พิมพ์หน้านี้
|
ยาหยอดตาแช่เย็นสองพันปี.... สวัสดีค่ะ กลับมาพบกันอีกแล้วนะคะในฉบับที่สองที่เภสัชกรตัวน้อยได้มีโอกาสเล่าเรื่องต่าง ๆ เกี่ยวกับยาให้ท่านผู้อ่านได้อ่านกัน ฉบับที่แล้วเป็นเรื่องเกี่ยวกับการรับประทานยาคุมกำเนิดแบบฉุกเฉินที่ถูกต้อง มาฉบับนี้...หลายท่านอ่านชื่อเรื่องแล้วคงงงว่า มีด้วยหรือนี่ ยาหยอดตาอะไรมีอายุนานขนาดนั้น ความจริงแล้วเป็นคำที่เภสัชกรตัวน้อยใช้บอกกับลูกค้าที่มาซื้อยาหยอดตา แล้วบอกว่า ยาหยอดตาตัวนี้ยังมีอยู่ที่บ้านอยู่เลย ยังไม่หมด แช่อยู่ในตู้เย็นอยู่ .....ออกจะเป็นแนวพูดกระทบกระเทียบเชิงประชดประชันไปสักหน่อยนะคะ แต่ที่ต้องพูดกันแบบนี้ก็เพื่อจะได้เข้าใจว่า ความจริงแล้วยาหยอดตาเป็นยาประเภทหนึ่งที่ถ้าหากเราเปิดใช้แล้ว อายุของยาหยอดตามันจะสั้นลงเหลือแค่เพียง 1 เดือนหลังจากเปิดใช้เท่านั้น ถึงแม้มันจะยังไม่ถึงวันหมดอายุของยาที่ระบุตามข้างขวดก็ตาม ก็ไม่ควรใช้ต่อนะคะ เนื่องจากยาหยอดตาไม่มีสารป้องกันการเติบโตของเชื้อโรคเป็นส่วนประกอบ จึงอาจทำให้มีการเจริญเติบโตของเชื้อโรคได้ ซึ่งที่ผ่านมาคนส่วนใหญ่ก็มักจะละเลยกับเรื่องเล็ก ๆ น้อย ๆ เหล่านี้มาตลอด จากที่มีอาการเคืองตาธรรมดาอาจทำให้ตาอักเสบมากขึ้นก็ได้นะคะ ดังนั้นฉบับนี้เราจะมาทำความรู้จักกับยาหยอดตาที่มีขายอยู่ตามร้านยากันนะคะ ยาหยอดตาแบ่งเป็น 2 ประเภทใหญ่ ๆ ด้วยกัน ซึ่งสรรพคุณก็จะแตกต่างกันไปตามตัวยาแต่ละตัว ดังนี้ 1. ยาหยอดตาปฏิชีวนะ ยาประเภทนี้จะมีส่วนผสมของยาปฏิชีวนะ ใช้รักษาโรคติดเชื้อต่าง ๆ ของเปลือกตา เยื่อตาขาว และถุงน้ำตา ซึ่งตามท้องตลาดก็จะมีชื่อทางการค้าหลายชื่อด้วยกัน รวมไปถึงมีส่วนผสมของยาปฏิชีวนะแตกต่างกันไปด้วย เช่น ยาหยอดตาคลอร์ออฟ (Chlor-Oph), ยาหยอดตาออฟซาแรม (Opsaram) และยาหยอดตาโพลีออฟ (Poly-Oph) เป็นต้น 2. ยาหยอดตาสเตอรอยด์ ยาประเภทนี้จะมีส่วนผสมของสารสเตอรอยด์ ใช้รักษาเยื่อตาขาวอักเสบจากการแพ้ ซึ่งยาหยอดตาประเภทนี้จะต้องใช้อย่างระมัดระวัง เนื่องจากยาหยอดตาสเตอรอยด์ ไม่ควรใช้ติดต่อกันนานเกิน 7 วัน หรือใช้พร่ำเพรื่อ อาจทำให้เป็นต้อหินได้นะคะ ตัวอย่างยาหยอดตาประเภทนี้ที่มีตามท้องตลาด เช่น ยาหยอดตาเพร็ดฟอร์ต (Pred-Forte), ยาหยอดตาเด็กซ์ออฟ (Dex-Oph) หรือยาหยอดตาโซฟราเด็กซ์ (Sofradex) เป็นต้น เห็นมั้ยล่ะคะว่า ยาหยอดตามีหลายประเภท ดังนั้นก่อนใช้ยาหยอดตาทุกครั้ง ควรรู้ให้ชัด ว่าเป็นยาชนิดใด ซึ่งแต่ละชนิดก็ใช้กับโรคต่างชนิดกัน ถ้าใช้ผิด ๆ อาจทำให้ตาเสียได้นะคะ โดยเฉพาะคนที่มักจะเก็บยาหยอดตาที่ยังใช้ไม่หมดไว้ในตู้เย็น แล้วพอเป็นโรคเกี่ยวกับตาเหมือนเมื่อครั้งก่อน แล้วไม่ได้ใส่ใจว่ายาหยอดตานี้เป็นยาชนิดไหน เหมาะกับโรคที่ตัวเองเป็นหรือไม่ รวมไปถึงยาหยอดตาขวดนี้เปิดใช้ตั้งแต่เมื่อไหร่ ถ้าเอาไปใช้โดยที่ไม่ได้ระมัดระวัง จากที่มีอาการไม่มาก อาจทำให้มีอาการมากกว่าเดิมได้นะคะ........ท่านผู้อ่านเมื่ออ่านถึงตอนนี้แล้ว ลองกลับไปสำรวจตู้เย็นในบ้านของท่านดูนะคะ ว่ามีเก็บยาหยอดตาเอาไว้บ้างหรือเปล่า ถ้าเปิดใช้แล้วเกินหนึ่งเดือนก็รีบเอาทิ้งไปเถอะนะคะ อย่าไปเสียดายกับยาที่มันไม่มีคุณภาพเลยค่ะ ทางที่ดีถ้าซื้อยาหยอดตามาใช้ ก็ควรเขียนวันที่เราเปิดใช้ยาหยอดตานี้ไว้ข้างขวดก็จะยิ่งดีนะคะ เราจะได้ทราบว่ายาหยอดตานี้ยังใช้ได้อยู่หรือเปล่า แต่ถ้าไม่แน่ใจว่ายาหยอดตานี้เป็นยาประเภทไหน แล้วใช้ถูกกับโรคที่เราเป็นหรือเปล่า ก็เอายาหยอดตาไปถามเภสัชกรตามร้านยาก็ได้นะคะ......เป็นหน้าที่ของเภสัชกรอยู่แล้วนะคะ ไม่ต้องเกรงใจ....... |
| << | มกราคม 2008 | >> | ||||
| อา | จ | อ | พ | พฤ | ศ | ส |
| 1 | 2 | 3 | 4 | 5 | ||
| 6 | 7 | 8 | 9 | 10 | 11 | 12 |
| 13 | 14 | 15 | 16 | 17 | 18 | 19 |
| 20 | 21 | 22 | 23 | 24 | 25 | 26 |
| 27 | 28 | 29 | 30 | 31 | ||