• อึ่งปากขวด
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • email : tongyen@hotmail.com
  • วันที่สร้าง : 2007-04-09
  • จำนวนเรื่อง : 20
  • จำนวนผู้ชม : 3941
  • จำนวนผู้โหวต : 4
  • ส่ง msg :
<< เมษายน 2008 >>
อา พฤ
    1 2 3 4 5
6 7 8 9 10 11 12
13 14 15 16 17 18 19
20 21 22 23 24 25 26
27 28 29 30      



วันศุกร์ ที่ 18 เมษายน 2551
รำลึกถึงสืบ นาคะเสถียรที่เชี่ยวหลาน
Posted by อึ่งปากขวด , ผู้อ่าน : 86 , 19:31:48 น.  
พิมพ์หน้านี้


     วันนั้นระหว่างการเดินทางไปท่องเที่ยวที่เขื่อนเชี่ยวหลาน  สุราษฎร์ธานี  ขณะที่เรือแล่นไปยังเเพจุดหมายปลายทาง  ผ่านขุนเขาสูงทะมึน  เขียวชะอุ่มไปด้วยต้นไม้หนาทึบ หน้าผาหินสูงชันเปรียบดังกำแพงหินธรรมชาติที่กั้นหุบเขาไว้เป็นห้อง สลับชั้นเชิงอย่างสวยงามชวนตะลึง    ผู้เขียนอดที่จะย้อนรำลึกถึงวีรบุรุษนักอนุรักษ์ “สืบ นาคะเสถียร”ไม่ได้ 

         เรื่องราวเกี่ยวกับการอพยพสัตว์ป่าจากเขื่อนเชี่ยวหลานที่เคยอ่านจากนิตยสาร”สารคดี”ฉบับประมาณปี 2533 ย้อนเข้ามาในห้วงความทรงจำ        ยิ่งเมื่อได้คุยกับชายหนุ่มคนท้องถิ่นที่เล่าถึงเรื่องราวที่มาและปัญหาต่างๆในการสร้างเขื่อนแห่งนี้  ก็ยิ่งรำลึกถึงสรรพชีวิตจำนวนนับไม่ถ้วนที่จมอยู่ใต้น้ำหลังสร้างเขื่อน    คงไม่เป็นการ”ฟื้นฝอยหาตะเข็บ”ถ้าจะทบทวนถึงเหตุการณ์ในช่วงนั้น   เพราะเผอิญกลับถึงบ้านเปิดตู้หนังสือก็พบ”สารคดี”เล่มนั้นพอดี   จึงขออนุญาตนำบทสัมภาษณ์ของคุณสืบ  จากสารคดีเล่มนั้น มาเผยแพร่ให้เราๆท่านๆได้อ่านอีกครั้งนอกจากจะเพื่อรำลึกถึง

ปูชนียบุคคลผู้เป็นนักอนุรักษ์อย่างคุณสืบแล้ว   ยังเป็นอุทาหรณ์ให้เราคิดถึงผลงานการทำร้ายธรรมชาติของมนุษย์  ครั้งแล้วครั้งเล่า     จนเป็นที่ตระหนักแก่ใจของเราทุกคนในพ.ศ.นี้ว่าเรากำลังถูกเอาคืนอย่างหนักหน่วงและรุนเเรงแล้วจากปัญหาโลกร้อนและปัญหาจิปาถะอื่นๆอีกมากมาย

ข้อความตอนนี้    ตัดตอนมาจากบทสัมภาษณ์ครั้งสุดท้ายของสืบ  นาคะเสถียรโดยวันชัย

ตันติวิทยาพิทักษ์      ในนิตยสาร”สารคดี “ฉบับที่ 68 ปีที่6

ตุลาคม 2533

“  สารคดี:ในฐานะที่คุณสืบเป็นผู้รับผิดชอบโครงการอพยพสัตว์ป่าในเขื่อนเชี่ยวหลาน  อยากให้ลองตั้งข้อสังเกตเกี่ยวกับผลกระทบของเขื่อนเชี่ยวหลาน

สีบ:เดิมทีผมคิดว่าป่าบริเวณนั้นเป็นป่าที่ลุ่มต่ำ  ซึ่งเป็นที่รวมของความอุดมสมบูรณ์มาก  หมายถึงเป็นพื้นที่ที่รวมพวกธาตุอาหารของพื้นที่ลุ่มน้ำไว้ คือลักษณะของพื้นที่ที่ต่ำกว่าส่วนของพื้นที่ที่เป็นที่รับน้ำ  ปกติมีคำจำกัดความว่าบริเวณพื้นที่ลุ่มต่ำ สูงไม่เกิน 300เมตร ในกรณีที่ภูมิประเทศโดยทั่วไปสูงโดยเฉลี่ยตั้งแต่ 100-1000 เมตร  ที่ลุ่มต่ำก็คือบริเวณที่ต่ำระดับประมาณ 300เมตรลงไป  ลักษณะของอ่างเก็บน้ำที่คลองแสงมันรวมเอาความอุดมสมบูรณ์โดยที่น้ำจะชะตะกอน  ดิน  ธาตุอาหารอะไรต่างๆลงสู่ลุ่มน้ำคลองแสง  แล้วก็ไหลไปรวมกันที่คลองพุมดวง  บริเวณนี้อุดมสมบูรณ์มาก โดยเฉพาะบริเวณภาคใต้  เป็นที่รวมความอุดมสมบูรณ์ชองป่าดงดิบ   ที่ลุ่มของแม่น้ำตาปีตอนบน  ซึ่งบริเวณนั้นเป็นที่อยู่อาศัยของสัตว์ป่านานาชนิด  การไฟฟ้าเคยสำรวจว่ามีสัตว์ป่า  100กว่าชนิด  แต่ที่เราสำรวจตามอีกครั้งเพื่อประเมินผลกระทบก่อนที่จะมีการสร้างเขื่อน  เราพบว่ามี200กว่าชนิด   พอเอาเข้าจริงๆหลังจากที่ได้มีการช่วยเหลือและสำรวจเพิ่มเติมบริเวณพื้นที่ลุ่มน้ำคลองแสง  ปรากฎว่ามีสัตว์ป่าถึง   300  กว่าชนิด  ซึ่งบริเวณนั้นนับว่าเป็นพื้นที่ที่รวมเอาความหลากหลายไว้  อันนี้ไม่รวมถึงพวกพืชนะ  เพราะว่าไม่มีใครสำรวจกันว่ามีพืชที่หายากหรือเปล่า  แล้วมีกี่ร้อยชนิด   เพียงแต่มีการสำรวจว่า  ไม้ในบริเวณที่จะเป็นอ่างเก็บน้ำจะมีปริมาตรเท่าไร  คิดเป็นเงินต่อลูกบาศก์เมตรเท่าไร   ไม้ชนิดไหนบ้าง  ในแง่การประเมินคุณค่าของทรัพยากรไม่ได้ทำเหมือนกับสัตว์ป่า  มีการสำรวจชนิดออกมาบ้าง  แต่ผลกระทบอย่างจริงจังไม่สามารถจะบอกได้อย่างชัดแจ้ง  เพราะยกตัวอย่างจำนวนชนิด  เราไม่สามารถบอกได้ชัดว่ามีอะไรบ้าง  การประเมินผลกระทบย่อมทำได้ยาก

               หลังจากที่ได้มีการช่วยเหลือสัตว์ป่าช่วงที่มีการกักเก็บน้ำแล้ว   ทำให้เราเห็นว่ามีสัตว์ตั้งหลายชนิดที่ไม่สามารถช่วยเหลือตนเองให้หนีน้ำออกไปได้  อย่างพวกเม่น  กระจง หรือสัตว์ใหญ่หายากอย่างพวกเลียงผา   ถึงแม้มันจะอาศัยอยู่บนเขาที่เป็นหน้าผาชัน  แต่ว่าพื้นที่ตอนล่างอย่างบริเวณที่เป็นที่ลุ่ม  มีดินบริเวณตีนเขาหินปูน  มีความสำคัญมากต่อการที่มันจะมีชีวิต  หาอาหารกินได้  เพราะมันจะต้องลงมาหาอาหารข้างล่างแล้วขึ้นไปอาศัยนอนข้างบนตามถ้ำ

                เราพบว่าสัตว์ป่าได้รับผลกระทบมาก  การแก้ไขโดยการช่วยเหลือ  เพื่อเอาสัตว์ป่าที่เหลือรอดชีวิตบางตัวออกมาจากส่วนที่ติดค้างบนเกาะ  ยังทำได้น้อยมาก  ถ้าประเมินว่าบริเวณนั้นเป็นที่อยู่อาศัยที่อุดมสมบูรณ์ของสัตว์ป่าแล้ว   การช่วยเหลือมันบอกเป็นตัวเลขไม่ได้ เพราะเราไม่รู้ว่ามีสัตว์กี่ร้อยตัว  และช่วยออกมาได้กี่ตัว   แต่จากการทำงานในช่วงที่ช่วยเหลือ  เราทำได้ประมาณร้อยละ  15  ของพื้นที่หรือเกาะทั้งหมดเท่านั้นเอง     เกาะใหญ่ๆเราไม่สามารถจะต้อนจับสัตว์ใหญ่ๆออกมาได้หมด  มีสัตว์ที่หลงค้างอยู่อีกมาก

                 ผลของการที่มีราษฏรเข้าไปใช้พื้นที่มีผลกระทบต่อสัตว์มาก   ถ้าเราไม่ช่วยเหลือสัตว์ออกมา  พวกราษฎรที่เข้าไปอยู่ทุกแห่งบริเวณอ่างเก็บน้ำก็ถือโอกาสล่าสัตว์เหล่านั้น

                สัตว์ที่ช่วยมาส่วนใหญ่อยู่ในสภาพอ่อนแอ  อาจจะเจ็บป่วย  ไม่สบาย  หรือว่าอยู่ในสภาพที่ไม่สามารถช่วยเหลือตนเองได้   เมื่อนำไปปล่อย  มันก็จะต้องไปปรับตัวให้เข้ากับถิ่นที่อยู่ใหม่  เรียกว่าจะต้องไปต่อสู้แก่งแย่งกับสัตว์ชนิดเดียวกัน  หรืออาจจะต้องประสบภัยกับการมีศัตรูตามธรรมชาติ   ซึ่งความอ่อนแอของมันทำให้มันตกเป็นเบี้ยล่างของศัตรูได้ง่าย 

                  ยังมีปัญหาเรื่องการแก่งแย่งพื้นที่  สัตว์แต่ละอย่างย่อมมีอาณาเขตในการยึดครองพื้นที่เพื่อประโยชน์ในการมีอาหารเพียงพอ  หรือมีสถานที่ปลอดภัยในการเลือกคู่ผสมพันธุ์  อะไรต่างๆเหล่านี้ทำให้มันต้องแก่งแย่งกัน

                 แล้วในบริเวณที่ลุ่ม มีความอุดมสมบูรณ์มาก  มันย่อมมีพืชอาหารมากเป็นที่อยู่อาศัยของสัตว์มากชนิด  เมื่อเราเอาน้ำท่วมพื้นที่ที่เป็นที่ลุ่มนี้แล้ว    ส่วนที่เหลือคือบริเวณที่ระดับสูง  ความอุดมสมบูรณ์จะน้อยกว่า  ที่อยู่อาศัยจะลำบากมากกว่า  สัตว์ที่ปรับตัวอยู่ในที่ลุ่มมานานแล้ว  มันจะไม่สามารถขึ้นไปอาศัยในที่ระดับสูงได้  เพราะสัตว์แต่ละชนิดมีระดับในการหากินแตกต่างกัน

ฉะนั้น การที่เราจะเอาสัตว์ที่หากินบริเวณที่ลุ่มขึ้นไปอยู่ที่ยอดเขาคงเป็นไปไม่ได้ในการปรับตัว นานเป็นอันหนึ่งที่มีผลกระทบมาก

                   แม้แต่พวกที่สามารถอยู่ได้ทั้งบนเขาและข้างล่าง  เมื่อพื้นที่ในการอยู่อาศัยลดลง  จำนวนมันก็จะต้องลดลงตามด้วยเหมือนที่อยู่อาศัยที่สามารถรับคนให้อยู่ได้เพียง100คน  แล้วพื้นที่ถูกตัดออกไป   ส่วนที่เหลือ  100 คนก็จะไม่สามารถอาศัยได้อย่างปลอดภัย  สุขสบายเหมือนเก่า

                    เรื่องการปรับตัวของสัตว์  เราประเมินไม่ได้ว่าสัตว์ที่ปล่อยไปสามารถที่จะปรับตัวได้ไหม   บางอย่างอาจจะปรับตัวได้  แต่ใช้เวลานานเท่าไรไม่ทราบ  แล้วอีกอย่าง  การปรับตัวนั้น  ถ้าสัตว์สามารถมีชีวิตรอดได้เพียงชั่วระยะเวลาหนึ่ง ไม่สามารถอยู่รอดได้นานจนกระทั่งสืบพันธุ์จนมีลูกมีหลานต่อไปได้  ไม่สามารถคงจำนวนประชากรไว้ได้  นั่นก็ถือเป็นผลกระทบที่ไม่สามารถแก้ไข เพราะมันไม่สามารถจะสร้างประชากรกลับมาเหมือนเดิม

               ที่เห็นชัดอีกอันก็คือ เมื่อมีกิจกรรมของมนุษย์เข้าไป  ไม่ว่าจะเป็นเส้นทางที่เข้าไปในป่า หรือการที่มีการคมนาคมสะดวกขึ้นทำให้มนุษย์เข้าไปใช้พื้นที่ป่า  ป่าจะถูกรบกวนมากขึ้น  การล่าโดยผิดกฎหมาย  หรือการเข้าไปตัดไม้ ไปจับปลาบริเวณอ่างเก็บน้ำ  ทุกอย่างมีผลกระทบต่อการดำเนินชีวิตของสัตว์ป่าจากเดิมที่เคยอยู่อย่างสบายไม่มีใครรบกวน"


อ่านความคิดเห็น

ความคิดเห็นที่ 1
เสลดพังพอน วันที่ : 18/04/2008 เวลา : 19.50 น.
http://www.oknation.net/blog/jummum

สวยจังค่ะ
แสดงความคิดเห็น

  เข้าสู่ระบบ   |   สมัครสมาชิก
ชื่อ:  
อีเมล์:  
เว็บไซต์:  
ความคิดเห็น:  
   

ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน