• เจ้าชายแห่งโอมาน
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • email : teeranan@gmail.com
  • วันที่สร้าง : 2007-03-28
  • จำนวนเรื่อง : 331
  • จำนวนผู้ชม : 32795
  • จำนวนผู้โหวต : 241
  • ส่ง msg :
OKISLAM
มารู้จักอิสลามกันเถอะ ศาสนาที่แท้จริงสำหรับมนุษยชาติ
Permalink : http://www.oknation.net/blog/okislam
วันเสาร์ ที่ 7 เมษายน 2550
วิธีแก้ปัญหาแนวคิดสุดโต่งในหมู่มุสลิมโดยเฉพาะเยาวชน
Posted by เจ้าชายแห่งโอมาน , ผู้อ่าน : 80 , 15:00:34 น.   | หมวดหมู่ : สังคม  
พิมพ์หน้านี้


วิธีแก้ปัญหาแนวคิดสุดโต่งในหมู่มุสลิมโดยเฉพาะเยาวชน

คำว่ามุสลิมหัวรุนแรง กลุ่มก่อร้ายมุสลิม เครือข่ายก่อการร้ายมุสลิมสากลถึงแม้มุสลิมส่วนใหญ่ยอมรับไม่ได้เมื่อสื่อไทยหรือเทศรายงานข่าวหลังเหตุการณ์ก่อการร้าย แต่สิ่งหนึ่งที่มุสลิมเองจะต้องยอมรับคือ มีมุสลิมส่วนหนึ่งจริงๆ (ส่วนน้อยของประเทศไทยหรือทั่วโลก) เป็นผู้ปฏิบัติการ

สุดท้ายผู้ที่ได้รับอานิสงส์และผลกระทบอย่างรุนแรงคือมุสลิมส่วนใหญ่ผู้รักสันติ (แนวคิดสายกลาง) ไม่ว่าจะเป็นผู้รู้ด้านศาสนา อุสตาซ ครู วัยรุ่น เด็กและสตรี

สรุปง่ายๆ คือทุกคนที่เป็นมุสลิม

สิ่งที่เห็นได้ชัดจากการประกาศสงครามปราบปรามการก่อการร้ายของสหรัฐคือชีวิต และทรัพย์สินของชาวอัฟกานิสถานและอิรักซึ่งไม่ทราบว่ามุสลิมประเทศใดจะเป็นรายต่อไป

ไม่ว่าความรุนแรงจะมีสาเหตุมาจากที่ใดแต่มุสลิมส่วนใหญ่ผู้รักสันติ (แนวคิดสายกลาง โดยเฉพาะบรรดาผู้รู้ด้านศาสนา) จะต้องรีบออกมาแก้ปัญหาของตนอย่างเร่งด่วนก่อนที่ชีวิตและทรัพย์สินจะคืบคลานเข้ามาสู่ตัวเอง

ชัยคฺ ดร.ยุซุฟ อัลก็อรฏอวีย์ (ชาวอียิปต์) ประธานของสหภาพนักปราชญ์มุสลิมนานาชาติ (IAMS) กล่าวว่า ปัจจัยต่างๆ ของปรากฏการณ์ความรุนแรง

1.การขาดแนวคิดสายกลาง เป็นสิ่งสำคัญที่ต้องให้แนวคิดอิสลามสายกลางเป็นที่แพร่หลายในหมู่คนหนุ่มสาว เพื่อที่พวกเขาจะพบวิถีทางที่ถูกต้องแทนที่พวกเขาจะทำตัวไม่เปิดเผย ซึ่งการขาดแนวคิดเช่นนี้ได้เปิดโอกาสให้แนวคิดสุดโต่งแทรกเข้ามา

2.การขาดอุละมาอฺ (นักปราชญ์อิสลามศึกษา) ที่แท้จริง ซึ่งสามารถให้ความเชื่อมั่น (ต่อแนวทางสายกลาง) ด้วยหลักฐานที่มาจาก อัลกุรอาน และ ซุนนะฮฺ (วจนศาสดา) พวกเขาได้หายไปจากสนามแห่งนี้ จึงเปิดโอกาสให้กับผู้ที่ขาดคุณสมบัติ ที่ถูกเรียกว่าอุละมาอฺซึ่งทำงานเพื่อผู้ที่มีอำนาจ ดังนั้น คนหนุ่มสาวจึงสูญเสียความเชื่อมั่นไป และได้ตั้งตัวพวกเขากันเองให้เป็นชัคย์ (คือเป็นโต๊ะครูหรือนักปราชญ์อิสลามศึกษา) ในการฟัตวา (วินิจฉัยหลักศาสนา) ประเด็นปัญหาที่ซับซ้อน

3.การแพร่กระจายของความชั่วร้ายและเพิ่มขึ้นของการกดขี่ในสังคมเป็นเหตุผลที่สร้างความไม่พอใจอย่างรุนแรง (โปรดดู : ชัยคฺ ดร.ยูซุฟ อัล ก็อรฎอวียฺ เขียน อบูรญาล แปลเรียบเรียง คัดลอกจาก fidyah.com)

ดังนั้นมุสลิมที่เข้าใจอิสลาม รักความยุติธรรมโดยปราศจากความอคติทางเชื้อชาติโดยเฉพาะอุละมาอ์ของไทยและโลกจะต้องเป็นผู้นำในการ

(1) สร้างมหาประชามติปฏิเสธการใช้ความรุนแรงในการแก้ปัญหา

(2) แสดงอุดมการณ์อิสลามเพื่อสันติภาพอย่างเข้มข้น

(3) ศึกษาและเผยแผ่ทรรศนะอิสลามที่ถูกต้อง เกี่ยวกับการอยู่ร่วมกับต่างศาสนิกอย่างสันติและความสมานฉันท์ในสังคมที่มีความหลากหลาย
เนื่องจากข้อมูลเกี่ยวกับศาสนาอิสลามและบทบัญญัติที่ถูกต้องเกี่ยวกับการอยู่ร่วมกันระหว่างมุสลิมกับต่างศาสนิกหรือต่างวัฒนธรรมเหล่านี้ไม่สามารถเข้าถึงมุสลิมส่วนใหญ่โดยเฉพาะนิสิตนักศึกษา และ เยาวชนมุสลิมส่วนใหญ่อย่างเพียงพอ และมีโอกาสค่อนข้างจำกัดที่นิสิตนักศึกษาและเยาวชนมุสลิมจะได้รับฟังในเวทีของการทำความเข้าใจต่างๆ รวมทั้งยังคงเห็นบทบาทของบุคลเหล่านี้ไม่เด่นชัดนัก ในเป็นแนวร่วมของการสร้างสันติภาพสู่สังคม
ในรายงานการศึกษาเรื่อง  เยาวชนกับชั้นแห่งความรุนแรง : เป็นทั้งเหยื่อ, ผู้กระทำ และผู้มีส่วนกระทำ[1] พบว่า มีความเข้าใจที่ผิดพลาดเรื่องความสัมพันธ์ระหว่างเยาวชนกับความรุนแรงอยู่อย่างน้อย 2 ประการ ดังนี้

            1) ข้อสรุปทั่วไปที่ว่าเยาวชน/วัยรุ่น "ผู้หลงผิด" มักเป็น "ผู้ก่อ" ความรุนแรง อันนำไปสู่แนวโน้มการตำหนิหรือยัดเยียดความผิดบาปให้ตกเป็นของวัยรุ่นแต่อย่างเดียวนั้น เป็นข้อสรุปที่ "ตื้นเขินเกินไป!"  เพราะมองไม่เห็นถึงความซับซ้อนและเงื่อนไขความเป็นมาเป็นไปของกระบวนการที่นำไปสู่การใช้ความรุนแรงของมนุษย์  กรอบการวิเคราะห์ต่อปัญหานี้ มักอยู่ที่กรอบทางจิตวิทยาเป็นหลัก ว่าอะไรเป็นแรงจูงใจให้เยาวชนเหล่านี้ก่อความรุนแรง ซึ่งง่ายเกินไป และไม่เพียงพอต่อการอธิบายความรุนแรงขนานใหญ่อย่างความรุนแรงในสามจังหวัดภาคใต้  ความรุนแรงในระดับดังกล่าวนี้ จำเป็นต้องอาศัยกรอบทางสังคม วัฒนธรรม การเมือง กฎหมาย และเศรษฐกิจ ฯลฯ มาเป็นกรอบร่วมในการอธิบาย

         2) ท่ามกลางปัญหาความรุนแรงในสามจังหวัดภาคใต้นั้น นอกจากข่าวสารที่ว่าเยาวชนเป็นผู้ก่อความรุนแรงแล้ว  ข้อเท็จจริงอีกประการ คือ โดยไม่อินังขังขอบว่าความรุนแรงจะเกิดจากฝ่ายประชาชนหรือฝ่ายรัฐเป็นผู้กระทำก็ตาม แต่มีเยาวชนทั้งหญิงและชายเป็นเหยื่อและได้รับผลกระทบทั้งทางตรงและทางอ้อมจากความรุนแรงที่เกิดขึ้นอีกไม่น้อยเช่นกัน ความเกี่ยวข้องระหว่างเยาวชนกับความรุนแรงในลักษณะนี้ มีอยู่มาก แต่ยังขาดการประมวลกันอย่างจริงจัง
          
ในรายงานดังกล่าวยังได้สรุปว่าเยาวชนกับความรุนแรงเชิงวัฒนธรรมในสามจังหวัดภาคใต้ที่สำคัญยิ่งน่าจะได้แก่

            (1) การพร้อมใช้ความรุนแรง 

            (2) การยอมรับ/ให้ความชอบธรรมต่อการใช้ความรุนแรง

         (3) การไม่รับรู้/ไม่แยแส/ไม่ยินดียินร้าย/ชินชาต่อความเจ็บปวด/ทุกข์ยากที่เกิดขึ้นจากการใช้ความรุนแรง (indifferent & desensitized) 

           (4) วิธีเชิงเดี่ยวของความเป็นชาติอันเป็นเอกภาพ 

          (5) ความไม่เข้าใจถึงความเป็นจริงเกี่ยวกับความหลากหลายทางวัฒนธรรมและภาษาของกลุ่มวัฒนธรรมต่างๆที่มีอยู่ทั่วประเทศ 

         (6) การขาดการยั้งคิดพิจารณาไตร่ตรองในการสื่อสารสาธารณะ ทั้งในแง่การเป็นผู้รับข่าวสาร และการเป็นผู้แสดงความคิดเห็น 

          (7) วิธีคิดแบบแยกขั้วและการผลักดันให้คนต้องเลือกข้าง โดยไม่จำเป็น เป็นต้น

ความรุนแรงทางวัฒนธรรมเหล่านี้ยังเป็นเสมือนอาหารหล่อเลี้ยงความรุนแรงทั้งสองชนิดให้ "มีชีวิต" ยืนยาวต่อไปอีกด้วย
 
         การพิจารณาชั้นความรุนแรงในระดับวัฒนธรรมนี้ จะทำให้เราเห็นภาพกว้างในระดับสังคมไทยทั้งสังคม ว่า ไม่ว่าจะเป็นเยาวชนกลุ่มประเภทใด ไม่ว่าจะที่อยู่ในหรือนอกพื้นที่ความรุนแรง ก็ล้วนตกเป็นทั้งเหยื่อของความรุนแรงทางวัฒนธรรมทั้งสิ้น  ที่สำคัญกว่านั้น คือ การที่เราปล่อยให้มีความรุนแรงทางวัฒนธรรมเหล่านี้ดำรงอยู่ได้ เท่ากับเรา "มีส่วน" ในการเป็นผู้ก่อความรุนแรงทางตรงให้เกิดขึ้นในพื้นที่อีกด้วย 

ดังนั้นองค์กรศาสนาอิสลามโดยเฉพาะคณะกรรมการอิสลามแห่งประเทศไทยหรือห้าจังหวัดชายแดนใต้ควรร่วมมือกับสมาคมนิสิตนักศึกษาไทยมุสลิม (ส.น.ท.) และสมาคมยุวมุสลิมแห่งประเทศไทย (ยมท.)และองค์เอกชนต่างๆนับร้อยในพื้นที่ ควรจะจัดการสัมมนาเชิงปฏิบัติการในการสร้างสันติภาพของจังหวัดชายแดนภาคใต้ โดยเป็นเวทีในการสร้างความเข้าใจแก่ นิสิตนักศึกษามุสลิมและเยาวชนมุสลิม ซึ่งมีภูมิลำเนาจากจังหวัดชายแดนภาคใต้ อีกทั้งนิสิตนักศึกษามุสลิมถือเป็นปัญญาชนที่ควรได้รับความเข้าใจในประเด็นดังกล่าวนี้อย่างลึกซึ้ง

การจัดสัมมนาเชิงปฏิบัติและอบรมอย่างจริงจังต่อเนื่องดังกล่าวจะเป็นจุดเริ่มต้นที่สำคัญ ของนิสิตนักศึกษามุสลิมและเยาวชน ที่จะมาทำหน้าที่เป็นฑูตแห่งสันติภาพ ที่จะทำการเคลื่อนไหว สร้างความเข้าใจ เผยแพร่ข้อมูลข่าวสาร อันนำไปสู่สันติภาพของสังคมไทยต่อไปในขณะเดียวกันคนของภาครัฐเองจะต้องได้รับการอบรมอย่างดีเมื่อมาปฏิบัติหน้าที่ในภาคใต้

สังคมส่วนรวมที่มีความแตกต่างและหลากทางวัฒนธรรม
 
(ในยุคโลกาภิวัตน์)สำหรับสังคมส่วนรวมที่มีความแตกต่างและหลากทางวัฒนธรรมที่อยู่ในประเทศนี้ต้องเรียนรู้วัฒนธรรมของกลุ่มชนที่ต่างจากเรา นอกจากจะสร้างความรัก ความผูกผัน  ทำความรู้จักต่อกันแล้ว ยังก่อให้เกิดการเรียนรู้ ตระหนักและพัฒนาความเป็น ชาติ ศาสนา ท้องถิ่นและชุมชน รวมทั้งยังสามารถเกิดการพัฒนาในระดับบุคคล คือ การพัฒนา ความรู้ สติปัญญา ทั้งร่างกายและจิตใจ รวมทั้งการหล่อหลอมให้เกิดการใช้ความรู้ คุณธรรม จริยธรรม เพื่อ "เข้าใจผู้อื่น" เข้าใจความเป็นอยู่ของคนในที่ต่างๆ ทั้งที่อยู่ห่างไกลและอยู่ใกล้ชุมชนรอบตัวเรา รวมทั้งรู้ "วิธีการ" ที่เราจะอยู่ร่วมกับผู้อื่นได้อย่างมีความสุข

การเรียนรู้และเข้าใจวัฒนธรรมของผู้อื่น/กลุ่มชน ศาสนิกอื่น  มีประโยชน์และกำไรสำหรับผู้ที่รู้ เป็นผู้รู้กาละเทศะ การปรับตัวเพื่อการเข้าใจกัน สามารถลดความขัดแย้ง สร้างสันติสุขในการอยูร่วมกัน นอกจากนั้นการรู้วัฒนธรรม ยังทำให้เรารู้อีกว่า อะไรที่ควรทำหรืออะไรที่ไม่ควรทำ  เรื่องใดที่เขายํดถือ เคารพ ห้ามละเมิดและยอมได้หรือยอมไม่ได้  ในบางเรื่องผู้ที่เป็นเจ้าของวัฒนธรรมจะเป็นคนบอกเองว่า อะไร ที่เป็นข้อผ่อนปรนได้ อะไรที่ผ่อนปรนไม่ได้ อะไรคือเรื่องหลัก อะไรคือเรื่องรอง การศึกษาเรียนรู้ "วัฒนธรรม" ที่เขาเชื่อ คิด ปฏิบัติ จะทำให้เราเข้าใจและรู้ว่าควรปฏิบัติต่อเขาที่ต่างจากเราอย่างไร ด้วยความต่างทั้งเรื่อง เพศ วัย ครอบครัว การศึกษา ศาสนา ความเชื่อ ต่างถิ่น ต่างชาติ ว่าเรา(ทั้งในฐานะรัฐหรือเจ้าหน้าที่รัฐ)จะอยู่ร่วมกับเขา หรือสัมพันธ์กับเขา(ชาวบ้านหรือคนในพื้นที่) ในลักษณะของ การช่วยเหลือ การวางนโยบายทางการปกครอง การส่งเสริมและแก้ปัญหาความยากจน ส่งเสริมการค้าขาย การให้การศึกษา  กับเขาได้อย่างไร ในแบบที่เรียกว่า ตรงกับความต้องการ ตรงกับกาละเทศะ และสอดคล้องกับหลักศรัทธาในศาสนาที่เขาเหล่านั้นยึดถือ ปฏิบัติ

ผู้ที่ศึกษาวัฒนธรรมของผู้อื่น/กลุ่มชนอื่นอย่างลึกซึ้งแล้ว จะส่งผลทำให้สามารถสะท้อนความเข้าใจต่อกลุ่มชน ของตนเองมากขึ้น เพราะการที่เราจะเข้าใจ "ตัวตน" ของตนเองได้  จะต้องมองผ่านผู้อื่น สะท้อน "ตัวตนของเรา" ให้เรารู้และให้เราเห็น และเมื่อเข้าใจและรู้ลึกซึ้งเกี่ยวกับวัฒนธรรมของตนเองและผู้อื่นแล้ว ขึ้นอยู่กับว่า เขาเหล่านั้น จะเลือกใช้วัฒนธรรมในฐานะ "กำแพง" ที่ก่อเพื่อปิดกั้นและอยู่เฉพาะกลุ่มชนตนเอง หรือมุ่งที่จะสร้างเป็น "สะพาน" เพื่อที่จะเชื่อมความสัมพันธ์กับผู้อื่น เพื่อการแลกเปลี่ยน สังสรรค์ เป็นที่รู้จักและนำสู่การอยู่ร่วมกันได้อย่างสันติ

หลังจากนั้นต้องพัฒนาสังคมโดยตั้งอยู่บนพื้นฐานความต้องการของชุมชนและชุมชนมีส่วนร่วมมากที่สุดโดยเฉพาะเยาวชนถ้าเป็นไปได้จะต้องตั้งเครือข่ายสันติภาพและต่อต้านการก่อการร้ายคนรากแก้วในพื้นที่และจัดให้มีคณะกรรมการอิสระสันติภาพและต่อต้านการก่อการร้ายซึ่งอาจจะมีบารมีและความสามารถมากกว่าศอบต.ก็เป็นได้เพราะการแก้ปัญหามาจากพลังทางปัญญาของคนในพื้นที่
 
 ________________________________________
 

อับดุชชะกูร์ บิน ชาฟิอีย์ ดินอะ  ( อับดุลสุโก ดินอะ)
ผู้ช่วยผู้จัดการโรงเรียนจริยธรรมศึกษามูลนิธิ อ.จะนะ จ.สงขลา
Shukur2003@yahoo.co.uk


อ่านความคิดเห็น

ความคิดเห็นที่ 7
เจ้าชายแห่งโอมาน วันที่ : 08/04/2007 เวลา : 16.19 น.
http://www.oknation.net/blog/okislam

ยินดีครับ และศาสนาอิสลามสอนให้สมานฉันท์กับทุกศาสนาอยู่แล้ว...
ความคิดเห็นที่ 6
mawinart วันที่ : 08/04/2007 เวลา : 07.46 น.
http://www.oknation.net/blog/mawinart
จังหวัดชายแดนใต้....ศิลปะและดนตรีช่วยผ่อนคลายในบางอารมณ์


ผมได้เจอคนรู้จริงและของแท้เข้าแล้ว...อยากให้นักวิชาการมาอ่าน ขอชื่นชมต่อบทความและให้แนวคิดในการแก้ปัญหา....เหมาะให้ผู้นำศาสนาทุกศาสนานำไปใช้...เป็นกลางไม่สนับสนุนฝ่ายใด...อยากรู้จักเป็นการส่วนตัวจัง และขออนุญาตนำบทความนี้ไปเผยแพร่นะครับ..เพื่อสันติ
ความคิดเห็นที่ 5
มโนมัย วันที่ : 07/04/2007 เวลา : 23.32 น.
http://www.oknation.net/blog/meehuajai

เห็นใจครับ ต้องช่วยกันสื่อสารสิ่งที่ควร

หนักใจครับ สำหรับสังคมที่เต็มไปด้วยข่าวสาร
ที่เยอะแยะมากมาย
จนมองความจริงให้เห็นได้ยากเต็มที

ขอบคุณสำหรับความรู้และบทความดีๆ จากเจตนาดีๆ ครับ
ขอบคุณมากครับ
มโนมัย


ความคิดเห็นที่ 4
ล่างฟานหวิน วันที่ : 07/04/2007 เวลา : 18.29 น.
http://www.oknation.net/blog/langfanvhin
ประตูสวรรค์ หิมะทองคำ เต่าทองแดง เขากิเลน หนวดมังกร เขี้ยวพยัคฆ์                         "ไม่มีที่อยู่ สำหรับคนอ่อนแอ" จอมยุทธ์ '

ผมว่า การแก้ปัญหา ที่ดีสุด คือการให้การศึกษา ไม่ว่า เป็นการสนับสนุน เปาเนอะ หรือการศึกษา ทางสามัญ ผมว่าเป็นผลดีกับประชาชนในพื้นที่นั้นโดยรวมในระยะยาว
รองลงมาคือ การพัฒนาพื้น ที่สาธานูปโภค ต่างๆ ของรัฐต้องเข้าถึง นำความเจริญ เข้าไป ให้เขาได้เห็นโลก กว้าง ประเทศไทย มีกว้างใหญ่เยอะมาก มุสลิม ที่ จังหวัดเชียงใหม่ ก็ มีเยอะ มีแทบทุกจังหวัด ในไทย และ อยู่ อย่างสันติ ด้วย ครับ ให้เขาเห็นตัวอย่าง ของมุสลิม ในประเทศ ที่อยู่ พื้นที่ต่างๆ มีความรักสันติ และอยู่กันได้ กับคนในสังคม ครับ มี ทั้งดารา นักร้อง นักการเมือง ผุ้พากษา ผุ้ว่า ปลัด รมต. ผบ.ทบ. เยอะครับ ผมว่า ตัวอย่างดี ๆ ไปเป็นตัวอย่างให้เกิดสันติได้ครับ
ความคิดเห็นที่ 3
เจ้าชายแห่งโอมาน วันที่ : 07/04/2007 เวลา : 16.18 น.
http://www.oknation.net/blog/okislam

อิสลามสอนให้ทุกคนต่อสู้ในหนทางของศาสนาและถ้าเมื่อหนึ่งเมื่อใดที่มีศัตรูมารุกรานแผ่นดินที่อาศัยอยู่ เช่น กรณีของ ประเทศ ปาเลสไตล์ที่อิสราเอลเข้ามาบุกรุกประเทศ .................แต่จากกรณีเหตุการณ์ไม่สงบใน3จังหวัดภาคใต้นั้นมันคนละกรณีกันที่มีคนออกมาอ้างนั้น ไม่ใช่คนมุสลิมหรือิสลามแน่นอนเพราะศาสนาไม่อนุมัติและส่งเสริมให้ฆ่าผู้บริสุทธิ์.......
ความคิดเห็นที่ 2
เงินเดือนแมน วันที่ : 07/04/2007 เวลา : 15.50 น.
http://www.oknation.net/blog/salaryman

อยากจะถามว่า ศาสนาอิสลามมีคำสอนหรือกฎใดที่อ่อนไหวหรือเปล่าครับ ที่ทำให้มุสลิมที่ก่อปัญหาถึงตีความผิด หรือสามารถบิดเบือนได้ ถ้ามีแล้วมันสามารถพัฒนาต่อไปถึงความรุนแรงได้เลยหรือ

ชาวพุทธก็ไม่ได้เป็นคนดีทั้งหมด แต่คนที่ทำผิดไม่มีใครอ้างศาสนา (ยกเว้นพวกต้มตุ๋นชาวบ้าน) แต่ทำไมมุสลิมถึงอ้างศาสนา ถ้าบอกว่าอ้างศาสนาเพื่อแบ่งพรรคแบ่งพวกให้ชัดเจน ทำไมถึงมองศาสนาอื่นเป็นศัตรูล่ะครับ

ผมเคยคุยกับแฟนว่าข้อปฏิบัติพื้นฐานของศาสนาพุทธคือศีล5 คนที่ห่างวัดห่างศาสนาหรือนักโทษประหารยังรู้ ผมเลยอยากรู้ว่าข้อปฏิบัติหรือคำสอนพื้นฐานของอิสลามคืออะไรครับ ทำไมมุสลิมที่ก่อปัญหาถึงเชื่อถืออย่างเคร่งครัดและปฏิบัติตัวแบบนั้น

เคยอ่านความเห็นหนึ่งบนเว็บ เค้าบอกว่ามุสลิมจะทำตัวน่ารักถ้าเป็นชนกลุ่มน้อยในสังคม ผมยังไม่เชื่อซะทีเดียว แต่ในอนาคตชักไม่แน่ใจแล้วล่ะครับ
ความคิดเห็นที่ 1
pjeabja วันที่ : 07/04/2007 เวลา : 15.18 น.
http://www.oknation.net/blog/pradit

ไม่รู้จะอีกนานแค่ไหนครับกว่าผืนดินแห่งนี้จะสงบสุข
เอาใจช่วยครับ
แสดงความคิดเห็น

  เข้าสู่ระบบ   |   สมัครสมาชิก
ชื่อ:  
อีเมล์:  
เว็บไซต์:  
ความคิดเห็น:  
   

ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน

<< เมษายน 2007 >>
อา พฤ
1 2 3 4 5 6 7
8 9 10 11 12 13 14
15 16 17 18 19 20 21
22 23 24 25 26 27 28
29 30          



ปัจจุบันคุณนับถือศาสนาอะไร
อิสลาม
323 คน
พุทธ
103 คน
คริสต์
9 คน
ซิกส์
1 คน
ฮินดู
2 คน
อื่นๆ
2 คน

  โหวต 440 คน