 |
| 27 | 28 | 29 | 30 | 31 | ||