พิมพ์หน้านี้
|
วัดร่องขุ่น จ.เชียงราย
ผมว่าน้อยคนนักที่ไม่เคยได้ยินชื่อวัดนี้ แต่คงต่างจากวัดชื่อดังอื่นๆ ที่มักจะถูกกล่าวถึงในแง่ของ หลวงพ่อนักพัฒนาบ้าง ความศักดิ์สิทธิ์ของเครื่องรางของขลังบ้าง หรืออาจจะเป็นเรื่องของพระชื่อดัง แต่ปล่าวเลย วัดร่องขุ่นกลับมีชื่อเสียงขึ้นมา จากการที่มีศิลปินนักวาดภาพชื่อดังระดับประเทศ ประกาศตนจะขอสร้างวัดถวาย ให้เป็นมรดกของชาติ โดยเริ่มก่อสร้าง ตั้งแต่ปี 2541 ศิลปินท่านนั้นก็คือ คุณเฉลิมชัย โฆสิทธิพิพัฒน์ (ถ้าเขียนชื่อผิดก็ขอประทานอภัยด้วย) ศิลปินที่มักถูกคนที่ไม่ชอบกระแนะกระแหน ว่าขี้โอ่ แต่ผมมองว่านี่คือจุดขายของความเป็นศิลปินท่านนี้
ชื่อเสียงความสวยงามของการออกแบบ ซึ่งต่างจากวัดทั่วไป เป็นที่รวมของศิลปศาสตร์หลายแขนง ทั้งงานวาด งานปั้น งานสถาปัตย์ ฯลฯ ทำให้วัดร่องขุ่นมีความโดดเด่นเป็นอย่างมาก ปัจจุบันถูกจัดไว้เป็นหนึ่งในทริปหลัก ของการท่องเที่ยวหลักของเมืองเชียงรายไปแล้ว ทุกครั้งที่ได้ไปเชียงราย ผมจะต้องผ่านวัดนี้ทุกครั้ง แต่ไม่เคยมีโอกาสได้แวะเยี่ยมชมเลย จนกระทั่ง เมื่อต้นปีที่ผ่านมา 50 ผมตั้งใจไว้เลยว่า มาเชียงรายเที่ยวนี้ต้องไปเก็บภาพมาให้ได้ อุปกรณ์ก็พร้อม ทุกอย่างพร้อม ก็ลุยเลย
หลังจากกลับลงมาจากภูชี้ฟ้า ผมแวะเอาบรรดากระเป๋าเดินทาง เป้ ฝากไว้ที่สถานีขนส่ง หิ้วกระเป๋ากล้องพร้อมขาตั้งกล้อง แล้วก็จับรถโดยสารสายเชียงราย-พาน ระยะทางจากตัวเมืองเชียงรายประมาณ 13 กิโลเมตร ก็ลงรถที่สามแยกบ้านร่องขุ่น
จากสามแยก เดินไปอีกประมาณ 50-100 ม. ก็ถึงตัววัด ความโดดเด่นของสีขาวบริสุทธิสะท้อนกับกระจกซึ่งประดับตกแต่งอยู่ เมื่อสะท้อนกับแสงอาทิตย์แล้ว สวยงามมาก แม้แต่ภาพที่ผมถ่ายออกมาก็มีความรู้สึกว่า ไม่ได้สะท้อนความสวยงามที่แท้จริงอย่างที่ตาเห็น คงเพราะเราฝีมือไม่ดีแน่เลย
การจัดการบริหารของวัดมีระเบียบเรียบร้อยมาก ต่างจากวัดโดยทั่วไป ผมประทับใจตรงจุดนี้มาก อยากให้ที่อื่นๆ เอาไปใช้บ้าง จุดเด่นของวัดร่องขุ่นคือ ตัวอุโบสถ ที่มีลวดลายวิจิตรบรรจง รวมถึงพระประธานที่สวยงาม แต่ทางวัดไม่อนุญาตให้เข้าไปถ่ายภาพภายในได้ เนื่องจากกลัวว่า แสงแฟรชจากกล้องถ่ายรูป จะไปทำลายภาพเขียนภายในอุโบสถ (อันนี้ผมเข้าใจเอาเองนะครับ พอดีไม่ได้อ่านประกาศของทางวัด) ก็เลยได้แต่เก็บภาพเพียงภายนอก
เท่าที่ทราบมา สิ่งก่อสร้างภายในวัดนั้น ที่เห็นนี้ยังถือว่ายังเสร็จเพียงไม่กี่เปอร์เซ็นต์ ของความตั้งใจของอาจารย์เฉลิมชัย ยังสวยงดงามขนาดนี้ ผมลองจินตนาการดูว่าถ้าเสร็จสมบูรณ์ ความสวยงามจะขนาดไหน ไม่รู้ชั่วชีวิตผม จะทันเห็นไม๊ (บ่นประสาคนเกือบแก่เลย) ผมได้แต่คาดหวังว่า ลูกหลานในอนาคตจะช่วยกันดูแลงานศิลปะนี้ไว้ตลอดไป
เก็บภาพอยู่ร่วม 3 ชั่วโมง พยายามเก็บทุกมุมมองไว้ เอาไว้เปรียบเทียบกับภาพในอนาคตว่าจะเปลี่ยนแปลงอะไรไปบ้าง ความสวยงามจะคงอยู่ตลอดไป เหมือนที่อาจารย์เฉลิมชัย ตั้งใจไว้หรือเปล่า ผมเสียดายอยู่อย่างเดียวในการมาในครั้งนี้ เนื่องจากไม่ได้พบกับอาจารย์ เพราะท่านพาลูกศิษย์ไปประชุมดูงานนอกสถานที่พอดี รวมทั้งห้องแสดงภาพเขียนก็ปิดแสดงในวันนั้นด้วย
ผมก็เลยตั้งใจไว้ว่า อีกซัก 4-5ปี จะกลับมาดูความเปลี่ยนแปลงใหม่อีกครั้ง ว่าความสวยงามที่เห็นในวันนี้ จะยิ่งสวยงามขึ้นมากมายเพียงใด แล้วผมจะกลับมาอีกครับ |