• Delta1
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • email : u_need_it@thaimail.com
  • วันที่สร้าง : 2007-09-09
  • จำนวนเรื่อง : 82
  • จำนวนผู้ชม : 65336
  • จำนวนผู้โหวต : 145
  • ส่ง msg :
สรรพสารนิพนธ์
สารพัดข้อมูล ที่หายากยิ่งบนโลกInternet
Permalink : http://www.oknation.net/blog/only1
วันพุธ ที่ 10 ตุลาคม 2550
เปิดตำนานบรรพบุรุษไท 2
Posted by Delta1 , ผู้อ่าน : 273 , 01:50:37 น.  
พิมพ์หน้านี้


             ภาคสืบสานล้านนา

      ตอน เครื่องดนตรี และ นาฏศิลป์ 2

                           

               สะล้อ  สะล้อเป็นเครื่องดนตรีประเภทเครื่องสีของล้านนา มีลักษณะคล้ายซออู้ของไทยภาคกลาง แต่เวลาสี สายกง” (หางม้า-สายคันชัก) จะอยู่นอกสายสะล้อ พบว่าใน โคลงนิราศหริภุญชัย เรียกเครื่องดนตรีนี้ว่า “ธะล้อ” เครื่องดนตรีนี้น่าจะมาจากภาษาขอมว่า “ทรอ” ซึ่งทางภาคกลางอ่านเป็น “ซอ” แต่ทางล้านนาแยกเสียงอ่าน เป็นสองพยางค์  “ทรอ-ทะลอ-ธะลอ-ธะล้อ-สะล้อ”ส่วนประกอบของสะล้อ

      

 กะโหล้ง หรือ กะโหลกซอ  คือ ส่วนที่เป็นกล่องเสียงของสะล้อ ทำด้วยกะลามะพร้าวเจาะรูด้านหลังให้เป็นทางออกของเสียง ด้านหน้าปิดด้วยแผ่นไม้บาง

ค็อบสะล้อ (อ่าน “ก๊อบสะล้อ”)  คือ หย่องที่เป็นหมอนไม้หนุนรับสายส่วนล่าง บนส่วนหน้าของกะโหล้ง

ตาดสะล้อ  คือ แผ่นไม้บางปิดหน้ากะโหล้ง

สายสะล้อ  คือ สายที่เกิดเสียงขณะที่ถูกสี ทำด้วยสายลวดโลหะ

คันสะล้อ  คือ ส่วนที่เป็นคันทวนของสะล้อ ทำด้วยไม้เนื้อแข็ง

รัดอก  คือ บ่วงรัดสายสะล้อรวบเข้ากับคันสะล้อส่วนบน

หลักสะล้อ  คือ ลูกบิดของสะล้อสำหรับขันสายสะล้อให้ตึง หรือหย่อนเพื่อปรับเสียงตามคามต้องการ

กงสะล้อ  (อ่าน – ก๋งสะล้อ) คือ คันชักทำด้วยไม้เนื้อแข็งหรือไม้ไผ่         

สายกง (อ่าน – สายก๋ง)  คือ หางม้า สำหรับสีกับสายสะล้อให้เกิดเสียงแต่เดิมใช้ส่วนที่เป็นเส้นของหางม้าประมาณ 30 เส้น ปัจจุบันนิยมใช้สายไนลอนเพราะหางม้าหายากและดูแลยากกว่า

ประเภทของสะล้อสะล้อมี 3 ขนาด คือ

สะล้อใหญ่ มี 3 สาย ตั้งเรียงคู่สี่และคู่สามร่วมกันหากเทียบกับเสียงดนตรีสากลคือเสียงโด ซอล โด

สะล้อกลาง มี 2 สาย ตั้งเสียงคู่สี่ เทียบกับเสียงดนตรีสากล สายเอกคือเสียงโด สายทุ้มคือเสียง ซอล

สะล้อเล็ก มี 2 สาย ตั้งเสียงคู่สาม เทียบกับเสียงดนตรีสากล สายเอกคือเสียงซอล สายทุ่มคือเสียง โด

ที่นิยมบรรเลงกันแพร่หลาย คือ สะล้อกลางและสะล้อเล็ก ส่วนสะล้อใหญ่ไม่เป็นที่นิยมสูตรการทำสะล้อ            การทำสะล้อ ไม่ปรากฏสูตรตายตัว ส่วนใหญ่ทำขึ้นโดยอาศัยเลียนแบบจากของเก่าและประสบการณ์ทางเสียงและรูปลักษณะ แต่พอจะอนุมานขนาดของสะล้อได้จากที่ปรากฏโดยทั่วไปดังนี้

                                  

สะล้อใหญ่ หน้ากะโหลกกว้างประมาณ  5.50  นิ้ว  คันสะล้อวัดจากกะโหลกถึงหลัก  สะล้อยาวประมาณ  15.00  นิ้ว

สะล้อใหญ่เวลาสี เสียงที่ออกมา ทุ้มใหญ่ มักตั้งเสียงเป็นแบบสะล้อลูกสาม (สายทุ้งเสียง โด - สายเอกเสียง ซอล)

                                

สะล้อกลาง หน้ากะโหลกกว้างประมาณ  4.50  นิ้ว คันสะล้อวัดจากกะโหลกถึงหลักสะล้อยาวประมาณ  13.50  นิ้ว

เสียงที่ได้เป็นเสียงทุ้มปลานกลาง มักใช้สีควบคุมทำนองหลัก นิยมตั้งเเบบสะล้อลูกสี่ ( สายหุ้มเสียง ซอล - สายเอกเสียงโด )

                                   

สะล้อเล็ก หน้ากะโหลกกว้างประมาณ  3.50  นิ้ว คันสะล้อวัดจากกะโหลกถึงหลักสะล้อยาวประมาณ  12.00  นิ้ว

สะล้อชนิดนี้จะให้เสียงสูงกว่าสะล้อกลาง มักตั้งเสียงเป็นแบบสะล้อลูกสามนอกจากนี้ยังมีสะล้อสามสาย และสะล้อขนาดจิ๋วอีก สะล้อสามสาย เป็นการเอาการตั้งเสียงแบบสะล้อลูกสามและลูกสี่ไว้ในตัวเดียวกันแบบเดียวกับซึงสามสายส่วนสะล้อจิ๋วนั้น เป็นสะล้อที่มีขนาดเล็กลงจากสะล้อเล็กอีก เสียงที่ได้เป็นเสียงเล็กแหลมและสูง

                

บทบาทและลีลา

สะล้อใหญ่ มีลักษณะร่วมทางเสียงรวมระหว่างสะล้อเล็กและสะล้อกลาง แต่เสียงทุ้มต่ำ บทบาทคล้ายคนมีอายุมากไม่ค่อยมีลีลาและลูกเล่นมากนัก

สะล้อกลาง บทบาทคล้ายคนวัยกลางคน มีลีลาสอดรับกับสะล้อใหญ่และสะล้อเล็ก

สะล้อเล็ก บทบาทคล้ายคนวัยคะนอง มีเสียงแหลมเล็ก ลีลาโลดโผนล้อและรับเสียงสะล้อกลาง ซึงและขลุ่ย

              สะล้อที่กล่าวมาทั้งหมด นิยมบรรเลงร่วม ในวงสะลอ-ซึง หรือที่เรียกกันว่าวง “สะล้อ ซอ ซึง” ซึ่งมีอยู่ทั่วไปในภาคเหนือตอนบน

    อย่างไรก็ตามยังมีสะล้อ อีกประเภทหนึ่งที่ยังไม่ได้กล่าวถึง ได้แก่ สะล้อที่เป็นที่นิยมในจังหวัดน่าน และแพร่ สะล้อดังกล่าวมีลักษณะต่างออกไป คือมีลูก (นม) บังคับเสียงใช้บรรเลงร่วมกับซึง เรียกว่า “พิณ” (อ่าน “ปิน”) ประกอบการขับซอน่าน ซึ่งมีเอกลักษณ์เฉพาะ

 

              การใช้คันชักสะล้อ การใช้คันชักสะล้อในการสีสะล้อ จะใช้หลักการ ชักออก – ชักเข้า และชักรวบ ( ชักออกหนึ่งครั้งได้โน๊ตหนึ่งตัว , ชักเข้าหนึ่งครั้งได้โน๊ตหนึ่งตัว , ชักรวบหนึ่งครั้งได้โน๊ตสองครั้งหรือหลายตัว ) แบบเดียวกันกับการสีซออู้หรือซอด้วง แต่ตำแหน่งคันชักสะล้อจะอยู่นอกสายสะล้อ มือซ้ายจะคอยหมุนคันสะ –ล้อ ( ไป – มา ) ให้สายเอกหรือสายทุ้ม บิดมาตรงตำแหน่งที่จะใช้คันชักสี ซึ่งในขณะเดียวกัน นิ้วมือซ้ายก็จะคอยกดสายสะล้อตามตำแหน่งเสียงที่ต้องการไปด้วย จึงเป็นเสน่ห์เฉพาะตัวของสะล้อ เวลาผู้เล่นสีสะล้อ นอกจากจะดูสวยงามแล้ว ยังทำให้ผู้เล่นและผู้ชมคอยเพลิดเพลินไปด้วย

                                                   

          การฝึกสีสะล้อ การฝึกสีสะล้อ จะใช้จังหวะ และตัวโน๊ต เดียวกันกับการฝึกดีดซึง จะกำหนดการฝึกโดยตั้งเสียงสะล้อเป็นสะล้อลูกสาม ( สายที่อยู่ด้านผู้ฝึกเป็นสายทุ้ม ส่วนสายที่อยู่ด้านนอกเป็นสายเอก ) ให้ง่ามมือซ้ายจับคันสะล้อ ( ให้ต่ำกว่ารัดอกเล็กน้อย ) พร้อมที่จะหมุนคันสะล้อ ไป – มา มือขวาจับคับชักโดยใช้นิ้วทาบตามแนวคันชัก นิ้วกลางสอดไว้ระหว่างคันชักกับหางม้า ส่วนนิ้วนางช่วยประคองหางม้าเริ่มต้นฝึกโดย
           - ฝึกสีสายเปล่า สายทุ้ม - สายเอก ให้หางม้าเเตะที่สายทุ้ม กดคันชักไว้กับสายเบา ๆ พอประมาณ ดึงคันชักมาหาตัว ( มาทางขวา ) เรียก คันชักออก และให้ใช้เครื่องหมาย ( ) แทน เสร็จแล้วยังไม่ต้องยกหางม้าออก ( ให้แตะอยู่ที่สายทุ้ม ) จากนั้นให้ดันคันชักไปด้านหน้า ( ออกไปทางซ้าย ) เรียก คันชักเข้า จะใช้เครื่องหมาย ( ) แทน เมื่อสีสายทุ้มเสร้จแล้วยังไม่ต้องยกคันชักออกเพื่อที่จะสีสายเอกต่อไป โดยมือซ้ายหมุนคันสะล้อเข้ามาให้หางม้าแตะกับสายเอก แล้วให้คันชักออกแล้วก็ชักเข้า ให้ฝึกสีสายทุ้มและสายเอกโดยชักออก - ชักเข้า ช้า ๆ หลาย ๆ ครั้ง เพื่อให้คุ้น ๆ มือ
           - ฝึกสีสายทุ้ม - สายเอก ( สายเคร่ง - สายยาน ) โดย กำหนดตำแหน่งของนิ้วที่จะกดลงที่สาย ( ให้ระยะห่างระหว่างนิ้วกว้างพอประมาณ เพื่อไม่ให้เสียงเพี้ยน ) เทียบกับเสียงของโน๊ต โดยที่ไม่ต้องยกคันชักออกจากสาย และมือซ้ายก็คอยหมุนคันสะล้อ ไป - มา และสีเรียงตามลำดับ

Source

::มหาวิทยาลัยเชียงใหม่, http://mail.chiangmai.ac.th

แสดงความคิดเห็น

  เข้าสู่ระบบ   |   สมัครสมาชิก
ชื่อ:  
อีเมล์:  
เว็บไซต์:  
ความคิดเห็น:  
   

ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน

<< ตุลาคม 2007 >>
อา พฤ
  1 2 3 4 5 6
7 8 9 10 11 12 13
14 15 16 17 18 19 20
21 22 23 24 25 26 27
28 29 30 31