• เจ้าชายแห่งโอมาน
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • email : teeranan@gmail.com
  • วันที่สร้าง : 2007-03-28
  • จำนวนเรื่อง : 331
  • จำนวนผู้ชม : 37583
  • จำนวนผู้โหวต : 246
  • ส่ง msg :
OKISLAM
มารู้จักอิสลามกันเถอะ ศาสนาที่แท้จริงสำหรับมนุษยชาติ
Permalink : http://www.oknation.net/blog/okislam
วันพฤหัสบดี ที่ 30 สิงหาคม 2550
"กล่องของแม่"
Posted by เจ้าชายแห่งโอมาน , ผู้อ่าน : 79 , 10:41:26 น.   | หมวดหมู่ : สังคม  
พิมพ์หน้านี้



 > > > > > * แม่ก้าวเดินอย่างมั่นคงมาขึ้นรถ มั่นคงจนฉันใจหาย
> > > > > * “หนักมั๊ยแม่ อิ๋วถือกล่องให้แล้วกัน”
> > > > > * ฉันเอื้อมมือไปฉวยกล่องเก่าๆ นั้น จากมือแม่แต่ไม่สำเร็จ
> > > > > * แม่เม้มปากอย่างเด็ดเดี่ยว และตามองถนนอย่างระมัดระวัง
> > > > > * ส่วนมือประคองกล่องที่ว่าไว้อย่างมั่นคง
> > > > > * วันสุดท้ายแล้วที่แม่จะอยู่ในความดูแลของฉัน
> > > > > * เมื่อตอนคุยกันกับแม่ ความโล่งอกทำให้ฉันมีความสุขมาก
> > > > > * สุขที่แม่เข้าใจความจำเป็นของลูกที่ตัดสินใจส่งแม่ไปอยู่ที่อื่น
> > > > > * แน่นอน ตรงนั้น ตรงที่ใหม่ที่แม่จะไปอยู่ ทุกคนจะมีความสุข
> > > > > * เพราะเป็นสถานที่สำหรับคนอายุรุ่นราวคราวเดียวกัน

> > > > > * สถานที่ซึ่งรวมเอาคนที่มีความรู้สึก ความต้องการ ความคิดอ่าน
> > > > > * และอะไรต่อมิอะไรหลาย ๆ อย่างที่เหมือนกันมาไว้ใต้ชายคาเดียวกัน
> > > > > * มันเป็นทฤษฎีที่ถูกต้อง!
> > > > > * ทฤษฎีของการแยกประเภทแยกโลกออกจากกันให้ชัดเจน
> > > > > * เพื่อลดความขัดแย้งในต่างประเทศที่พัฒนาแล้วสังคมล้วนเป็นเช่นนี้
> > > > >
> > > > > * “ไปก็ไปซี ว่าแต่แกจะกินอยู่ยังไงล่ะ” แม่ตอบง่ายๆ
> > > > > * หลังจากฟังลูกสาวคนเล็กอย่างฉันพูดวกวนอยู่เป็นนาน สองนาน
> > > > > * ใจวาบลึกเหมือนกันกับคำพูดของแม่ที่ห่วงฉัน จะอยู่จะกินยังไงต่อไป
> > > > > * “แม่อย่างห่วงเลย อิ๋วโตแล้ว” ฉันตอบแม่อย่างเด็ดเดี่ยวบ้าง
> > > > >
> > > > > * นับแต่วันที่คุยกันแล้ว แม่ก็ยังดำเนินชีวิตปกติ
เพื่อรอวัน ‘ย้ายบ้าน‘
 
> > > > > * แม่ไม่ได้ลุกขึ้นมาเก็บสมบัติของแม่อย่างที่ฉันคิดไว้
> > > > > * แม่ไม่ได้มีอาการซึมเศร้าเหงาหงอยอย่างที่พวกเราพี่ๆ น้องๆ กลัวกัน
> > > > > * และแม่ไม่ได้พูดจาโต้แย้งกับฉัน เหมือนเรื่องอื่นๆ ที่เคยเป็นมา
> > > > > * พวกพี่ๆ และบรรดาสะใภ้ กับเขยทั้งหลายเสียอีก ที่รุมถล่มฉันอยู่หลายวัน
 
> > > > > * “แม่คนเดียว อยู่อีกไม่กี่ปี อิ๋วก็ไม่น่าจะต้องผลักไสแกไปอย่างนั้น” นี่พี่สาวคนโต
> > > > > * “คนแก่ก็ยังงี้แหละ บ่นบ้างว่าบ้าง จะอะไรกันนักหนา
> > > > > * ชั่วดีก็แม่เรา จะส่งแกไปทำไมกัน
> > > > > * แถมไอ้เนิร์สซิ่งโฮมที่ไปหามาก็ราคาแพงเป็นบ้า” ส่วนนี่ก็พี่เขยจอมตืด
 
> > > > > * “แม่คงเสียใจพิลึก แกลองไปคิดดูใหม่ดีๆ แล้วกันว่าจะส่งแม่ไปจริงเหรอ”
 
> > >
> > * “แกก็หัดใจเย็นๆ ลงมั่งซี ลูกผัวก็ไม่มีแม่คนเดียวก็ดูไม่ได้ แล้วจะไปอยู่กะใครเขาได้”
> > > > > * เออ..เอาเข้าไปได้พวกดีแต่พูด พูดกันดีนัก
> > > > > * แต่ไม่เห็นมีใครมาดูดำดูดีแม่ซักคน นอกจากฉัน!
> > > > > * ก็ไอ้ที่ไม่มีลูกมีผัวทุกวันนี้ก็เพราะแม่นั่นแหละ
> > > > > * วัน ๆ เวลาที่เหลือจากการทำงานต้องอุทิศให้แม่ไปจนหมดแล้ว
> > > > > * จะไปพักร้อนยาวๆ ก็ไม่ได้ เพราะไม่มีใครยอมมาดูแม่ให้
> > > > > * พวกปากดีที่ว่าตำหนิฉันนั้นแหละตัวดีนักละ
> > > > > * วันหยุดยาวทีไรต่างก็เผ่นกันไปพักร้อนยังกะผึ้งแตกรัง
> > > > > * “โอ๊ย! ไม่ได้หรอกฉันจองโรงแรมไว้แล้ว
> > > > > * แกไว้ไปคราวหน้าซี เอาเถอะน่าแล้วจะซื้อของมาฝาก”
> > > > > * อ๊วกจะแตก ใครอยากได้ของฝากพรรค์นั้น
> > > >
> * ขนมหม้อแกง ปลาเค็ม กุ้งแห้ง ลูกหยี กล้วยฉาบ
> > > > > * และของบ้าๆ บอๆ อีกเป็นพะเรอ
> > > > > * แม่ก็ไม่กิน ฉันก็ไม่กิน เดือดร้อนต้องขนไปแจกต่ออีกต่างหาก
> > > > > * ทุเรศ! แล้วฉันจะไปพึ่งใครได้ ไม่มีคำว่าพักร้อน
> > > > > * ไม่มีวันหยุดยาวอย่างใครๆ เขา
> > > > > * ไม่มีงานเลี้ยงตอนค่ำ ไม่มีงานวันเกิดเพื่อน หรืองานสนุกอะไรทั้งนั้น
> > > > > * สรุปแล้วฉันจะหาโอกาสที่ไหนไปมีแฟนล่ะ
> > > > > * เลยกลายเป็น ‘ลูกเหลือขอ’ อยู่คนเดียวในบ้านนี่แหละ
> > > > > * ลูกสาวสามคนในบ้านมีคนมา ‘ขอ’ ไปหมด
> > > > > * ยกเว้นคนสุดท้องอย่างฉัน
  > > > > > * ใครจะมาซาบซึ้งกับความเป็น ‘ลูกเหลือขอ’ ได้ดีเท่าฉัน
> > > > > * ใช่ว่าฉันจะสวยน้อยกว่าพี่อ้อย พี่แอ๊วและพี่อ๋อม
> > >
> > * และใช่ว่าความรู้จะด้อยกว่าพี่คนอื่น ๆ
> > > > > * เพียงแต่แม่พวกนั้นมันเกิดก่อน
> > > > > * เลยได้โอกาสตัดช่องน้อยแต่งงานกันไปหมดแล้ว
> > > > > * ฉันเลยกลายเป็นคนสุดท้ายที่พลาดเก้าอี้ดนตรีไปซะฉิบ
> > > > > * ตกที่นั่ง ต้องมานั่งเลี้ยงแม่ ทนฟังแม่บ่นและคอยเถียงกับแม่ในทุกเรื่อง
> > > > > * ตั้งแต่เรื่องเสื้อตัวใหม่ ผมทรงใหม่ อาหารเย็นของแม่แต่ละวัน
> > > > > * และวันที่แม่ต้องไปไหว้เจ้าตามวัดต่าง ๆ
> > > > > * ก็ไม่รู้เป็นไง ให้ตายเถอะ มันเหมือนแกล้ง
> > > > > * แม่จำเพราะต้องไปไหว้พระไหว้เจ้า เอาวันที่ฉันอยากออกไปช็อปปิ้ง
> > > > > * หรือมีนัด กับใครต่อใครซะทุกทีซีน่า
> > > > > * “แม่ไปวันอื่นไม่ได้เหรอ วันนี้อิ๋วจะไปดูหนังกับเพื่อน”
> > > > > * แต่แม่ไม่เคยแยแสท่าทางกระฟัดกระเฟียดและเสียงสะบัดของฉันเลย

> > > > > * “วันนี้เป็นวันดี วันเทวดาลงมาจากสวรรค์ วันอื่นไปไม่ได้”
> > > > > * หรือไม่ก็ “วันนี้วันพระใหญ่ ปีนึงมีไม่กี่วันเอง ไม่ไปไหว้ได้ไง”
> > > > > * โอ๊ย! จะบ้าว่ะ อยากขว้างแก้วขว้างจานให้มันสาแก่ใจนัก
> > > > > * ไอ้เรื่องไหว้พระไหว้เจ้าของแม่นี่ยังถือเป็นวาระจรนะ
> > > > > * นอกเหนือจากพวกเจ้าประจำคือไปหาหมอทุกเดือนและซื้อยา
> > > > > * ส่วนที่เป็นกรณีฉุกเฉินพิเศษก็ชักบ่อยจนกลายเป็นเจ้าประจำกันไป
> > > > > * คือ เดี๋ยวหวัดเล่นงาน เดี๋ยวท้องเสีย วันดีคืนดีก็หกล้มหกลุก
> > > > > * ให้อารมณ์เสียระหว่างทำงาน ก็จะไม่อารมณ์เสียได้ไง
> > > > > * ฉันเป็นพนักงานคนเดียวในบริษัทที่ต้องขาดงาน
> > > > > * หรือมีอันต้องมีเหตุให้เผ่นกลับบ้านด่วนจี๋กลางคันบ่อยที่สุด
> > > > > *
จนแค่เดินเข้าไปหาเจ้านายโดยไม่ต้องอ้าปากพูด
> > > > > * นายก็โบกมือไล่อนุญาตแล้ว (ดีที่ได้นายดีและเข้าใจ)
> > > > > * ฉันเริ่มรู้ชะตากรรมตัวเองดีว่า คงไม่ต้องไปคิดถึงเรื่องเลื่อนตำแหน่ง
> > > > > * หรือเงินเดือนขึ้นแบบก้าวกระโดดอย่างคนอื่นๆหรอก จนกว่าแม่จะตาย!
> > > > > * แล้วเมื่อไหร่ล่ะแม่ถึงจะตาย ฉันอาจจะตายก่อนแม่ก็ได้ใคร จะรู้!!
 
> > > > > * แม่ขึ้นรถเรียบร้อยพร้อมเอากล่องของแม่วางบนตักโดยไม่ยอมให้ฉันเอาไปวางไว้เบาะหลัง
> > > > > * พอพ้นซอยเท่านั้นแหละ
> > > > > * รถติด เป็นแพเต็มถนนฟ้าที่ดำทะมึนตั้งกะเช้าก็สำแดงอาการทันที
> > > > > * กลายเป็นฝนตกลงมาห่าใหญ่ โดยไม่ต้องมีอารัมภบท
> > > > > * มันดูน่าเบื่อเหลือเกินสำหรับอาการฝนตกรถติด
> > > > > * “แม่หนาวมั๊ย จะได้หรี่แอร์” แต่แเม่สั่นหน้า

> > > > > * ตั้งแต่ออกจากบ้านแม่ยังไม่ได้พูดอะไรเลย
> > > > > * “แม่เอาของมาน้อยจัง” ในเมื่อแม่ไม่พูด ฉันเลยต้องพูด
> > > > > * ไม่งั้นคงเครียดเป็นบ้า
> > > > > * กับประโยคนี้ของฉันแม่เริ่มพูดขึ้นมาได้
> > > > > * “ที่เอามานี่ก็ทั้งชีวิตแล้ว อย่างอื่นไม่รู้จะเอาไปทำไม
> > > > > * มันไม่จำเป็น เสื้อสองชุด รองเท้าแตะคู่ก็พอเอาไปมากเดี๋ยวโดนขโมยน่ะซี”
> > > > > * ฉันลอบถอนใจ ยังดีที่แม่คุยขึ้นมาบ้าง
> > > > > * แม้จะเป็นการพูดแบบมองโลกในแง่ลบไปหน่อยก็ตาม
> > > > > * แม่ก็ยังงี้แหละ กลัวของหาย
> > > > > * กลัวคนมาขโมยของของตัว
> > > > > * บางทีโวยวายแทบตาย ปรากฎว่า
> > > > > * ของที่ว่าหายนั้นอยู่ในลิ้นชักของตัวเองแท้ๆ
 
> > > > > *
รถบนถนนขยับได้ทีละนิดสลับกับอาการหยุดนิ่งอยู่กับที่ทีละนานๆ
> > > > > * ฝนบนฟ้าก็เทลงมายังกะเทวดากำสรวล
> > > > > * ฉันมองดูกล่องบนตักแม่ที่แม่ใช้ใส่ของไปบ้านใหม่
> > > > > * มันเป็นกล่องกระดาษสีน้ำตาลเก่าแก่ด้วยกาลเวลา
> > > > > * กล่องแบบนี้เดี๋ยวนี้เขาคงเลิกผลิตแล้ว
> > > > > * และผงซักฟอกยี่ห้อนั้นก็เลิกผลิตไปนานหลายปีแล้ว
> > > > > * ยิ่งดูจากวันเดือนปีที่ผลิตตรงข้างกล่องยิ่งเห็นว่ามันเก่าเชียว
> > > > > * ลังผงซักฟอกของแม่จะว่าไปจริงๆ ขนาดกำลังพอดี
> > > > > * เพราะพอวางบนตักแล้วขนาดพอดีกับตักแม่เลย
> > > > > * มีรอยปะตามวิธีการของแม่อยู่หลายแห่ง
> > > > > * รวมทั้งเชือกฟางสีชมพูหม่นที่แม่ใช้รัดรอบกล่องหลายทบเพื่อเสริมความแข็งแรง
 
> > > > > * ไม่รู้เหมือนกันว่าทำไมแม่ไม่เปลี่ยนกล่องใหม่

> > > > > * ทั้งที่เราก็มีกล่อง แบบนี้หลายใบอยู่
> > > > > * วันนี้แม่ประคองกล่องของแม่อย่างเบามือ
> > > > > * มันดูน่าขัน ยังกะพวกบ้านนอกเวลาจะกลับบ้าน
> > > > > * วันก่อนฉันเอากระเป๋าใบเก่งของฉันให้แม่ แต่แม่ไม่เอา
> > > > > * “ไม่เอา ย้ายไม่ได้ ย้ายแล้วเดี๋ยวมันสับสนกันหมด เอาไว้ในกล่องน่ะดีแล้ว”
 
> > > > > * ตั้งแต่จำความได้ก็เห็นแม่ลากเจ้ากล่องใบนี้เข้าๆ ออกๆ อยู่หลายหน
> > > > > * แต่ไม่มีใครเคยถามแม่ซักทีว่ามีอะไรในนั้น
> > > > > * พวกเรามักเรียกว่า ‘กล่องของแม่’ ก็เท่านั้น
> > > > > * และเป็นอันรู้กันว่าห้ามย้าย
> > > > > * ห้ามรื้อกล่องของแม่เป็นอันขาด
 
> > > > > * ไหนๆ แม่จะไม่อยู่แล้ว ฉันเลยถามขึ้นว่า”มีอะไรในกล่องมั่งล่ะ”
> > > >
> * แม่มีอาการกระตือ รือร้นเชียว เวลาพูดถึงกล่องของแม่
> > > > > * รีบดึงเชือกฟางสีชมพูที่ผูกบน กล่องออกมาอย่างเบามือ
> > > > > * แล้วเริ่มหยิบของในนั้นออกมาให้ดู
> > > > > * “มีแต่ข้าวของเกี่ยวกับพวกแกทั้งนั้นแหละ
> > > > > * บน ๆ นี่ก็รูปพวกหลานทั้งหลาย ล่างๆ ก็จะเป็นรูปพวกแก”
> > > > > * แม่หยิบสมุดอัลบั้มใส่รูปขึ้นมาหนึ่งเล่ม แล้วเปิดดูทีละหน้า
> > > > > * พร้อมกันยิ้มกว้าง
> > > > > * “นี่ตาเอกตอนเกิดใหม่ๆ ตัวมันแดงเชียว หน้าเหมือนแม่มันยังกะแกะ
> > > > > * พอโตแล้วซนเป็นบ้า ยายมันเลี้ยงซะเสียคน”
> > > > > * นี่ก็เอกลักษณ์อย่างหนึ่งของแม่
> > > > > * คือมีช่องว่างเป็นต้องจิกลูกสะใภ้ และครอบครัว
> > > > > * แม่ยังหยิบโน่นหยิงนี่ออกมาอย่างช้า ๆ
> > >
> > * พวกรูปทั้งนั้นแหละ
> > > > > * มีทั้งรูปลูกชาย ลูกสาว หลานยาย หลานย่า
> > > > > * รูปวันแต่งงาน รูปรับปริญญา รูปเด็กเกิดใหม่
> > > > > * รูปที่พวกลูก ๆหลานๆ ไปเที่ยวต่างจังหวัดกัน
> > > > > * แม่เก็บไว้ยังกะของมีค่า
 
> > > > > * แล้วก็มาถึง บรรดากระดาษรุ่งริ่ง กระดาษพวกนั้นบางและเก่าจนแทบจะกระจาย
> > > > > * เมื่อโดนลมจากเครื่องปรับอากาศหน้ารถ
> > > > > * “อุ๊ย! อะไรน่ะ”
> > > > > * ฉันรีบปัดหน้ากากเครื่องทำความเย็นให้พ้นหน้าตักแม่
> > > > > * ก่อนที่กระดาษคร่ำคร่าพวกนั้นจะร่วงปลิวไปตามแรงลม
> > > > > * “วันเกิดพวกแกกับพวกหลาน ๆ ไง ฉันเก็บไว้ทุกคนแหละ
> > > > > * ไม่ยังงั้นเวลาไหว้พระจำไม่ได้ว่าเกิดกันเมื่อไหร่
> > > > > * เรามันครอบครัวใหญ่
จำไม่หมด
> > > > > * นี่..นี่..แผ่นนี้วันเกิดตาอึ่ง (คือพี่ชายฉัน)
> > > > > * ตอนมีลูกคนแรกมันสับสนวุ่นวายไปหมด
> > > > > * ทีแรกไม่รู้จะจดวันเกิดลูกยังไงดี
> > > > > * แต่ยายน่ะซีรีบฉีกปฏิทินออกมายัดใส่มือ บอกว่า เอ้า! วันเกิดลูกเก็บไว้ซะ
 
> > > > > * ตั้งกะนั้นมาพอใครเกิด ฉันก็ฉีกวันที่เก็บไว้ทุกที
> > > > > * ฉันมันคนไม่รู้หนังสือ
> > > > > * ไม่เหมือนพวกแกหรอก มีคอมพิวเตอร์มีอะไรกัน
> > > > > * แต่ไม่เห็นมีใครจำวันเกิดแม่ได้ซักคน
> > > > > * วันตายพ่อยังไม่รู้เลย ฉันต้องนั่งไหว้อยู่คนเดียวทุกปี”
> > > > > * น้ำเสียงของแม่ไม่มีอาการน้อยใจหรือเสียใจ
> > > > > * อาจเพราะแม่กำลังชื่นชมของที่เก็บไว้ในกล่องอยู่ก็ได้
 
> > > > > * ปฏิทินที่แม่ว่านั้นเป็นกระดาษสีนวลบาง

> > > > > * ใบใหญ่บ้างเล็กบ้าง ตามแต่ว่าปีไหนเขาจะผลิตปฏิทินออกมาขนาดไหน
> > > > > * ตอนเด็ก ๆ อาเจ๊ร้านขายของชำแถวบ้านจะเอามาแจกให้ทุกปี
> > > > > * พอเขาเลิกแจก แม่ต้องไปซื้อที่ตลาดเก่า เยาวราชนู่นแหละ
> > > > > * ตอนหลัง พี่อึ่งเป็นคนเอามาให้ทุกปี เพราะที่บ้านเขามีคนเอามาให้
> > > > > * แต่เขาไม่แขวนเพราะเชย
> > > > > * มันเป็นปฏิทินทางจันทรคติที่แยกวันที่ออกเป็นวันละหนึ่งแผ่น
> > > > > * ตัวเลขวันที่พิมพ์ตัวโตสีดำเด่นอยู่กลางหน้ากระดาษ
> > > > > * ถ้าเป็นวันหยุดตัวเลขจะเป็นสีแดงแทน
> > > > > * พวกเราทุกคนคุ้นกับปฏิทินของแม่ดี
> > > > > * เพราะแม่สอนพวกเราทุกคนหัดอ่าน หนึ่ง สอง สาม จากปฏิทินพวกนี้แหละ
> > > > > * พี่อั๋นนั้นโดนแม่ตีมือมากที่สุด เพราะอ่านไปฉีกเล่นไป

> > > > > * “อย่าฉีก เดี๋ยวแม่ไหว้เจ้าไม่ถูก”
> > > > > * แม่จะหวงปฏิทินมาก
> > > > > * เพราะบนกระดาษแต่ละใบนั้น
> > > > > * นอกจากวันที่ตัวมหิมาเห็นเด่นชัด โดยไม่ต้องใส่แว่นแล้ว
> > > > > * ยังมีคำทำนายสั้นๆ อยู่ด้วย สำหรับคนเกิดในวันนั้น
> > > > > * และมีฤกษ์ผานาทีกำกับไว้ว่าวันนั้นควรทำการมงคลหรือไม่ควรทำอะไร
> > > > > * และที่สำคัญใบ้หวย...แม่น!
 
> > > > > * “ลูกแปดคนก็มีแต่แกนี่แหละที่เล่นเอาฉันไม่เป็นอันกินอันนอน”
> > > > > * “อ้าว! ทำไมล่ะ” เออ นี่เป็นความรู้ใหม่ทีเดียวสำหรับฉัน
> > > > > * “ตอนแกเกิดในปฏิทินเขาเขียนไว้ว่า ชะตาไม่ดี เลี้ยงยาก
> > > > > * ไอ้ฉันเลยร้องไห้ซะเป็นวรรคเป็นเวร
> > > > > * พ่อแกเค้าหาว่าบ้า เฮ้อ!
> >
> > > * จริงไม่จริงคนเป็นแม่ก็ต้องเชื่อไว้ก่อนน่ะแหละ
> > > > > * ของมันอยู่ในท้องมาตั้งเก้าเดือน ใครไม่รักไม่หวงก็บ้าแล้ว
> > > > > * ผู้ชายจะมารู้อะไร เค้าไม่ได้มาอุ้มท้องแบบเรานี่”
> > > > > * พูดถึงพ่อแล้วแม่อดค้อนลมค้อนแล้งไม่ได้ ก่อนจะพูดต่อว่า
> > > > > * “พอออกจากโรงพยาบาลอยู่เดือนยังไม่ครบดี ฉันก็รีบไปไหว้เจ้าเลย
> > > > > * ย่าแกด่าซะไม่มีดี
> > > > > * เค้าห่วงกลัวเราไม่สบาย ได้ตอนนั้นเราก็ไม่รู้เลยเสียอกเสียใจยอกใหญ่
> > > > > * พอไปไหว้เจ้าเสี่ยงเซียมซีก็พูดเหมือนกัน เค้าว่าแกเลี้ยงยาก
> > > > > * เพราะดวงมันมายังงั้น แต่จะมีความก้าวหน้าในชีวิต เฮ้อ!
> > > > > * ไอ้ฉันน่ะเลี้ยงแกมาชนิดไม่ยอมให้ใครอุ้มเลย กลัวพี่เอาไปทำแข้งขาหัก
> > > > > * ไปโรงเรียนก็จุดธูปทุกเช้าให้แคล้วคลาด
เวลาไปไหนๆ
> > > > > * ก็ต้องบนพระทุกที่ให้แกไปดีมาดี กว่าจะโตมาได้ เฮ้อ!
> > > > > * แม่ถอนใจอยู่หลายครั้งกว่าจะพูดจบได้
 
> > > > > * ความเงียบเกิดขึ้นพักใหญ่
> > > > > * นอกจากเสียงฝนและเสียงเครื่องปรับอากาศในรถแล้ว
> > > > > * มันเงียบจนฉันรู้สึกเหมือนอยู่ที่ไหนซักแห่งในโลกที่ไม่ใช่บนถนนมีรถติดเป็นแพ อย่างนี้
> > > > > * “แกจะเอาฉันย้ายไปอยู่ไอ้เนิร์สซิ่งโฮมของแก
> > > > > * ฉันก็ไม่ได้เดือดร้อนอะไรหรอก คนแก่แล้วมีที่นอน
> > > > > * มีข้าวกินสามมื้อก็พอ
> > > > > * ห่วงก็แต่แกน่ะแหละ อีกไม่กี่ปีจะสามสิบห้าอยู่แล้ว
> > > > > * ต้องระวังตัวให้ดี อย่าลืมไปทำบุญไหว้พระซะจะได้อายุมั่น ขวัญยืน
> > > > > * ถ้าฉันยังอยู่กะแกก็จะได้ไปจัดการให้แต่ต่อไปแกต้องทำเองแล้ว

> > > > > * ค่ำมืดดึกดื่นเข้าบ้านออกบ้านต้องระวังหน่อย”
> > > > > * แม่พูดพร้อมกับที่ค่อยๆ เรียงกระดาษและรูปทั้งหมดลงไปในกล่องของแม่อย่างเดิม
 
> > > > > * “ไอ้กล่องนี่ไม่ได้เปลี่ยนเลยนะ
> > > > > * ตั้งกะมีลูกคนแรก มีอะไร ฉันก็เรียงลงไปเรื่อยๆ หลายสิบปีแล้ว
> > > > > * แต่มันยังกะคอมพิวเตอร์ พวกแกเลยนะ แถมแม่นไม่มีอะไรเท่า
> > > > > * พวกแกซะอีกหลง ๆ ลืม ๆ”
 
> > > > > * ฉันไม่เคยรู้เลยว่ากล่องของแม่จะบันทึกชีวิตของครอบครัวเราไว้ได้มากขนาดนี้
> > > > > * มิน่าแม่จะจำวันสำคัญของพวกเราได้แม่น อย่างไม่น่าเชื่อ
> > > > > * จนพวกเราแอบเรียกแม่ว่า “สมองคอมพิวเตอร์”
> > > > > * ที่แท้แม่มีทีเด็ดตรงกล่องนี่เอง
> > > > > * เห็นแม่ลากออกมาดูบ่อยๆ แล้วเก็บไว้อย่างดีทุกที
 

> > > > > * ฉันคงนั่งนิ่งไปนานถ้าแม่ไม่พูดขึ้นว่า
> > > > > * “แกก็อย่าไปคิดอะไรมากเลย
> > > > > * ฉันรู้ว่าพวกพี่ ๆ เค้าเอาภาระมาใส่แกมากเกี่ยวกับตัวฉัน
> > > > > * แต่คนเดี๋ยวนี้มันก็ภาระแยะ ไหนจะส่งลูกไปโรงเรียน ไหนจะเอาลูกไปสอบ
 
> > > > > * ไปวิ่งเต้นเรื่องนั้น เรื่องนี้ ผัวมันยังต้องไปตีกอล์ฟอีก
> > > > > * แม่พวกสะใภ้ก็ต้องวิ่งกลับไปดูพ่อแม่เค้า
> > > > > * อะไรๆ ฉันก็รู้ แต่ทำไงได้ล่ะ คนมันยังไม่ถึงคราวตาย
> > > > > * มันก็ต้องอยู่ไปยังงี้แหละ ใช่ว่าอยากตายก็จะได้ตายซะที่ไหน
> > > > > * แก่แล้วลำบาก ไปไหนต้องอาศัยคนอื่น
> > > > > * ทำอะไรก็ต้องออกปากไหว้วานคนนั้นคนนี้ มันเหมือนต้องตากหน้าไปอ้อนวอนเค้า
 
> > > > > * ไอ้ที่เคยคล่องๆ ก็กลายมาเป็นภาระ

> > > > > * ความจริงไอ้ที่แกไม่มีผัวฉันก็ห่วงอยู่เหมือนกัน
> > > > > * บางที ถ้าไม่มีภาระเรื่องแม่ แกอาจจะได้เป็นฝั่งเป็นฝาซักที”
 
> > > > > * เงาดำในใจฉันเริ่มคลี่ขจายออกกลายเป็นเพียงหมอกบางๆ
> > > > > * ฉันแหงนหน้าไปดูท้องฟ้านอกรถ ฝนเริ่มบางตา
> > > > > * แสงสว่างสามารถส่องผ่านเมฆมาได้บ้าง
> > > > > * “แกอย่าห่วงฉันเลย ห่วงตัวเองดีกว่า
> > > > > * ไอ้ที่ฉันจะไปอยู่มันคงดี เพราะราคามันแพง
> > > > > * จะมีคนแก่ซักกี่คนที่ได้ไปอยู่ที่แพง ๆ อย่างนั้น
> > > > > * ห่วงตัวเองเถอะ ถ้าเจอคนดีพอใช้ได้ก็อย่าเลือกมากมาย
> > > > > * รีบแต่งงาน รีบมีลูก แก่แล้วจะได้ไม่ลำบาก
> > > > > * ดูอย่างชั้นซี อย่างน้อยถึงลูกไม่มีมาดูแล เวลาให้ก็ยังมีคนส่งเงินมาให้ใช้
 
> > >
> > * ถ้าไม่มีลูกจะยิ่งลำบากมากกว่านี้”
> > > > > * ฉันไม่รู้จะพูดอะไร เงียบกันไปพักหนึ่ง
> > > > > * ฉันบอกแม่ว่า “อิ๋วจะไปหาแม่บ่อยๆ”
> > > > > * “อย่าพูดยังงั้นเลย
> > > > > * เดี๋ยวนี้การจราจรมันสาหัสเหลือเกิน เวลาก็ไม่ค่อยมี
> > > > > * เรื่องต้องทำก็มีแยะไปหมด
> > > > > * เอาเป็นว่าว่างก็มาแล้วกัน
> > > > > * แต่ถึงพวกแกไม่มาฉันก็ไม่เดือดร้อนหรอก
> > > > > * ชีวิตทั้งชีวิตของชั้นอยู่ในนี้หมดแล้ว
> > > > > * อยากเห็นหน้าลูกก็ดูเอาในนี้ อยากเห็นหน้าหลานก็ดูเอาในนี้
> > > > > * ไม่ต้องมานั่งคอยให้เสียเวลา
> > > > > * เปิดกล่องของแม่มาก็เห็นหน้าพวกแกได้ทันที”
 
> > > > > * แม่ขยับตัวเล็กน้อย เพื่อกอดกล่องให้กระชับขึ้น
> > >
> > * รถบนถนนเริ่มเคลื่อนตัวช้าๆ พร้อมกันฝนที่ขาดเม็ด
> > > > > * อีกไม่กี่เมตรจะถึงสี่แยกแล้ว
> > > > > * และมีป้ายให้กลับรถได้
> > > > > * ฉันพารถ เบียดเข้าเลนขวาเพื่อกลับรถ
> > > > > * แม้รถคันอื่นจะบีบแตรด่ากันเสียงขรม แต่ฉันไม่สนใจ
> > > > > * ฉันกำลังนึกถึงตัวเองตอนแก่ และมีกล่องอย่างแม่สักใบ
> > > > > * คงดีไม่น้อยที่จะได้อวดลูกๆ ของฉันถึง “กล่องของแม่”
 
> > > > > * รักแม่ ดูแลและตอบแทนแม่ของคุณ ให้มากๆ ในขณะที่ท่านยังมีชีวิตอยู่นี่แหละ
> > > > > * ทำซะก่อนที่จะรู้สึกเสียใจ
> > > > > * ในชีวิตนี้คุณมีแม่เพียงคนเดียวนะ
> > > > > * คนอื่นคุณหาได้ มีได้อีกเยอะ จริงมั๊ย!!!!


อ่านความคิดเห็น

ความคิดเห็นที่ 3
ปาหนัน วันที่ : 02/09/2007 เวลา : 23.29 น.
http://www.oknation.net/blog/madinah

จำไว้นะแม่
จะไม่มีทางทิ้งแม่เด็ดขาด
เราจะรักกันจนตายไปข้างหนึ่งเลย

ความคิดเห็นที่ 2
เจ้าชายแห่งโอมาน วันที่ : 30/08/2007 เวลา : 11.13 น.
http://www.oknation.net/blog/okislam

อยากให้อ่านให้จบน่ะครับ..............
ความคิดเห็นที่ 1
noopuk วันที่ : 30/08/2007 เวลา : 10.43 น.
http://www.oknation.net/blog/konmanruk
นับหนึ่งถึงร้อย++++++เพื่อรอคอยคนๆหนึ่งให้กลับมา++++++


กว่าจะจบ...เหมือนเดิน10กิโล.....สวัสดีตอนเช้าค่ะ++++ มาทักทาย+++แล้วก็หาอะไรดีๆๆมาใส่สมอง
แสดงความคิดเห็น

  เข้าสู่ระบบ   |   สมัครสมาชิก
ชื่อ:  
อีเมล์:  
เว็บไซต์:  
ความคิดเห็น:  
   

ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน

<< สิงหาคม 2007 >>
อา พฤ
      1 2 3 4
5 6 7 8 9 10 11
12 13 14 15 16 17 18
19 20 21 22 23 24 25
26 27 28 29 30 31  



ปัจจุบันคุณนับถือศาสนาอะไร
อิสลาม
418 คน
พุทธ
123 คน
คริสต์
9 คน
ซิกส์
1 คน
ฮินดู
2 คน
อื่นๆ
2 คน

  โหวต 555 คน