พิมพ์หน้านี้
|
ตอนที่2 จากแม่สะเรียง ปลายทางที่อมก๋อย ก็กลับมาว่ากันต่อ นะครับ หลังจากออกจากน้ำตกแม่สุรินทร์ ตลอดเส้นทางที่จะไปแม่สะเรียง เส้นทางค่อนข้างอันตรายมาก มีโค้งมากมาย และวิ่งบนเขาสูง ผมว่าถ้าให้ดีควรหาคนขับรถที่ชำนาญเส้นทางจะเป็นการดีมาก การเดินทางในช่วงนี้เป็นไปอย่างเชื่องช้ามาก จนผมรู้สึกอึดอัดมาก ประมาณว่าถ้าลงไปวิ่งได้ผมคงวิ่งเร็วกว่ารถซะอีก แต่อาจจะเพราะเริ่มค่ำแล้วทำให้มองเห็นภายนอกได้ไม่ชัดเจน ผมจึงคาใจมากว่า เส้นทางข้างนอกอันตรายจริงอย่างที่คนขับบอกหรือเปล่า กว่าจะถึงแม่สะเรียงก็ราวๆ 2 ทุ่ม เป็นเมืองเล็กที่เงียบสงบมาก ยังค่ำอยู่แท้ๆ แต่แทบไม่เห็นรถวิ่งไปมาเลย ที่เห็นก็เป็นรถของนักท่องเที่ยวซะมากกว่า กว่าจะวนหาร้านอาหารได้เล่นเอาหิวแทบเป็นลมเอาเหมือนกัน เราจัดการอาหารมื้อนั้นกันอย่างง่ายๆ และรวดเร็ว เพราะปลายทางที่พักคืนนี้ยังอีกไกล เนื่องเพราะอย่างที่บอก เราเสียเวลาอย่างมากในช่วงแม่สุรินทร์-แม่สะเรียง พอออกจากแม่สะเรียงได้ คนขับของผมซึ่งเป็นคุณลุงท่าทางใจเย็น ซึ่งก็เย็นจนเชื่องช้า ก็ยังรักษาไสตร์การขับเหมือนเดิมจนเพื่อนผมทนไม่ไหว แซวขึ้นท่ามกลางความเงียบว่า ลุงๆระวัง เมื่อกี้ผมเห็นเต่ามันวิ่งตามมากัดล้อแนะ ได้ยินเท่านั้นแหละ ลุงแกเปลี่ยนเป็นคนละคนไปเลย กลายเป็น ชูมัคเกอร์ขึ้นทันที ภายหลังมุขเต่ากัดล้อ เลยกลายเป็นมุขเด็ดประจำกลุ่มไปเลย เวลาเข้าป่า เราเดินทางถึงที่พักที่ สถานี เรดาร์ฝนหลวง ก็เกือบเที่ยงคืนแล้ว แต่แม้จะเป็นช่วงมืดแล้วแต่ผมรู้สึกได้เลยว่า ที่นี่จะต้องสวยเป็นอย่างมากแน่ๆ ก็จะขอกล่าวถึง สถานี เรดาร์ฝนหลวง โดยที่ สถานี เรดาร์ฝนหลวง นี้ตั้งอยู่ที่ ตำบลยางเปียง อำเภออมก๋อย จังหวัด เชียงใหม่ จุดเริ่มต้นของโครงการฝนหลวง เนื่องมาจากการที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ได้เสด็จเยี่ยมราษฎรในจังหวัดต่างๆเป็นประจำ ได้ทรงพบเห็นท้องถิ่นหลายๆแห่งประสบปัญหาความแห้งแล้ง หรือขาดแคลนน้ำเพื่อการอุปโภค บริโภค และการทำเกษตร โดยเฉพาะอย่างยิ่งในฤดูเพาะปลูก เกษตรกรจะประสบความเดือดร้อน ทุกข์ยากมาก เนื่องจากบางครั้งฝนได้ทิ้งช่วงนานหรือภาวะฝนทิ้งช่วงเกิดในระยะวิกฤติของพืชผล คือพืชอยู่ในระยะที่กำลังให้ผลผลิตต่ำ หรืออาจจะไม่มี ผลผลิตให้เลย เป็นต้น ดังนั้นภาวะฝนแล้ง หรือฝนทิ้งช่วงใน แต่ละครั้ง/แต่ละปีจึงสร้างความเดือดร้อน และความสูญเสียทางเศรษฐกิจแก่เกษตรกรเป็นอย่างสูง จึงเกิดโครงการฝนหลวงขึ้นเพื่อแก้ปัญหานี้ขึ้นมา นอกจากเรื่องขาดน้ำแล้ว จากเหตุการหมอกควันพิษ ที่เพิ่งเกิดเมื่อไม่นานมานี้ ที่ครอบคลุมพื้นที่ภาคเหนือเป็นวงกว้าง หน่วยงานฝนหลวงก็มีบทบาทเป็นอย่างมาก ในการขึ้นไปทำฝนเทียมเพื่อลดภาวะกลุ่มควัน จนในที่สุดก็พ้นวิกฤติไปได้ ทีนี้ก็วกกลับมาคุยกันเรื่องเที่ยวกันต่อ จากนี้ไป เป็นการเที่ยวนอกแผนที่ท่องเที่ยวกันละ ผมไม่เข้าใจเลยว่า ทำไมพื้นที่นี้จึงหลุดออกจากสารบบพื้นที่ท่องเที่ยวไปได้ ผมว่าในย่านนี้เป็นจุดท่องเที่ยวที่สวยงามมากไม่แพ้เส้นทางแม่ฮ่องสอนเลย แถมยังมีความบริสุทธิ์อยู่สูงมากๆ ผมไม่แน่ใจว่ายังจำเรื่องข่าวของช้างแมมมอท กันได้หรือเปล่า ช้างที่มีขนยาวคลุมตัวนั่นแหละ สถานที่มีช้างที่ว่านั้นก็คือ ที่นี่อมก๋อยนี่แหละ ผมรีบตื่นแต่เช้า เพราะตั้งใจว่าจะชมทะเลหมอก เพราะพี่ที่เป็นเจ้าหน้าที่ที่ศูนย์เรดาห์บอกว่า ทะเลหมอกตอนเช้าของที่นี่สวยมาก แต่เพราะความเพลียทำให้ตื่นสายไปหน่อย แต่ก็ทันได้ดูทะเลหมอกจนได้ พอสายหน่อยเราก็ออกเดินทางเที่ยวกันในระแวกใกล้ๆ ซึ่งก็คือเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าอมก๋อย ซึ่งขอบอกเลยว่าในศูนย์รักษาพันธุ์สัตว์ป่าที่นี่ มีหมีเยอะมาก และมีบ้านพักที่น่าอยู่จริงๆ นึกว่าเป็นรีสอร์ทซะด้วยซ้ำไป เราไม่รู้มาก่อนว่าในที่อย่างนี่จะมีที่พักที่น่าอยู่อย่างนี้ ยังคุยกันเลยว่าเที่ยวหน้ามา จะต้องจองที่พักที่นี่ไว้แน่เลย เดิมเป็นบริเวณที่ดินที่ได้กำหนดให้เป็นเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าแม่ตื่น จังหวัดตากและเชียงใหม่ พื้นที่ของเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าอมก๋อย อยู่ในท้องที่ตำบลยางเปียง ตำบลม่อนจอง อำเภออมก๋อย ตำบลมืดกา อำเภอดอยเต่า จังหวัดเชียงใหม่ และตำบลบ้านนา อำเภอสามเงา จังหวัดตาก พื้นที่เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าอมก๋อย มีสิ่งที่น่าสนใจมากมาย เช่น ถ้ำ มีค้างคาวชนิดต่างๆ จำนวนมากอาศัยอยู่ เช่น ดอยสองพี่น้อง และมีน้ำตกที่สวยงามอยู่หลายแห่ง เช่น น้ำตกอุ้มปาด น้ำตกผักไผ่ น้ำตกห้วยริน น้ำตกห้วยหลวง น้ำตกห้วยบางนอน และน้ำตกห้วยตา เป็นต้น และแหล่งที่อยู่อาศัยของกวางผา บริเวณดอยม่อนจอง ซึ่งมีเขาหินสูงชัน มีความยาวของเทือกเขาถึง 6 กม. มีนกที่สำคัญ ๆ หลายชนิดอาศัยอยู่ และเป็นบริเวณที่มีสัตว์ป่าอยู่หนาแน่นชุกชุมมาก เช่น ช้างป่า เสือโคร่ง เก้ง เป็นต้น และยังมีทะเลสาบขนาดใหญ่ตลอดแนวเขตฯ ด้านทิศตะวันตก ดอยม่อนจอง ถือเป็นไฮไลท์สำคัญที่สุดของบริเวณนี้ แต่การเข้าไปเที่ยวจะต้องขออนุญาตก่อนทุกครั้ง โดยขออนุญาตที่ป่าไม้บางเขน หรือติดต่อขออนุญาตโดยตรงที่หน่วยพิทักษ์ป่าดอยม่อนจอง และการเดินทางก็เป็นไปอย่างยากลำบากไม่ใช่ย่อยเหมือนกัน เสียดายที่ไม่ได้ขึ้นไป เพราะพี่ที่ศูนย์บอกว่าต้องใช้เวลาเดินประมาณ3 วัน แต่ผมก็ได้นัดหมายกันไว้แล้วว่า จะต้องมาที่ม่อนจองให้ได้ ระหว่างทางกลับที่พัก เราแวะที่จุดชมวิว ซึ่งเป็นบริเวณยอดดอย เสียดายจำชื่อไม่ได้ อยู่กลางทาง ระหว่างสถานีเรดาห์กับ ศูนย์รักษาพันธุ์สัตว์ป่า มองเห็นวิวทิวเขาซ้อนกันไป สุดลูกหูลูกตา ถึงบริเวณนี้จะมีสถานที่ท่องเที่ยวไม่มากนัก แต่รับรองได้ถึงความสวยงาม เราพักกันอยู่ที่นี่ 2 คืนก่อนออกเดินทางกลับกรุงเทพ โดยระหว่างทางออกจากอมก๋อยก็มีอีกสถานที่ท่องเที่ยวน่าสนใจคือ สวนสนบ่อแก้ว เขาบอกว่าสวยงามเหมือนสวิตเซอแลนด์เลยที่เดียว และอีกสถานที่คือ ออบหลวง เสียดายที่ไม่ได้แวะ เพราะจำเป็นต้องรีบกลับกรุงเทพเสียก่อน แล้วเที่ยวหน้าผมจะแวะเก็บภาพสวยๆ และรายละเอียดเพิ่มเติม มาเล่าให้ฟังอีกครั้งครับ |