วันพฤหัสบดี ที่ 29 พฤษภาคม 2551
สัญญาณแห่งวันสิ้นโลก
Posted by
เจ้าชายแห่งโอมาน
,
ผู้อ่าน : 133
, 02:54:37 น.
| หมวดหมู่ :
บทความวิชาการ
พิมพ์หน้านี้
|
สัญญาณแห่งวันสิ้นโลก
ความว่า: พวกเขาจะถามเจ้าถึงกาลปวสานของโลก ว่ามันจะเกิดขึ้นเมื่อใด ? , เจ้าอยู่ในฐานะใดหรือ ? ในการที่จะกล่าวถึงมัน , ความรู้อันเป็นข้อยุติของมันนั้น เป็นขององค์อภิบาลของเจ้า (แต่เพียงผู้เดียว) , อันที่จริง เจ้ามีหน้าที่เพียงผู้ประกาศเตือน แก่ผู้ที่กลัวมันเท่านั้น , วันที่พวกเขาจะเห็นมัน (วันกิยามะฮฺ) ประหนึ่งว่าพวกเขามิได้พำนักอยู่ในโลกนี้ เว้นแต่เพียงชั่วครู่หนึ่งของยามเย็นและยามเช้าของมันเท่านั้น (อันนาซิอ๊าต : 42 46) ท่านพี่น้องที่เคารพรักครับ จากโองการที่ได้กล่าวมาข้างต้นที่ผมอันเชิญมานั้น คือเรื่องราวที่อัลลอฮฺทรงเล่าถึงพวกที่มาถามท่านนบี เกี่ยวกับวันกิยามะฮฺ เมื่อไรวันนั้นจะมาถึง ?
เราสามารถตอบได้เลยว่า ไม่มีใครรู้ เว้นแต่เพียงสิ่งที่อัลลอฮฺได้ทรงบอกไว้ในบรรดาคัมภีร์ต่าง ๆ ที่ถูกประทานให้แก่บรรดานบี และฮาดีษต่าง ๆ มากมาย แท้ที่จริงแล้ว ท่านนบีได้สั่งห้ามประชาชาติของท่านจากการที่จะถามถึงวันกิยามะฮฺ พร้อมกันนั้นท่านก็ไม่ได้ห้ามตัวเองจากการบองกถึงเครื่องหมายของมัน
ท่านพี่น้องผู้ศรัทธาทั้งหลายครับ สัญญาณของวันกิยามะฮฺแบ่งออกเป็น 2 สัญญาณ คือสัญญาณเล็ก และสัญญาณใหญ่
จากสัญญาณเล็กที่เกิดขึ้นมาแล้ว คือ
1. การมาของท่านศาสดามูฮัมหมัด และการสิ้นพระชนของท่าน ไม่ต้องสงสัยเลยว่า การมาของท่านศาสดามูฮัมหมัด เป็นเครื่องหมายของวันกิยามะฮฺ เพราะท่านคือ ศาสดาองค์สุดท้าย และจากหลักฐานที่ท่านศาสดามูฮัมหมัดได้กล่าวคือ ฉันถูกส่งมา ในสภาพที่ฉันกับวันกิยามะฮฺ เหมือนกับ 2 นิ้วนี้ (คือนิ้วกลางและนิ้วชี้ ในความใกล้ของทั้ง 2 นิ้วนี้)
2. การเปิดบัยตุ้ลมักดิส แน่นอนบัยตุ้ลมักดิสถูกเปิดเป็นครั้งแรกหลังจากท่านนบีเสียชีวิต ซึ่งถูกเปิดในปี ฮ.ศ. 16 หรือ ค.ศ. 636 ในสมัยของท่านคอลีฟะฮฺอุมัร บินค๊อตต๊อบ
3. การล้มตายของมุสลิมเป็นจำนวนมาก และคำพูดของท่านศาสดามูฮัมหมัดก็ได้เกิดขึ้นจริงอีกครั้ง ซึ่งเหตุการณ์การล้มตายของบรรดามุสลิมได้เกิดขึ้นในเมืองชามในปี ฮ.ศ. 18 ในสมัยของท่านอุมัรบินค๊อตต๊อบ โดยโรคกาฬโรคได้ระบาด เป็นสาเหตุทำให้เหล่าซอฮาบะฮฺ ผู้คน และสัตว์ต่าง ๆ ล้มตายเป็นอันมาก โดยเฉลี่ยถึง 25000 คน เหตุการณ์ครั้งนี้ เป็นครั้งแรกที่กาฬโรคระบาดในอิสลาม ท่านมุอาสบิยญาบาล ท่านอบูอุบัยดะฮฺบินยารอฮฺ ก็ได้เสียชีวิตเนื่องจากสาเหตุนี้ด้วยเช่นกัน ท่านพี่น้องผู้ศรัทธาครับ ยังมีเครื่องหมายของวันกิยามะฮฺติดตามมาเรื่อย ๆ นั้นก็คือ
1. การอ้างการเป็นศาสดา เหตุการณ์นี้ได้เกิดขึ้นตั้งแต่สมัยของท่านศาสดามูฮัมหมัด แม้กระทั้งในสมัยของเราก็ยังมี โดยนาย มัรชาอาลี มูฮัมหมัดริด อัชชัยรอซีย์ ซึ่งเป็นผู้ก่อตั้งขบวนการบาบียะฮฺในปี ค.ศ. 1488 ภายใต้การเลี้ยงดูของยิวสากล และนักล่าอาณานิคมรัสเซีย และอังกฤษ โดยมีเป้าหมายทำลายเอกภาพของอิสลาม และในอินเดียก็มีนาย มีรอซซา ฆูลามอะฮฺหมัด อัลกอดิยานี่ย์ ซึ่งเขาได้อ้างว่าเป็นนบีอีซา
2. ชาวชนบทต่างแข่งขันกันสร้างบ้านเรือนสูง ๆ ท่านพี่น้องครับ สัญญาณนี้ก็ได้ประจักษ์ต่อสายตาของท่านพี่น้องแล้วในปัจจุบันนี้ แต่ใช่ว่าการแข่งขันนี้จะเป็นเรื่องต้องห้ามใด ๆ ทว่าการงานต่าง ๆ ขึ้นอยู่กับการเจตนา เมื่อเจตนาดีก็จะได้รับสิ่งดีตอบแทน เมื่อเจตนาไม่ดี ไฉนจะได้สิ่งดีตอบแทน
3. การยกหลักฐาน หรือการสอนสั่งด้วยกับพระมหาคัมภีร์อัลกุรอ่าน และอัลฮาดีษ แต่มิได้นำสิ่งที่สอนสั่งผู้อื่นมาปฏิบัติกับตัวเอง อีกทั้งยังละเมิดต่อบทบัญญัติเสียอีก ท่านพี่น้องครับเรื่องนี้ก็คงไม่พ้นครูบาอาจารย์ และผู้เสี่ยมสอนผู้อื่นด้วยกับความดี แต่ทว่าตัวเองกับกระทำสิ่งตรงข้ามกับสิ่งที่ตัวเองสอนสั่ง ขออัลลอฮฺอย่าทรงทำให้เราท่านทั้งหลายอยู่ในกลุ่มชนเหล่านี้เลย
4. ความน่ารังเกียจได้แพร่กระจายไปทั่ว ไม่มีจะเป็นการนุ่งน้อยห่มน้อย การทำประเวณี การขาดอามานะฮฺ สิ่งชั่วร้ายเหล่านี้ถือเป็นเรื่องปรกติของคนในสมัยนี้ไปแล้ว มันได้แซกซึมเข้ามาสู่สังคมมุสลิมบางกลุ่มไปแล้ว สิ่งที่พี่น้องผู้ศรัทธาจะทำได้ในขณะนี้ก็คือ การสอนสั่ง และห้ามปรามบุตรหลายของท่านให้ห่างไกลจากการเลียบแบบชนชาติผู้ไร้ศรัทธา ให้พวกเขาได้รู้ว่า สิ่งเหล่านี้ไม่ใช่สิ่งที่ดี อีกทั้งเป็นสิ่งที่น่ารังเกียจของกลุ่มชนผู้มีศรัทธา แท้จริงแล้วการคลุมฮิญาบและปกปิดสิ่งสงวนในเป็นเรื่องวาญิบ เป็นสิ่งจำเป็นต่อมุสลิมินทั้งหลาย และผู้ใดที่ถือว่าสิ่งเหล่านี้ไม่ใช่สิ่งวาญิบ ไม่ใช่สิ่งจำเป็นแล้ว พวกเขาเหล่านั้นย่อมไม่ใช่กลุ่มชนผู้ศรัทธา
5. ผู้หญิงจะมีมากกว่าผู้ชายถึง 50 ต่อ 1 คน ในปัจจุบันนี้จะเห็นได้ชัดว่าอัตราการเกิดของชายมีน้อยกว่าหญิง บวกกับการเกิดสงครามซึ่งเป็นสาเหตุให้บุรุษต้องออกไปรบและเสียชีวิตเป็นจำนวนมาก ๆ
6. การตัดญาติขาดมิตร และให้สลามเฉพาะบางกลุ่ม
7. เอามัสยิดเป็นทางผ่าน โดยไม่ใช้เพื่อทำอิบาดะฮฺ แต่กลับใช้เป็นสถานที่ท่องเที่ยวให้ชาวต่างชาติ ชาวต่างศาสนิกได้เข้าชมความงามของมัสยิดไปเสียแล้ว
เป็นเรื่องที่น่าเศร้าสลดใจเป็นอย่างมาก ที่สังคมมุสลิมเราถูกครอบงำ และปกครองด้วยกลุ่มชนผู้อ่อนศรัทธา และไม่รู้เรื่องศาสนา ยิ่งไปกว่านั้นสังคมในยุคปัจจุบันนี้ไม่ให้ความเคารพนับถือบรรดาผู้มีความรู้ในเรื่องของศาสนา กลับยกยอปอปั้นผู้มีทรัพย์สินเงินทองให้เป็นผู้นำ ท่านพี่น้องผู้ศรัทธาทั้งหลายครับ สังคมทุกวันนี้ เสื่อมโสมลงทุกวัน ผู้ที่จะเข้ามาแก้ไขสิ่งเหล่านี้ ก็คือท่านพี่น้องทั้งหลาย สิ่งแรกที่เราควรแก้ไขก็คือตัวของท่านพี่น้องเอง ลองพิจารณาดูสิว่า ตัวเราและครอบครัวของเรามีจุดบกพร่องตรงไหนบ้าง เมื่อพบจุดบกพร่อง สมควรที่จะต้องรีบแก้ไขข้อบกพร่องนั้นซะ เพราะทุกวันนี้ คนส่วนมากจะไม่มองที่ความบกพร่องของตัวเอง แต่กลับหาจุดบกพร่องของผู้อื่นเพื่อทิ่มแทงซึ่งกันและกัน สิ่งเหล่านี้หาใช่เป็นลักษณะของผู้ศรัทธาไม่ เพราะท่านศาสดามูฮัมหมัด ท่านได้เคยกล่าวไว้ว่า มุมิน (ผู้ศรัทธา) คือพี่น้องกัน พร้อมกันนั้นการตักเตือนระหว่างพี่น้องก็เป็นสิ่งจำเป็นด้วยเช่นกัน สมควรที่พี่น้องจะต้องรับฟังคำตักเตือนของพี่น้องด้วยกัน เพื่อที่เราจะได้แก้ไขสิ่งข้อบกพร่องที่ตังเองมองไม่เห็น ท่านทั้งหลายจงยำเกรงต่ออัลลอฮฺให้มาก ๆ เถิด เพราะแท้จริงการยำเกรงต่ออัลลอฮฺจะเป็นสิ่งปิดกั้นและห้ามปรามความชั่วร้ายได้.
|