พิมพ์หน้านี้
|
วันที่ 9 มิถุนายน 2549 วันนั้นข้าพระพุทธเจ้าและครอบครัวของพี่สาว ตื่นกันก่อนตีห้า เพราะตอนตีห้า ทุกๆ คน จะเดินทางไปเข้าเฝ้าในหลวงของพวกเรา โดยพี่สาวและพี่เขยจะเข้าไปในวังในฐานะข้าราชการ (ทหารเรือ) ส่วนหลานชายคนโต ชื่อ โบ๊ท เป็นนักเรียนโรงเรียนจิตรลดาทางโรงเรียนนำนักเรียน (โต) ไปเข้าเฝ้าที่ลานพระบรมรูปทรงม้า ส่วนข้าพระพุทธเจ้าและหลานชายคนเล็ก ชื่อ น้องบอส ไปเข้าเฝ้าในหลวงเช่นกันในฐานะพสกนิกร เช้านั้น ข้าพระพุทธเจ้าและหลาน ใส่เสื้อสีเหลือง เมื่อไปถึงหน้าวัดเบญจฯ ประหลาดใจมากเพราะขณะนั้นเวลายังไม่หกโมงเช้าเลย ผู้คนมาจากไหนไม่ทราบ เต็มไปหมด ...เอาหละซิ ข้าพระพุทธเจ้าจะทำอย่างไรดี เอาหลานมาซะด้วย ใจนึงก็กลัวว่า หลานจะหาย เพราะคนเยอะมากๆ (มากแบบไม่เคยเห็นมาก่อนเลยในชีวิต) นึกในใจว่า ยังไงก็ต้องไปที่หน้าพระบรมรูปทรงม้าให้ได้ และแล้ว....ข้าพระพุทธเจ้าและหลานชายก็ไปถึงหน้าพระบรมรูปทรงม้า .ข้าพระพุทธเจ้านึกในใจว่า อะไรกันนี่ ผู้คนมาจากไหนกันมากมายขนาดนี้ นับประมาณไม่ได้เลย .....ข้าพระพุทธเจ้าและหลาน เดินเบียดเสียดผู้คนเข้าไปจนถึงด้านหน้าลานพระบรมรูปทรงม้า เดินไปได้ทีละเล็กทีละน้อย บางครั้งเขาก็บอกให้นั่ง ข้าพระพุทธเจ้าและหลานก็นั่งลง บางครั้งยังนั่งไม่ลงเลยคะ เพราะพื้นที่ไม่พอนั่ง ข้าพระพุทธเจ้าและหลานก็อดทน และคนที่อยู่ในบริเวณนั้นก็อดทนกันทุกๆ คนเลย ไม่มีใครทะเลาะอะไรกันเลย มีแต่พูดให้กำลังใจ ซึ่งตลอดระยะเวลานั้น แดดก็ออก ทุกคนร้อนและเบียดเสียดกัน พอประมาณสิบเอ็ดโมงเห็นจะได้ ในหลวงของพวกเราก็เสด็จออกมาหน้าพระที่นั่ง และขณะนั้น ท้องฟ้าก็มีเมฆมาปกบังให้ทุกคนในบริเวณนั้นร่มเย็น...อากาศเย็นสบายขึ้นมาทันทีทันใด ทำให้ข้าพระพุทธเจ้าประหลาดใจเป็นยิ่งนัก สักพักนึง...ทุกคนก็เริ่มแตกแถวกันแล้ว....เพราะทุกคนตั้งใจเดินหน้าไปเข้าใกล้พระองค์ให้ได้มากที่สุด.... ทุกคนยิ่งเห่กันหนักเมื่อเห็นพระองค์ท่านโบกพระหัตถ์ ข้าพระพุทธเจ้าเข้าใจได้เลยว่า คลื่นมหาชน เป็นอย่างไร.......ข้าพระพุทธเจ้าก็เห่ไปกับเขาด้วยเช่นกัน ทั้งสนุกและนึกอยู่แต่ว่า จะเห็นพระองค์ท่านไม๊นี่.....และแล้วจุดสำคัญก็เกิดขึ้น เมื่อทุกคนในบริเวณนั้นเปล่งเสียงว่า ทรงพระเจริญ ทรงพระเจริญ ทรงพระเจริญ ข้าพระพุทธเจ้าถามตัวเองว่า เกิดอะไรกับตัวข้าพระพุทธเจ้าหละนี่.....เหมือนมีอะไรมาจุกที่หน้าอก ทำไมเปล่งเสียงไปพร้อมๆ กับคนอื่นไม่ได้ ....และแล้วน้ำตาของข้าพระพุทธเจ้าที่ไม่คาดคิดว่า จะไหลออกมาตอนที่มีผู้คนเยอะแยะ มันก็ไหลออกมา เมื่อหันไปซ้าย-ขวา ข้าพระพุทธเจ้าก็บอกตัวเองว่า ใครๆ เขาก็ร้องไห้....ดังนั้น น้ำตาของข้าพระพุทธเจ้าจึงไหลแบบไม่หยุด ...ห้ามเท่าไรก็ไม่มีทีท่าว่าจะหยุด .. ข้าพระพุทธเจ้าพูดอะไรไม่ออก ร้องไห้ได้อย่างเดียว.........แต่ก็มีความสุขใจมากๆ และเมื่อเห็นพระองค์ท่านทรงมีพระพลามัยแข็งแรง ข้าพระพุทธเจ้าก็ยิ่งเป็นสุขใจ ขอพระองค์ทรงพระเจริญยิ่งยืนนาน ข้าพระพุทธเจ้า น.ส.ทิพสุดา ไชยสาม |