• Delta1
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • email : u_need_it@thaimail.com
  • วันที่สร้าง : 2007-09-09
  • จำนวนเรื่อง : 82
  • จำนวนผู้ชม : 57942
  • จำนวนผู้โหวต : 145
  • ส่ง msg :
สรรพสารนิพนธ์
สารพัดข้อมูล ที่หายากยิ่งบนโลกInternet
Permalink : http://www.oknation.net/blog/only1
วันพุธ ที่ 10 ตุลาคม 2550
Confidential#002
Posted by Delta1 , ผู้อ่าน : 384 , 11:11:56 น.   | หมวดหมู่ : Confidential [Thi]  
พิมพ์หน้านี้


              

                          กำเนิด ซีไอเอ (Central Intelligence Agency)

            เรื่องราวลึกลับต่างๆ ที่เราได้ยินมาได้ฟังมา หรือภาพยนต์ประเภทสายลับยิ่งกันสนั่นจอ ก็มักจะมีการกล่าวอ้างว่ามีหน่วยสืบราชการลับหน่วยงานหนึ่งของรัฐบาลสหรัฐเข้ามาพัวพันเสมอๆ และหน่วยงานนั้นก็คือ ซีไอเอ  จริง ๆ แล้ว องค์กรนี้คืออะไร ? มีที่มาอย่างไร ? 

        ในช่วงสงครามโลกครั้งที่ 2 ประธานาธิบดี แฟรงกลิน ดี รูสเวลท์ (FRANKLIN D. ROOSEVELT)

                         

ได้มีดำริที่จะก่อตั้งหน่วยสืบราชการลับขึ้นเขาจึงได้สั่งให้ครูสอนศาสนาคริสต์นิกายโรมันคาทอลิก ซึ่งมีอาชีพเป็นทนายชาวนิวยอร์ก ชื่อ วิลเลี่ยม เจ โดโนแวน (WILLIAM J. DONAVAN)

                               

เขียนร่าง ต้นแบบโครงสร้างของหน่วยสืบราชการลับขึ้นเมื่อรูปแบบขององค์กรได้รับการอนุมัติ ในเดือนมิถุนายน ค.ศ. 1942 สำนักงานยุทธศาสตร์ หรือ The Office of Strategic Services (OSS) จึงได้ถูกก่อตั้งขึ้นนับตั้งแต่เวลานั้น

                        

        โดยมีหน้าที่หลักในการศึกษา วิเคราะห์ข้อมูล เพื่อใช้ในราชการทหาร โดยรับคำสั่งจาก คณะเสนาธิการร่วม (the Joint Chiefs of Staff)

        โอเอสเอส เป็นหน่วยงานอิสระที่ไม่ขึ้นกับใคร ในช่วงที่เกิดวิกฤติสงคราม โอเอสเอส ได้มีอิทธิพลอย่างมากต่อการตัดสินใจของกองทัพ แต่ถึงกระนั้น โอเอสเอส ก็ใช่ว่าจะมีอำนาจเบ็ดเสร็จในด้านงานสืบราชการลับระหว่างประเทศ เพราะในช่วงทศวรรษที่ 1930 นั้น หน่วยงานที่ทำหน้าที่รับผิดชอบในงานสืบราชการลับในพื้นที่กลุ่มประเทศลาตินอเมริกาก็คือ เอฟบีไอ (FBI)

                                

            ในเดือนตุลาคม ค.ศ. 1945 หน่วยงาน โอเอสเอส ก็ถูกปิด อาจจะเนื่องมาจากสงครามโลกครั้งที่ 2 ได้จบสิ้นลงจึงไม่มีความจำเป็นต้องใช้ โอเอสเอส อีกต่อไป ภารกิจและเอกสารต่างๆ ถูกส่งมอบต่อให้กับกระทรวงต่างประเทศ แต่อย่างไรก็ตามกองทัพยังมีความต้องการ การใช้งานสืบราชการลับหลังวิกฤติสงคราม 11 เดือนต่อมา พลตรี วิลเลี่ยม จึงได้ทำหนังสือถึงประธานาธิบดี แฟรงกลิน เพื่อขอให้มีการจัดตั้งหน่วยสืบราชการลับขึ้นมาใหม่

              หน่วยงานที่ถูกก่อตั้งใหม่ครั้งนี้จะไม่รับคำสั่งจากคณะเสนาธิการร่วม แต่จะขึ้นตรงกับประธานาธิบดี อีกทั้งหน่วยงานนี้ จะปฏิบัติหน้าที่ทั้งราชการลับและเปิดเผย ข้อมูลทั้งหมดที่ได้จากหน่วยงานนี้จะถูกนำไปใช้ในหน่วยงานราชการทุกที่ ที่มีความต้องการไม่จำกัดเฉพาะงานราชการทางการทหาร

         ดังนั้น หน่วยงานใหม่ที่จะเกิดขึ้นจึงต้องประสานงานกับหน่วยงานราชการทุกหน่วยงาน เสมือนหนึ่งเป็นขุมกำลังหรือ ศูนย์กลางของหน่วยงานราชการของสหรัฐ พลตรี วิลเลี่ยม ยังได้เสนอให้หน่วยงานใหม่นี้มีอำนาจในการเข้าแทรกแซงกิจการภายในของประเทศต่างๆ ด้วย

         กองทัพสหรัฐ คัดค้านการก่อตั้งหน่วยงานนี้ทันที ส่วนกระทรวงต่างประเทศก็ค้านอย่างนุ่มนวลว่า สงครามได้สงบลงแล้ว การเข้าแทรกแซงกิจการภายในของประเทศอื่นอาจทำลายความสัมพันธ์อันดีกับประเทศพันธมิตร และทุกวันนี้ เอฟบีไอก็ทำหน้าที่ในการเป็นแหล่งข่าวกรองให้กับกองทัพได้อย่างสมบูรณ์อยู่แล้ว

        แต่ก็ยังพอจะมีคนที่เห็นด้วยกับความคิดของ พลตรี วิลเลี่ยม ในเดือนมกราคม ค.ศ. 1946ประธานาธิบดี แฮร์รี่ เอส ทรูแมน (Harry S. Truman)
ได้อนุมัติให้ก่อตั้ง ศูนย์กลางหน่วยสืบราชการลับ (the Central Intelligence Group - CIG) โดยมีหน้าที่เข้าเสริม และช่วยเหลืองานหน่วยสืบราชการลับที่มีอยู่ของราชการแค่นั้นไม่ใช่เข้ามามีบทบาทอย่างเต็มตัว ทั้งนี้งานทั้งหมดอยู่ภายใต้การควบคุมขององค์การสืบราชการลับแห่งชาติ (National Intelligence Authority [NIA])

     ผู้ที่ได้รับการแต่งตั้งให้เป้นผู้อำนวยการ ซีไอจี คนแรกคือ
 พลเรือตรี ซิดนีย์ โซเออร์ (Rear Admiral Sidney Souers) อดีตผู้ช่วยเสนาธิการทหารเรือเพียงแค่ 20 เดือนต่อมา องค์การสืบราชการลับแห่งชาติ และภารกิจทั้งหมดที่เกี่ยวข้องซึ่งรวมถึง ซีไอจี ก็ถูกยกเลิก

         แต่ด้วยการผลักดันของสันตปาปาแห่งวาติกัน ซึ่งอยู่ในขณะปรับแผนรุกเพื่อขยายคริสตจักร ภายใต้แผน Vatican council II ดังนั้น วาติกันออกคำสั่งผ่านบรรดาบิชชอปให้แจ้งให้ศาสนิกคาทอลิกอันทรงอิทธิพลอยู่ในสภาคองเกสของสหรัฐ  ก่อตั้งองค์กรใด ๆ เพื่อประสานสอดคล้องกับแผนรุกของคริสต์ โดยให้บุคคลากรของวาติกันเข้าไปมีส่วนร่วม เสนอแผนปฏิบัติการ ที่ก่อให้เกิดความมั่นคงของศาสนจักร และทั้งหมดนี้จะต้องควบคู่ไปกับความมั่นคงของสหรัฐด้วยนั้น

         ในที่สุด ซีไอเอ ก็เกิดภายใต้ข้อกำหนดของ นโยบายความมั่นคงแห่งชาติ 1947 หน่วยงาน 2 หน่วยงานก็ถูกจัดตั้งขึ้นในวันที่ 18 กันยายน ค.ศ. 1947 หน่วยงานแรกคือ สภาองคมนตรีรักษาความมั่นคงแห่งชาติ (The National Security Council - NSC) และคงไม่ต้องเดาให้เสียเวลาหน่วยงานที่สองคือ องค์การสืบราชการลับหรือที่บางคนเรียกว่า หน่วยข่าวกรองกลาง (Central Intelligence Agency - CIA)

        ซีไอเอ ได้จัดตั้งขึ้นโดยอาศัยแบบโครงร่างของหน่วยสืบราชการลับที่ พลตรี วิลเลี่ยม ได้ร่างขึ้น เอ็นเอสซี จะมอบหมายงาน " เฉพาะกิจ " ที่เกินขอบเขตอำนาจของตำรวจ และหน่วยป้องกันภัยแห่งชาติให้แก่ ซีไอเอ เป็นผู้สะสาง


         ในปี ค.ศ. 1949 ซีไอเอ ได้รับอนุมัติให้ใช้งบประมาณแผ่นดินส่วนหนึ่งได้ถูกกันไว้ให้กับ ซีไอเอ โดยเฉพาะซึ่งเป็นงบราชการลับโดยไม่ต้องผ่านขั้นตอนตามปรกติ เพื่อป้องกันไม่ให้มีการสืบสาวไปถึงภารกิจที่เป็นความลับของ ซีไอเอ อีกทั้งยังเป็นการปกป้องตัว ซีไอเอ จากการถูกสืบสาวไปถึงตัวองค์กรโครงสร้างขององค์กร เจ้าหน้าที่ ขนาดขององค์กร และข้อมูลทั้งหลายที่เกี่ยวข้อง

        เดิมที ซีไอเอ อยู่ใต้การบังคับบัญชาของ สภาสามัญของหน่วยสืบราชการลับที่ชื่อ
Deputy Director of the Central Intelligence Agency (DDCIA) จนกระทั่งปี ค.ศ. 1953ก็มีการแต่งตั้งผู้อำนวยการ ซีไอเอ ขึ้นมาแทนที่ ซึ่งก็คือพลเอก วอลเตอร์ บีเดลล์ สมิทธ์ (General Walter Bedell "Beetle" Smith)

            สภานิติบัญญัติได้เริ่มมองเห็นความสำคัญ และความยิ่งใหญ่ของตำแหน่งผู้อำนวยการ ซีไอเอ ดังนั้น ในเดือนเมษายน ค.ศ. 1953 พวกเขาจึงได้เปลี่ยนแปลงข้อกำหนดของนโยบายความมั่นคงแห่งชาติ 1947 โดยให้ภารกิจของ ซีไอเอ ต้องอยู่ภายใต้คำสั่งของประธานาธิบดี ซึ่งทั้งนี้คำสั่งต่างๆ ที่จะส่งไปยัง ซีไอเอ จะต้องผ่านความเห็นชอบของสภาสูงเสียก่อน

ซีไอเอ พระเอกหรือผู้ร้าย
             ซีไอเอ มักถูกกล่าวหาว่ามีส่วนพัวพันกับคดีอื้อฉาวมากมายนับตั้งแต่ก่อตั้งขึ้นมา เช่น ถูกกล่าวหาว่าเป็นผู้สร้างพื้นที่ 51ขึ้นเพื่อใช้เป็นสถานีทดลองเครื่องบินล่องหน (Stealth Aircraft) และกลายเป็นสถานีทดลองเทคโนโลยีมนุษย์ต่างดาวในที่สุด

          ปี ค.ศ. 1953 ผอ. อัลเลน ดูลเลส (Allen Welsh Dulles)

                       

สั่งให้มีการทดลองการควบคุมจิตใจมนุษย์ Mind control ภายใต้ชื่อการทดลอง MKULTRA 

 

       ซึ่งการทดลองนี้ได้ผลาญงบประมาณแผ่นดินไปหลายล้านเหรียญทีเดียว ในปี ค.ศ. 1960 ซีไอเอได้อยู่เบื้องหลัง การลอบสังหารผู้นำคณะปฏิวัติของคิวบา คือนาย ฟิเดล คาสโตร (Fidel Castro) ที่สนับสนุนลัทธิคอมมิวนิส โดยมีประธานาธิบดีครุสชอฟ ของรัสเซียให้การสนับสนุนทางทหารและอาวุธแก่คิวบา ซึ่งเรียกว่าเป็นไฟที่กำลังจะไหม้สหรัฐ

       

วันที่ 17 เมษายน ค.ศ. 1961 ซีไอเอ ส่งพลร่ม 1,300 นาย ไปปฏิบัติภารกิจในคิวบา ซึ่งไม่ประสบความสำเร็จ


ปี ค.ศ. 1962 ซีไอเอ พัวพันกับการลอบติดกล้องจารกรรมในเครื่องถ่ายเอกสารยี่ห้อดังที่ถูกใช้ในสถานทูตรัสเซียประจำกรุงวอชิงตัน

 

นี่เป็นเพียงแค่ตัวอย่างส่วนหนึ่งของเรื่องราวอื้อฉาวที่ ซีไอเอ มีส่วนเข้าไปเกี่ยวข้อง ในอันที่จริงแล้วยังมีเรื่องราวต่างๆ ที่ยังเป็นปริศนามากกว่าร้อยเรื่อง  ที่ถูกหมกซ่อนไว้ไม่เปิดเผยแก่ชาวโลก

      ในสถานการณ์ปัจจุบัน (2007) จะเห็นได้ว่า นโยบายของสหรัฐ ทั้งภายในและภายนอกประเทศ ล้วนอยู่ภายใต้อิทธิพล และแผนงานขององค์กรCIA ทั้งสิ้น โดยปราศจากข้อปฏิเสธ

 



ในสงครามเวียดนาม ซีไอเอ ได้ใช้สงครามจิตวิทยา สร้างความรุนแรงเพื่อให้ประชาชนต่อต้านพวกเวียดกงมีรายงานว่ามีผู้ตกเป็นเหยื่อถูกฆาตกรรมถึง 20,000 คน แต่ก็มีแหล่งข่าวบางแห่งแย้งว่ายอดของเหยื่อน่าจะสูงถึง 40,000 คน

ปี ค.ศ. 1995 ซีไอเอ ริเริ่มโครงการสายลับพลังจิตภายใต้ชื่อ โครงการสตาร์เกต โดยมีจุดประสงค์ที่จะทำการจารกรรมระยะไกล เช่น การสืบหาแหล่งที่ซ่อนใต้ดินของข้าศึกหรือสถานที่กักกันเชลย(ตามรายละเอียดใน Confident #001)




อ่านความคิดเห็น

ความคิดเห็นที่ 4
บรรณาลัย วันที่ : 10/10/2007 เวลา : 22.30 น.
http://www.oknation.net/blog/yongyoot

เป็นหน่วยงานที่มีความสำคัญยิ่งในสังคมปัจจุบัน แต่ก็อย่าลืมความในเรื่องสิทธิในสังคม ในการเข้าไปทำการลับ
ความคิดเห็นที่ 3
วิกูล วันที่ : 10/10/2007 เวลา : 17.38 น.
http://www.oknation.net/blog/wikulponang

น่าสนใจมากเลยครับ...ดูเหมือนเขาใช้ทุกศาสตร์เลยเนาะ เป็นประโยชน์กับชาติเขามากๆ CIA เมืองไทยทำอะไรบ้างน๊า...?
ความคิดเห็นที่ 2
สันติสุข/กาญจนประกร วันที่ : 10/10/2007 เวลา : 11.14 น.
http://www.oknation.net/blog/mindmag

เเวะมาทักทาย สวัสดีนะครับ
เเวะไปเยี่ยมกันบ้างนะครับ
ด้ยมิตรภาพ
สันติสุข กาญจนประกร
ความคิดเห็นที่ 1
สันติสุข/กาญจนประกร วันที่ : 10/10/2007 เวลา : 11.14 น.
http://www.oknation.net/blog/mindmag

เเวะมาทักทาย สวัสดีนะครับ
เเวะไปเยี่ยมกันบ้างนะครับ
ด้ยมิตรภาพ
สันติสุข กาญจนประกร
แสดงความคิดเห็น

  เข้าสู่ระบบ   |   สมัครสมาชิก
ชื่อ:  
อีเมล์:  
เว็บไซต์:  
ความคิดเห็น:  
   

ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน

<< ตุลาคม 2007 >>
อา พฤ
  1 2 3 4 5 6
7 8 9 10 11 12 13
14 15 16 17 18 19 20
21 22 23 24 25 26 27
28 29 30 31