|
ปัจจุบันฉันเป็นเภสัชกร ใช้ชีวิตอยู่ในร้านยา ได้พบปะพูดคุยกับคนไข้มากมาย เรื่องที่คุยนอกจากจะเป็นเรื่องอาการเจ็บไข้ได้ป่วยแล้ว ยังมีเรื่องอื่น ๆ อีกมากมาย ส่วนใหญ่จะเป็นเรื่องที่คนไข้ไม่สบายใจมากกว่า การอยู่ร้านยาทำให้ฉันรู้ว่า....คนส่วนใหญ่มีเรื่องเครียดมากมายแตกต่างกันไป ซึ่งมันแตกต่างจากเรื่องของฉันโดยสิ้นเชิง....แต่ฉันก็ยินดีที่จะเป็นผู้รับฟังที่ดีเสมอ การเป็นเภสัชทำให้ฉันต้องรักษาภาพพจน์ในระดับหนึ่ง ถึงแม้ว่าตอนนี้ฉันไม่ได้สวมใส่เสื้อกาวน์ก็ตาม....555 (ความจริงแล้วมันผิดกฎอย่างมากทีเดียว...แต่กฎมีไว้ให้แหกใช่มั้ย) ฉันถือว่าฉันได้ให้คำแนะนำเกี่ยวกับการใช้ยาอย่างเต็มที่กับลูกค้าเสมอ รวมไปถึง....การรับฟังปัญหาต่าง ๆ ประดุจเป็นร้านยารับปรึกษาปัญหาทุกข์ใจของใครหลายคนทีเดียว ฉันมีความสามารถพิเศษอีกอย่างหนึ่งที่ไม่มีใครรู้ ก็คือ...ฉันสามารถเก็บความรู้สึก และแยกความรู้สึกส่วนตัวกับการบริการคนไข้ได้ในระดับดีทีเดียว ช่วงที่ฉันกำลังทุกข์ใจอย่างหนักจากปัญหาหัวใจ ฉันร้องไห้วันละหลายรอบ...แต่ฉันก็สามารถปาดน้ำตา และออกมาขายยา ให้คำแนะนำกับคนไข้ได้อย่างน่าประหลาดใจ โดยที่ฉันคิดว่าระดับการให้บริการของฉันไม่ได้ลดลงไปพร้อมกับสภาพจิตใจที่ย่ำแย่ของฉัน นี่คือ...ความสามารถพิเศษอย่างหนึ่งของฉัน...อิอิ เช้าวันนี้มีคุณตาคนหนึ่งที่เป็นลูกค้าประจำของฉัน (คุณตาน่าจะอายุประมาณเจ็ดสิบปีเห็นจะได้) คุณตามาขอให้วัดความดันให้หน่อย.... ซึ่งช่วงหลังนี้ ฉันสังเกตเห็นว่าคุณตาต้องไม่สบายใจอะไรแน่ ๆ เลย เพราะแกเริ่มมีอาการแปลก ๆ .... อาการแปลกที่ว่าคือ มาขอให้ฉันวัดความดันที่ร้านฉันเกือบทุกวันติดต่อกันสองอาทิตย์แล้ว ทั้ง ๆ ที่ความดันของคุณตาปกติดีทุกอย่าง.... วันนี้ฉันจึงเปิดใจกับคุณตาด้วยความเป็นห่วงจากใจจริง ฉันบอกคุณตาว่า "คุณตาคะ ตอนนี้ความดันของคุณตาปกติดีทุกอย่างนะคะ" "อย่ากังวลเกินไปดีกว่านะคะ ความเครียดกับการกังวลอาจทำให้ความดันผิดปกติได้นะคะ" ฉันบอกคุณตาไปอย่างนั้น....เพราะแกเล่นมาวัดเกือบทุกวัน....จนดูเหมือนเป็นคนวิตกจริต... คุณตาเริ่มหยิบยาลดความดันขนานต่าง ๆ มาให้ฉันดู พร้อมกับถามอะไรวกไปวนมา ฉันตัดสินใจถามคุณตาไปว่า "คุณตาคะ ช่วงนี้คุณตาเครียดอะไรอยู่หรือเปล่าคะ" "หนูเห็นช่วงนี้คุณตาดูแปลก ๆ ไปนะคะ"..... เท่านั้นแหละค่ะ คุณตาน้ำตาคลอเบ้า แล้วบอกฉันว่า "เครียด ไม่อยากอยู่บ้าน"
เพื่อน ๆ รู้สึกยังไงคะกับคำพูดของคุณตา แต่สิ่งที่ฉันรู้สึกและสัมผัสได้จากแววตาของคุณตา ก็คือ...ความเหงา...ที่มันคงมีมากกว่าความเครียดของคุณตาค่ะ ฉันบอกคุณตาว่า "อย่าไปคิดอะไรมากเลยค่ะตา เรื่องไหนเครียดก็อย่าไปคิดมัน" "ถ้าเครียดมาก ก็ออกมาเดินเล่นดีกว่านะคะ ยังมีอะไรให้เราทำอีกเยอะค่ะ" "ตาต้องปล่อย ๆ มันไปบ้างนะคะ....ทำให้เรามีความสุขดีกว่า" คุณตายิ้มมุมปากเพียงนิดเดียว แต่ฉันก็รู้ว่า คำพูดของฉันคงช่วยอะไรคุณตาไม่ได้ แต่คุณตากลับบอกฉันว่า "ขอมาวัดความดันบ่อย ๆ ได้มั้ย เดี๋ยวตาช่วยออกค่าถ่าน" ฉันคิดว่าคุณตาคงเพียงแค่อยากหาเพื่อนคุยมากกว่าการวัดความดัน ...."ไม่ต้องจ่ายตังค์หรอกค่ะ คุณตาอยากมาวัดความดันเมื่อไหร่ ก็มาได้เลยค่ะ"..... คุณตายิ้มให้ฉันมากกว่าครั้งแรก.... ตอนนี้ฉันเต็มใจที่จะเป็นทั้งเภสัชกรและที่ปรึกษาในคราวเดียวกันให้กับคุณตาค่ะ......
|