พิมพ์หน้านี้
|
เชื่อไม๊ครับ ว่าในเมืองไทยช่วงหน้าร้อนต้นพฤษภา อุณหภูมิ ไม่ถึง 20 องศา ก่อนนี้ผมก็ไม่เชื่อ จนกระทั่งเมื่อปีที่แล้ว เพื่อนชาวนก (เพื่อนๆผมเป็นนักดูนกกันทั้งนั้น เว้นผมนะ) ชวนผมไปเที่ยวที่ช่องเย็น ชื่อนี้อย่าว่าเชยเลย ผมเพิ่งเคยได้ยินนี่แหละ ยังนึกว่าคงจะต้องอยู่แถวๆเชียงราย หรือเชียงใหม่แน่ๆเลย แต่ผมก็ไปบ่อยนะไม่เคยได้ยินมาก่อน แต่ที่ทำให้ผมต้องแปลกใจ ก็ตอนที่เพื่อนผมเขาบอกว่า อยู่แถวกำแพงเพชรนี่เอง เลยจากนครสวรรค์ไปไม่เท่าไหร่ ผมเลยสงสัยว่าแล้วทำไมเขาเรียกช่องเย็นละ ทริปนี้เราออกเดินทางต่างจากทุกทริปที่ผ่านมา คือออกกันตั้งแต่ตี 2 มืดๆเลย กะจะเช้ามืดที่กำแพงเพชร เรามาแวะทานอาหารเช้ากันแบบชาวบ้านที่ตลาด ตรงแยก อ.ขลุง ซึ่งจากจังหวัดนครสวรรค์ใช้ทางหลวงแผ่นดินหมายเลข 1 ถนนพหลโยธิน ถึงอำเภอขลุงแล้วเลี้ยวซ้ายเข้าสู่ทางหลวงจังหวัดหมายเลข 1242 ไปประมาณ 40 กิโลเมตร เลี้ยวขวาเข้าทางหลวงจังหวัดหมายเลข 1072 ไปอีก 10 กิโลเมตร จะพบสี่แยกคลองลาน ให้เลี้ยวซ้ายเข้าทางหลวงจังหวัดหมายเลข 1117 ถนนคลองลาน-อุ้มผางประมาณ 15 กิโลเมตร จะถึงที่ทำการอุทยานแห่งชาติแม่วงก์ เราแวะพบหัวหน้าอุทยานเพื่อติดต่อเรื่องบ้านพักรับรอง เพราะพี่ที่มาในกลุ่มรู้จักกับท่านหัวหน้า จึงได้เป็นบ้านพักรับรองของหัวหน้าให้เป็นที่พักแทน ขอบอกเพื่อนๆที่คิดจะไปเที่ยวที่นี่ก่อนว่า ให้เตรียมพวกสเปร์ตระไค้หอมไปด้วย เพราะที่นี่ตัวคุ่นเยอะมาก ขึ้นชื่อของที่นี่เลยละ แต่ผมโชคดีไม่โดนตัวคุ่นต่อยเลย ที่อุทยานแห่งชาติแม่วงศ์นี้ จัดเป็นที่ดูนกที่มีชื่อที่หนึ่ง นอกจากนี้ยังเป็นจุดเริ่มต้นสำหรับผู้นิยมเดินป่าขึ้นดอย สำหรับ โมกูจู ยอดดอยแห่งความทรหดที่หลายคนอยากไปให้ถึง หลังจากติดต่อเรื่องที่พักเรียบร้อยแล้ว เราก็เดินทางต่อ จากจุดที่ทำการฯ เราก็แวะกันตลอดทางเพราะเพื่อนๆ เขาหยุดดูนกกัน ช่วงที่เราไป นกค่อนค่างเยอะทั้งเหยี่ยว ไต่ไม้ และสารพัดนก เราแวะพักอีกครั้งก่อนถึงช่องเย็น ที่จุดชมวิวกิ่วกระทิง ซึ่งเป็นจุดที่อยู่ในโค้งของหุบเขา ลมเย็นๆเริ่มพัดมาให้รู้สึกได้ หลังจากนั่งดูนกกันพักใหญ่ เราก็เดินทางกันต่ออีกประมาณ 12 กม.ก็ถึงช่องเย็น สุดปลายถนน และเป็นจุดหมายปลายทางของทริปนี้ ครั้งแรกที่มาถึง ผมร็สึกว่าสนามหญ้าสำหรับกางเต๊นท์เนื้อที่ไม่กว้างนัก ตั้งอยู่บนหน้าผาที่ความสูง 1,340 เมตร มองเห็นวิวไปไกลสุดลูกหูลูกตา ผ่านทิวเขาสลับซับซ้อน ด้านหลังเป็นยอดเขาเล็กๆ นี่เหรอที่เขาเรียกช่องเย็น ผมรู้สึกเฉยๆนะ หลังจากขนข้าวของสัมภาระเข้าพักที่บ้านพักรับรอง เพื่อนๆก็พากันออกไปดูนกกันตามระเบียบ ช่วงแรกที่เข้าป่าดูนก ผมแทบไม่เห็นนกเลย แต่เจอเพื่อนเก่าแทน คือน้องทากอีกละ เลยต้องถอยออกมาตั้งหลักใหม่ โดยผมเปลี่ยนไปเดินดูนกบนถนน โดยเดินย้อนกลับไปตามเส้นทางไปกิ่วกระทิง กลับเจอนกมากมาย ทั้งกระรอก และผีเสื้อสวยงาม ดูได้ซักพักก็มีการวิทยุตามตัวให้กลับไปทานข้าวบ่ายกัน ช่วงบ่ายหลังจากทานอาหารและนอนพักผ่อนกันสายหน่อยก็ออกดูนกกันอีกรอบ ผมวกกลับไปยังบริเวณกิ่วกระทิงอีกครั้ง และสมหวังเที่ยวนี้นกกลับมากกว่าเดิมอีก เลยเพลินดูนกกันจนเกือบค่ำ ก็กลับที่พักกัน เที่ยวนี้บอกได้เลยว่าไม่ได้มาชมวิวจริงๆ เพราะผมรู้สึกว่าไม่มีวิวให้ชม แต่เป็นการมารับอากาศที่บริสุทธิจริงๆ และดูนก ผมเห็นว่านี่หน้าร้อน ช่วงนั้นกรุงเทพร้อนมากๆ ผมเลยเอามาแต่เสื้อกล้ามกะเสื้อยืด แต่ที่ไหนได้พอตกค่ำเท่านั้น ช่องเย็นแก่สำแดงฤทธิ์ให้เห็นถึงสมญา ที่ไม่ได้มาเพราะโชคช่วย เล่นเอาเกือบไม่ได้นอน เพราะความหนาวเย็นนั่นเอง หนาวขนาดไหนคุณคิดดูเอาเอง ตื่นมาตอนเช้า หายใจเป็นควันตอนมีแดดละกันละ ช่วงหน้าร้อนแท้ๆเลย ผมยังนึกเลยว่า นี่ถ้ามาซักช่วงปลายธันวาจะเป็นไงเนี่ย ไม่แข็งตายเหรอ ผมรีบตื่นแต่เช้ามืด เพราะหนาวจนนอนไม่ลง และอีกอย่างก็คืออยากดูทะเลหมอกของที่นี่ และไม่ผิดหวังจริงๆครับ ทะเลหมอกที่นี่สวยงามมาก และไม่เหมือนที่อื่นที่ผมได้เคยเห็น คือจะค่อยๆมีสายหมอกเคลื่อนไปตามไหล่เขา ช่องเขา เมื่อเรามองจากจุดชมวิวที่ช่องเย็น จะเห็นภาพสายหมอกไหลเข้ามาหาเรา เหมือนกับสายน้ำที่ไหลไปตามลำน้ำ ไม่ใช่อยู่นิ่งๆ เหทือนกับที่อื่น ยอมรับว่าประทับใจจริงๆ ชีวิตของพวกเราที่นี่ มีแต่ดูนกทั้งวัน แถมคืนด้วย (ใช้สปอตไลท์ส่องพวกนกฮูก) นี่แหละชีวิตคนดูนก แต่เนื่องจากนกที่นี่เยอะจริงๆ ทำให้ผมไม่รู้สึกเบื่อเลย ทั้งที่ไม่ได้เป็นนักดูนกเหมือนเพื่อนคนอื่น เราอยู่ที่นี่ 3วัน 2 คืน แต่มีความสุขมากที่ได้อยู่ในที่เย็นๆ ในหน้าร้อนแบบนี้ เที่ยวกลับเราแวะที่แก่งผาคอยนาง เพื่อตามดูนกที่หายากพันธุ์หนึ่ง เพื่อนผมบอก แต่ผมไม่รู้ว่าพันธุ์อะไรหรอก เพื่อนบอกแต่ลืมไปแล้ว แต่ก็ไม่เจอ จากนั้นเราแวะร่ำลา ท่านหัวหน้าอุทยาน แต่ไม่พบ เนื่องจากไปราชการ ผมคิดว่าถ้ามีโอกาสอยากกลับมาที่ช่องเย็นนี้อีกซักครั้ง แต่ขแงเป็นปลายธันวาคม เพราะผมสงสัยจริงๆว่า ถ้าเป็นหน้าหนาวแล้ว ช่องเย็นจะหนาวขนาดไหน ถ้ามีโอกาสจะเอามาเล่าให้ฟังกันอีก ภาพประกอบในทริปนี้ผมไม่ได้ถ่ายเองหรอกครับ ขอยืมเขามา ก็ขอขอบคุณ Mr. Yodded Yoo-Aun สำหรับภาพประกอบที่สวยงาม แถมยังไม่ได้ขออนุญาติด้วยครับ |