พิมพ์หน้านี้
|
ในช่วงเทศกาลวันหยุดยาว ถ้าเราได้ไปเที่ยวตามอุทยานต่างๆ จะเห็นว่าเป็นช่วงที่ผู้คน มาเที่ยวกันอย่างมากมาย บางแห่งก็มีคนเรือนหมื่น ไปแย่งกันกิน แย่งกันเที่ยว อาทิ ภูกระดึง เมื่อครั้งที่ผมไปก็ช่วง 5 ธ.ค.เมื่อหลายปีก่อน ถามเจ้าหน้าที่ก็ได้ความว่า มีคนขึ้นมาร่วม 3 หมื่น จนต้องปิดไม่ให้คนขึ้นมาอีก หรืออย่างดอยอินทนนท์ ก็เช่นเดียวกัน แต่มีอยู่ที่หนึ่งที่ผมไปแล้วแทบจะเรียกได้ว่า ตรงกันข้ามกันเลย ที่ผมพูดถึงคือ อุทยานแห่งชาติดอยภูคา จ.น่าน
บางคนก็ถามว่า สาเหตุที่ไม่มีคนไปกันเพราะไม่สวยหรืออย่างไร หรือการเดินทางไปไม่สะดวก ผมบอกได้เลยว่าไม่ใช่อย่างนั้นเลย ทุกคนที่ไป จะได้รับความประทับใจกลับมา และต่างบอกว่า จะขอกลับมาเที่ยวอีกครั้ง กับธรรมชาติที่เงียบสงบ ในความเป็นธรรมชาติที่แท้จริง ผมเที่ยวอุทยานมาแทบทั่วประเทศแล้ว บอกได้เลยว่า อช.ภูคา เป็นอุทยานที่มีสิ่งอำนวยความสะดวกให้ให้นักท่องเที่ยวอย่างครบถ้วน และมีความสะอาดเป็นอย่างมาก ราคาค่าบ้านพักก็ไม่แพงเลย แถมมีวิวที่สวยอีกต่างหาก ทั้งสถานที่พัก จุดกางเต็นท์ ผมยกให้อยู่อันดับต้นๆของประเทศได้เลย ซึ่งถ้าคุณต้องการท่องเที่ยวพักผ่อนอย่างเต็มที่ และปราศจากความวุ่นวาย อช.ดอยภูคา คือคำตอบนั้น
ผมได้มีโอกาสได้มาเยี่ยมชม อช.ดอยภูคาครั้งนี้ ก็เป็นครั้งที่2 โดยครั้งหลังนี้ก็เมื่อช่วง 5 ธค. 49 ที่ผ่านมา โดยในครั้งแรกผมก็มาช่วงนี้เหมือนกัน แต่มา 3 ธค. เมื่อซัก 3-4 ปีก่อน การมาครั้งนั้นกลายเป็นเรื่องที่ผมต้องจดจำ และเก็บไว้เล่าให้ใครต่อใครฟังได้เลย เพราะในตอนนั้นทั้งอุทยาน มีผมเป็นนักท่องเที่ยวคนเดียวที่เข้ามาพัก คุณคิดว่าผมรู้สึกยังไงเหรอ ลองไปกางเต็นท์ ท่ามกลางความมืดที่มีคุณอยู่เพียงคนเดียวซิ สุดๆเลย (นี่ยังไม่รวมเหตุการณ์แปลกๆ ที่เกิดขึ้นอีก...ฮา)
การเดินทางมาอช.ดอยภูคาในครั้งนี้นั้น ก็เหมือนเคย นัดกัน3ทุ่ม แต่ออกกันเที่ยงคืนอีกแล้ว ตลอดเส้นทางจาก กทม. มีความสะดวกมาก ถนนดีมาก เราแวะทานอาหารเช้ากันที่ อ.ร้องกวาง จ.แพร่ อำเภอเล็กๆ แต่เงียบสงบ จากนั้นก็เดินทางกันต่อรวดเดียวถึงอ.ปัว แวะซื้อเสบียงเพื่อไว้ทำอาหารทานกันเองระหว่างที่อยู่ที่อุทยาน (เที่ยวนี้เรามีแม่ครัวมาหลายคนเลย ไม่เหมือนทริปก่อนๆ ที่ทำกันเองตลอด) หลังเตรียมเสบียงเรียบร้อยแล้ว ก็เดินทางสู่จุดหมาย อช.ดอยภูคาตั้งอยู่ห่างจาก อำเภอปัว ประมาณ 24-
ในครั้งนี้ผมได้มีโอกาสไปเที่ยวหลายที่เหมือนกัน อาทิน้ำตกต้นตอง ซึ่งอยู่ไม่ห่างจากที่ทำการ อช. น่าจะซัก 3-
ระหว่างทางกลับก็แวะทานอาหารกันที่อำเภอนาเกลือ อำเภอเล็กๆท่ามกลางหุบเขา พี่ที่ไปด้วยกันเล่าให้ฟังว่า สมัยก่อนที่นาเกลือนี้เดิมจะเป็นอำเภอที่ข้าราชการ ที่ไม่เป็นที่รักของผู้มีอำนาจ มักจะถูกเด้งมาที่นี่เพราะสมัยก่อนห่างไกลความเจริญมาก แต่ผมว่าดูเงียบสงบน่าอยู่ดีออก สถานที่ท่องเที่ยวสำคัญอีกแห่งที่สามารถจะเดินทางไปได้ คือที่ทำการภูฟ้า ก็อยู่ห่างออกไปอีกราว 20กม. ซึ่งชาวบ้านบอกเล่าว่าเป็นโครงการในสมเด็จพระเทพฯ ที่จะมีขายสินค้าพื้นเมืองต่างๆ ในโครงการภูฟ้า แต่หลังจากซาวน์เสียงเพื่อนๆในกลุ่มแล้ว ก็มีมติว่ากลับที่พักดีกว่า เพราะเขาต้องการกลับไปดูนกกันต่อ ( กลุ่มผมก็งี้แหละ นกมาอันดับหนึ่งเสมอ เฮ้อ... )
ในระหว่างทางกลับที่พัก ก่อนถึงที่ทำการอช. ซัก4 กม. ผมก็ขอเพื่อนลงระหว่างทางเพื่อขอเดินกลับเอง เพราะตอนขามาผมสังเกตเห็นจุดสวยๆอยู่หลายแห่งที่น่าจะถ่ายรูปไว้ ก็เลยขอลงซะเลย ผลปรากฏว่าแทนที่จะเป็น
กลับมาพูดถึงอช.ภูคา การขึ้นไปพิชิตยอดดอยนั้นผมยังไม่มีโอกาสได้ขึ้นไปเลย คงต้องโอกาสหน้า แต่ก็มีรูปสวยๆมาฝากด้วย ทิวทัศน์ของอช.ดอยภูคานั้น จะเป็นลักษณะของเทือกเขาสลับซับซ้อน ต้นไม้ก็ไม่ใหญ่นัก ที่ขึ้นชื่อของที่นี่ก็คือ การชมต้นชมพูภูคาซึ่งถือว่าเป็นพันธุ์ไม้หายาก และใกล้สูญพันธุ์ชนิดหนึ่งของโลก ดอกจะเป็นสีชมพู จึงตั้งชื่อตามสถานที่พบ แต่ดอกจะออกในช่วงกพ.-มีนา นอกจากชมพูภูคาแล้ว ก็ยังมีต้นไม้หายากอีกชนิดคือต้นเต่าร้างยักษ์ ซึ่งจะพบเห็นได้ที่ อช.ภูคาเพียงแห่งเดียว ในประเทศ สำหรับนักนิยมท่องป่า ศึกษาธรรมชาติ ก็เตรียมอุปกรณ์กันทากไปด้วยก็ดี เพราะในพื้นที่เดินป่า ก็มีทากพอสมควรเลยทีเดียว ผมเองก็เสียเลือดไปพอควรเหมือนกัน ให้กับทากพวกนี้ เพราะครั้งนี้ไม่ได้เตรียมตัวมา (จริงๆแล้ว ไม่คิดว่าจะมีมากกว่า) แต่ในพื้นที่อื่น อาทิจุดกางเต็นท์ หรือบ้านพัก ก็ไม่พบว่ามีทากนะครับ ไม่ต้องห่วง
เสียดายที่มีเวลาน้อยไปหน่อย ( 3วัน2คืน ) เพราะจริงๆแล้ว ในจังหวัดน่าน ยังมี อช. ที่น่าสนใจอีกหลายแห่ง ที่น่าเดินทางท่องเที่ยวมาก ไว้ถ้ามีโอกาสได้ไป จะนำมาเล่าให้ฟังนะครับ |
| << | มกราคม 2007 | >> | ||||
| อา | จ | อ | พ | พฤ | ศ | ส |
| 1 | 2 | 3 | 4 | 5 | 6 | |
| 7 | 8 | 9 | 10 | 11 | 12 | 13 |
| 14 | 15 | 16 | 17 | 18 | 19 | 20 |
| 21 | 22 | 23 | 24 | 25 | 26 | 27 |
| 28 | 29 | 30 | 31 | |||