พิมพ์หน้านี้
|
เธอคือราชินี
เรามีหญิงชราหรือคุณยายที่เป็นเพื่อนบ้านชาวอังกฤษอยู่คนหนึ่ง มีอายุประมาณ 70 ปีกว่าๆ...ทุกครั้งที่เราเห็นยายเดินเข้าออกจากบ้าน เรารู้สึกสงสารอย่างจับใจ ยายอาศัยอยู่ในบ้านเพียงลำพังอย่างโดดเดี่ยว ยายจะเดินเข้าและออกจากบ้านโดยไม่มีลูกหลานหรือญาติๆคอยให้ความช่วยเหลือยายเลยแม้แต่คนเดียว... ยายจะเดินไปซื้ออาหารและเสื้อผ้าด้วยตัวเอง... ที่บ้านของยายจะเงียบเฉียบ เพราะไม่มีใครอาศัยอยู่เลยนอกจากยายเพียงคนเดียว และผมก็ไม่เคยเห็นมีใครเคยไปเคาะประตูหน้าบ้านยายด้วย อยู่มาวันหนึ่งผมได้เดินไปยังบ้านของยายเพื่อไปปฏิบัติหน้าที่ในฐานะเพื่อนบ้านที่ดีคนหนึ่งที่อิสลามได้สั่งกำชับให้เราปฏิบัติต่อเพื่อนบ้าน ทันทีที่ยายเห็นผมเดินไปหา ดูท่าทางยายจะตกใจมาก ทั้งๆที่ผมไม่ได้ทำอะไรเลยแม้แต่น้อย แต่เนื่องจากว่ายายเคยชินกับสภาพสังคมที่ไม่เคยรู้จักกับการทำความดีมาก่อน ไม่เคยรู้จักกับความเมตตาและความสงสาร และความสัมพันธ์ของเพื่อนบ้านที่พึงปฏิบัติต่อกัน... อย่างดีที่สุดก็แค่การทักทายเวลาเจอหน้ากันเช้าเย็นเท่านั้นเอง... วันต่อมายายได้เดินทางมาที่บ้านของเราพร้อมกับขนมหวานสำหรับเด็กๆจำนวนหนึ่ง และยายได้หยิบการ์ดสำหรับใช้มอบแก่ผู้คนเพื่อแสดงความยินดีในโอกาสต่างๆออกมาใบหนึ่ง ยายได้เขียนข้อความบางอย่างบนการ์ดดังกล่าวเพื่อแสดงความขอบคุณที่เราได้นำบางสิ่งไปมอบให้เมื่อวันที่ผ่านมา ดังนั้นผมจึงแนะนำและให้ยายแวะไปเยี่ยมเยือนภรรยาของผมเพื่อทำความรู้จักกัน หลังจากนั้นยายก็มักจะแวะไปเยี่ยมภรรยาของผมบ่อยๆ จากการที่ยายได้ไปเยี่ยมบ้านของเราอย่างสม่ำเสมอ ทำให้ยายได้ทราบว่าผู้ชายในบ้านเมืองของเรา (ประเทศอาหรับ) มีหน้าที่ต้องรับผิดชอบภารกิจต่างๆของครอบครัวและค่าใช้จ่ายภายในบ้าน ผู้ชายต้องออกไปทำงานเพื่อหาเลี้ยงครอบครัว และต้องหาซื้ออาหารและเครื่องแต่งกายให้แก่พวกเขา เช่นเดียวกับที่ยายได้รับทราบถึงการให้เกียรติของชาวมุสลิมต่อสตรีเพศมากมายเพียงใด ไม่ว่าพวกนางจะอยู่ในฐานะลูกสาว...ภรรยา...หรือแม่บังเกิดเกล้า โดยเฉพาะอย่างยิ่งยามที่พวกนางมีอายุมากและแก่ชราลง ซึ่งจะพบว่าบรรดาลูกๆและหลานๆจะคอยแย่งชิงกันดูแลและเอาใจใส่อย่างใกล้ชิดตลอดเวลา...และผู้ใดที่ละทิ้งและไม่ยอมดูแลเอาและให้ความช่วยเหลือพ่อแม่ผู้แก่ชราของเขา เขาก็จะถูกเพื่อนบ้านตำหนิ ทอดทิ้งและไม่เหลียวแลทันที ทุกครั้งที่ยายไปเยี่ยมบ้านของเรา ยายจะคอยสังเกตอย่างจดจ่อเกี่ยวกับความสัมพันธ์ของสมาชิกในครอบครัวของชาวมุสลิม... พ่อจะปฏิบัติอย่างไรต่อลูกๆ...ลูกๆจะไปห้อมล้อมพ่อทันทีที่เห็นพ่อของตนเดินเข้ามาในบ้าน....ยายจะคอยสังเกตว่าภรรยาของชาวมุสลิมจะใช้เวลาอย่างไรบ้างในการให้บริการแก่สามีนาง... ยายผู้น่าสงสารได้ทำการเปรียบเทียบระหว่างสภาพของครอบครัวในสังคมที่นางเป็นอยู่กับสภาพของครอบครัวของเรา ยายเล่าให้เราฟังว่า ยายเคยมีลูกๆและหลานๆอยู่หลายคน แต่ยายไม่รู้ว่าตอนนี้พวกเขาไปอยู่ ณ แห่งหนใด พวกเขาไม่เคยมาเยี่ยมเยือนยายเลยแม้แต่คนเดียว บางทียายอาจจะเสียชีวิต และถูกฝังลงในดิน หรือถูกเผาจนเป็นเถ้าถ่าน พวกเขาก็คงไม่มีใครรับรู้ สิ่งดังกล่าวไม่มีค่าใดๆเลยสำหรับพวกเขา ส่วนบ้านที่ยายอาศัยอยู่ปัจจุบันก็เป็นบ้านที่ได้มาจากหยาดเหงื่อและน้ำพักน้ำแรงที่ยายต้องทนดิ้นรนและต่อสู้มาตลอดชั่วชีวิตของยายเอง... ยายมักจะระบายให้ภรรยาผมฟังบ่อยๆถึงความขมขื่นและยากลำบากต่างๆนานาที่สตรีชาวตะวันตกต้องเผชิญกับมันอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ ทั้งในที่ทำงาน และในการหาซื้อของใช้ภายในบ้าน และยายได้จบคำพูดของยายด้วยคำว่า "แท้จริง...สตรีในบ้านเมืองของท่านเป็นเสมือน (ราชินี) ถ้าหากวันเวลาไม่สายเกินไป ฉันจะแต่งงานกับผู้ชายเช่นสามีของเธอ และฉันก็จะได้มีชีวิตเฉกเช่นที่เธอเป็นอยู่" สภาพเช่นนี้ ทุกคนที่มาเรียนหรือทำงานที่ประเทศตะวันตกจะเข้าใจเป็นอย่างดี ถึงกระนั้น ก็ยังมีผู้คนในบ้านเมืองของเราที่ไม่รู้สึกกระดากใจจำนวนไม่น้อย ที่คอยแต่จะตามก้นชาวตะวันตกในทุกๆกิจการงานและรูปแบบการดำเนินชีวิต ทั้งหนังสือพิมพ์ และนิตยสารต่างๆ ยังคงพูดคุยอย่างต่อเนื่องเกี่ยวกับความชื่นชม และความทันสมัยในเครื่องแต่งกายของสตรีชาวตะวันตก...การทำงานนอกบ้านของพวกนาง ...เครื่องตกแต่งแบบตะวันตก และเสรีภาพอันจอมปลอมที่สตรีชาวตะวันตกกำลังเรียกร้องอยู่ !... |
| ศาสนสถานสำคัญในอิสลาม | ||
ศาสนสถานสำคัญที่อิสลามส่งเสริมให้มุสลิมเดินทางไปปฏิบัติศาสนกิจและเยี่ยมเยียนในโลกนี้ |
||
|
View All |
||