วันพฤหัสบดี ที่ 30 สิงหาคม 2550
"กล่องของแม่"
Posted by
เจ้าชายแห่งโอมาน
,
ผู้อ่าน : 79
, 10:41:26 น.
| หมวดหมู่ :
สังคม
พิมพ์หน้านี้
|
 > > > > > * แม่ก้าวเดินอย่างมั่นคงมาขึ้นรถ มั่นคงจนฉันใจหาย > > > > > * หนักมั๊ยแม่ อิ๋วถือกล่องให้แล้วกัน > > > > > * ฉันเอื้อมมือไปฉวยกล่องเก่าๆ นั้น จากมือแม่แต่ไม่สำเร็จ > > > > > * แม่เม้มปากอย่างเด็ดเดี่ยว และตามองถนนอย่างระมัดระวัง > > > > > * ส่วนมือประคองกล่องที่ว่าไว้อย่างมั่นคง > > > > > * วันสุดท้ายแล้วที่แม่จะอยู่ในความดูแลของฉัน > > > > > * เมื่อตอนคุยกันกับแม่ ความโล่งอกทำให้ฉันมีความสุขมาก > > > > > * สุขที่แม่เข้าใจความจำเป็นของลูกที่ตัดสินใจส่งแม่ไปอยู่ที่อื่น > > > > > * แน่นอน ตรงนั้น ตรงที่ใหม่ที่แม่จะไปอยู่ ทุกคนจะมีความสุข > > > > > * เพราะเป็นสถานที่สำหรับคนอายุรุ่นราวคราวเดียวกัน
> > > > > * สถานที่ซึ่งรวมเอาคนที่มีความรู้สึก ความต้องการ ความคิดอ่าน > > > > > * และอะไรต่อมิอะไรหลาย ๆ อย่างที่เหมือนกันมาไว้ใต้ชายคาเดียวกัน > > > > > * มันเป็นทฤษฎีที่ถูกต้อง! > > > > > * ทฤษฎีของการแยกประเภทแยกโลกออกจากกันให้ชัดเจน > > > > > * เพื่อลดความขัดแย้งในต่างประเทศที่พัฒนาแล้วสังคมล้วนเป็นเช่นนี้ > > > > > > > > > > * ไปก็ไปซี ว่าแต่แกจะกินอยู่ยังไงล่ะ แม่ตอบง่ายๆ > > > > > * หลังจากฟังลูกสาวคนเล็กอย่างฉันพูดวกวนอยู่เป็นนาน สองนาน > > > > > * ใจวาบลึกเหมือนกันกับคำพูดของแม่ที่ห่วงฉัน จะอยู่จะกินยังไงต่อไป > > > > > * แม่อย่างห่วงเลย อิ๋วโตแล้ว ฉันตอบแม่อย่างเด็ดเดี่ยวบ้าง > > > > > > > > > > * นับแต่วันที่คุยกันแล้ว แม่ก็ยังดำเนินชีวิตปกติ เพื่อรอวัน ย้ายบ้าน > > > > > * แม่ไม่ได้ลุกขึ้นมาเก็บสมบัติของแม่อย่างที่ฉันคิดไว้ > > > > > * แม่ไม่ได้มีอาการซึมเศร้าเหงาหงอยอย่างที่พวกเราพี่ๆ น้องๆ กลัวกัน > > > > > * และแม่ไม่ได้พูดจาโต้แย้งกับฉัน เหมือนเรื่องอื่นๆ ที่เคยเป็นมา > > > > > * พวกพี่ๆ และบรรดาสะใภ้ กับเขยทั้งหลายเสียอีก ที่รุมถล่มฉันอยู่หลายวัน > > > > > * แม่คนเดียว อยู่อีกไม่กี่ปี อิ๋วก็ไม่น่าจะต้องผลักไสแกไปอย่างนั้น นี่พี่สาวคนโต > > > > > * คนแก่ก็ยังงี้แหละ บ่นบ้างว่าบ้าง จะอะไรกันนักหนา > > > > > * ชั่วดีก็แม่เรา จะส่งแกไปทำไมกัน > > > > > * แถมไอ้เนิร์สซิ่งโฮมที่ไปหามาก็ราคาแพงเป็นบ้า ส่วนนี่ก็พี่เขยจอมตืด > > > > > * แม่คงเสียใจพิลึก แกลองไปคิดดูใหม่ดีๆ แล้วกันว่าจะส่งแม่ไปจริงเหรอ > > > > > * แกก็หัดใจเย็นๆ ลงมั่งซี ลูกผัวก็ไม่มีแม่คนเดียวก็ดูไม่ได้ แล้วจะไปอยู่กะใครเขาได้ > > > > > * เออ..เอาเข้าไปได้พวกดีแต่พูด พูดกันดีนัก > > > > > * แต่ไม่เห็นมีใครมาดูดำดูดีแม่ซักคน นอกจากฉัน! > > > > > * ก็ไอ้ที่ไม่มีลูกมีผัวทุกวันนี้ก็เพราะแม่นั่นแหละ > > > > > * วัน ๆ เวลาที่เหลือจากการทำงานต้องอุทิศให้แม่ไปจนหมดแล้ว > > > > > * จะไปพักร้อนยาวๆ ก็ไม่ได้ เพราะไม่มีใครยอมมาดูแม่ให้ > > > > > * พวกปากดีที่ว่าตำหนิฉันนั้นแหละตัวดีนักละ > > > > > * วันหยุดยาวทีไรต่างก็เผ่นกันไปพักร้อนยังกะผึ้งแตกรัง > > > > > * โอ๊ย! ไม่ได้หรอกฉันจองโรงแรมไว้แล้ว > > > > > * แกไว้ไปคราวหน้าซี เอาเถอะน่าแล้วจะซื้อของมาฝาก > > > > > * อ๊วกจะแตก ใครอยากได้ของฝากพรรค์นั้น > > > > > * ขนมหม้อแกง ปลาเค็ม กุ้งแห้ง ลูกหยี กล้วยฉาบ > > > > > * และของบ้าๆ บอๆ อีกเป็นพะเรอ > > > > > * แม่ก็ไม่กิน ฉันก็ไม่กิน เดือดร้อนต้องขนไปแจกต่ออีกต่างหาก > > > > > * ทุเรศ! แล้วฉันจะไปพึ่งใครได้ ไม่มีคำว่าพักร้อน > > > > > * ไม่มีวันหยุดยาวอย่างใครๆ เขา > > > > > * ไม่มีงานเลี้ยงตอนค่ำ ไม่มีงานวันเกิดเพื่อน หรืองานสนุกอะไรทั้งนั้น > > > > > * สรุปแล้วฉันจะหาโอกาสที่ไหนไปมีแฟนล่ะ > > > > > * เลยกลายเป็น ลูกเหลือขอ อยู่คนเดียวในบ้านนี่แหละ > > > > > * ลูกสาวสามคนในบ้านมีคนมา ขอ ไปหมด > > > > > * ยกเว้นคนสุดท้องอย่างฉัน > > > > > * ใครจะมาซาบซึ้งกับความเป็น ลูกเหลือขอ ได้ดีเท่าฉัน > > > > > * ใช่ว่าฉันจะสวยน้อยกว่าพี่อ้อย พี่แอ๊วและพี่อ๋อม > > > > > * และใช่ว่าความรู้จะด้อยกว่าพี่คนอื่น ๆ > > > > > * เพียงแต่แม่พวกนั้นมันเกิดก่อน > > > > > * เลยได้โอกาสตัดช่องน้อยแต่งงานกันไปหมดแล้ว > > > > > * ฉันเลยกลายเป็นคนสุดท้ายที่พลาดเก้าอี้ดนตรีไปซะฉิบ > > > > > * ตกที่นั่ง ต้องมานั่งเลี้ยงแม่ ทนฟังแม่บ่นและคอยเถียงกับแม่ในทุกเรื่อง > > > > > * ตั้งแต่เรื่องเสื้อตัวใหม่ ผมทรงใหม่ อาหารเย็นของแม่แต่ละวัน > > > > > * และวันที่แม่ต้องไปไหว้เจ้าตามวัดต่าง ๆ > > > > > * ก็ไม่รู้เป็นไง ให้ตายเถอะ มันเหมือนแกล้ง > > > > > * แม่จำเพราะต้องไปไหว้พระไหว้เจ้า เอาวันที่ฉันอยากออกไปช็อปปิ้ง > > > > > * หรือมีนัด กับใครต่อใครซะทุกทีซีน่า > > > > > * แม่ไปวันอื่นไม่ได้เหรอ วันนี้อิ๋วจะไปดูหนังกับเพื่อน > > > > > * แต่แม่ไม่เคยแยแสท่าทางกระฟัดกระเฟียดและเสียงสะบัดของฉันเลย
> > > > > * วันนี้เป็นวันดี วันเทวดาลงมาจากสวรรค์ วันอื่นไปไม่ได้ > > > > > * หรือไม่ก็ วันนี้วันพระใหญ่ ปีนึงมีไม่กี่วันเอง ไม่ไปไหว้ได้ไง > > > > > * โอ๊ย! จะบ้าว่ะ อยากขว้างแก้วขว้างจานให้มันสาแก่ใจนัก > > > > > * ไอ้เรื่องไหว้พระไหว้เจ้าของแม่นี่ยังถือเป็นวาระจรนะ > > > > > * นอกเหนือจากพวกเจ้าประจำคือไปหาหมอทุกเดือนและซื้อยา > > > > > * ส่วนที่เป็นกรณีฉุกเฉินพิเศษก็ชักบ่อยจนกลายเป็นเจ้าประจำกันไป > > > > > * คือ เดี๋ยวหวัดเล่นงาน เดี๋ยวท้องเสีย วันดีคืนดีก็หกล้มหกลุก > > > > > * ให้อารมณ์เสียระหว่างทำงาน ก็จะไม่อารมณ์เสียได้ไง > > > > > * ฉันเป็นพนักงานคนเดียวในบริษัทที่ต้องขาดงาน > > > > > * หรือมีอันต้องมีเหตุให้เผ่นกลับบ้านด่วนจี๋กลางคันบ่อยที่สุด > > > > > * จนแค่เดินเข้าไปหาเจ้านายโดยไม่ต้องอ้าปากพูด > > > > > * นายก็โบกมือไล่อนุญาตแล้ว (ดีที่ได้นายดีและเข้าใจ) > > > > > * ฉันเริ่มรู้ชะตากรรมตัวเองดีว่า คงไม่ต้องไปคิดถึงเรื่องเลื่อนตำแหน่ง > > > > > * หรือเงินเดือนขึ้นแบบก้าวกระโดดอย่างคนอื่นๆหรอก จนกว่าแม่จะตาย! > > > > > * แล้วเมื่อไหร่ล่ะแม่ถึงจะตาย ฉันอาจจะตายก่อนแม่ก็ได้ใคร จะรู้!! > > > > > * แม่ขึ้นรถเรียบร้อยพร้อมเอากล่องของแม่วางบนตักโดยไม่ยอมให้ฉันเอาไปวางไว้เบาะหลัง > > > > > * พอพ้นซอยเท่านั้นแหละ > > > > > * รถติด เป็นแพเต็มถนนฟ้าที่ดำทะมึนตั้งกะเช้าก็สำแดงอาการทันที > > > > > * กลายเป็นฝนตกลงมาห่าใหญ่ โดยไม่ต้องมีอารัมภบท > > > > > * มันดูน่าเบื่อเหลือเกินสำหรับอาการฝนตกรถติด > > > > > * แม่หนาวมั๊ย จะได้หรี่แอร์ แต่แเม่สั่นหน้า
> > > > > * ตั้งแต่ออกจากบ้านแม่ยังไม่ได้พูดอะไรเลย > > > > > * แม่เอาของมาน้อยจัง ในเมื่อแม่ไม่พูด ฉันเลยต้องพูด > > > > > * ไม่งั้นคงเครียดเป็นบ้า > > > > > * กับประโยคนี้ของฉันแม่เริ่มพูดขึ้นมาได้ > > > > > * ที่เอามานี่ก็ทั้งชีวิตแล้ว อย่างอื่นไม่รู้จะเอาไปทำไม > > > > > * มันไม่จำเป็น เสื้อสองชุด รองเท้าแตะคู่ก็พอเอาไปมากเดี๋ยวโดนขโมยน่ะซี > > > > > * ฉันลอบถอนใจ ยังดีที่แม่คุยขึ้นมาบ้าง > > > > > * แม้จะเป็นการพูดแบบมองโลกในแง่ลบไปหน่อยก็ตาม > > > > > * แม่ก็ยังงี้แหละ กลัวของหาย > > > > > * กลัวคนมาขโมยของของตัว > > > > > * บางทีโวยวายแทบตาย ปรากฎว่า > > > > > * ของที่ว่าหายนั้นอยู่ในลิ้นชักของตัวเองแท้ๆ > > > > > * รถบนถนนขยับได้ทีละนิดสลับกับอาการหยุดนิ่งอยู่กับที่ทีละนานๆ > > > > > * ฝนบนฟ้าก็เทลงมายังกะเทวดากำสรวล > > > > > * ฉันมองดูกล่องบนตักแม่ที่แม่ใช้ใส่ของไปบ้านใหม่ > > > > > * มันเป็นกล่องกระดาษสีน้ำตาลเก่าแก่ด้วยกาลเวลา > > > > > * กล่องแบบนี้เดี๋ยวนี้เขาคงเลิกผลิตแล้ว > > > > > * และผงซักฟอกยี่ห้อนั้นก็เลิกผลิตไปนานหลายปีแล้ว > > > > > * ยิ่งดูจากวันเดือนปีที่ผลิตตรงข้างกล่องยิ่งเห็นว่ามันเก่าเชียว > > > > > * ลังผงซักฟอกของแม่จะว่าไปจริงๆ ขนาดกำลังพอดี > > > > > * เพราะพอวางบนตักแล้วขนาดพอดีกับตักแม่เลย > > > > > * มีรอยปะตามวิธีการของแม่อยู่หลายแห่ง > > > > > * รวมทั้งเชือกฟางสีชมพูหม่นที่แม่ใช้รัดรอบกล่องหลายทบเพื่อเสริมความแข็งแรง > > > > > * ไม่รู้เหมือนกันว่าทำไมแม่ไม่เปลี่ยนกล่องใหม่
> > > > > * ทั้งที่เราก็มีกล่อง แบบนี้หลายใบอยู่ > > > > > * วันนี้แม่ประคองกล่องของแม่อย่างเบามือ > > > > > * มันดูน่าขัน ยังกะพวกบ้านนอกเวลาจะกลับบ้าน > > > > > * วันก่อนฉันเอากระเป๋าใบเก่งของฉันให้แม่ แต่แม่ไม่เอา > > > > > * ไม่เอา ย้ายไม่ได้ ย้ายแล้วเดี๋ยวมันสับสนกันหมด เอาไว้ในกล่องน่ะดีแล้ว > > > > > * ตั้งแต่จำความได้ก็เห็นแม่ลากเจ้ากล่องใบนี้เข้าๆ ออกๆ อยู่หลายหน > > > > > * แต่ไม่มีใครเคยถามแม่ซักทีว่ามีอะไรในนั้น > > > > > * พวกเรามักเรียกว่า กล่องของแม่ ก็เท่านั้น > > > > > * และเป็นอันรู้กันว่าห้ามย้าย > > > > > * ห้ามรื้อกล่องของแม่เป็นอันขาด > > > > > * ไหนๆ แม่จะไม่อยู่แล้ว ฉันเลยถามขึ้นว่ามีอะไรในกล่องมั่งล่ะ > > > > > * แม่มีอาการกระตือ รือร้นเชียว เวลาพูดถึงกล่องของแม่ > > > > > * รีบดึงเชือกฟางสีชมพูที่ผูกบน กล่องออกมาอย่างเบามือ > > > > > * แล้วเริ่มหยิบของในนั้นออกมาให้ดู > > > > > * มีแต่ข้าวของเกี่ยวกับพวกแกทั้งนั้นแหละ > > > > > * บน ๆ นี่ก็รูปพวกหลานทั้งหลาย ล่างๆ ก็จะเป็นรูปพวกแก > > > > > * แม่หยิบสมุดอัลบั้มใส่รูปขึ้นมาหนึ่งเล่ม แล้วเปิดดูทีละหน้า > > > > > * พร้อมกันยิ้มกว้าง > > > > > * นี่ตาเอกตอนเกิดใหม่ๆ ตัวมันแดงเชียว หน้าเหมือนแม่มันยังกะแกะ > > > > > * พอโตแล้วซนเป็นบ้า ยายมันเลี้ยงซะเสียคน > > > > > * นี่ก็เอกลักษณ์อย่างหนึ่งของแม่ > > > > > * คือมีช่องว่างเป็นต้องจิกลูกสะใภ้ และครอบครัว > > > > > * แม่ยังหยิบโน่นหยิงนี่ออกมาอย่างช้า ๆ > > > > > * พวกรูปทั้งนั้นแหละ > > > > > * มีทั้งรูปลูกชาย ลูกสาว หลานยาย หลานย่า > > > > > * รูปวันแต่งงาน รูปรับปริญญา รูปเด็กเกิดใหม่ > > > > > * รูปที่พวกลูก ๆหลานๆ ไปเที่ยวต่างจังหวัดกัน > > > > > * แม่เก็บไว้ยังกะของมีค่า > > > > > * แล้วก็มาถึง บรรดากระดาษรุ่งริ่ง กระดาษพวกนั้นบางและเก่าจนแทบจะกระจาย > > > > > * เมื่อโดนลมจากเครื่องปรับอากาศหน้ารถ > > > > > * อุ๊ย! อะไรน่ะ > > > > > * ฉันรีบปัดหน้ากากเครื่องทำความเย็นให้พ้นหน้าตักแม่ > > > > > * ก่อนที่กระดาษคร่ำคร่าพวกนั้นจะร่วงปลิวไปตามแรงลม > > > > > * วันเกิดพวกแกกับพวกหลาน ๆ ไง ฉันเก็บไว้ทุกคนแหละ > > > > > * ไม่ยังงั้นเวลาไหว้พระจำไม่ได้ว่าเกิดกันเมื่อไหร่ > > > > > * เรามันครอบครัวใหญ่ จำไม่หมด > > > > > * นี่..นี่..แผ่นนี้วันเกิดตาอึ่ง (คือพี่ชายฉัน) > > > > > * ตอนมีลูกคนแรกมันสับสนวุ่นวายไปหมด > > > > > * ทีแรกไม่รู้จะจดวันเกิดลูกยังไงดี > > > > > * แต่ยายน่ะซีรีบฉีกปฏิทินออกมายัดใส่มือ บอกว่า เอ้า! วันเกิดลูกเก็บไว้ซะ > > > > > * ตั้งกะนั้นมาพอใครเกิด ฉันก็ฉีกวันที่เก็บไว้ทุกที > > > > > * ฉันมันคนไม่รู้หนังสือ > > > > > * ไม่เหมือนพวกแกหรอก มีคอมพิวเตอร์มีอะไรกัน > > > > > * แต่ไม่เห็นมีใครจำวันเกิดแม่ได้ซักคน > > > > > * วันตายพ่อยังไม่รู้เลย ฉันต้องนั่งไหว้อยู่คนเดียวทุกปี > > > > > * น้ำเสียงของแม่ไม่มีอาการน้อยใจหรือเสียใจ > > > > > * อาจเพราะแม่กำลังชื่นชมของที่เก็บไว้ในกล่องอยู่ก็ได้ > > > > > * ปฏิทินที่แม่ว่านั้นเป็นกระดาษสีนวลบาง ๆ > > > > > * ใบใหญ่บ้างเล็กบ้าง ตามแต่ว่าปีไหนเขาจะผลิตปฏิทินออกมาขนาดไหน > > > > > * ตอนเด็ก ๆ อาเจ๊ร้านขายของชำแถวบ้านจะเอามาแจกให้ทุกปี > > > > > * พอเขาเลิกแจก แม่ต้องไปซื้อที่ตลาดเก่า เยาวราชนู่นแหละ > > > > > * ตอนหลัง พี่อึ่งเป็นคนเอามาให้ทุกปี เพราะที่บ้านเขามีคนเอามาให้ > > > > > * แต่เขาไม่แขวนเพราะเชย > > > > > * มันเป็นปฏิทินทางจันทรคติที่แยกวันที่ออกเป็นวันละหนึ่งแผ่น > > > > > * ตัวเลขวันที่พิมพ์ตัวโตสีดำเด่นอยู่กลางหน้ากระดาษ > > > > > * ถ้าเป็นวันหยุดตัวเลขจะเป็นสีแดงแทน > > > > > * พวกเราทุกคนคุ้นกับปฏิทินของแม่ดี > > > > > * เพราะแม่สอนพวกเราทุกคนหัดอ่าน หนึ่ง สอง สาม จากปฏิทินพวกนี้แหละ > > > > > * พี่อั๋นนั้นโดนแม่ตีมือมากที่สุด เพราะอ่านไปฉีกเล่นไป
> > > > > * อย่าฉีก เดี๋ยวแม่ไหว้เจ้าไม่ถูก > > > > > * แม่จะหวงปฏิทินมาก > > > > > * เพราะบนกระดาษแต่ละใบนั้น > > > > > * นอกจากวันที่ตัวมหิมาเห็นเด่นชัด โดยไม่ต้องใส่แว่นแล้ว > > > > > * ยังมีคำทำนายสั้นๆ อยู่ด้วย สำหรับคนเกิดในวันนั้น > > > > > * และมีฤกษ์ผานาทีกำกับไว้ว่าวันนั้นควรทำการมงคลหรือไม่ควรทำอะไร > > > > > * และที่สำคัญใบ้หวย...แม่น! > > > > > * ลูกแปดคนก็มีแต่แกนี่แหละที่เล่นเอาฉันไม่เป็นอันกินอันนอน > > > > > * อ้าว! ทำไมล่ะ เออ นี่เป็นความรู้ใหม่ทีเดียวสำหรับฉัน > > > > > * ตอนแกเกิดในปฏิทินเขาเขียนไว้ว่า ชะตาไม่ดี เลี้ยงยาก > > > > > * ไอ้ฉันเลยร้องไห้ซะเป็นวรรคเป็นเวร > > > > > * พ่อแกเค้าหาว่าบ้า เฮ้อ! > > > > > * จริงไม่จริงคนเป็นแม่ก็ต้องเชื่อไว้ก่อนน่ะแหละ > > > > > * ของมันอยู่ในท้องมาตั้งเก้าเดือน ใครไม่รักไม่หวงก็บ้าแล้ว > > > > > * ผู้ชายจะมารู้อะไร เค้าไม่ได้มาอุ้มท้องแบบเรานี่ > > > > > * พูดถึงพ่อแล้วแม่อดค้อนลมค้อนแล้งไม่ได้ ก่อนจะพูดต่อว่า > > > > > * พอออกจากโรงพยาบาลอยู่เดือนยังไม่ครบดี ฉันก็รีบไปไหว้เจ้าเลย > > > > > * ย่าแกด่าซะไม่มีดี > > > > > * เค้าห่วงกลัวเราไม่สบาย ได้ตอนนั้นเราก็ไม่รู้เลยเสียอกเสียใจยอกใหญ่ > > > > > * พอไปไหว้เจ้าเสี่ยงเซียมซีก็พูดเหมือนกัน เค้าว่าแกเลี้ยงยาก > > > > > * เพราะดวงมันมายังงั้น แต่จะมีความก้าวหน้าในชีวิต เฮ้อ! > > > > > * ไอ้ฉันน่ะเลี้ยงแกมาชนิดไม่ยอมให้ใครอุ้มเลย กลัวพี่เอาไปทำแข้งขาหัก > > > > > * ไปโรงเรียนก็จุดธูปทุกเช้าให้แคล้วคลาด เวลาไปไหนๆ > > > > > * ก็ต้องบนพระทุกที่ให้แกไปดีมาดี กว่าจะโตมาได้ เฮ้อ! > > > > > * แม่ถอนใจอยู่หลายครั้งกว่าจะพูดจบได้ > > > > > * ความเงียบเกิดขึ้นพักใหญ่ > > > > > * นอกจากเสียงฝนและเสียงเครื่องปรับอากาศในรถแล้ว > > > > > * มันเงียบจนฉันรู้สึกเหมือนอยู่ที่ไหนซักแห่งในโลกที่ไม่ใช่บนถนนมีรถติดเป็นแพ อย่างนี้ > > > > > * แกจะเอาฉันย้ายไปอยู่ไอ้เนิร์สซิ่งโฮมของแก > > > > > * ฉันก็ไม่ได้เดือดร้อนอะไรหรอก คนแก่แล้วมีที่นอน > > > > > * มีข้าวกินสามมื้อก็พอ > > > > > * ห่วงก็แต่แกน่ะแหละ อีกไม่กี่ปีจะสามสิบห้าอยู่แล้ว > > > > > * ต้องระวังตัวให้ดี อย่าลืมไปทำบุญไหว้พระซะจะได้อายุมั่น ขวัญยืน > > > > > * ถ้าฉันยังอยู่กะแกก็จะได้ไปจัดการให้แต่ต่อไปแกต้องทำเองแล้ว > > > > > * ค่ำมืดดึกดื่นเข้าบ้านออกบ้านต้องระวังหน่อย > > > > > * แม่พูดพร้อมกับที่ค่อยๆ เรียงกระดาษและรูปทั้งหมดลงไปในกล่องของแม่อย่างเดิม > > > > > * ไอ้กล่องนี่ไม่ได้เปลี่ยนเลยนะ > > > > > * ตั้งกะมีลูกคนแรก มีอะไร ฉันก็เรียงลงไปเรื่อยๆ หลายสิบปีแล้ว > > > > > * แต่มันยังกะคอมพิวเตอร์ พวกแกเลยนะ แถมแม่นไม่มีอะไรเท่า > > > > > * พวกแกซะอีกหลง ๆ ลืม ๆ > > > > > * ฉันไม่เคยรู้เลยว่ากล่องของแม่จะบันทึกชีวิตของครอบครัวเราไว้ได้มากขนาดนี้ > > > > > * มิน่าแม่จะจำวันสำคัญของพวกเราได้แม่น อย่างไม่น่าเชื่อ > > > > > * จนพวกเราแอบเรียกแม่ว่า สมองคอมพิวเตอร์ > > > > > * ที่แท้แม่มีทีเด็ดตรงกล่องนี่เอง > > > > > * เห็นแม่ลากออกมาดูบ่อยๆ แล้วเก็บไว้อย่างดีทุกที
> > > > > * ฉันคงนั่งนิ่งไปนานถ้าแม่ไม่พูดขึ้นว่า > > > > > * แกก็อย่าไปคิดอะไรมากเลย > > > > > * ฉันรู้ว่าพวกพี่ ๆ เค้าเอาภาระมาใส่แกมากเกี่ยวกับตัวฉัน > > > > > * แต่คนเดี๋ยวนี้มันก็ภาระแยะ ไหนจะส่งลูกไปโรงเรียน ไหนจะเอาลูกไปสอบ > > > > > * ไปวิ่งเต้นเรื่องนั้น เรื่องนี้ ผัวมันยังต้องไปตีกอล์ฟอีก > > > > > * แม่พวกสะใภ้ก็ต้องวิ่งกลับไปดูพ่อแม่เค้า > > > > > * อะไรๆ ฉันก็รู้ แต่ทำไงได้ล่ะ คนมันยังไม่ถึงคราวตาย > > > > > * มันก็ต้องอยู่ไปยังงี้แหละ ใช่ว่าอยากตายก็จะได้ตายซะที่ไหน > > > > > * แก่แล้วลำบาก ไปไหนต้องอาศัยคนอื่น > > > > > * ทำอะไรก็ต้องออกปากไหว้วานคนนั้นคนนี้ มันเหมือนต้องตากหน้าไปอ้อนวอนเค้า > > > > > * ไอ้ที่เคยคล่องๆ ก็กลายมาเป็นภาระ > > > > > * ความจริงไอ้ที่แกไม่มีผัวฉันก็ห่วงอยู่เหมือนกัน > > > > > * บางที ถ้าไม่มีภาระเรื่องแม่ แกอาจจะได้เป็นฝั่งเป็นฝาซักที > > > > > * เงาดำในใจฉันเริ่มคลี่ขจายออกกลายเป็นเพียงหมอกบางๆ > > > > > * ฉันแหงนหน้าไปดูท้องฟ้านอกรถ ฝนเริ่มบางตา > > > > > * แสงสว่างสามารถส่องผ่านเมฆมาได้บ้าง > > > > > * แกอย่าห่วงฉันเลย ห่วงตัวเองดีกว่า > > > > > * ไอ้ที่ฉันจะไปอยู่มันคงดี เพราะราคามันแพง > > > > > * จะมีคนแก่ซักกี่คนที่ได้ไปอยู่ที่แพง ๆ อย่างนั้น > > > > > * ห่วงตัวเองเถอะ ถ้าเจอคนดีพอใช้ได้ก็อย่าเลือกมากมาย > > > > > * รีบแต่งงาน รีบมีลูก แก่แล้วจะได้ไม่ลำบาก > > > > > * ดูอย่างชั้นซี อย่างน้อยถึงลูกไม่มีมาดูแล เวลาให้ก็ยังมีคนส่งเงินมาให้ใช้ > > > > > * ถ้าไม่มีลูกจะยิ่งลำบากมากกว่านี้ > > > > > * ฉันไม่รู้จะพูดอะไร เงียบกันไปพักหนึ่ง > > > > > * ฉันบอกแม่ว่า อิ๋วจะไปหาแม่บ่อยๆ > > > > > * อย่าพูดยังงั้นเลย > > > > > * เดี๋ยวนี้การจราจรมันสาหัสเหลือเกิน เวลาก็ไม่ค่อยมี > > > > > * เรื่องต้องทำก็มีแยะไปหมด > > > > > * เอาเป็นว่าว่างก็มาแล้วกัน > > > > > * แต่ถึงพวกแกไม่มาฉันก็ไม่เดือดร้อนหรอก > > > > > * ชีวิตทั้งชีวิตของชั้นอยู่ในนี้หมดแล้ว > > > > > * อยากเห็นหน้าลูกก็ดูเอาในนี้ อยากเห็นหน้าหลานก็ดูเอาในนี้ > > > > > * ไม่ต้องมานั่งคอยให้เสียเวลา > > > > > * เปิดกล่องของแม่มาก็เห็นหน้าพวกแกได้ทันที > > > > > * แม่ขยับตัวเล็กน้อย เพื่อกอดกล่องให้กระชับขึ้น > > > > > * รถบนถนนเริ่มเคลื่อนตัวช้าๆ พร้อมกันฝนที่ขาดเม็ด > > > > > * อีกไม่กี่เมตรจะถึงสี่แยกแล้ว > > > > > * และมีป้ายให้กลับรถได้ > > > > > * ฉันพารถ เบียดเข้าเลนขวาเพื่อกลับรถ > > > > > * แม้รถคันอื่นจะบีบแตรด่ากันเสียงขรม แต่ฉันไม่สนใจ > > > > > * ฉันกำลังนึกถึงตัวเองตอนแก่ และมีกล่องอย่างแม่สักใบ > > > > > * คงดีไม่น้อยที่จะได้อวดลูกๆ ของฉันถึง กล่องของแม่ > > > > > * รักแม่ ดูแลและตอบแทนแม่ของคุณ ให้มากๆ ในขณะที่ท่านยังมีชีวิตอยู่นี่แหละ > > > > > * ทำซะก่อนที่จะรู้สึกเสียใจ > > > > > * ในชีวิตนี้คุณมีแม่เพียงคนเดียวนะ > > > > > * คนอื่นคุณหาได้ มีได้อีกเยอะ จริงมั๊ย!!!!
|