• เจ้าชายแห่งโอมาน
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • email : teeranan@gmail.com
  • วันที่สร้าง : 2007-03-28
  • จำนวนเรื่อง : 331
  • จำนวนผู้ชม : 37772
  • จำนวนผู้โหวต : 246
  • ส่ง msg :
OKISLAM
มารู้จักอิสลามกันเถอะ ศาสนาที่แท้จริงสำหรับมนุษยชาติ
Permalink : http://www.oknation.net/blog/okislam
วันจันทร์ ที่ 20 สิงหาคม 2550
ความมหัศจรรย์ของคัมภีร์อัลกุรอาน
Posted by เจ้าชายแห่งโอมาน , ผู้อ่าน : 135 , 11:54:13 น.   | หมวดหมู่ : คัมภีร์อัลกรุอ่าน  
พิมพ์หน้านี้


ความมหัศจรรย์ของคัมภีร์อัลกุรอาน

 

ถ้าใครสักคนหนึ่งจะออกมาอ้างตัวว่าเป็นเจ้าของทฤษฎีหรือสัจธรรมอะไรสักอย่าง คนผู้นั้นก็จะต้องมีหลักฐานและข้อพิสูจน์มายืนคำกล่าวอ้างของตน โดยเฉพาะในยุคก้าวหน้าทางวิทยาศาสตร์ในปัจจุบัน ยิ่งถ้าเป็นการกล่าวอ้างเกี่ยวกับเรื่องพระเจ้าและสิ่งที่มองไม่เห็นหรือการอ้างตัวเป็นศาสดาด้วยแล้วยิ่งต้องมีหลักฐานและข้อพิสูจน์มายืนยันให้เป็นที่ชัดเจนยิ่งขึ้นไปกว่านั้นอีก
 
เมื่อตอนที่นบีมูซาได้รับการคัดเลือกจากพระเจ้าให้เป็นศาสนทูต (รอซูล) ของอัลลอฮฺเพื่อนำสาส์นของพระองค์ไปยังลูกหลานของอิสราเอลนั้น ผู้คนของท่านได้ขอให้ท่านแสดงหลักฐานอะไรบางอย่างเพื่อยืนยันสาส์นของท่านและการเป็นศาสนทูตของท่าน

เนื่องจากผู้คนในสมัยนั้นเป็นผู้มีความเชี่ยวชาญเรื่องคาถามายากล อัลลอฮฺก็ได้ประทานปาฏิหาริย์แก่นบีมูซาประเภทเดียวกับที่ผู้คนของท่านรู้จักกันดีทั้งนี้เพื่อที่ปาฏิหาริย์นั้นจะได้เป็นที่ชัดเจนแก่พวกเขา กล่าวคือ พระองค์ให้ประทานไม้เท้าที่จะกลายเป็นงูใหญ่ซึ่งจะกินงูเล็กที่พวกนักคาถามายากลและพวกพ่อมดหมอผีสร้างขึ้นมา (นี่เป็นหนึ่งในบรรดาปาฏิหาริย์ที่นบีมูซาได้รับ) ปาฏิหาริย์ที่อัลลอฮฺประทานแก่นบีมูซาได้ทำให้บรรดานักคาถามายากลเกิดความเชื่อมั่นในศาสนาของท่าน ดังนั้น พวกนักคาถามายากลจึงได้ยอมก้มกราบต่อพระอัลลอฮฺก่อนที่จะขออนุญาตต่อฟาโรห์และรู้ดีถึงสัจธรรมที่นบีมูซานำพร้อมกับปาฏิหาริย์เป็นสิ่งยืนยัน

ผู้คนในสมัยนบีอีซาก็มีความรู้ในเรื่องการรักษาโรค ดังนั้น อัลลอฮฺจึงได้ช่วยเหลือท่านด้วยการประทานปาฏิหาริย์ในลักษณะที่ผู้คนของท่านมีความรู้ นั่นคือ การทำให้คนตายฟื้นขึ้นมาด้วยการอนุมัติของพระองค์เช่นเดียวกับการรักษาคนตาบอดให้มองเห็นและคนโรคเรื้อนให้หายจากโรคดังกล่าว

คัมภีร์อัลกุรอานกล่าวว่า : “ฉันได้มายังพวกท่านพร้อมกับสัญญาณหนึ่งจากพระผู้อภิบาลของพวกท่าน คือฉันปั้นดินเป็นรูปนกต่อหน้าพวกท่าน แล้วฉันจะเป่าเข้าไปในมัน แล้วมันจะกลายเป็นนกโดยอนุมัติของอัลลอฮฺ และฉันรักษาคนตาบอดและคนโรคเรื้อนและให้ชีวิตแก่คนตายโดยอนุมัติของอัลลอฮฺ และฉันแจ้งให้พวกท่านรู้ถึงสิ่งที่ท่านกินและสิ่งที่พวกท่านสะสมในบ้านของพวกท่าน แท้จริง ในนั้นมีสัญญาณสำหรับพวกท่าน ถ้าพวกท่านเป็นผู้ศรัทธา” (กุรอาน 3:49)

เนื่องจากคำสอนนบีมูซาและนบีอีซานำมานั้นเป็นคำสอนสำหรับชนชาติของท่านเป็นการเฉพาะและยังไม่ได้เป็นคำสอนที่สมบูรณ์ตลอดกาลสำหรับมนุษยชาติ ดังนั้น จึงจำเป็นที่จะต้องมีผู้นำคำสอนตลอดกาลมายังมนุษยชาติ ด้วยเหตุนี้ อัลลอฮฺจึงได้ทรงกำหนดให้ท่านนบีมุฮัมมัดเป็นนบีคนสุดท้ายที่จะนำคำสอนตลอดกาลสำหรับมนุษยชาติมา

คำสอนของนบีมุฮัมมัดจึงเป็นตราประทับของคำสอนทั้งหมดที่นบีก่อนหน้านี้นำมาและเป็นคำสอนที่เพียงพอสำหรับมนุษยชาติตราบจนถึงวันสิ้นโลก เพื่อวัตถุประสงค์ดังกล่าวจึงเป็นเรื่องธรรมดาที่อัลลอฮฺจะทรงช่วยเหลือนบีมุฮัมมัดด้วยปาฏิหาริย์ที่จะดำรงอยู่ตราบจนถึงวันสิ้นโลก และนั่นก็คือคัมภีร์อัลกุรอานที่ประกอบไปด้วยเรื่องราวของบรรดาคนก่อนหน้านี้และเรื่องราวของบรรดาผู้ที่จะมาหลังจากนั้น

หลักฐานที่เชื่อถือได้ที่สุดสำหรับการยืนยันว่านบีของมุฮัมมัดเป็นรอซูล (ศาสนทูต) ถูกเก็บไว้ในคัมภีร์เล่มนี้เป็นเวลา 14 ศตวรรษโดยไม่เคยมีการเปลี่ยนแปลงตั้งเริ่มต้นจนถึงวันนี้และก็จะไม่มีวันเปลี่ยนแปลงจนถึงวันสุดท้าย ถึงแม้ตลอดระยะเวลาที่ผ่านมาจะมีการท้าทายของบรรดาผู้ที่คิดจะเปลี่ยนแปลงมัน แต่ความพยายามของคนเหล่านั้นก็ต้องประสบความล้มเหลว เพราะอัลลอฮฺถือว่าเป็นหน้าที่ของพระองค์ที่จะรักษาหลักฐานเหล่านั้นไว้

บางคนถามว่า “ถ้ามุฮัมมัดเป็นนบีคนสุดท้ายแล้ว เราจำเป็นต้องมีข้อพิสูจน์ยืนยันคำกล่าวอ้างที่เกี่ยวข้องกับยุคสมัยของเราเหมือนกับที่ได้กล่าวมาก่อนหน้านี้”

คำตอบก็คือ ในคัมภีร์อัลกุรอานมีความจริงมากมายหลายอย่างซึ่งได้ถูกประทานมาเมื่อ 14 ศตวรรษก่อนหน้านี้ แต่วิทยาศาสตร์เพิ่งจะมาค้นพบเมื่อเร็วๆนี้และได้ยืนยันปาฏิหาริย์ของนบีมุฮัมมัด นั่นคือ คัมภีร์อัลกุรอาน ต่อไปนี้เป็นหลักฐานเพียงบางส่วนที่ยืนยันถึงเรื่องนี้ :
1) อัลลอฮฺได้กล่าวไว้ในคัมภีร์อัลกุรอานว่า : “พระองค์ได้ให้ทะเลทั้งสอง (น้ำเค็มและน้ำจืด) มาบรรจบกันอีกครั้งหนึ่ง ระหว่างทั้งสองนั้นคือแนวขวางกั้นมิให้ทั้งสองล้วงล้ำกัน แล้วความโปรดปรานอันใดเล่าของพระผู้อภิบาลของสูเจ้าทั้งสอง (ญินและมนุษย์) ที่สูเจ้าจะมาปฏิเสธ?” (กุรอาน 55: 19-21)

วิทยาศาสตร์สมัยใหม่ได้พิสูจน์ให้เห็นแล้วถึงการมีอยู่ของแนวขวางกันน้ำซึ่งแยกน้ำจืดและน้ำเค็มออกจากกันภายในมหาสมุทรและทะเลรอบโลก แนวที่ขวางกั้นนี้ถูกดาวเทียมนอกโลกถ่ายภาพได้ แล้วใครที่บอกให้มุฮัมมัดผู้ไม่รู้หนังสือและอาศัยอยู่ในทะเลทราย ไม่เคยนั่งเรือหรือเห็นมหาสมุทรให้รู้ถึงความจริงทางด้านวิทยาศาสตร์ดังกล่าว ?

2) วิทยาศาสตร์สมัยใหม่ได้ค้นพบขั้นตอนการวิวัฒนาการของตัวอ่อนในมดลูกของแม่ เรื่องนี้เพิ่งจะเกิดขึ้นหลังจากโลกได้มีความเจริญก้าวหน้าทางด้านวิทยาศาสตร์การแพทย์และได้มีการพูดกันอย่างยืดยาวในศตวรรษที่ 20 นี้เอง แต่คัมภีร์อัลกุรอานได้พูดถึงความจริงเกี่ยวกับเรื่องนี้ไว้ด้วยถ้อยคำที่ชัดเจนในสมัยที่ผู้คนยังใช้อูฐ ม้า ลาและล่อเป็นยานพาหนะ

อัลลอฮฺได้กล่าวไว้ในคัมภีร์อัลกุรอานว่า : “มนุษย์เอ๋ย ถ้าหากสูเจ้ายังสงสัยคลางแคลงเกี่ยวกับการฟื้นคืนชีพหลังความตายอยู่ สูเจ้าจงรู้ไว้เถิดว่าเราได้สร้างสูเจ้ามาจากดินในตอนแรก หลังจากนั้นก็จากหยดอสุจิ แล้วก็จากก้อนเลือด แล้วก็จากก้อนเนื้อทั้งที่เป็นรูปร่างสมบูรณ์หรือไม่เป็นรูปร่าง ก็เพื่อที่จะทำให้ความจริงเป็นสิ่งที่ง่ายสำหรับสูเจ้าและเราได้ทำให้อสุจิที่เราประสงค์เหล่านั้นอยู่ในมดลูกชั่วระยะเวลาที่กำหนดไว้ หลังจากนั้น เราก็ให้สูเจ้าคลอดออกมาเป็นทารกหลัง จากนั้น เพื่อสูเจ้าจะได้บรรลุวัยผู้ใหญ่และในหมู่สูเจ้านั้นอาจมีบางคนที่ถูกเรียกกลับก่อนและบางคนที่กลับไปสู่วัยอันน่าสังเวชเพื่อที่เขาจะไม่รู้อะไรเลยหลังจากที่ได้รู้ทุกสิ่งที่เขาสามารถแล้วและสูเจ้าได้เห็นแผ่นดินแห้งแล้ง แต่เมื่อเราได้ส่งน้ำฝนลงมาบนมัน มันก็ร่วนซุยและทำให้พืชพันธุ์หลากชนิดมีชีวิตงอกเงยออกมา” (กุรอาน 22:5)

ใครบอกมุฮัมมัดเกี่ยวกับความรู้ที่ถูกซ่อนเร้นนี้ ?จะมีใครเสียอีกนอกจากอัลลอฮฺนั่นเอง ทั้งนี้เพื่อที่กุรอานจะได้เป็นสาส์นอันนิรันดรและเป็นสาส์นสุท้ายของบรรดาสาส์นที่มาก่อนหน้านี้จนกระทั่งถึงวันสิ้นโลก

3) อัลลอฮฺได้ทรงกล่าวไว้ในคัมภีร์อัลกุรอานว่า : “บรรดาผู้ปฏิเสธไม่พิจารณาหรือว่าชั้นฟ้าทั้งหลายและแผ่นดินในตอนแรกนั้นเป็นมวลเดียวกัน หลังจากนั้น เราได้แยกมันออกจากกัน และเราได้สร้างทุกสิ่งที่มีชีวิตจากน้ำ ? แล้วพวกเขายังไม่เชื่ออีกหรือ ?” (กุรอาน 21:30)

เป็นไปได้อย่างไร ? ใครบอกนบีมุฮัมมัดว่าโลกและชั้นฟ้าเคยรวมอยู่ด้วยกันเป็นมวลเดียว ? อัลลอฮฺผู้ทรงเลือกนบีมุฮัมมัดให้เป็นนบีคนสุดท้ายและเป็นศาสนทูตของพระองค์ยังมนุษยชาติต่างหาก

ดังนั้น ลองพิจารณาหลักฐานดังกล่าวมาข้างต้นนี้และลองคิดถึงเรื่องการสร้างชั้นฟ้าและแผ่นดิน กลางวันและกลางคืน ดวงอาทิตย์และดวงจันทร์ มหาสมุทรและทะเลและสิ่งมีชีวิตอีกมากมายสุดคณานับที่อาศัยอยู่ในนั้นดู สิ่งเหล่านี้ไม่มีผู้สร้างที่คอยควบคุมมันไว้เพื่อมนุษยกระนั้นหรือและการที่อัลลอฮทรงควบคุมมันไว้นั้นมิได้มีวัตถุประสงค์อะไรหรือเป็นเรื่องยิ่งใหญ่เลยกระนั้นหรือ ?

ถ้าหากใครสักคนจะใช้เงินของตนโดยไม่รู้ว่าใช้ไปเพื่ออะไร เราก็จะถือว่าคนผู้นั้นเป็นคนไร้ความคิด แล้วอัลลอฮฺกับจักรวาลอันยิ่งใหญ่นี้เล่า ? อัลลอฮฺทรงสร้างมันขึ้นมาโดยไร้วัตถุประสงค์และประโยชน์กระนั้นหรือ ? ความจริงแล้ว อัลลอฮฺได้ทรงสร้างจักรวาลมาเพื่อวัตถุประสงค์อันยิ่งใหญ่ กล่าวคือ เพื่อที่เราจะได้เคารพภักดีพระองค์และยอมตนต่อพระองค์และปฏิบัติตามแนวทางที่ถูกต้องของพระองค์

ไม่มีทางใดไปสวรรค์นอกจากหนทางของท่านนบีมุฮัมมัดเพียงทางเดียวเท่านั้น ยังมีเหตุผลอีกมากมายที่จะมายืนยันในเรื่องนี้ แต่อย่างไรก็ตาม นี่เป็นเครื่องบอกทางง่ายๆสำหรับใครก็ตามที่มีหัวใจและสามารถได้ยินและมองเห็น จงคิดถึงสิ่งเหล่านั้นและยืนยันด้วยตัวของคุณเองและปฏิบัติตามสิ่งที่ถูกต้องก็แล้วกัน เพราะปลายทางชีวิตของคุณก็คือสวรรค์หรือไม่ก็นรก

อ่านความคิดเห็น

ความคิดเห็นที่ 1
driftworm วันที่ : 20/08/2007 เวลา : 16.25 น.
http://www.oknation.net/blog/driftway

มาอ่าน ไม่ได้มาสามอาทิตย์แล้วนับจากครั้งสุดท้าย
แสดงความคิดเห็น

  เข้าสู่ระบบ   |   สมัครสมาชิก
ชื่อ:  
อีเมล์:  
เว็บไซต์:  
ความคิดเห็น:  
   

ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน

<< สิงหาคม 2007 >>
อา พฤ
      1 2 3 4
5 6 7 8 9 10 11
12 13 14 15 16 17 18
19 20 21 22 23 24 25
26 27 28 29 30 31  



ปัจจุบันคุณนับถือศาสนาอะไร
อิสลาม
423 คน
พุทธ
125 คน
คริสต์
9 คน
ซิกส์
1 คน
ฮินดู
2 คน
อื่นๆ
2 คน

  โหวต 562 คน