• Delta1
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • email : u_need_it@thaimail.com
  • วันที่สร้าง : 2007-09-09
  • จำนวนเรื่อง : 82
  • จำนวนผู้ชม : 58849
  • จำนวนผู้โหวต : 145
  • ส่ง msg :
สรรพสารนิพนธ์
สารพัดข้อมูล ที่หายากยิ่งบนโลกInternet
Permalink : http://www.oknation.net/blog/only1
วันอังคาร ที่ 25 กันยายน 2550
บันทึกลับ เจ้าพระยาบดินทร์เดชาฯ (ภาค 8)
Posted by Delta1 , ผู้อ่าน : 288 , 01:25:04 น.   | หมวดหมู่ : เอกสารประวัติศาสตร์  
พิมพ์หน้านี้


บันทึกลับในราชการสงคราม  

 เจ้าพระยาบดินทร์เดชา (สิงห์)

อาญาสิทธิ์แม่ทัพใหญ่ฝ่ายตะวันออก                                        

..เอกสาร สมบัติของ..ฯขุนนคเรศฯ...

            (ภาค 8 )

(สงวนลิขสิทธิ์ เฉพาะการพานิชย์)

การยุทธที่ทุ่งซ่มป่อย

        ขุนนางผู้ใหญ่นำหนังสือบอกข้อราชการจากกองทัพหน้า กรมหมื่นนเรศร์โยธี กรมหมื่นเสนีบริรักษ์ ขึ้นกราบบังคมททูลกรม พระราชวังบวร ฯ ได้ทรงรู้สิ้นกระแสความแล้วจึ่งมีพระราชบัณฑูร ดำรัสสรรเสริญสติปัญญาความกล้าหาญ ของแม่ทัพนายกอง ทหารสยาม แลศิลปาคมของขรัวครูทั้ง ๔ ในทัพกรมหมื่นนเรศร์โยธี รักษากองทัพสยามอันตกอยู่ในที่ล้อมของทัพลาวได้โดยอัศจรรย์ ทั้งทรงตรัสเถิงความกล้าหาญชาญยุทธของพระองค์เจ้าขุนเณรแลพลอาสาพม่า ทวาย แลนักโทษสยาม ในหน่วยทะลวงฟันอาทมาตว่า " เขาได้เคยทำศึกสงครามชำนิชำนาญมาแต่ครั้งแผ่นดินพระบาทสมเด็จพระพุทธ เจ้าหลวง เมื่อครั้งศึกลาดหญ้า เขาชะงุ้มเมืองราชบุรี ครั้งนั้นเ จ้าขุนเณรได้เป็นนายทัพกองโจรไปตีกองลำเลียงพม่านับหมื่น เจ้าขุนเณรใช้พลเพียงสามร้อยก็ชำนะได้ แลตามเสด็จทัพกรมพระยาเสือ ลงไปตีทัพพม่าเถิงตะกั่วป่า ตะกั่วทุ่ง นครศรีธรรมราชก็ได้ชัยชำนะ แลทรงเป็นอาจารย์กองทัพกองโจรตลอดมา ข้าราชการทั้งหลายพึงเ ห็นความสำคัญกองทัพกองโจรเยี่ยงนี้ แม้กำลังน้อยก็พึงชำนะสตรูมากด้วยปัญญา หากมิใช่ปัญญาแลความกล้าหาญของทะลวง ฟันอาทมาตของเจ้าขุนเณร กองทัพสยามคงถูกทัพลาวละลายฆ่าตายสิ้นในป่าตะเคียนเป็นแท้เทียว ควรที่ท่านทั้งหลายจักได้ศึกษากลอุบาย การศึกกองโจรเยี่ยงนี้ แลสั่งสอนถ่ายทอดให้ไพร่พลในกองของท่าน " แล้วโปรดเกล้าฯ

         ให้พระยานรานุกิจมนตรี จัดแจงตระเตรียมกองทัพไว้ให้พร้อม เพลาสิบเอ็ดนาฬิกา จักยกทัพหลวงขึ้นไปยังค่าย ที่ทุ่งซ่มป่อยที่ทัพสยามยึดได้จากลาวนั้น

        ครั้นได้พระฤกษ์ดีแล้ว กรมพระราชวังบวรฯ ทรงเคลื่อนพลเดินทัพหลวงขึ้นสู่ยังค่ายทุ่งซ่มป่อย

        กรมหมื่นนเรศร์โยธี กรมหมื่นเสนีบริรักษ์ แลพระองค์เจ้าขุนเณร พระยา พระ หลวง นายทัพนายกองทั้งหลาย พร้อม กันเข้าเฝ้ากรมพระราชวังบวรฯ เพื่อกราบทูลข้อราชการศึกเสร็จสิ้นทุกประการ แลทูลถวายเครื่องศาสตราวุธ ช้าง ม้า  รวมกับลาวเชลย ที่หลือตายจับเป็นมาได้นั้น

                กรมพระราชวังบวรฯ ตรัสเรียกพระองค์เจ้าขุนเณร แลพระณรงค์สงคราม ให้มาเฝ้าในที่ใกล้เฉพาะพระพักตร์ จึ่งพระราชทานพระแสงดาบฝักทองคำองค์หนึ่งให้แก่พระองค์เจ้าขุนเณรเป็นรางวัล แลพระราชทานกริชสั้นด้ามงาฝักหุ้มเงิน กะไหล่ แก่พระณรงค์สงคราม  

         ทัพสยามทางด้านเหนือ เจ้าพระยาอภัยภูธร ที่สมุหนายกแม่ทัพฝ่ายเหนือ ยกกองทัพขึ้นไปเถิงเมืองหล่มศักดิ์ ในเพลา นัดหมายกับกองทัพของ พระยาเพชรพิชัย กับ พระยาไกรโกษา ทัพสยามทั้งสองจึ่งรวมกำลังกันเข้าตีกองทัพลาว เจ้าราชวงศ์จนแตกหนี ไป    เจ้าราชวงศ์ให้จับตัวพระสุริยวงศาธิบดีเจ้าเมืองหล่มศักดิ์ไปด้วย เร่งหนีทัพสยามข้ามเข้าสู่ค่ายเขาสารซึ่งเจ้าอนุตั้งค่ายหลวงอยู่นั้น

         เจ้าอนุเมื่อรู้ข่าวการศึกว่า ค่ายหนองบัวลำพู ค่ายทุ่งล้ำพี้ ค่ายทุ่งซ่มป่อย ล้วนเสียแก่ทัพสยามสิ้นแล้ว  ก็รู้ว่าภัยนั้นมาเถิงตนเป็นแท้แล้ว โทษทุกข์มรณภัยย่อมเกิดขึ้นแก่ตนแลวงษาคณาญาติ ไม่อาจหลีกเลี่ยงอาญากบถได้ จึ่งออกกลอุบายแก่ ขุนนาง ขุนทัพ ให้ถ่วงเพลาทัพสยามไว้ที่ช่องเขาสาร ตนจักได้มีเพลาพาครอบครัวตระกูลตนหนีอาญา โดยว่าจักไปปรับทัพตั้งรับสยาม ที่เมืองเวียงจันทร์  ดั่งนี้

        โดยตัวเจ้าอนุ จักไปเกณฑ์พลเพื่อตั้งรับทัพสยามที่เมืองเวียงจันทร์ ให้ พระยาสุโภ กับ ชานนท์ อันเป็นขุนนางผู้ใหญ่ อยู่รักษาค่ายช่องเขาสาร อย่าให้สยามก้าวผ่านได้แม้คนเดียว ให้ยันศึกไว้แม้ทัพลาวจักต้องตายสิ้นทุกคน

      เมื่อเจ้าอนุใช้อุบายหลอก พระยา พระ หลวง ขุนทัพ นายกอง ให้ถ่วงเพลาทัพสยามไว้ที่ช่องเขาสารแล้ว ก็นำทหารคู่ใจยกพลส่วนน้อยมุ่งสู่เมืองเวียงจันทร์โดยมิหยุดพักพล เมื่อเถิงก็ให้บุตรภรรยา เก็บทรัพย์สิ่งของที่สำคัญควรจักเก็บไปได้ กับพาญาติวงศ์ลงบรรทุกเรือใหญ่  จักหนีไปยังเขตเมืองญวนให้พ้นภัย บุตรใหญ่เจ้าอนุที่หนีไปพึ่งเจ้าญวณพร้อมด้วยกันคราวนั้นมี ดั่งนี้

   เจ้าราชวงศ์ ๑  เจ้าสุทธิสาร ๑  เจ้าไชยสาร ๑  เจ้าเถื่อน ๑  เจ้าเหม็น ๑  เจ้าช้าง ๑

   เจ้าอึ่งคำ ๑  เจ้าขัติยะ ๑  เจ้าพุทธชาติ ๑  เจ้าอิศรพงศ์ ๑  เจ้าเต้ ๑  เจ้าหนูจีน ๑

   เจ้าสุวรรณ ๑ รวมบุตรใหญ่ชายทั้งสิ้น ๑๔ คน

        แลบุตรหญิงอีกมากไม่ปรากฏชื่อ กับบุตรน้อย ๆ อีกหลายคนรวมทั้งเจ้าจอมหม่อมห้ามแหนแสนกำนัลที่สำคัญก็พาไปมาก กับ บุตรเจ้าอุปฮาด อีก ๕ คนชื่อ

         เจ้าเอย ๑  เจ้าอาย ๑  เจ้าอัง ๑  เจ้าปาน ๑  เจ้าพรหม ๑

พร้อมกับมารดาเจ้าอุปฮาดด้วยคนหนึ่ง แลญาติมิตรที่ชิดสนิทไปบ้าง กับขุนนางที่ไว้ใจพาไปบ้าง

        ก็แลก่อนเจ้าอนุจักเคลื่อนออกจากเวียงจันทร์ ได้ให้ทหารจับตัวทหารแลขุนนางสยามชื่อ พระยาอนุชิตพิทักษ์ ซึ่งเป็นน้องชายเจ้าพระยาอภัยภูธร ๑ พวกสยามทั้งหลายที่เป็นมหาดเล็ก

          แลนายงานนายช่างหลายคน แลกว้านจับพระสงฆ์สยามตามวัดในเมืองเวียงจันทร์ทั้งหลายนั้นแล้ว ๑๔๐ รูป นำทั้งหมดมาฆ่าเสียสิ้นบรรดาสยาม ให้ตัดหัวแล้วเอาเลือดราดโขนเรือ ทำพิธีไสยเวทย์เอาวิญญาณผีตายโหงทั้งนั้นคุ้มขบวนเรือเจ้าอนุครบสิ้นทุกลำ ให้พ้นจากตากองแมวเซาสยามที่ซุ่มตลอดในลำน้ำโขงนั้น

          ณ เดือนหก แรมหกค่ำ หลังอาจารย์ลาวพุงดำทำพิธีไสยเวทย์แล้ว เจ้าอนุก็นำขบวนเรือทั้งหลายนั้นแล่นทวนโขง ขึ้นไปจนเถิง เมืองมหาชัยกองแก้ว แล้วเดินบกขึ้นช้างบ้าง ขึ้นม้าบ้าง เดินเท้าบ้าง ไปอาศัยอยู่ที่ เมืองล่าน้ำ ญวนเรียกว่าเมืองแง่อาน ซึ่งเป็นเขตหัวเมืองขึ้นชายแดนของญวน

          พระยาสุโภ กับ ชานนท์ หารู้ไม่ว่าเจ้าอนุวงศ์ ได้พาครอบครัวแลบริวารใกล้ชิดตนหลีกลี้หนีออกจากเมืองเวียงจันทร์ไปแล้ว คงรู้แต่ว่ากองทัพสยามยกมาตีค่ายหนองบัวลำพู ค่ายทุ่งล้ำพี้ ค่ายทุ่งซ่มป่อย แตกหมดทั้งสามตำบลแล้ว แลบัดนี้สยามได้มาตั้งทัพชุมพลอยู่ที่ค่ายทุ่งซ่ม ป่อย จึ่งมีหนังสือไปเถิงพระยาเชียงสา แล กองคำ แล เพี้ยสุรินทร์ ให้ยกทัพใหญ่มาสมทบกันเพื่อช่วยตีค่ายสยามที่ค่ายทุ่งซ่มป่อยให้แตกจงได้

           เมื่อพระยาเชียงสา ได้รับหนังสือแล้ว ก็นัดหมายกองทัพทั้งสามพร้อมกันแล้ว จึ่งยกทัพมาล้อมค่ายสยามที่ทุ่งซ่มป่อยทั้งสามทัพ ตามหนังสือของพระยาสุโภนั้น พระยาสุโภก็ยกกองทัพใหญ่ไปช่วยระดมตีสยามอีกกองทัพหนึ่ง

                    

กองทัพสยามซึ่งตั้งค่ายอยู่ที่ทุ่งซ่มป่อยนั้นเหนลาวยกมามาก ก็ไม่อาจจักออก รบกลางแปลงได้ ด้วยว่ากำลังพลสยามน้อยกว่าทัพลาวมากนักจึ่งรักษาค่ายมั่นไว้ ทัพลาวจักเข้าตีหักค่ายสยามก็ไม่ได้ ลาวจึ่งตั้งปีกกาล้อมสยามไว้เถิงเจ็ดวันจนเสบียงอาหารทัพสยามหมด กองทัพสยามตกอยู่ในที่ล้อมครั้งนี้เจ็ดวันเกือบจักเสียทีแก่ลาวอยู่แล้ว ก็ให้ประจวบกับกองทัพของกรมหมื่นนเรศร์โยธี ได้ยกขึ้นไปทันท่วงทีเมื่อวันศุกร์ เดือนหก แรมหนึ่งค่ำ มีพลทหารติดตามเพียงร้อยกว่าคนเท่านั้น เพราะเป็นการเคลื่อนทัพเร่งด่วนขึ้นไปโดยเร็ว

        เมื่อได้ทรงรู้ว่าทัพลาวยกมาล้อมพระยาจ่าแสนยากร พระยากลาโหมราชเสนา เจ้าพระยา มหาโยธารามัญ โดยแน่นหนา กรมหมื่นนเรศร์โยธีจึ่งไม่ทรงรอทัพหนุน รับสั่งให้ยกเข้าโจมตีทะลวงลาวช่วยทัพสยามที่ถูกล้อมอยู่นั้น เพื่อเป็นขวัญกำลังใจแก่ไพร่พลสยามที่ถูกล้อม จักได้ฮึกเหิมว่ามีกองทัพสยามยกมาช่วยแล้ว แลทัพสยามที่ค่ายซ่มป่อยถูกล้อมเจ็ดวันขาดข้าวน้ำ ไพร่พลอ่อนล้าจักรอช้าอยู่มิได้ เมื่อกระชั้นหลังทัพลาวจึ่งให้หยุดทัพด้านเหนือลม

         กรมหมื่นนเรศร์โยธีมี พระบัญชาให้ ๔ ขรัวครู กระทำพิธีผูกหุ่นพยนต์ ให้พวกไพร่พลลาวเหนว่าทหารสยามมีอยู่มาก เป็นคนอยู่บนต้นไม้ทุกต้น ที่เป็นต้นไม้ก็ให้เหนเป็นค่ายคูประตูรบ มีทหารสยามไพร่พลมากมายหลายหมื่นดาษดื่นกระจายเกลื่อนทุ่งเกลื่อนป่า ขรัวครูก็นำใบพุทโธ ใบมะขาม ใบข่อย ทำอาคมโปรยไปตามลม

          ด้านทัพลาวเหนว่าทัพของกรมหมื่นนเรศร์โยธีมีไพร่พลมากนัก ยกมากระชั้นแลจักกลายเป็นศึกกระหนาบ นายทัพจึ่งสั่งให้พลลาวทั้งหลายก็จึ่งแปรหน้าเข้าล้อมทัพสยามของกรมหมื่นนเรศร์โยธีทั้งสี่ด้าน สั่งพลปืนไฟยิงขึ้นไปยังหุ่นพยนต์ที่สำคัญว่าเป็นทหารสยามบนต้นไม้ ไม่ได้ยิงปืนไฟลงมาข้างล่างยังทัพสยามจริงเลย ก็แลใบพุทโธ ใบมะขาม ใบข่อยทั้งหลาย ที่ขรัวครูได้ลงอาคมนั้นก็กลายเป็นต่อเป็นแตน ต่อยพวกไพร่พลลาวสาหัสมิเป็นอันรบแต่หาต่อยทำร้ายไพร่พลสยามสักคนไม่ ลาวกับสยามได้รบกันเถิงอาวุธสั้นเป็นตลุมบอนหมัดเท้าเข่าศอก สนับเสน่าดาษดา

         ทหารสยามค่ายทุ่งซ่มป่อยกองทัพของ พระยาจ่าแสนยากร พระยากลาโหมราชเสนา เจ้าพระยามหาโยธารามัญ ซึ่งถูกลาวล้อมมาเจ็ดวันแล้วนั้น ได้ยินเสียงปืนเสียงอาวุธรบกันแน่นหนาอื้ออึงดั่งนั้น แลเหนลาวซึ่งล้อมอยู่ทำกริยาป่วนปั่นระส่ำระสาย ก็ตระหนักได้ว่ามีกองทัพสยามยกมาช่วยเป็นมั่นคง พวกไพร่พลสยามเหล่านั้นก็มีใจฮึกหาญองอาจ พร้อมใจกันช่วยตีทะลวงลาวหักออกจากวงล้อมได้แลเข้าบรรจบกับทัพของกรมหมื่นนเรศร์โยธี  

           วยเดชะคุณพระศรีรัตนตรัยแลพระบารมีปกเกล้า คุ้มครองให้ไพร่ทหารในกองทัพของกรมหมื่นนเรศร์โยธีทั้งร้อยเศษนั้นไม่ได้เป็นอันตรายเลยแม้สักคนหนึ่ง กองทัพลาวกับสยามรบกันเถิงสองวันหนึ่งคืน ทัพของกรมหมื่นนเรศร์โยธีอันตีทะลวงทัพลาวทางด้านนอก แลทัพของของ พระยาจ่าแสนยากร พระยา กลาโหมราชเสนา เจ้าพระยามหาโยธารามัญ ตีทะลวงทัพลาวจากด้านในก็บรรจบเป็นหนึ่งเดียวกันได้เมื่อ ณ วันอาทิตย์ เดือนหก แรมสามค่ำ จันทร์จรเข้าสามห่วง ราหูเป็นวินาศนะ

        เพลาย่ำรุ่งกองทัพของกรมหมื่นเสนีบริรักษ์ ก็คุมกองทัพใหญ่ขึ้นไปทัน จึ่งได้เข้าตีทัพลาวอีกด้านหนึ่ง แลตีทัพลาวแตกออกเป็นช่องบรรจบกับทัพสยามที่รบลาวอยู่ก่อนนั้น ทัพสยามทั้งหลายจึ่งรวมเป็นทัพเดียวกันหมด ไพร่พลลาวมิอาจต้านทานได้แตกกระจัดกระจายไร้นายไร้บ่าว พ่ายแพ้แก่สยามปีกกา ชะนาจักรก็เปิดเป็นช่องทั้งสิ้น

        กองทัพของกรมหมื่นนเรศร์โยธี กรมหมื่นเสนีบริรักษ์ แลทัพพระยาจ่าแสน ยากร พระยากลาโหมราชเสนา พระณรงค์วิชัย เจ้าพระยามหาโยธรามัญ พร้อมกันทุกทัพทุกกองยกเข้าช่วยระดมตี ไล่ฆ่าฟันกองทัพลาวล้มตายลงเป็นอันมาก พวกไพร่สมพลลาวเหนเหลือกำลังที่จักตั้งต่อสู้กับสยามต่อไป พระยาเชียงสา แล กองคำ แล เพี้ยสุรินทร์ นายทัพลาวก็สั่งล่าทัพหนีไปเข้าค่ายเขาสารได้บ้าง ที่ตายก็มาก ที่สยามจับเป็นได้ก็มาก แม่ทัพนายกองสยามได้มีชัยชำนะแก่ข้าศึกลาวที่ตำบลทุ่งซ่มป่อยอีกครั้งหนึ่ง เป็นสองครั้งทั้งครั้งก่อนนั้น


                            ------จบภาค 8  -----> ต่อภาค 9

 



อ่านความคิดเห็น

ความคิดเห็นที่ 1
ครูเจี๊ยบ วันที่ : 25/09/2007 เวลา : 01.28 น.
http://www.oknation.net/blog/baan-koo-kai

แวะมาทักทาย
ในวันที่น้ำตาดอกมะลิไหลรินค่ะ
แสดงความคิดเห็น

  เข้าสู่ระบบ   |   สมัครสมาชิก
ชื่อ:  
อีเมล์:  
เว็บไซต์:  
ความคิดเห็น:  
   

ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน

<< กันยายน 2007 >>
อา พฤ
            1
2 3 4 5 6 7 8
9 10 11 12 13 14 15
16 17 18 19 20 21 22
23 24 25 26 27 28 29
30