|
 (ภาพจากอินเตอร์เน็ต)
นี่ก็ใกล้วันเข้าพรรษาแล้ว เข้าพรรษาคืออะไรคงทราบกันดีอยู่แล้ว แต่ทบทวนซักนิดละกันนะครับ "เข้าพรรษา" แปลว่า "พักฝน" หมายถึง พระภิกษุสงฆ์ต้องอยู่ประจำ ณ วัดใดวัดหนึ่งระหว่างฤดูฝน โดยเหตุที่พระภิกษุในสมัยพุทธกาล มีหน้าที่จะต้องจาริกโปรดสัตว์ และเผยแผ่พระธรรมคำสั่งสอนแก่ประชาชนไปในที่ต่าง ๆ ไม่จำเป็นต้องมีที่อยู่ประจำ แม้ในฤดูฝน ชาวบ้านจึงตำหนิว่าไปเหยียบข้าวกล้าและพืชอื่นๆ จนเสียหาย พระพุทธเจ้าจึงทรงวางระเบียบการจำพรรษา ให้พระภิกษุอยู่ประจำที่ตลอด 3 เดือน ในฤดูฝน คือ เริ่มตั้งแต่วันแรม 1 ค่ำ เดือน 8 ของทุกปี ถ้าปีใดมีเดือน 8 สองครั้ง ก็เลื่อนมาเป็นวันแรม 1 ค่ำ เดือนแปดหลัง และออกพรรษาในวันขึ้น 15 ค่ำ เดือน 11 เว้นแต่มีกิจธุระเจ้าเป็นซึ่งเมื่อเดินทางไปแล้ว ไม่สามารถจะกลับได้ในเดียวนั้น ก็ทรงอนุญาตให้ไปแรมคืนได้ คราวหนึ่งไม่เกิน 7 คืนเรียกว่า สัตตาหะ หากเกินกำหนดนี้ถือว่าไม่ได้รับประโยชน์แห่งการจำพรรษา จัดว่าพรรษาขาด (ขอบคุณข้อมูลจาก http://www.dhammathai.org) ปกติเข้าพรรษาเราก็มักมีงานแห่เทียน ถวายเทียนพรรษา (งานแห่เทียนนี่เค้าว่าที่อุบลฯเด็ดสุด) แต่ปัจจุบันเห็นมีถวายหลอดไฟพรรษากันมากขึ้น คงเพราะสภาพการณ์ที่เปลี่ยนไป เห็นว่าเดี๋ยวนี้ท่านคงไม่ใช้เทียน ใช้ไฟฟ้ากันหมดแล้ว นอกจากนั้นก็มีถวายผ้าจำนำพรรษา ผ้าอาบน้ำฝน และสังฆทานอื่นๆ ตามแต่จิตศรัทธาแต่ละท่าน พอดีวันอาทิตย์ที่ผ่านมามีโอกาสฟังวิทยุตอนอยู่บนรถเมล์ พระรูปหนึ่ง(ไม่ทราบฉายาท่าน)ท่านเทศน์เกี่ยวกับเรื่องของถวาย เนื่องในวันเข้าพรรษานี่แหละ ลองอ่านโดยสรุปดูนะครับ ท่านว่าของถวายทุกวันนี้ทำตามๆกันไป พอถวายหลอดไฟก็ถวายตามๆกัน แล้วก็กล่าวคำถวายสังฆทานเป็นบาลี ถอดความบางส่วนได้ว่า "ข้าแต่พระสงฆ์ผู้เจริญ ข้าพเจ้าทั้งหลายขอน้อมถวาย ซึ่งภัตตาหารกับของที่เป็นบริวาร ทั้งหลายเหล่านี้" ท่านก็บอกว่าหลอดไฟมันฉันได้ที่ไหนล่ะ แล้วพอถวายหลอดไฟก็ไม่ถวายชุดหลอดไฟด้วย เอาไปใช้ในจุดอื่นก็ไม่ได้ ใช้เปลี่ยนที่เสียอย่างเดียว จนวัดจะเป็นโกดังเก็บหลอดไฟอยู่แล้ว เพราะท่านไม่ได้ใช้เยอะ ท่านว่าถายเทียนอย่างเดิมน่ะดีแล้ว แต่ไม่ต้องมาเป็นต้นใหญ่โตมากมายหรอก เอาแค่เทียนจุดบูชาพระ เล่มเล็กๆก็พอ เพราะเทียนน่ะท่านต้องใช้ จุดแล้วก็หมดไป แล้วสิ่งที่สำคัญคือเปลี่ยนจากการถวายหลอดไฟ เป็นถวายปัจจัยเพื่อจ่ายค่าไฟดีกว่า เพราะเดี๋ยวนี้วัดต้องซื้อทั้งน้ำทั้งไฟ ไม่ได้ใช้ฟรีๆ เสียดายที่ฟังไม่จบเพราะต้องลงจากรถก่อน (ผมเรียบเรียงใหม่เพื่อให้กระชับนะครับ) ฟังแล้ว อ่านแล้วก็โปรดใช้วิจารณญาณนะครับ ซึ่งผมก็เห็นตามท่านอย่างนั้นจริงๆ แม้เราจะถวายด้วยจิตบริสุทธิ์ แต่ปรับนิดนึงน่าจะเหมาะ ก็ชวนกันเข้าวัดเข้าวา แม้หลายท่านจะศรัทธาพระสงฆ์(บางรูป)น้อยลง แต่พระพุทธกับพระธรรม ยังสูงส่งล้ำค่ายิ่ง ช่วยกันสืบทอดให้คงอยู่ตลอดไปครับ เพราะเรายังหวังให้ธรรมคุ้มครองโลกน้อยๆใบนี้ โดยเฉพาะคุ้มครองประเทศไทยของเรา เราศรัทธา ส่งเสริม และสืบทอดได้ โดยที่พระพุทธศาสนาไม่จำเป็นต้องเป็นศาสนาประจำชาตินี่นา ปล. เรื่องศาสนาใช้ "เผยแผ่" นะครับ ไม่ใช่ "เผยแพร่" เผื่อใครลืม
|