• เจ้าชายแห่งโอมาน
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • email : teeranan@gmail.com
  • วันที่สร้าง : 2007-03-28
  • จำนวนเรื่อง : 331
  • จำนวนผู้ชม : 37597
  • จำนวนผู้โหวต : 246
  • ส่ง msg :
OKISLAM
มารู้จักอิสลามกันเถอะ ศาสนาที่แท้จริงสำหรับมนุษยชาติ
Permalink : http://www.oknation.net/blog/okislam
วันอังคาร ที่ 9 ตุลาคม 2550
ซัยยิด สาบิก:นักฟิกฮฺแถวหน้าแห่งประวัติศาสตร์
Posted by เจ้าชายแห่งโอมาน , ผู้อ่าน : 106 , 13:03:05 น.   | หมวดหมู่ : ประวัติศาสตร์อิสลาม  
พิมพ์หน้านี้


ซัยยิด สาบิก
นักฟิกฮฺแถวหน้าแห่งประวัติศาสตร์

อัล อัค  เรียบเรียง


             สัยยิด สาบิก ปราชญ์ชาวอิยิปต์ เกิดในปี ค.ศ. 1915 ท่านเป็นหนึ่งในอุละมาอ์ชั้นนำของอัล-อัซฮัร จบการศึกษาด้านชะรีอะฮฺ จากมหาวิทยลัยอัล-อัซฮัร ท่านเป็นสมาชิกของญะมาอะฮฺอิควานฯ  ตั้งแต่เป็นนักศึกษา

สัยยิด สาบิก ได้เริ่มต้นชีวิตการงานที่กระทรวงเอากอฟ ท่านได้ทำงานที่กระทรวงนี้เป็นเวลานานโดยเริ่มจากตำแหน่งเล็กๆจนกระทั่งท่านได้กลายเป็นผู้บริหารด้านกิจการมัสยิดและวัฒนธรรมอิสลาม จากนั้นท่านได้เป็นผู้ตรวจราชการของกระทรวงเอากอฟ  และในขณะเดียวกันท่านก็เป็นอาจารย์สอนที่อัล-อัซฮัรด้วย  ตลอดชีวิตการทำงานของท่านนั้นเป็นที่รู้จักกันดีในฐานะผู้รู้ที่ไม่เคยละเมิดสิทธิของผู้ใดและไม่เคยประจบสอพลอผู้ใด...

สัยยิด สาบิก ไม่เพียงแต่ทำงานด้านวิชาการเท่านั้น แต่ยังได้ใช้เวลาในช่วงวัยหนุ่มด้วยการเป็นนักรบในแผ่นดินฟิลัสฏีน(ปาเลสไตน์) และเคยถูกจำคุกสองปี หลังจากที่ได้รับอิสระภาพท่านได้ทุ่มเทชีวิตทั้งหมดเพื่อรับใช้แนวทางของอัลลอฮฺ(ซ.บ.)ทั้งในสนามของความรู้ด้านฟิกฮฺและการทำงานด้านอื่นๆ  โดยเฉพาะอย่างยิ่งอัฉริยะภาพของอัส-สัยยิด สาบิกในด้านฟิกฮฺนั้นท่านได้บรรลุถึงขอบเขตที่กว้างไกลของความรู้สาขานี้  จนท่านก็ถูกยืมตัวไปสอนที่ประเทศซาอุดิอาระเบีย ในตำแหน่งหัวหน้าแผนกการศึกษาชั้นสูงของคณะกฏหมายอิสลาม แห่งมหาวิทยาลัย “อุมมุล กุรอ”                 

 ในตอนนี้เองที่สัยยิด สาบิกได้เริ่มเดินทางไปยังประเทศต่างๆเพื่อรณรงค์ให้ความรู้ความเข้าใจแก่คนหนุ่มสาวมุสลิม เมื่อย่างเข้าสู่วัยชราท่านก็ยังคงปักหลักสอนวิชาฟิกฮฺให้แก่ลูกศิษย์ของท่านที่มัสยิดในเมืองนัศรฺ(อิยิปต์)ต่อไปจวบจนวันสุดท้ายของชีวิต   

สัยยิด สาบิก เริ่มต้นเขียนบทความให้กับวารสารอัล-อิควาน รายสัปดาห์เกี่ยวกับฟิกฮฺ โดยอิงอยู่กับตำราฟิกฮฺที่อาศัยหะดีษนำทาง เช่น สุบุลุส สลาม ของอิหม่ามอัศ-ศอนอานียฺ , บุลูฆุล มะรอม ของอิหม่ามอิบนุ หะญัร , นัยลุล เอาฏอร ของอิหม่ามอัช-เชากานีย เป็นต้น

ผลงานทางวิชาการที่มีอิทธิพลอย่างปฏิเสธไม่ได้ของสัยยิด สาบิก คือหนังสือ “ฟิกฮุสสุนนะฮฺ” ซึ่งถูกจัดเป็นหนังสือฟิกฮฺที่ทรงคุณค่าและง่ายดายในการทำความเข้าใจเล่มสำคัญเล่มหนึ่งของวงการฟิกฮฺอิสลาม เบื้องหลังการเขียนหนังสือเล่มนี้เกิดจากการคำขอของเชค หะสัน อัล-บันนา ผู้ก่อตั้งญะมาอะฮฺอิควานฯ

ตำราฟิกฮฺที่เขียนขึ้นจากหลักฐานที่ชัดเจนจากอัล-กุรอานและอัลซุนนะฮฺ ตีพิมพ์ในช่วงทศวรรต 40 ในคริสต์ศวรรษที่ 20  พร้อมเขียนคำนำให้โดยอิหม่ามหะซัน อัล-บันนา โดยขณะที่เขียนตำราเล่มนี้สัยยิด สาบิก อายุเพียง 30 ปี   ตำราชุดนี้ได้รับการตีพิมพ์อีกหลาย ๆ ครั้ง และถูกแปลเป็นภาษาต่าง ๆ จำนวนมาก ซึ่งเป็นที่ยอมรับกันว่าเป็นหนังสือฟิกฮฺที่แพร่หลายและมีอิทธิพลอย่างกว้างขวางมากที่สุดในประวัติศาสตร์อิสลาม อย่างที่หาตำราฟิกฮฺเล่มอื่นเปรียบได้ยากมาก

มุศฏอฟา มัชฮูร ได้กล่าวว่า “สัยยิด สาบิก มีความสำคัญเป็นอย่างยิ่งต่อญะมาอะฮฺ อิควานนุลมุสลิมูน และหนังสือของท่านนั้นมีอิทธิพลและมีประโยชน์มหาศาลต่อสมาชิกของญะมาอะฮฺโดยเฉพาะอย่างยิ่งหนังสือ “ฟิกฮุส สุนนะฮ.”ที่ถูกจัดเป็นหนังสืออ้างอิงเล่มสำคัญและอิหม่ามหะซัน อัลบันนาได้เจาะจงให้หนังสือเล่มนี้เป็นหนังสือหลักในการอ้างอิงด้านสุนนะฮ”

ดร. ศอลาหฺ อับดุลมุตาอาล สมาชิกแกนนำพรรคแรงงานของอียิปต์กล่าวว่า “...บทบาทที่เหนือธรรมดาของท่านคือการทำให้ฟิกฮฺเป็นเรื่องง่ายสำหรับทุกคนหลังจากที่ก่อนหน้านั้นฟิกฮฺก็คือป้อมปราการอันสูงตระหง่านที่ใครก็ไม่อาจเข้าโจมตีได้ยกเว้นแต่บรรดาฟุกอฮาอฺ(นักวิชาการฟิกฮฺ)เท่านั้น ...  ตอนที่ท่านถูกจับเข้าคุก ห้องขังของท่านอยู่ตรงข้ามกับห้องขังของฉันในคุกของอียิปต์เมื่อปีค.ศ.1949 จำได้ว่าในเวลานั้นท่านยืนยันที่จะเอาถังวางซ้อนกันเพื่อให้ร่างกายที่ผ่ายผอมของท่านสูงกว่าหน้าต่างห้องขังด้วยการยืนอยู่บนถัง และทำการสอนวิชาฟิกฮฺให้แก่ผู้ถูกคุมขังทั้งหมดที่พากันมารวมตัวกันหลังประตูห้องขังเพื่อติดตามบทเรียนของท่าน โดยมีพวกผู้คุมเข้าร่วมรับฟังด้วย และท่านยังเปิดโอกาสให้มีการซักถามอีกด้วย แล้วทุกอย่างในคุกก็ดำเนินไปเช่นนั้นจนกระทั่งท่านได้สอนหนังสือของท่านจนจบเล่ม ...”   

แม้จะพบว่ามีเนื้อหาบางที่ในตำรา “ฟิกฮุสสุนนะฮฺ” ได้วิจารณ์ความคลั่งไคล้มัซฮับ และถึงแม้ว่าสัยยิด สาบิก จะไม่ยึดติดกับมัซฮับใดมัซฮับหนึ่งในการเรียบเรียงตำรา แต่จะต้องไม่เข้าใจผิดว่า สัยยิด สาบิก กำลังเรียกร้องไปสู่การปฏิเสธมัซฮับ(อัล-ลามัซฮะบียะฮฺ) เพราะท่านไม่เคยตำหนิการมีอยู่ของมัซฮับ ท่านไม่เคยปฏิเสธมัน ท่านยังให้เกียรติกับทัศนะส่วนใหญ่ของนักฟิกฮฺ (แม้จะไม่เอกฉันท์)

ตำราฟิกฮุสสุนนะฮฺเป็นความเพียรพยายามในฐานะนักนิติศาสตร์คนหนึ่งที่จะทำให้คนรุ่นใหม่เข้าถึงฟิกฮฺในแบบที่ง่ายดายและผ่านการเปรียบเทียบมัซฮับต่าง ๆ มิใช่การปลดปล่อยผู้คนออกจากมัซฮับ แต่เป็นการให้ผู้คนปฏิบัติตามมัซฮับอย่างถูกต้องและเข้าใจในมัซฮับอื่น ๆ  

สัยยิด สาบิก ไม่เพียงมีความรู้ที่ลึกซึ้งในทางฟิกฮฺเท่านั้น แต่ท่านยังมีความเข้าใจที่กระจ่างชัดในอะกีดะฮฺ ดังปรากฏในงานเขียนของท่านชื่อว่า อัล-อะกออิด อัล-อิสลามียะฮฺ (หลักศรัทธาอิสลาม) และท่านมีความรู้ที่กว้างขวางในด้านการดะอฺวะฮฺอีกด้วย ท่านเป็นหนึ่งในปราชญ์ชั้นนำที่เรียกร้องไปสู่แนวทางสายกลางท่ามกลางกระแสการตื่นตัวอิสลาม เชคยูซุฟ อัล-เกาะเราะฏอวียฺ ยืนยันว่าการตื่นตัวของกระแสสายกลางเป็นส่วนหนึ่งของการรณรงค์ปราชญ์ชั้นนำหลายท่าน ซึ่งปราชญ์คนสำคัญชั้นแนวหน้าก็คือ เมาลานา อบุล หะสัน อัน-นัดวียฺ , เชค มุฮัมมัด ฆอซาลียฺ และเชคสัยยิด สาบิก  …

เชค ฟุอาด  มุคัยมิร นายกสมาคมกฏหมายอิสลาม ได้กล่าวว่า  “... ท่านเป็นนักวิชาการที่มีแนวคิดสายกลาง และเป็นผู้ที่ทำให้กระแสคลื่นอิสลามปกคลุมไปทั่วสารทิศด้วยทุกองค์ประกอบของมัน” 

สัยยิด สาบิก เสียชีวิตเมื่อวันจันทร์ที่ 28 กุมภาพันธ์ ค.ศ. 2000 ในกรุงไคโร สัยยิด สาบิกได้ใช้เวลาในบั้นปลายชีวิตของท่านอยู่กับหนังสือฟิกฮฺและลูกศิษย์ทั้งหลายของท่านที่ได้รวมตัวกันเพื่อตักตวงความรู้จากท่าน   ณ มัสยิดในเมืองนัศรฺ กรุงไคโร และในการจัดการศพของท่าน ลูกชายคนโตของท่านกำชับมิให้จัดพิธีเพื่อแสดงการไว้อาลัยต่อท่านเด็ดขาด ทั้งนี้เป็นไปตามคำสั่งเสียของท่านเชคเอง

เชค มุฮัมมัด ฆอซาลียฺ กล่าวว่า  “เขาเป็นคนที่มีความเข้าใจในวิชาความรู้มากที่สุดในหมู่คนในยุคของเขา ซึ่งประวัติศาสตร์ได้บันทึกถึงพวกเขาเหล่านั้นด้วยอักษรแห่งรัศมี”



แสดงความคิดเห็น

  เข้าสู่ระบบ   |   สมัครสมาชิก
ชื่อ:  
อีเมล์:  
เว็บไซต์:  
ความคิดเห็น:  
   

ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน

<< ตุลาคม 2007 >>
อา พฤ
  1 2 3 4 5 6
7 8 9 10 11 12 13
14 15 16 17 18 19 20
21 22 23 24 25 26 27
28 29 30 31      



ปัจจุบันคุณนับถือศาสนาอะไร
อิสลาม
418 คน
พุทธ
123 คน
คริสต์
9 คน
ซิกส์
1 คน
ฮินดู
2 คน
อื่นๆ
2 คน

  โหวต 555 คน