วันพฤหัสบดี ที่ 11 ตุลาคม 2550
ภารกิจมุสลิมในช่วงเช้าวันอีด
Posted by
เจ้าชายแห่งโอมาน
,
ผู้อ่าน : 247
, 13:50:20 น.
| หมวดหมู่ :
การถือศีลอดในเดือนรอมฎอน
พิมพ์หน้านี้
|

การละหมาดวันอีดเป็นบทบัญญัติและเอกลักษณ์อย่างหนึ่งในศาสนาอิสลาม ดังจะเห็นได้จากท่านรสูลุลลอฮฺ ได้ปฏิบัติเป็นประจำและยังกำชับเรี่องนี้แก่บรรดาเศาะฮาบะฮฺด้วยภารกิจก่อนละหมาดอีด ก่อนที่จะละหมาดอีดควรปฎิบัติภารกิจต่างๆ ดังนี้ กล่าวตักบีร เมื่อมีการประกาศกำหนดวันอีดแล้ว มุสลิมทั้งชายและหญิงควรกล่าวตักบีรไปจนถึงอิมามเข้าสู่สนามเพื่อเริ่มการละหมาด โดยให้กล่าวว่า
الله أكبر، الله أكبر ، الله أكبر ، لا إله إلا الله والله أكبر ، الله أكبر ولله الحمد (อัลลอฮุ อักบัร, อัลลอฮุ อักบัร, อัลลอฮุ อักบัร, ลาอีลาฮาอิลลัลลอฮ วัลลอฮุอักบัร, อัลลอฮุ อักบัร วะลิลลาฮิลฮัมดฺ) จ่ายซะกาตสำหรับอีดิ้ลฟิฏรฺ
ก่อนการละหมาดต้องจ่ายซะกาตฟิฏรฺ สำหรับตนเอง ภรรยา ลูก ผู้อยู่ใต้การดูแลและรับผิดชอบของเรา คนละ 4 ลิตร ในเรื่องการจ่ายอนุญาติให้จ่ายก่อนวันอีด 1 หรือ 2 วันได้ อาบน้ำและทำความสะอาดร่างกาย
ควรมีการอาบน้ำชำระล้างและทำความสะอาดร่างกาย ก่อนสวมใส่เสื้อผ้าไปยังสนามละหมาด พร้อมทั้งขจัดขนอวัยวะเพศ ขนรักแร้ ตัดเล็บ กลิ่นกายที่น่ารังเกียจและรบกวนผู้อื่น แต่งกายด้วยอาภรณ์ที่ดี
ควรแต่งกายด้วยเสื้อผ้าที่ดี ที่สามารถหามาได้ พร้อมกับใช้น้ำหอม ยกเว้นบรรดาสตรี ซึ่งไม่อนุญาติให้พวกนางใช้น้ำหอมในการไปละหมาด รับประทานอาหารก่อนสำหรับอีดิ้ลฟิฏรฺ
ถือว่าสุนนะฮฺให้รับประทานอาหารเบาๆ ก่อนออกไปยังสนามละหมาดอีด เช่นผลอินทผาลัม เป็นต้น ด้วยจำนวนที่เป็นคี่ ไปยังสนามละหมาดตั้งแต่เช้า
สำหรับผู้เป็นมะมูม ควรรีบออกไปยังสนามละหมาดตั้งแต่เช้า ทั้งนี้เพื่อไปจองที่และรอละหมาด ยกเว้นผู้เป็นอีมามให้ออกไปเมื่อใกล้เวลาละหมาด โดยการออกไปยังที่ละหมาดให้ปฏิบัติดังนี้ - ออกไปและกลับด้วยการเดินเท้า นอกจากมีเหตุจำเป็น เช่นไม่สบาย เป็นไข้ อยู่ไกล เช่นนี้อนุญาติให้ใช้พาหนะได้ - กล่าวตักบีรตลอดทางไปสู่สนามละหมาด - เดินเท้าไปและกลับควรใช้เส้นทางต่างกัน - พาครอบครัวไปด้วยกัน - ควรพาครอบครัว ลูก ภรรยา ไปสนามละหมาด เพื่อร่วมละหมาดหรือฟังคุฏบะฮฺ แม้ว่าจะเป็นสตรีที่สวยงาม หากปลอดจากเหล่าฟิตนะห์ สตรีที่มีประจำเดือน หรือเด็กที่ยังไม่บรรลุศาสนภาวะก็ตาม หุกุมการละหมาดอีด
การละหมาดวันอีดเป็นบทบัญญัติและเอกลักษณ์อย่างหนึ่งในศาสนาอิสลาม ดังจะเห็นได้จากท่านรสูลุลลอฮฺ ได้ปฏิบัติเป็นประจำและยังกำชับเรี่องนี้แก่บรรดาเศาะฮาบะฮฺด้วย (แม้กระทั่ง ทาสหญิง สตรีสาว สตรีมีประจำเดือน ก็ยังถูกกำชับให้ออกไปยังสนามละหมาดเพื่อร่วมเป็นสักขีพยาน ในการจัดงานรื่นเริงในวันอีดอย่างพร้อมหน้าพร้อมตาและฟังคุตบะห์ร่วมกัน ทั้งนี้และทั้งนั้นบรรดาอุลามะอฺต่างมีทัศนะเกี่ยวกับหุกุมของการละหมาดอีดนี้ ออกเป็น 3 ทัศนะ 1.สุนนะฮฺมุอักกะดะฮฺ (ทัศนะของ มาลิก,อัช ชาฟีอี และรายงานหนึ่งจากอบู หะนีฟะฮฺ) 2.ฟัรฎุ กิฟายะห์ (ทัศนะของอะหฺมัด และรายงานหนึ่งจากอัช ชาฟีอี) 3.วาญิบสำหรับทุกคน (ทัศนะอบู หะนีฟะฮฺ รายหนึ่งจากอัช ชาฟีอี และายงานหนึ่งจากอะหฺมัด ทัศนะนี้ได้รับการสนับสนุนจากอิบนุ ตัยมียะฮฺ และอัช เชากานียฺ) วิธีการละหมาดอีด
วิธีการละหมาดอีดให้ปฏิบัติดังต่อไปนี้ 1.ละหมาดร่วมกันในสนาม(มิใช่มัสยิด) นอกจากมีเหตุจำเป็น เช่นฝนตก หรือไม่สามารถออกไปยังสนามได้ อันเนื่องจากเป็นไข้ ไม่สบาย มีอายุมากเป็นต้น ก็ให้มีละหมาดในมัสยิดสำหรับบุคคลเหล่านี้ได้ อินชาอัลลอฮฺ ส่วนอิมามประจำมัสยิดก็ต้องแต่งตั้งตัวแทนสำหรับดำเนินการละหมาดและกล่าวคุตบะห์แก่เขาเหล่านี้ 2.เวลาละหมาดเริ่มจากตะวันขึ้นสูงประมาณ 1 ไม้สอย จนกระทั่งตะวันคล้อยในวันเดียวกัน หากเป็นวันอีด อัลฟิฏร ก็ควรรอให้ข้าสักหน่อย เพราะเป็นการให้โอกาสแก่ผู้ที่จะจ่ายซะกาตฟิฏเราะฮฺในเวลานั้น 3.ควรมีไม้หรือสิ่งอื่น สำหรับเป็นหลักสุตเราะฮฺ ตั้งข้างหน้าอิมามละหมาด 4.ละหมาดอีดมีจำนวน 2 เราะกะอะฮฺ ตามด้วยการกล่าวคุฏบะฮฺ 5.ไม่มีอาซาน อิกอมะฮฺ หรือคำกล่าวใดๆ ที่กำหนดแน่นอนให้กล่าวก่อนการละหมาด 6.อิมามเริ่มตักบีรฺ อิหฺรอม ตามด้วยมะมูมที่ตั้งใจว่าละหมาดวันอีด ฟิฏรฺ หรืออีดิล อัฎหาจำนวน 2 เราะกะอะฮฺเพื่ออัลลอฮฺ 7.อ่านดุอาอ์ อิฟติตาหฺ เหมือนกับการละหมาดทั่วๆ ไป 8.แล้วตักบีรฺ อัซ-ซะวาอิด ด้วยวิธีการต่อไปนี้ -เราะกะอะฮฺแรก จำนวน 7 ครั้ง ไม่รวมตักบีรฺ อิหฺรอมและตักบีรฺ รุกูอฺ (อ่านตักบีรฺ ตะหฺลีล ตัสบีหฺ และตะห์มีด ระหว่างตักบีรฺจำนวน 6 ครั้ง)
-เราะกะอะฮฺที่ 2 จำนวน 5 ครั้ง ไม่รวมตักบีรฺจากการเงยหน้าและตักบีรฺรุกูอฺ หลังจากลุกขึ้นจากเราะกะอะฮฺแรก ให้ยืนตรง (อ่านตักบีรฺ ตะหฺลีล ตัสบีหฺ และตะห์มีด ระหว่างตักบีรฺจำนวน 4 ครั้ง) สำหรับคำกล่าวระหว่างตักบีรบรรดาสะละฟุศ ศอลิหฺ เห็นว่าควรกล่าวด้วยคำกล่าวดังต่อไปนี้ سبحان الله والحمد لله ولا إله إلا الله والله أكبر
9.ยกมือทุกครั้งที่ตักบีรฺ อัซ-ซะวาอิด 10.อ่านตะเอาวุซ ด้วยเสียงค่อย แล้วอ่านสูเราะฮฺอัล ฟาติหะฮฺ และบิสมิลลาฮฺก็เป็นอายะฮฺหนึ่งจากสูเราะฮฺ อัล ฟาติหะฮฺ 11.หลังจากการอ่านสูเราะฮฺ อัล ฟาติหะฮฺ ในเราะกะอะฮฺแรก แล้วอิมามอ่านสูเราะฮฺ กอฟ (ق) หรือสูเราะฮฺ อัล อะอฺลา (سبح اسم ربك الأعلى) ส่วนในเราะกะอะฮฺที่สอง หลังสูเราะฮฺอัล ฟาติหะฮฺแล้ว อิมามจะอ่านสูเราะฮฺ (اقتربت الساعة) หรือ (هل أتاك حديث الغاشية) ส่วนมะมูมจะอ่านตะเอาว์วุซกับสูเราะฮฺ อัล ฟาติหะฮฺด้วยเสียงค่อยเท่านั้น 12.มะมูมที่เป็นสตรีให้ยืนแถวหลังจากแถวของบุรุษในสนามละหมาด 13.การอ่านและอิริยาบทของอิมามและมะมูมนอกจากที่ได้กล่าวมาข้างต้นให้ปฎิบัติเหมือนกับการละหมาดทั่วๆ ไป ภารกิจหลังละหมาดอีด
1.หลังจากให้สลามเสร็จสิ้นการละหมาดแล้ว อิมามยืนขึ้นกล่าวคุฏบะฮฺ โดยถือไม้เท้า หันหน้าทางมะมูม ไม่ยืนบนแท่น โดยอ่านสองคุฏบะฮฺ เหมือนคุฏบะฮฺวันศุกร์ โดยมีการนั่งระหว่างสองคุฏบะฮฺ เริ่มด้วยการกล่าวตักบีรฺจำนวน 9 ครั้ง ในคุฏบะฮฺแรก และจำนวน 7 ครั้งในคุฏบะฮฺที่ 2 ส่วนมะมูมมีสิทธิเลือกจะฟังหรือกลับโดยไม่ฟังคุฏบะฮฺก็ได้ 2.หลังจากฟังคุฏบะฮฺแล้ว ให้ต่างคนต่างแสดงความดีใจและยินดีซึ่งกันและกัน โดยให้กล่าว تقبل الله منا ومنكم (ตะก๊อบ บะลัลลอฮู มินนา วะมินกุม)
3.ให้มีการบริจาคทาน โดยเฉพาะอย่างยิ่งบรรดาสตรี เพราะพวกนางส่วนมากเป็นสมาชิกของชาวนรก สิ่งที่เกี่ยวข้องกับการละหมาดอีด
1.มีความเห็นพ้องกันว่า ตักบีรฺ อัซ ซะวาอิด นั้นสุนนะฮฺมิใช่ วาญิบ ฉะนั้นหากไม่ปฏิบัติ ถือว่าการละหมาดไม่เป็นโมฆะ ทั้งด้วยเจตนาหรือหลงลืม 2.หากลืมตักบีรฺ อัซ ซะวาอิด แล้วนึกขึ้นได้ก็ต่อเมื่ออ่านสูเราะฮฺ อัล ฟาติหะฮฺแล้ว ตามทัศนะที่มีน้ำหนัก ถือว่าไม่จำเป็นต้องปฏิบัติตักบีรฺ อัซ ซะวาอิด 3.หากมะมูมเริ่มละหมาดอีด ตอนที่อิมามรุกูอฺแล้ว เขาไม่จำเป็นต้องปฏิบัติตักบีร อัซ ซะวาอิด ให้ลงรุกูอฺตามอิมามได้ทันที นี่เป็นทัศนะที่เห็นพ้องกัน 4.หากมะมูมเริ่มละหมาดพร้อมอิมามในเราะกะอะฮฺที่สอง เขาควรปฏิบัติตักบีรฺ อัซ ซะวาอิด ตามอิมามาจำนวน 5 ครั้ง และในเราะกะอะฮฺที่สองของเขาก็ตักบีรฺจำนวน 5 ครั้งเช่นกัน 5.หากพลาดการร่วมละหมาดกับอิมาม ก็ให้ละหมาดคนเดียวได้ จำนวน 2 เราะกะอะฮฺ 6.หากไม่ละหมาดอีดในวันแรก อันเนื่องจากมีเหตุจำเป็นก็ให้ละหมาดในวันถัดไปได้ 7.ไม่มีการละหมาดสุนนะฮฺก่อนและหลังละหมาดอีด ............................................................................... คัดลอกจาก: Iqra Online โดย: Othman Idris Translate: Maaf Matarusa c
|