พิมพ์หน้านี้
|
นับเป็นปรากฏการณ์การสื่อสารที่น่าสนใจ แห่งยุคสมัย และก็ประสบกับตัวเองเลยว่าเสน่ห์ของมันก็คือ Interactive-Two Way Communication ที่ทำให้ทั้งผู้ส่งและผู้รับสารสามารถมี feedback แสดงความรู้สึก ความคิด และความเห็นกันได้อย่างฉับพลันทันที(..ก็อย่างที่กำลังทำอยู่นี่ไง) แต่ความทันที-ความฉับไวนี้แหละที่มันเป็น สองคม ขณะที่สื่อกระแสหลักนอกจากความอยู่รอดทางเศรษฐกิจของสื่อเองที่เป็นแรงบีบให้ คนสื่อ และองค์กร ต้องให้ความสำคัญกับจริยธรรม-จรรยาบรรณในวิชาชีพ (อย่างน้อยก็ในระดับหนึ่ง) เพราะนั้นหมายถึง ความอยู่รอด และ อยู่อย่างมีเกียรติ ของพวกเขา แม้ว่าเราจะต้องมานั่งถกเถียงว่าสื่อ เป็นกลาง-ไม่เป็นกลาง ฯลฯ แต่อย่างน้อยก็ มีความน่าเชื่อ เนื่องจาก กระบวนการผลิตสื่อ ที่เป็นความมั่นใจให้ผู้รับสารได้ ในขณที่โลก cyb(er)log แห่งนี้คุณจะเป็นใครก็ได้ นึกอย่างไร เขียนอย่างนั้น แสดงออกได้ทันที ไม่ต้องมีบรรณาธิการเข้มงวด หรือหย่อนงานของคุณลงกระป๋อง และในขณะเดียวกันผู้รับสารของคุณก็เลือกได้ตามชอบเช่นกัน คิดดีเขียนดี คนชอบก็อยู่นาน..ถ้าไม่ดีก็อาจฝ่อลงไปเอง ไม่ได้มี ความอยู่รอด มาค้ำคอ แต่ส่วนหนึ่งก็คือ เราห้ามไม่ได้ที่จะให้ใครเลือกอ่าน ห้ามไม่ได้ว่าเขาจะคิดต่อยอด ขยายผลอย่างไร โดยเฉพาะเรื่องราวการนำเสนอที่เป็นความ ล่อแหลม ต่างๆของสังคม จริยธรรม-จรรยาบรรณในการนำเสนอ ของ ใครก็ได้ เหล่านั้น จึงน่าจะเป็นสิ่งสำคัญที่ oknation และชาวblog จะต้องร่วมกันสร้าง เพื่ออย่างน้อยก็จะทำให้มีจุดยืนที่ชัดเจน เป็นกรอบ ให้ประชาชนผู้รับสารได้ใช้ วิจารณญาณ ในการรับรับรู้ ก่อน...ที่ความหวังดี(หรือหวังร้าย) ของเราจะย้อนกลับไปทำร้ายสังคม ขอเก็บเอาอารมณ์ จากปลายนิ้วของตัวเองที่ฝาก comment ไว้ใน ปรากฏการณ์ Citizen Journalism กำลังทำให้สื่อกระแสหลักต้องขยับตัว ของคุณสุทธิชัย หยุ่น blog/black (ของโปรดที่ต้องรีบคลิกเข้าไปอ่านอยู่เสมอ...จะอ่านให้หมดยังไม่รู้จะหาเวลายังไงเลย มืออาชีพจริงๆค่ะ) อีกแล้ว? แหม..จะว่าไปคุณสุทธิชัยนี่ล่ะค่ะ ผู้ชักนำเข้าวงการฯ ก็เพราะได้อ่านคิดนอกกรอบในวันหนึ่งและพอดีเงยหน้าขึ้นมาก็เจอกะคอมฯ ตั้งอยู่..ก็คลิกมันซะเลย (ใครเป็นอย่างเราบ้างเอ่ย?) ...รู้ตัวอีกทีก็มานั่งพิมพ์เรื่องนี้อยู่นี่ซะแล้ว เอ้าเจ๊! โม้อยู่นั่นแหละ..จะเข้าเรื่องยัง ค่ะ ก็จะยกตัวอย่างจาก feed back ในฐานะ ผู้รับสาร มา fade in ในหน้านี้อย่าง ผู้ส่งสาร ไง 555
ไม่ได้จะมาเล่นกลตื้นๆของคนบื้อคอมฯ หรอกค่ะ เพียงแต่อารมณ์และ feed back ขณะนั้นมันก็ขณะจิตนั้นจริงๆ แต่หลังจาก ได้แสดงออกในตอนนั้นแล้ว มีไม่น้อยที่ทำให้เราได้คิดมากขึ้น และเที่ยวไปหาอะไรต่ออะไรมาต่อยอดความคิดนั้น ด้วยหลากหลายความรู้สึกหลังจากที่ก้าวเข้ามาเป็นสมาชิกในโลกใหม่ cyb(er)log อย่างตั้งอกตั้งใจ พอสมควร ก็เลยนำข้อมูลที่น่าสนใจเกี่ยวกับพลวัฒน์ของมนุษย์กับสื่อ..ที่ในโลกยุคสังคมข่าวสารปัจจุบันนี้มันแทบจะเป็น..ปัจจัยลำดับที่ 5 เข้าไปทุกที...หรือสำหรับบางคนมันอาจจะกำลังกลายเป็นปัจจัยลำดับที่ 1 ไปซะแหล่ว ก็ม่ายรุ ให้มาลองวิเคราะห์กันดูว่า อัตราเร่งของความเจริญ-เทคโนโลยีการสื่อสารมันชวนให้เร้าใจเพียงใด และอะไรมันจะเกิดขึ้นถ้าเรารู้ไม่ทันสื่อ และอิทธิพลความแรงของเทคโนโลยีนี้ ก็ลองจับตาดูช่วงห่างของวิวัฒนาการแต่ละอย่างนะคะ...บางทีมันอาจจะทำให้อ้าปากหวอ..ตาค้า...หรือทำให้รู้สึกหนาวสันหลัง จนกระตุ้นให้เราต้องช่วยกันใช้ความเป็นมนุษย์ของเรา ต้านแรงของเทคโนโลยีให้อ่อนนุ่มลง ให้สามารถอยู่ร่วมกันได้อย่างปกติสุขต่อไป
เฟรดเดอริค วิลเลี่ยมส์ (1982) ได้รวบรวมช่วงสำคัญของ วิวัฒนาการการสื่อสารของมนุษย์ เอาไว้ดังนี้ 35000 ปี ก่อนคริสตศักราช ยุคมนุษย์ยุโรปก่อนประวัติศาสตร์ (คาดว่าเกิดภาษา) 22000 ปี ก่อนคริสตศักราช ภาพเขียนในถ้ำก่อนยุคประวัติศาสตร์ 4000 ปี ก่อนคริสตศักราช การเขียนแบบ ซุมีเรีย บนแผ่นอิฐ 3000 ปี ก่อนคริสตศักราช การเขียนแบบอียิปต์โบราณ 1800 ปี ก่อนคริสตศักราช อักษรโฟนีเซีย 1000 ปี ก่อนคริสตศักราช อักษรกรีกยุคต้น 600 ปี ก่อนคริสตศักราช ลายสือละตินแรกเริ่มสุด 450 ปี ก่อนคริสตศักราช ชาวกรีกใช้นกพิราบสื่อสาร 130 ปี ก่อนคริสตศักราช สร้างหอสมุดอเล็กซานเดรีย ค.ศ.350 หนังสือเข้ามาแทนที่ม้วนกระดาษ ค.ศ.600 พิมพ์หนังสือในประเทศจีน ค.ศ.676 ชาวอาหรับและชาวเปอร์เซียใช้กระดาษและหมึก ค.ศ.1200 ใช้กระดาษและศิลปะการใช้หมึกในยุโรป ค.ศ.1453 พิมพ์คัมภีร์ไบเบิ้ลด้วยระบบกูเตนเบิร์ก ค.ศ.1562 หนังสือพิมพ์ราชเดือนฉบับแรกในอิตาลี ค.ศ.1594 นิตยสารฉบับแรกในเยอรมัน ค.ศ.1639 เครื่องพิมพ์เครื่องแรกในอเมริกาเหนือ ค.ศ.1642 เบลสพาสคาล พัฒนาเครื่องคิดเลขยุคแรก ค.ศ.1709 กฎหมายลิขสิทธิ์ในอังกฤษ ค.ศ.1797 แก้รัฐธรรมนูญสหรัฐฯครั้งแรก ค.ศ.1891 เดวิดนาเปียร์ประดิษฐ์แท่นพิมพ์แบบนอน ค.ศ.1827 ภาพถ่ายบนโลหะ ค.ศ.1830 ประดิษฐ์เครื่องพิมพ์ไอน้ำแบบโคนิก ค.ศ.1834 ชาล์ส แบ็บเบ็จ ทำ เครื่องวิเคราะห์ ใช้หลักของคอมพิวเตอร์ ค.ศ.1835 แซมมวลมอร์ส นำโทรเลขเข้ามาใช้ ค.ศ.1846 เครื่องพิมพ์แบบเบา พิมพ์ด้วยความเร็วสูง ค.ศ.1855 เดวิดฮิวส์ ผลิตโรงพิมพ์ ค.ศ.1866 วางเคเบิ้ลข้ามมหาสมุทรแอตแลนติคเสร็จ ค.ศ.1876 อเล็กซานเดอร์ เกรแอม เบลล์ ประดิษฐ์เครื่องโทรศัพท์ ค.ศ.1888 พิสูจน์พบคลื่นวิทยุ ค.ศ.1895 กูกลิเอลโม มาร์โคนี สร้างวิทยุโทรเลข ค.ศ.1895 ออกัสต์และหลุยส์ ลูมิแอร์ ผลิตกล้องถ่ายภาพนตร์ ค.ศ.1900 ถ่ายทอดคำพูดผ่านคลื่นวิทยุ ค.ศ.1912 ภาพยนตร์เป็นธุรกิจใหญ่ ค.ศ.1920 คาดว่าจะมีโทรทัศน์ในบ้านเกิดขึ้น ค.ศ.1927 บริษัทอเมริกันเทเลโฟน แอนด์ เทเลกราฟ คอมปะนี นำทีวีออกแสดง ค.ศ.1936 ออกนิตยสารไลฟ์ ค.ศ.1942 คอมพิวเตอร์อิเล็กทรอนิส์กชุดแรกในสหรัฐ ค.ศ.1946 เชสเตอร์ คาร์ลสัน ประดิษฐ์เครื่องถ่ายสำเนา ค.ศ.1947 ห้องทดลองของบริษัทเบลล์ คิดค้นทรานซิสเตอร์ ค.ศ.1949 คอมพิวเตอร์เก็บโปรแกรมเครื่องแรก ค.ศ.1951 เริ่มรู้จักทีวีสีในสหรัฐ ค.ศ.1957 รัสเซียปล่อยดาวเทียมสปุคนิคดวงแรกจากโลก ค.ศ.1958 การบันทึกเสียงระบบสเตริโอโฟนิค ค.ศ.1961 นำโทรศัพท์กดปุ่มมาใช้ ค.ศ.1962 สหรัฐปล่อยดาวเทียมเทลสตาร์ ค.ศ.1968 นำเครื่องบันทึกวิดีโอกระเป๋าหิ้วมาใช้ ค.ศ.1970 ใช้ไมโมโครอิเล็กทรอนิกส์ชิพกันอย่างแพร่หลาย ค.ศ.1975 สร้างจอทีวีติดกำแพง ค.ศ.1975 มีการพัฒนาอย่างสูงมากในการถ่ายทอดสัญญาณอ็อพติคัล ค.ศ.1976 ทีวีคอมพิวเตอร์เกมส์วางตลาดแพร่หลายเป็นครั้งแรก ค.ศ.1978 ทดลองวางตลาดระบบวิดีโอดิสก์ ค.ศ.1979 นำทีวีระบบ 3 มิติออกแสดง ค.ศ.1980 คอมพิวเตอร์ประจำบ้านราคาต่ำกว่า 500 เหรียญ ค.ศ.1980 ความก้าวหน้าใหม่ทางวิทยาศาสตร์ด้านการถ่ายภาพอวกาศ ค.ศ.1981 ระบบวิดีโอดิสก์ 2 ทางวางจำหน่ายทั่วไป ค.ศ.1981 กระสวยอวกาศ โคลัมเบีย เดินทางสำเร็จภารกิจ ค.ศ.1982 กลุ่มประชาคมยุโรปส่งดาวเทียมมากมาย ค.ศ.1982 ความก้าวหน้าครั้งใหญ่ในการโทรศัพท์ดิจิตอล (ข้อมูลจาก - สื่อสารมวลชน : ทฤษฎีและแนวทางการศึกษา,กาญจนา แก้วเทพ, นิเทศศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย,2545) ....... ค.ศ.2006 กำเนิด oknation คลื่นพลังแห่งสื่อภาคประชาชน Citizen Journalism..(อ๊ะ อันนี้แม่หมูฯรวบรวมเองฮ่ะ) ก็ ลองเอามาให้ได้ลองคิดกันเล่นๆดูนะคะว่า กระแส ความเร็ว ความแรงของวิวัฒนาการการสื่อสารและเทคโนโลยีมันซัดเข้ามาลูกแล้วลูกเล่า แล้วมนุษย์ตาดำๆอย่างเราๆท่านๆ จะตาม จะทันมันอย่างไร จะปรับตัว ปรับกลยุทธ์รับมือกับกระแสที่เร็วและแรงของเทคโนโลยีการสื่อสารนี้ได้แค่ไหน ทันเวลาหรือไม่ ที่สำคัญ..ถ้าเรารู้ทันตามทันแล้ว เราจะมีมาตรการควบคุมพลังอำนาจของมันอย่างไร ดึงประโยชน์จากมันมาใช้ให้สูงสุด..ทั้งในแง่มุมของ ผู้ส่งสาร ผู้รับสาร และ เจ้าของสื่อ เพื่อป้องกันให้ไม่ต้องตกเป็นทาสเทคโนโลยี จนกลับกลายมาเป็นอุปสรรคในชีวิต หรือทำให้ขาดความปกติสุขที่มนุษย์ควรจะมี ...เชื่อและรู้สึกเสมอว่า คนเดินช้า...เวลาเดินเร็ว แต่ถ้าเป็นสถานการณ์กระแสสื่อตอนนี้ คงไม่ต้องลุกขึ้นเดินกันหรอก เพราะ เทคโนโลยีสื่อสาร...เร็วเท่าความรู้สึก ..................................... งานเขียนมากมาย... หลากหลายรสให้เลือกอ่าน... แลกเปลี่ยนความเห็น... การมีส่วนร่วม ในการสร้างสรรค์สังคม ด้วยหนึ่งสมองและสองมือของคุณ รออยู่ที่นี่แล้ว ณ oknation แห่งนี้ ......................................... ฝากอีกนิด... ภูมิใจกับ ภาษาไทย... ภาษาที่เป็นเอกลักษณ์ หนึ่งเดียวในโลก ร่วมกันรณรงค์การใช้ภาษาไทยให้ถูกต้องและประณีต ด้วยกันนะคะ
|