• Delta1
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • email : u_need_it@thaimail.com
  • วันที่สร้าง : 2007-09-09
  • จำนวนเรื่อง : 82
  • จำนวนผู้ชม : 47623
  • จำนวนผู้โหวต : 145
  • ส่ง msg :
สรรพสารนิพนธ์
สารพัดข้อมูล ที่หายากยิ่งบนโลกInternet
Permalink : http://www.oknation.net/blog/only1
วันเสาร์ ที่ 6 ตุลาคม 2550
เปิดปริศนา ที่ตั้งปราสาทหินของขอม !?
Posted by Delta1 , ผู้อ่าน : 1006 , 04:10:20 น.   | หมวดหมู่ : เอกสารประวัติศาสตร์  
พิมพ์หน้านี้


      

           การที่เขียนเรื่องนี้ขึ้นมา ก็เนื่องจากว่าผมได้ท่องเที่ยวไปตามBlog แล้วพบว่า มีหลายแห่งที่มีเรื่องน่าสนใจ ทั้งด้านประวัติศาสตร์ และโบราณคดี ในหลายแง่หลายมุม ทั้งจากข้อมูลประวัติศาสตร์บ้าง จินตนาการบ้าง ตามแต่ความถนัดของแต่ละท่าน และมีหลายBlog ที่ได้กล่าวถึงเรื่องของ " ปราสาทหิน " ก็มีอยู่ไม่น้อย ซึ่งหากท่านผู้อ่านไม่มีพื้นฐานทางด้านสถาปัตยกรรม , ภูมิศาสตร์ หรือมนุษย์วิทยาบ้างพอสมควร ก็จะได้อารมณ์เพียงความตื่นตาตื่นใจไปกับคนที่ท่องเที่ยวแล้วถ่ายรูปบรรยายให้ฟัง จะไม่สามารถต่อยอดความรู้ เพื่อนำไปค้นคว้าทางด้านวิชาการได้

                           ดังนั้น ก็จึงนำเรื่องราวที่ออกจะหนักไปทางวิชาการสักหน่อย เกี่ยวกับเรื่องปราสาทหิน ว่า ทำไมจึงสร้างเป็นกลุ่ม ๆ ในบางพื้นที่มีมากเป็นร้อย แต่บางพื้นที่ซึ่งน่าจะสร้างกลับไม่ปรากฏปราสาทหินให้เห็นเลย  ครับ ขอย้ำอีกครั้งว่าข้อมูลต่อไปนี้เป็นเรื่องวิชาการที่แท้จริง ไม่มีใส่ใข่ ท่านที่ได้อ่านตรงนี้ สามารถนำไปใช้อ้างอิงกับเอกสารรายงานด้านการศึกษาของท่านได้ทันทีครับ  รายละเอียดมีดังนี้  คือ

           เมื่อวันที่ 21 มิถุนายน 2548 ภาควิชาโบราณคดี คณะโบราณคดี มหาวิทยาลัยศิลปากร ได้จัดบรรยายพิเศษเนื่องในวันสมเด็จฯ กรมพระยาดำรงราชานุภาพ และในโอกาสที่คณะโบราณคดีมีอายุครบ 50 ปี โดยได้เชิญ ดร.โรเบิร์ต แอคเคอร์ (Robert Acker) จาก Department of Geography, University of California at Berkeley, USA มาบรรยายในหัวข้อ " Hydrology and the Location of Khmer Sites"(อุทกศาสตร์ กับที่ตั้งชุมชน-ปราสาทหิน) ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของโครงการวิจัยที่ได้รับทุนมูลนิธิฟูลไบรท์จากสหรัฐอเมริกา

                      ประเด็นหลักของการบรรยาย คือ ศึกษาความสัมพันธ์ระหว่างระบบน้ำใต้ดินกับการเลือกตั้งถิ่นฐาน โดยเฉพาะอย่างยิ่งการสร้างเมืองของกลุ่มคนในวัฒนธรรมขอมโบราณในดินแดนกัมพูชาและบริเวณภาคตะวันออกเฉียงเหนือของประเทศไทย โดยมีคำถามวิจัยหลักคือเหตุใดเมืองขอมโบราณจึงตั้งอยู่ในพื้นที่แบบหนึ่งแบบใดโดยเฉพาะ โดยพยายามเชื่อมโยงความสัมพันธ์เชิงพื้นที่หรือตำแหน่งที่ตั้งของเมืองขอมโบราณกับปัจจัยทางกายภาพต่างๆ เช่น ประเภทของดิน ลักษณะทางธรณีวิทยา น้ำฝนหรือฝนตก และปริมาณน้ำที่จะหาได้ เป็นต้น ดร.แอคเคอร์ ตั้งสมมติฐานว่า ความลึกของระดับน้ำใต้ดิน (water table) น่าจะมีผลต่อการเลือกพื้นที่ในการสร้างเมืองหรือตั้งถิ่นฐาน นอกจากนี้ ในกรณีของเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ที่มีสภาพภูมิอากาศแบบมรสุมยังมีลักษณะพิเศษที่แตกต่างพื้นที่อื่นๆ ของโลก กล่าวคือ ระดับน้ำใต้ดินมีความผันแปรตามฤดูกาล เช่น ในฤดูฝนจะมีระดับใต้ดินสูงขึ้น แต่พอถึงฤดูแล้ง ระดับน้ำใต้ดินก็จะลดลง ความผันแปรของระดับน้ำใต้ดินเช่นนี้มีผลต่อแบบแผนการตั้งถิ่นฐานของชุมชนขอมโบราณ

                                                         ปราสาทเมืองสวายเรียง

                ดร.แอคเคอร์ ตั้งข้อสังเกตจากการเดินทางไปตามชนบทต่างๆ ในกัมพูชา ว่า ตามชนบทเหล่านั้นมักจะมีบ่อน้ำ หรือสระน้ำ หรือตระพัง จำนวนมาก(แหล่งน้ำเหล่านี้ถูกขุดในบริเวณที่มีระดับน้ำใต้ดินสูงมาก) และชาวบ้านใช้เป็นแหล่งน้ำสำหรับสัตว์เลี้ยงต่างๆ โดยเฉพาะวัว-ควายในช่วงฤดูแล้ง ดร.แอคเคอร์ยังกล่าวอีกว่าที่สุโขทัยก็พบลักษณะเช่นเดียวกัน กล่าวคือ ฟาร์มหรือพื้นที่เลี้ยงสัตว์หลายแห่งมักจะมีบ่อน้ำรูปสี่เหลี่ยมผืนผ้าหลายบ่ออยู่ด้วย

                                        ภาพปราสาทเมืองตาแก้ว

                                        ปราสาทเมืองตาแก้วอีกหลังหนึ่ง

          จากข้อสังเกตดังกล่าวนำไปสู่การตั้งสมมติฐานว่าชาวขอมโบราณมีประเพณีปฏิบัติในการเลือกตั้งถิ่นฐานในบริเวณที่มีระดับน้ำใต้ดินสูงจริงหรือไม่ และต้องการพิสูจน์สมมติฐานที่ว่าระดับน้ำใต้ดินสูงมีความสัมพันธ์กับแบบแผนการตั้งถิ่นฐานในกัมพูชาและในภาคตะวันออกเฉียงเหนือของประเทศไทยหรือไม่

             ดร.แอคเคอร์ อ้างถึงงานวิจัยของนักอุทกวิทยาชาวอเมริกันชื่อ Rasmussen ที่เก็บข้อมูลเกี่ยวกับระดับความสูงน้ำใต้ดินในพื้นที่ตอนกลางของกัมพูชา ข้อมูลดังกล่าวมีสิ่งที่น่าสนใจ 2 ประการ

                ประการแรก คือ พื้นที่เกือบทั้งหมดของตอนกลางของกัมพูชามีระดับน้ำใต้ดินสูง (อยู่ลึกจากผิวดินปัจจุบันไม่เกิน 5-6 เมตร) เนื่องจากพื้นที่ตอนกลางของกัมพูชามีลักษณะทางธรณีวิทยาเหมือนกัน กล่าวคือ เป็นพื้นที่ที่มีชั้นตะกอนทับถมที่น้ำซึมผ่านได้ง่ายวางตัวอยู่บนชั้นหินทรายเก่าที่น้ำไม่สามารถซึมได้ลักษณะทางธรณีเช่นนี้ ผนวกกับปริมาณน้ำฝนเฉลี่ยปีละ 1400 มิลลิเมตร ทำให้ระดับน้ำใต้ดินทั่วไปค่อนข้างสูง

                  ประการที่สอง ดร.แอคเคอร์ พบว่า ในพื้นที่อย่างน้อย 4 แห่ง ได้แก่ กำปงธม เสียมเรียบ สวายเรียง และตาแก้ว ตั้งอยู่ในพื้นที่ที่ระดับน้ำใต้ดินสูงกว่าภาคกลางของกัมพูชาเสียอีก(ระดับน้ำใต้ดินอยู่ลึกจากผิวดินเพียง 2-3 เมตร เท่านั้น) ที่สำคัญคือ สามในสี่พื้นที่เหล่านี้เป็นที่ตั้งของเมืองและชุมชนโบราณ เช่น ตาแก้วมีเมืองโบราณชื่อ อังกอร์ บอเรย ซึ่งเป็นแหล่งอารยธรรมขอมที่เก่าแก่ที่สุด

                                           ปราสาทเมืองกำปงธม

               กำปงธมเป็นที่ตั้งของเมืองสมโพร์ ไพรกุก ซึ่งเป็นเมืองหลวงของอาณาจักรขอมในศตวรรษที่ 7 และเสียมเรียบก็เป็นจุดที่ตั้งของเมืองหลวงของชาวขอมโบราณ 3 เมืองที่สืบทอดต่อเนื่องกันมาตามลำดับระหว่าง ค.ศ.802-1431 ได้แก่ หริหราลัย ยโสธรปุระ และนครวัด มีเพียงสวายเรียง ซึ่งเป็นพื้นที่ชายแดนระหว่างอาณาจักรขอมกับอาณาจักรจามเท่านั้นที่ไม่มีเมืองหลวงตั้งอยู่ จากข้อมูลและข้อสังเกตข้างต้นทำให้ ดร.แอคเคอร์ เชื่อว่า การตั้งถิ่นฐานของชาวขอมโบราณนั้น มีความสัมพันธ์กับพื้นที่ที่มีระดับน้ำใต้ดินสูงอย่างแน่นอน      

               ดร.แอคเคอร์ สันนิษฐาน และอธิบายเหตุผลไว้ 3 ประการ คือ

          ข้อแรก   คือความจำเป็นในการเผชิญกับฤดูแล้ง หรือการต้องเอาชีวิตให้รอดในช่วงฤดูน้ำแห้งขอด มนุษย์อาจจะมีวิธีการกักเก็บน้ำไว้ใช้ในภาชนะต่างๆแต่สัตว์เลี้ยงซึ่งพึ่งพาแหล่งน้ำต่างๆ ลำบากแน่นอน มนุษย์จึงต้องเลือกตั้งถิ่นฐานใกล้กับพื้นที่ที่มีระดับน้ำใต้ดินสูงเพื่อที่จะขุดบ่อหรือสระให้ได้น้ำง่ายๆ นอกจากนี้ การขุดบ่อน้ำที่อยู่ไม่ลึกจากผิวดินย่อมเหนื่อยน้อยกว่าการขุดบ่อที่มีระดับน้ำใต้ดินลึกมาก โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อพิจารณาถึงเครื่องมือในการขุดซึ่งมีเพียงจอบหรือเสียม หรือเครื่องมืออย่างง่ายๆ เท่านั้น

                         แผนที่ดาวเทียม แสดงให้เห็นพื้นที่ทางการเกษตรของเมืองเสียมเรียบ

          ข้อที่สอง เกี่ยวข้องกับวัฒนธรรมการปลูกข้าว โดยเฉพาะอย่างยิ่งในพื้นที่ที่ดินส่วนมากเป็นดินทรายและมีความสมบูรณ์ของแร่ธาตุต่ำมาก เช่นที่พบในเขตตอนกลางของกัมพูชา ดังนั้น การปลูกข้าวในพื้นที่ดินทรายจึงต้องการแร่ธาตุจากแหล่งอื่นๆ ประกอบ ในกรณีเช่นนี้ ธาตุอาหารเสริมที่ข้าวต้องการมาจากน้ำ เราจึงพบว่าชาวนามักก่อคันนาเพื่อขังน้ำไว้ คันนาที่ก่อขึ้นช่วยป้องกันไม่ให้น้ำไหลไปที่อื่น แต่ไม่ช่วยป้องกันไม่ให้น้ำซึมลงใต้ดินได้ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในพื้นที่ดินทรายในกัมพูชาซึ่งน้ำสามารถซึมผ่านใต้ดินได้เร็วมาก   ทำให้ปริมาณน้ำที่ขังในบิ้งนาลดลงเร็วด้วย แต่ปัญหานี้แก้ไขได้ด้วยการเลือกพื้นที่ที่มีระดับน้ำใต้ดินสูง เมื่อได้รับน้ำฝนมาเพิ่มในฤดูฝน ระดับน้ำจะเพิ่มสูงได้เร็วจนถึงระดับผิวหน้าดิน  ทำให้น้ำในบิ้งนาขังอยู่ได้นาน และอาจยาวนานจนถึงช่วงต้นฤดูแล้ง

                                           ปราสาทหินเมืองเสียมเรียบ

               ข้อที่สาม ในพื้นที่ที่มีระดับน้ำใต้ดินสูงยังช่วยให้การปลูกพืชต่างๆ ได้ผลดี มีความชื้นมากพอที่รากพืชใช้ประโยชน์ในการเจริญเติบโตได้ และยังสามารถปลูกพืชอื่นๆ ได้หลังฤดูเก็บเกี่ยวข้าวผ่านไป   ดร.แอคเคอร์ สนใจที่ตั้งของเมืองยโสธรปุระ โดยศึกษาย้อนกลับไปในอดีต เมื่อครั้งเมืองหลวงแห่งแรกของกัมพูชาคือหริหราลัยที่ถูกสถาปนาเมื่อ ค.ศ.802 ทางชายฝั่งด้านเหนือของทะเลสาบใหญ่ จากนั้นประมาณเกือบศตวรรษ เมืองหลวงได้ย้ายมาที่ยโสธรปุระซึ่งอยู่ห่างจากเมืองหลวงเก่ามาทางตะวันตกเฉียงเหนือประมาณ 170 กิโลเมตร

            Click ตรงนี้เพื่อดูภาพแผนที่ขนาดใหญ่เมืองเสียมเรียบ 

          สาเหตุแห่งการย้ายเมืองหลวงนี้ยังไม่มีคำตอบที่ชัดเจน แต่เคยมีนักวิชาการบางท่านเชื่อว่ามีสาเหตุมาจากเมืองยโสธรปุระตั้งอยู่ใกล้แม่น้ำเสียมเรียบที่มีขนาดใหญ่กว่าแม่น้ำโรลัวะที่อยู่ใกล้เมืองหลวงเดิม แต่คำอธิบายนี้ได้รับการพิสูจน์ว่าผิด เมื่อนักอุทกวิทยาชาวออสเตรเลียชื่อ Terry Lustig ได้ขุดค้นและพบว่าแม่น้ำเสียมเรียบเกิดจากการขุดลอกแม่น้ำเก่าชื่อแม่น้ำปวก งานขุดลอกนั้นเกิดขึ้นในราวตอนปลายของศตวรรษที่ 9 ซึ่งเป็นช่วงเดียวกับการย้ายเมืองหลวงจากหริหราลัยมาที่ยโสธรปุระ

            ฉะนั้นจึงไม่อาจกล่าวได้ว่าการย้ายเมืองหลวงมีสาเหตุมาจากความต้องการที่ใช้ประโยชน์จากแม่น้ำเสียมเรียบ และเป็นการย้ายจากเมืองริมฝั่งน้ำมายังพื้นที่ที่เป็นที่ราบซึ่งไม่เคยมีแม่น้ำมาก่อน

            ดังนั้น ดร.แอคเคอร์ จึงตั้งข้อสันสิษฐานว่าต้องมีปัจจัยอื่นที่ดึงดูดให้มีการย้ายเมืองหลวงมาที่ยโสธรปุระ และปัจจัยนั้นอาจจะเป็นระดับน้ำใต้ดินที่อยู่สูงกว่าที่ตั้งเมืองหลวงเดิมนั่นเอง ดร.แอคเคอร์ เก็บข้อมูลด้วยการเดินทางไปรอบจังหวัด เสียมเรียบ เพื่อวัดความลึกของระดับน้ำใต้ดินจากผิวดินตามบ่อน้ำต่างจำนวน 830 บ่อ นอกจากนี้ ยังได้สอบถามสัมภาษณ์ชาวนาจำนวนหนึ่ง ตรวจสอบข้อมูลจากการสัมภาษณ์ด้วยการวัดความลึกจากผิวดินถึงรอยระดับน้ำภายในบ่อน้ำต่างๆ จากนั้นจำแนกข้อมูลระดับน้ำที่เก็บมาออกเป็น 4 กลุ่ม ได้แก่ สูงมาก  สูง ปานกลาง และต่ำ  ความลึกของระดับน้ำจากผิวดินที่อยู่ในกลุ่มสูงมากจะอยู่ลึกจากผิวดินปัจจุบันประมาณ 1.5 เมตรในช่วงฤดูแล้ง ส่วนระดับน้ำที่อยู่ในกลุ่มสูงจะอยู่ลึกจากผิวดินปัจจุบันประมาณ 1.5-2.5 เมตร            

            ในช่วงฤดูแล้ง ขณะที่ระดับน้ำที่อยู่ในกลุ่มปานกลางจะอยู่ลึกจากผิวดินปัจจุบันประมาณ 2.5-3.5 เมตรในช่วงฤดูแล้ง และระดับน้ำที่อยู่ในกลุ่มต่ำจะอยู่ลึกจากผิวดินปัจจุบันประมาณ 3.5 เมตรขึ้นไปในช่วงฤดูแล้ง เมื่อเปรียบข้อมูลระดับน้ำใต้ดินจากพื้นที่บริเวณรอบเมืองหลวงเก่าหริหราลัยกับพื้นที่รอบเมืองยโสธรปุระพบว่า ระดับน้ำใต้ดินที่เมืองยโสธรปุระอยู่ใกล้กับผิวดินมากกว่าระดับน้ำใต้ดินแถวเมืองหริหราลัย และครอบคลุมพื้นที่กว้างมากกว่าประมาณ 7 เท่า ตำแหน่งที่ตั้งของเมืองอื่นๆ เช่น นครวัด ก็อยู่ใกล้บริเวณที่มีระดับน้ำใต้ดินสูง

            

                                                  หริหราลัยปุระ

           

                                               ยโสธรปุระ

              ดร.แอคเคอร์ ได้ชี้ให้เห็นว่า การย้ายเมืองหลวงจากหริหราลัยไปที่ยโสธรปุระเป็นการเปลี่ยนจากพื้นที่ที่มีขนาดเล็กและให้ผลิตทางการเกษตรต่ำไปหาพื้นที่มีขนาดใหญ่กว่าและยังสามารถทำการเกษตรกรรมได้ผลผลิตมากกว่าในประเทศไทย ดร.แอคเคอร์ สนใจว่า ราวปลายศตวรรษที่ 12 พระเจ้าชัยวรมันที่ 7 ได้สร้างอโรคยาศาลา ประมาณ 108 แห่ง กระจายทั่วอาณาจักรนครวัด ในจำนวนนี้ตั้งอยู่ในภาคตะวันออกเฉียงเหนือของประเทศไทยจำนวน 30 แห่ง

                                   

                                                     อโรคยาศาล - กุฏีฤาษี

                  ดร.แอคเคอร์ ได้ให้ข้อ สังเกตไว้ว่า อโรคยาศาลาที่พบในประเทศไทยส่วนมากตั้งอยู่ใกล้กับชุมชนใหญ่ หรือศูนย์กลางประชากรเพื่อให้บริการแก่ผู้ป่วยจำนวนมากได้ ดังนั้นตำแหน่งของอโรคยาศาลาจึงมีความสำคัญ ระดับน้ำใต้ดินที่อยู่รอบอโรคยาศาลาต่างๆ ควรจะสูง หรือสูงมาก ดร.แอคเคอร์ จึงเก็บข้อมูลโดยวัดระดับน้ำใต้ดินตามบารายต่างๆ ที่อยู่ใกล้อโรคยาศาลา  ผลการศึกษาพบว่ามีบารายถึง 19 แห่ง (66%) อยู่ในพื้นที่ที่มีระดับน้ำใต้ดินสูงมาก

                             

                                               ปราสาทหินพิมายปุระ

 

              พิมายปุระ(เมืองพิมาย) ซึ่งเป็นศูนย์กลางการเมืองการปกครองแห่งหนึ่งตั้งอยู่ในพื้นที่ที่มีระดับน้ำใต้ดินสูงมากในช่วงฤดูแล้ง (ประมาณ 1.3 เมตรจากผิวดิน) ตำแหน่งที่ตั้งของอโรคยาศาลามีความสัมพันธ์กับระดับน้ำใต้ดินเช่นเดียวกับที่พบในกัมพูชา แม้จะไม่ชัดเจนเท่ากับกรณีกัมพูชา (93%) ดร.แอคเคอร์ อธิบายว่า ภาคตะวันออกเฉียงเหนือของ ไทยมีความซับซ้อนมากกว่า เช่น มีกลุ่มชาติพันธุ์หลากหลายกว่า แต่ละกลุ่มอาจมีแบบแผนประเพณีการเกษตรแตกต่างจากกลุ่มชนชาติขอม นอกจากนี้ ลักษณะธรณีวิทยาของภาคอีสานก็มี ความหลากหลายมากกว่า รูปแบบการตั้งถิ่นฐานจึงแตกต่างไป   ดร.แอคเคอร์ สรุปว่า ผู้คนในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ภาคพื้นแผ่นดินใหญ่พยายามปรับรูปแบบการตั้งถิ่นฐานและการเกษตรกรรมตามลักษณะพื้นที่ทางภูมิศาสตร์ ภูมิอากาศ ดิน ภูมิประเทศ และปัจจัยทางกายภาพอื่นๆ ความแตกต่างของสภาพทางภูมิศาสตร์นำมาสู่รูปแบบการปรับตัวที่ต่างกัน รวมถึงรูปแบบการตั้งถิ่นฐานด้วย ......."


 Source : ดร.สว่าง เลิศฤทธิ์
อาจารย์ประจำภาควิชาโบราณคดี คณะโบราณคดี
มหาวิทยาลัยศิลปากร

 

 

 



อ่านความคิดเห็น

ความคิดเห็นที่ 29
shibuki วันที่ : 07/10/2007 เวลา : 21.16 น.
http://www.oknation.net/blog/shibuki
Life is short and beauty transient

จำได้ว่าตอนไปเที่ยวสุโขทัยเคยเห็นบ่อน้ำรูปสี่เหลี่ยมผืนผ้าค่ะ แต่มัวแต่ถ่ายรูปเลยไม่ได้ฟังอาจารย์บรรยาย วันนี้เลยขอเข้ามาอ่านเป็นความรู้ค่ะ
ขอบคุณที่แวะไปเยี่ยมค่ะ
ความคิดเห็นที่ 28
เก็ดถวา วันที่ : 07/10/2007 เวลา : 20.41 น.
http://www.oknation.net/blog/gedtawa
...ขอแต่เพียง ยังยืนหยัดต่อสู้ต่อไป...

โหยยย

เก็ดถวา มาขอบพระคุณค่ะ
สำหรับที่มาของนาม "เก็ดถวา" หรือ พุดซ้อน


ความคิดเห็นที่ 27
khongpu วันที่ : 07/10/2007 เวลา : 18.29 น.
http://www.oknation.net/blog/khongpu
ค้างพลู

มาทางไหน ก็จะกลับไปทางนั้นแหละจ๊ะ...ไม่ต้องส่ง.... บาย
..............
ไปละ ....
==========================

ไม่ได้มาส่ง แต่อยากมาเยี่ยมค่ะ...ตื่นตากับข้อมูลและเพลงประกอบมากค่ะ
++++++++++++++++++++++++++++++++++++
และเห็นด้วยกับประโยคที่ว่า "เออ... จะว่าไป พวกนักการเมือง สงสัยจากิงผงชูรสเยอะมั๊ง... เลยเป็นโรค คดในข้อ งอ ในกระดูก "
************************************
และเลือกตั้งครั้งนี้หรือครั้งไหนจะไม่ลืม "เลือกพรรคพวก" ค่ะ จะได้เอื้อประโยชน์กันในภายภาคหน้า ปวงประชาจะเป็นอย่างไร ไม่ใช่เรื่องของเรา เนาะๆ

ความคิดเห็นที่ 26
ปลิวลม วันที่ : 07/10/2007 เวลา : 17.22 น.
http://www.oknation.net/blog/pliewlom

สวยคค่ะ
ความคิดเห็นที่ 25
เก็ดถวา วันที่ : 07/10/2007 เวลา : 15.28 น.
http://www.oknation.net/blog/gedtawa
...ขอแต่เพียง ยังยืนหยัดต่อสู้ต่อไป...

ความรู้เยอะเลยค่ะ
ดีใจจังเลย เจอบล้อคห้องเรียนอีกบล็อคแล้ว
ขออนุญาต add ค่ะ


ความคิดเห็นที่ 24
กล้วยหักมุก วันที่ : 07/10/2007 เวลา : 10.47 น.
http://www.oknation.net/blog/paedriew

มาอีกรอบ
เมื่อกี้มีปัญหาตอนพิมพ์ส่งค่ะ
เลยสวัสดีสองรอบเลย
ความคิดเห็นที่ 23
กล้วยหักมุก วันที่ : 07/10/2007 เวลา : 10.43 น.
http://www.oknation.net/blog/paedriew

สวัสดีค่ะ
น่าไปนะคะ
ที่กัมพูชามีปราสาทเยอะจัง
เคยไปแ
สวัสดีค่ะ
กัมพูชามีปราสาทหินเยอะจัง
ไม่เคยไปเลยค่ะ
แค่ปราสาทหินในเมืองไทยยังไม่เคยไปเลยค่ะ

น่าสนใจ อยากไปค่ะ
ความคิดเห็นที่ 22
ปุ๊บปั๊ป วันที่ : 07/10/2007 เวลา : 10.21 น.
http://www.oknation.net/blog/champions

ทึ่ง

กรุณาแปลเพลงด้วย ม่ายเข้าใจ
ความคิดเห็นที่ 21
อิศรา วันที่ : 07/10/2007 เวลา : 06.14 น.
http://www.oknation.net/blog/phakri

มาศึกษาหาความรู้ค่ะ ขอบคุณที่นำข้อมูลสำคัญมาแบ่งปั่นกันค่ะ
ความคิดเห็นที่ 20
Lyrics วันที่ : 07/10/2007 เวลา : 03.08 น.
http://www.oknation.net/blog/lunla
: Fa Me  SinG a SonG :

ถ้ามีเวลา น่าไปเที่ยวค่ะ

แต่คงรอนหน้าดูเลย

จิงๆนะ


บรรยากาศ วันเกิดที่คุณพลาดไม่ได้จริงๆ
http://www.oknation.net/blog/lunla/2007/10/07/entry-1
ความคิดเห็นที่ 19
นักข่าวเกียร์ว่าง วันที่ : 07/10/2007 เวลา : 01.55 น.
http://www.oknation.net/blog/reporter2526
"อยากเป็นนักเขียน ต้องหัดตั้งไข่จากการเขียน"

ฮ้าาาาาาาาา กว่าจะอ่านจบ เหนื่อยเลย
ความคิดเห็นที่ 18
มารูโกะ วันที่ : 06/10/2007 เวลา : 20.41 น.
http://www.oknation.net/blog/maruko

รูปที่ 2 ปราสาทบาบนไม่ใช่หรือคะ
ความคิดเห็นที่ 17
นิธินันท์ วันที่ : 06/10/2007 เวลา : 19.53 น.
http://www.oknation.net/blog/nithinand

มาอ่านค่ะ ชอบ
ความคิดเห็นที่ 16
Delta1 วันที่ : 06/10/2007 เวลา : 19.34 น.
http://www.oknation.net/blog/only1

คุณ บรรณาลัย (คห.14)
ขอขอบคุณด้วยความจริงใจเป็นอย่างยิ่งสำหรับการท้วงติง และแนะนำ เป็นอย่างยิ่ง
ดังนั้น เพื่อความถูกต้องจริงแท้ ในส่วนของรูปภาพ โปรดช่วยกรุณาบอก Link ภาพดังกล่าวนั้นให้ด้วยนะครับ จะเป็นพระคุณยิ่ง จะได้แก้ไขใส่แทนได้ทันทีเลย ครับ
................
คติวันนี้ :::
"...สี่เท้ายังรู้พลาด
นักปราชญ์ยังรู้พลั้ง
ถึงมีโล่กำบังก็ยังถูกลูกปืน
ถึงแม้ไม่เข้าก็ก้นจ้ำเบ้าฟกช้ำดำเขียว..."
ความคิดเห็นที่ 15
นานาจิตตัง วันที่ : 06/10/2007 เวลา : 17.01 น.
http://www.oknation.net/blog/yorwor
Comment  allez-vous ?

คนไทยไม่น่าไปแย่งของชาว เขมรมาเลย(สมัยก่อน)
ความคิดเห็นที่ 14
บรรณาลัย วันที่ : 06/10/2007 เวลา : 16.55 น.
http://www.oknation.net/blog/yongyoot

ต้องขอแย้งข้อมูลบางส่วน ที่อธิบายใต้ภาพ
คำอธิบายใต้ภาพที่ 2 บอกว่าปราสาทหินแห่งนี้ อยู่ในเขตเมืองสวายเรียง ช่วยดูรายละเอียดอีกหนิดนะครับ ผมว่าน่าจะอยู่ในเขต เสียมเรียบ
คำอธิบายใต้ภาพที่ 4 บอกว่าปราสาทเมืองตาเเก้วอีกหลังหนึ่ง ภาพนี้เป็นทางเข้าปราสาทบายนตั้งอยู่ในเมืองเสียมเรียบ ไม่ใช่หรือครับ
คำอธิบายใต้ภาพที่ 8 คือ ปราสาทบรมวิษณุโลก(นครวัด) ไม่ใช่ หริหราลัย(พระโค)
คำอธิบายใต้ภาพที่ 9 คือ บรมวิษณุโลก(นครวัด) ไม่ใช่ ยโสธรปุระ(ยะโสธรปุระอยู่ที่เขาพนมบาเค็ง)

ช่วยดูและทำความเข้าใจอีกทีนะครับ
6 ตุลาคม 2550
บรรณาลัย
ขอบพระคุณครับ
ความคิดเห็นที่ 13
kamolnum วันที่ : 06/10/2007 เวลา : 16.35 น.
http://www.oknation.net/blog/kamolnum

สนใจอยู่เหมือนกันครับ ขอบคุณสำหรับความรู้ดีๆ
ความคิดเห็นที่ 12
Delta1 วันที่ : 06/10/2007 เวลา : 15.47 น.
http://www.oknation.net/blog/only1

คุณxterman
ขอบคุณครับสำหรับคำแนะนำ .. เพราะเป็นความตั้งใจที่จะถ่ายทอดประวัติศาสตร์ โบราณคดีไทย ในส่วนที่คนไทยส่วนไม่ค่อยได้รับทราบ เพื่อไม่ให้สาปสูญไปกับกาลเวลา หรือ สาปสูญไปโดยเจตนาของกลุ่มชนใดกลุ่มชนหนึ่ง แค่นี้ก็พอใจแล้วครับ
ความคิดเห็นที่ 11
Delta1 วันที่ : 06/10/2007 เวลา : 15.38 น.
http://www.oknation.net/blog/only1


คุณ Roselobster (คห.7)

... โอ้ย...โอ้ย..(เสียงร้องจากอาการบาดเจ็บ เนื่องด้วยถูกคำคมบาด)... I'm think so, what U said.

............................
Ps. เขียนตอบยาวไม่ได้ เพราะต้องรีบไปห้อง ICU= อาการสาหัส (ขำได้ทั้งปี ไม่มีเรื่องเศร้า)
ความคิดเห็นที่ 10
ลูกเสือหมายเลข9 วันที่ : 06/10/2007 เวลา : 15.31 น.
http://www.oknation.net/blog/chai
<<==แวะไปทัก..แล้วคุณจะรักหนุ่มคนนี้


ขอบคุณมากครับ
ความคิดเห็นที่ 9
xterman วันที่ : 06/10/2007 เวลา : 15.23 น.
http://www.oknation.net/blog/philosophy-investigator

ขอยกย่องครับ
นำเรื่องให้ความรู้ที่ดี ๆ แบบนี้มาลงบ่อย ๆ นะครับ
ความคิดเห็นที่ 8
มนุสฺเสสุ วันที่ : 06/10/2007 เวลา : 13.16 น.
http://www.oknation.net/blog/support

*-*
ความคิดเห็นที่ 7
roselobster วันที่ : 06/10/2007 เวลา : 13.12 น.
http://www.oknation.net/blog/Memyself
" บ ท ก วี ไ ม่ ไ ด้ เ ป็ น ข อ ง ค น แ ต่ ง....แ ต่ เป็นของคนที่ต้องการมันต่างหาก " 

ความคิดเห็นที่ 73
Delta1 วันที่ : 05/10/2007 เวลา : 21.30 น.
http://www.oknation.net/blog/only1
ip : 116.58.231.242




เรื่องมีอยู่ว่า เห็นรูปคุณใส่แว่นดำ ก็เลยเกิดคำถามว่า...แล้วจะมองเห็นความจริง ในสิ่งที่เป็นจริงได้เหรอครับ...

ฉงกาฉัย ง่ะ...
...........

ความจริงบางอย่างสามารถรับรู้ได้ด้วยความรู้สึกค่ะ

บางสิ่งบางอย่างที่ตามองเห็นอาจจะเป็นแค่ภาพลวงตานะเจ้าค่ะ

ภาพลวงตา...หาใช่ความจริงไม่

มีอยู่ทั่วไปในสังคม

ปราสาทหินสิของแท้....ใช่ไหมท่าน
ความคิดเห็นที่ 6
Delta1 วันที่ : 06/10/2007 เวลา : 10.04 น.
http://www.oknation.net/blog/only1


คุณ patong
เห็นด้วยอย่างยิ่งสำหรับการค้นคว้าในเรื่องการสร้างปราสาทหิน และกำลังดำเนินการอยู่(อันที่จริงเริ่มมาตั้งแต่ปี 2542)
ทั้งนี้ ก็เนื่องมาจากเราได้พบเอกสารสำคัญของ นายยอร์ช เซเด ที่ได้รับสารภาพว่า "ไม่มีพื้นฐานทางโบราณคดี และนิรุกติศาสตร์... ทั้งหมดที่มีการยกย่องขึ้นมา เพราะได้เป็นอาจารย์สอนภาษาฝรั่งเศสให้กับเจ้านายในวัง....(บันทึกบาดหลวงปาเลอร์ กัวส์)" เราจึงเริ่มจับงานค้นคว้าประวัติศาสตร์กันใหม่ โดยทำกันเป็นทีม แต่แยกหน้าที่กัน
งานนี้ไม่ง่าย แม้แต่บางเรื่องจริง ได้ทั้งหลักฐานทางวัตถุ ฯลฯ ก็ไม่สามารถที่จะนำเสนอได้ ด้วยเหตุผลทางการเมือง การปกครอง บอกได้คำเดียวว่า ...น่าสงสารอนุชนไทย สมัยรัตนโกสินทร์ ที่ไม่มีโอกาสได้รับรู้ความจริงของบรรพบุรุษ ...น่าเศร้ามากครับ
บางเรื่อง ชนิดขาวเป็นดำ โดยเฉพาะเรื่องปราสาทหินเนี่ยะ โปรดสังเกตุให้ชัด ๆ ว่า จะมีคำว่า "ศาสนาพราหมณ์" เข้ามาเกี่ยวข้องในประวัติศาสตร์ขอม คิดเอาเองว่ามาได้ไง...ยิ่งไปกว่านั้นยังปรากฏในตำราเรียนทุกระดับด้วยว่า ...เป็นเทวาลัย...แทนที่จะเป็น " พุทธสถาน " อย่าง " ปราสาทหินพิมาย " ที่สร้างถวาย " กมรเตงอัญคชตพิมาย" ซึ่งเป็นตำแหน่งทางพุทธศาสนา ปรากฏตามใบลานทองคำกรุวัดราชบูรณะ (สุพรรณบัตรแต่งตั้งพระสงฆ์ชั้นราชาคณะ) โดยมีตำแหน่งนำหน้าว่า " กมรเตงอัญคชต.." ซึ่งต่างกับพระมหากษัตริย์จะใช้เป็น " กมรเตงอัญ " เฉย ๆ ซึ่งตามความหมายปัจจุบันเทียบได้กับคำว่า "พุทธศาสนูปถัมภก" หลายเรื่องหลายสิ่ง มันเป็นความจริงที่พูดไม่ได้ ในยุค "...รัตนโกสินทร์ ...."

ขอขอบคุณครับสำหรับการกระตุ้น ในสิ่งที่ใกล้จะท้อแล้ว
ความคิดเห็นที่ 5
ผู้หญิงร้อยความฝัน วันที่ : 06/10/2007 เวลา : 09.56 น.
http://www.oknation.net/blog/Paraneelovely
เพียงแค่.....สายลมพัดผ่าน

สวัสดีค่ะ .....แวะมาเยี่ยม มาอ่านเรื่องราวค่ะ
ขอบคุณ ที่แวะ ไปเยี่ยม ค่ะ
ความคิดเห็นที่ 4
ผู้หญิงร้อยความฝัน วันที่ : 06/10/2007 เวลา : 09.55 น.
http://www.oknation.net/blog/Paraneelovely
เพียงแค่.....สายลมพัดผ่าน

สวัสดีค่ะ .....แวะมาเยี่ยม มาอ่านเรื่องราวค่ะ
ขอบคุณ ที่แวะ ไปเยี่ยม ค่ะ
ความคิดเห็นที่ 3
Supawan วันที่ : 06/10/2007 เวลา : 07.02 น.
http://www.oknation.net/blog/supawan

ขอบคุณค่ะ ชอบเพลงและเรื่องมากค่ะ

แวะมาทักทายยามเช้า จากเชียงใหม่ค่ะ สุขสันต์วันเสาร์ค่ะ
ความคิดเห็นที่ 2
Patong วันที่ : 06/10/2007 เวลา : 06.11 น.
http://www.oknation.net/blog/Patong

ดูเหมือนจะเคยอ่านจากที่ไหนสักแห่ง... อ้อ..ใช่เลย

เรื่องของวิธีคิดในการสร้างปราสาทหินยังมีแง่มุมที่น่าสนใจ ชวนศึกษาอีกหลายประเด็นค่ะ การศึกษาเรื่องนี้อย่างจริงๆ จังๆ คิดว่ายังมีน้อย เมื่อเทียบกับการศึกษาเรื่องราวของการสร้างพีรามิด
ความคิดเห็นที่ 1
กันเอง วันที่ : 06/10/2007 เวลา : 04.22 น.
http://www.oknation.net/blog/guneng

มาศึกษาหาความรู้ครับ
แสดงความคิดเห็น

  เข้าสู่ระบบ   |   สมัครสมาชิก
ชื่อ:  
อีเมล์:  
เว็บไซต์:  
ความคิดเห็น:  
   

ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน

<< ตุลาคม 2007 >>
อา พฤ
  1 2 3 4 5 6
7 8 9 10 11 12 13
14 15 16 17 18 19 20
21 22 23 24 25 26 27
28 29 30 31