• ottobike
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • วันที่สร้าง : 2008-05-15
  • จำนวนเรื่อง : 4
  • จำนวนผู้ชม : 694
  • จำนวนผู้โหวต : 3
  • ส่ง msg :
more
ottotrip
ท่องเที่ยว/backpacker/adventure/เสือภูเขา/นักวิ่ง /ไตรกีฬาในสนามแข่งที่สวยงาม ทั่วโลก
Permalink : http://www.oknation.net/blog/ottotrip
วันศุกร์ ที่ 16 พฤษภาคม 2551
ปิดเทอมกับเด็กๆที่โอซากา-โตเกียว
Posted by ottobike , ผู้อ่าน : 105 , 14:04:00 น.  
พิมพ์หน้านี้


ช่วงปิดเทอม  หนีความร้อนระดับ38องศาของบ้านเรา  ไปเที่ยวญี่ปุ่นซะ5วัน3คืน (ยูนิเวอร์แซล(โอซากา)-นั่งรถไฟชินคังเซ็น ไปขึ้นภูเขาฟูจิ-วนอุทยานฮาโกเนะ-นั่งเรือท่องทะเลสาปอาชิ-ขึ้นกระเช้า ไปหุบเขาโอวาคุดานิ-ช้อปปิ้งที่ชินจูกุ-หนีไกด์ขึ้นรถไฟไปตะลุย ดิสนีย์ซี-ปิดท้ายที่วัดนาริตะ).....

....ดูรูปทั้งtrip....

                                 Japan 2nd trip(18-23/4/2551)
-ซื้อทัวร์ โดย ค้นทางทางอินเตอร์เนต เลือกดู โปรแกรมเน้นเด็กๆเที่ยว มี สวนสนุกมากๆลงเอย ที่ www.asiahubtravel.com(02 591 8791-2)
-ได้เป็นทัวร์ ของ พันไมล์ อินเตอร์ทราแวล...
-มัคคุเทศน์: คุณเจริญ  (หมิง) เคยเรียนที่ญี่ปุ่น  มีพี่สาวอยู่ญี่ปุ่น  ปัจจุบัน สอนภาษาญี่ปุ่น และ จีนกลาง(ไต้หวัน)
-หัวหน้าทัวร์: คุณกฤตยา  (นาเดียร์ หรือ กล้วย) สาวคล้ายหนุ่ม อารมณ์ดี มีplanเปลี่ยนไปทำทัวร์ แอฟริกาใต้
-ราคาทัวร์ผู้ใหญ่47000บาท,เด็ก 42000บาท


            วันศุกร์ที่18/4/2551
19.20    ปิดclinic ใช้SEAT นำเด็กๆ(น้องมิวและน้องไม)ที่อาบน้ำ แต่งตัว จากบ้าน มารอ ที่คลินิก  กว่าจะปิดร้านได้  ยื้อพอสมควร  จนเด็กๆ เริ่มโยเย
21.30    ถึงสนามบินสุวรรณภูมิ  ตามเวลานัดหมายพอดีเปะ  ผมเอารถไปจอดที่จอดรถ  คราวนี้เลื่อนไปจอด ตึกถัดมาอันที่2 เลยค่อนข้างงง  เข้ามาในสนามบินตรงแถว R ชั้น 4 พอดี(บัตรจอดรถ เขียน หมายเลข 3)  แม่พบไกด์แล้วloadกระเป๋าเรีบยร้อย  ก็พบว่าถูกเบี้ยว  เรื่องกระเป๋าที่บริษัททัวร์ ยืนยันว่าจะเอามาให้ในวันขึ้นเครื่อง (ถูกเบี้ยวเหมือนครั้งที่แล้วเลย) ทำให้ผิดแผน เรื่องการเตรียมกระเป๋าขอแม่ ที่ตั้งใจจะใช้กระเป๋าแถม มาเป็นที่ใส่ ของฝากจากญี่ปุ่น
00.20    เครื่องบิน(JAL 728)ออก หลังจาก delay~30นาที.....บินสู่ สนามบิน คันไซ  เมืองโอซากา  ใช้เวลา 6ชม.(ต้องปรับเวลา+2ชม.พอดี)  บนเครื่องเด็กๆสนุก กับการเล่นเกมส์ สักครู่  เครื่องบิน หรี่ไฟ  จึงให้เด็กๆ นอน  เพื่อออมแรง  ไปเล่น ยูนิเวอร์แซล ในวันรุ่งขึ้น


            วันเสาร์ที่ 19/4/2551
6.00    รุ่งอรุณ เหนือทะเลญี่ปุ่น มองจากหน้าต่างเครื่องบิน  จะเห็น หมู่ เรือประมงของชาวโอซากา
8.00    ถึงสนามบินคันไซ  ที่ทำจากขยะเมืองโอซากามาบดถมทะเล  ปีแรกก่อนเปิดใช้จริงพบว่า สนามบินทรุดลงไปถึง 8 เมตร  เพราะฉะนั้นที่สุวรรณภูมิทรุดนั้น  เรื่องจิ๊บๆไปเลย  แต่ก็มีการซ่อม แก้ไข เพราะญี่ปุ่นรู้สึก เสียหน้าอย่างมาก  จนสามารถผ่านพ้นการทดสอบครั้งสำคัญ จากเหตุการณ์แผ่นดินไหว ที่เมืองโกเบ ที่อยู่ห่างจาก โอซากาไปไม่เท่าไรนัก  โดยสนามบิน ยังอยู่ดี จนได้รับยกย่องว่าเป็นสนามบินที่ดีที่สุดแห่งหนึ่งของโลก
8.30    หลังผ่านการตรวจคนเข้าเมืองและศุลกากร  พบว่า รถที่มารับมีปํญหา คันที่2 เล็ก เกินไป สำหรับกลุ่มทัวร์ที่มี 2 กลุ่ม คือกลุ่มที่ไปเมืองนารา ได้ คันใหญ่  ส่วนกลุ่ม ไปยูนิเวอร์แซล ได้คันเล็ก  จึงต้องแจ้งบริษัททัวรที่ญี่ปุ่น ให้นำรถมาเปลี่ยนในวันต่อมา  และจากการdelayที่กรุงเทพ ทำให้ ต้องตัด ปราสาทโอซากาออก  โดย มุ่งหน้าไป ยูนิเวอร์แซลเลย
    ถึง ยูนิเวอร์แซล สตูดิโอ(www.usj.co.jp)....พบเด็กนักเรียนญี่ปุ่น มาเป็นหมู่คณะจำนวนมาก  และเป็นวันเสาร์ จึงยอมซื้อ  Universal Express Pass Bookletชนิด 4  ซื้อที่ ร้านขายของที่ระลึก ทางซ๊ายมือ หลัง จาก ผ่านทางที่ตรวจตั๋วมาแล้ว
    1.บัตรใบแรก ...Shrek4-D...สนุกดี
    2.ใบที่2......Spiderman....อันนี้แนะนำ พลาดไม่ได้  สุดยอด...ตอนตกตึก
    3.Sesami Street Show...เป็นการแสดงบนถนน สาวนักแสดงน่ารักดี
12.00    ...Lunch...
    4.ใบที่3......Terminator...อันนี้ตอนฉาก แมงมุมยักษ์  ทำเอาไมโครโฟนลงไปแอบแมงมุม ที่พื้น
    5.ใบที่4......E.T....นั่งรถจักรยานชม เมืองจำลอง (พาE.Tหนีตำรวจ)เหมาะกับเด็กๆ
    6.รายการสุดท้าย...ดูโชร์ Water World อันนี้คล้ายๆสตั้นแมนโชร์ที่ ดรีมเวิร์ล  แต่ Hi-techกว่า  ต้องระวัง ถ้านั่งหน้าๆ อาจโดนนักแสดงแกล้งทำน้ำกระเด็นใส่....แนะนำ นั่งกลาง  เพื่อจะได้เห็นการแสดง ตลอด  เพราะบางมุม จะมีเสาบังทำให้เสียอรรถรสไปบ้าง  พอจบการแสดง ได้เวลานัดพอดี(14.00)
    ไม่ได้ดู Peterpan show  มี~2ทุ่ม
14.00    นัดพบ เพื่อ เดินทางไปที่พัก วันแรก  ในโอซากา...นั่งรถผ่านชนบทของโอซากา ถนนแคบๆ ได้บรรยากาศ เจาะลึกกว่ามาญี่ปุ่นเมื่อปีที่แล้ว  เป็นถนนแคบๆที่รถสวนกันพอดี  ติดกับถนนเป็นทุ่งนาข้าว และหน้าบ้าน  เรียกว่าเขาใช้ประโยชน์จากผืนดินทุกกระเบียดนิ้วจริงๆ  ยิ่งเย็นลงคุณเจริญบอกว่าคนขับรถไม่เคยมารร.ที่จะไปมาก่อน  สงสัยจะหลงนี่ขนาดใช้GPSนะเนี่ย...มีการเลี้ยวกลับรถเปลี่ยนเส้นทาง..กลับไปมา...กว่าจะถึงรร.ก็เริ่มจะมืดพอดี
18.00    ที่ Misugi Resort (โทร.05-9272-1101)เป็นรร.ที่ค่อนข้างหรูเมื่อเทียบกับบรรยากาศรอบๆที่เป็นชนบทของโอซากา  มีสวนน้ำแต่ปิดปรับปรุงอยู่...บรรยากาศ ค่อนข้างเงียบสงบ  ไกด์แนะนำให้ใช้บริการออนเซ็นที่อยู่ชั้นล่างของรร.  เป็นน้ำแร่ที่มาจากหุบเขาละแวกนั้น  ที่ล้อบบี้ทีการโชว์ชุดซามูไรโบราณ  ห้องพักเป็นแบบเรียวกัง  (แบบญี่ปุ่น คือ นอนบนที่นอนเบาะ  ใช้แล้ว  ม้วนเก็บเข้าตู้)ที่นอนเบาะของญี่ปุ่นจะมีถึง 3ชั้น โดยบนสุด เป็นผ้าห่ม  พื้นห้องปูด้วยเสื่อตะตะมิะมาต่อกัน...ในโตเกียวจะคำนวณค่าห้องพักจากจำนวนเสื่อตะตะมิในห้องพักค่อนข้างอุ่นจากเครื่องทำความร้อน  แต่เมื่อเปิดหน้าต่างกระจก จะได้รับลมเย็นจากภายนอก ซึ่งในช่วงเดือนเมษายนนี้ จะประมาณ15องศา
19.00    มื้อเย็นที่โอซากา  เป็นขาปูยักษ์นึ่ง ที่รอพวกเราจนกลายเป็นขาปูยักษ์เย็น  แต่ด้วยความที่เนื้อปูที่มาก ทำให้ยังคงความอร่อยอยู่...เลยได้แกะเนื้อปูด้วยกรรไกร และอุปกรณ์คล้ายcuretteของแพทย์ เอาไว้ขุดและขูดเนื้อปู  เด็กกินเนื้อปูจนอิ่มหน่ำสำราญแฮ  ก็มีโชร์ตำถั่วด้วยค้อนยักษ์ เป็นการทำขนมถั่วแบบญี่ปุ่น มีให้ลูกทัวร์ลองทุบด้วย 
21.00    ผมใส่ชุดยูกาตะของรร.(No underwear)แล้วลงมาแช่ออนเซ็น ที่ชั้นใต้ดินของรร.ที่บริเวณเปลี่ยนชุด(น่าจะเรียกว่าที่เปลื้องผ้ามากว่า)จะมีสบู่เหลวและมีดโกนนวดแบบใช้แล้วทิ้ง พร้อมaftershave gelว้บริการ ฟรี  แต่ไม่กล้าใช้เพราะกลัวพี่ยุ่นจะrecycleมีดโกนหนวด  ห้องออนเซ็นของที่นี่แบ่งเป็น 2 ส่วนคือ ในห้องกับนอกห้องซึ่งน้ำจะร้อนน้อยกว่าเล็กน้อย  เพราะข้างในจะอบอวนไปด้วยไอน้ำร้อนและเป็นต้นทางของน้ำแร่  ภายในห้องก็จะมีกระจก พร้อมก๊อกอาบน้ำร้อนเฉพาะบุคคลและครีมแชมพู3-4 ชนิด,กาละมัง+ผ้าเช็ดตัวผืนน้อย1ผืน เพื่อให้ผู้ใช้บริการชำระล้างตัว ก่อนลงไปแช่ในบ่อน้ำร้อน...ข้างนอกทำเป็นบ่อธรรมชาติ  วิวติดเขา แต่ตอนลงมืดแล้วและยังคุยกับสมาชิกที่มาลงว่าน่าจะมาลงช่วงเช้า คงจะได้เห็นวิวสวยกว่านี้
22.00    กลับห้องพัก  เด็กๆและแม่ ปิดไฟ เข้านอนด้วยความเพลียจากเดินทาง(หลงวันแรก)


            วันอาทิตย์ที่20/4/51
6.00    ผมตื่นมาดูบรรยากาศ  ยามเช้าที่หน้ารีสอร์ต  ระหว่างลงลิฟท์  พบแขกรร.ชาวญี่ปุ่นตา-ยาย แต่งชุดกิมโมโน  ทัก"โอไฮโย  โกไซมัสส"อย่างสุภาพ  ทำให้ซึมซับถึงความละเอียดอ่อน ความสุภาพและเสน่ห์ของวัฒนธรรมญี่ปุ่น  ที่หน้ารีสอร์ตได้ถ่ายรูปดอกไม้สวยๆ  และออกมารับอากาศเย็นบ้าง...กลับมาที่ห้องพัก  .น้องมิวโวยวายที่ผมไม่ปลุกให้ลงไปด้วยกัน
7.00     แพ็คกระเป๋า  เพื่อย้ายที่นอน ที่รร.ใหม่ ใกล้ๆเขาฟูจิ....อาหารเช้าแบบญี่ปุ่น...
8.00    ออกเดินทางไปขึ้นรถไฟชินคันเซ็น ที่สถานีฮามามัตสึ  ปลายทางที่ สถานีชิซูโอกะ เพื่อไปขึ้นเขาฟูจิ  ระหว่างทางรถผ่านชนบทของโอซากาอีกครั้ง  คุณเจริญชี้ให้เห็นว่า ที่นี่ไม่มีรถมอเตอร์ไซด์เลย  อือ  จริงๆด้วย ไม่เห็นมอเตอร์ไซด์เลย(คุณเจริญ บอกจิงจิงเป็น คำไม่สุภาพ ในภาษาญี่ปุ่น เพราะ แปลว่า....ของผู้ชาย)ก็เลยมีการสอนนับเลขภาษาญี่ปุ่นในรถ และให้รางวัล  ด้วย(อิจจิ/นิ/ซัง/ยง/โกะ/รกกึ/นะนะ/ฮัจจิ/คิว/จิว...100เฮียกกึ/1000เซ็ง/10000มัง) จบด้วยความประหลาดใจที่ น้องมิว นับเป็นจีนกลางได้ และน้องไบรท์นับเป็นเกาหลีได้...เฮ้อ..ให้มันรู้ไปว่าทัวร์กรุ้ฟนี้ มันอินเตอร์จริงๆ
10.30    ที่สนานีฮามามัตสึ  ไกด์ให้เวลาช้อฟ+ถ่ายรูปที่ร้านค้าในสถานีรถไฟ~30นาที
11.00    การขึ้นชินคันเซ็นเป็นหมู่คณะ จำนวนร่วม80คน เป็นอะไรที่ไม่ง่ายเพราะรถไฟมาตรงเวลา  จอดรับคน แล้วออกเลย  เพราะฉะนั้นจะมีใครถเถลถไลไปไหนช่วงรถไฟมาไม่ได้  ไกด์แก้ปัญหา โดยให้กรุ๊ฟทัวร์ ยืนเข้าแถว  เพื่อเตรียมขึ้นรถไฟ แต่เนิ่นๆ  พอรถมาปุ๊ปทุกคนกุลีกุจอขึ้นรถไฟ ตามคิว  บนรถไฟ จะเห็นญาติที่มาส่งคนขึ้นรถไฟ โบกไม้โบกมือร่ำลากันทางกระจกรถไฟจนรถไฟออก  เหมือนในหนังญี่ปุ่นที่เคยดู ยังไงยังงั้นเลย  ทำให้รู้สึก คนญี่ปุ่นนี่ค่อนข้างจะsensitive รถไฟชินคันเซ็งทำความเร็วได้เฉลี่ย 240กม/ชม. ซึ่งถือว่าสูงที่สุดในโลก ในตอนนี้
12.00    ถึงสถานีชิซูโอกะ...เดินทางไปทานอาหารกลางวัน...ค่อนข้างไกลจากสถานีรถไฟ พอสมควร~1 กิโลได้...เลยเห็นบรรยากาศเมืองชิซูโอกะที่เจริญมีตึกสูง แต่รถราไม่ค่อยมาก ส่วนใหญ่ใช้จักรยาน ส่วนตัว โดยเฉพาะรถจักรยานมินิ ที่พับได้  อาหารกลางวันsetญี่ปุ่นอีกแล้ว
13.00    ระหว่างรอรถมารับไปขึ้นเขาฟูจิ...อากาศที่นี่กำลังสบาย ~20องศาc...ดอกไม้ข้างถนนของที่นี่เป็นดอกทิวลิปสีสันสวยงาม...
16.00    คุณเจริญกำลังลุ้นว่ารถจะไปทันที่ด่านแรกหรือไม่ เพราะคันของเราค่อนข้างช้า จากที่คนขับอายุคงจะร่วม70ปี ขับไม่เคยเกิน100กม/ชม.และในในที่สุด  ก็ขึ้นเขาฟูจิ ในเวลาที่จวนเจียน เย็ยมากแล้ว แถมอากาศครึ้มฟ้าครึ้มฝน  มีหิมะตกโปรยปรายเล็กน้อยช่วงชั้นที่4(2020ม.)จึงจอดที่ชั้น4 เพราะวันนี้ปิดชั้นที่5(2500ม.)เนื่องจากสภาพอากาศไม่เอื้ออำนวย  ลงไปถ่ายรูปกับป้ายและหิมะไม่ถึง20นาที ก็ลงเพราะหิมะตกมากขึ้นและเริ่มจะมืด  ประกอบกับคุณนาเดียจะให้ไปแวะห้างที่เชิงเขาฟูจิ  ก่อนเข้ารร.คาวาคูจิโกะ  เซกากุ
17.00    ที่ห้างนี้  เลยซื้อถั่วแดงมาฝากแม่  แอบสังเกตุเห็นเครื่องportable  defribillatorแขวนไว้ในห้าง  เห็นถึงความเงินเหลือของญี่ปุ่น  ในขณะที่รพ.ของเมืองไทย บางแห่งยังไม่มีเลย
18.00    ถึงรร.คาวาคูจิโกะ  เซกากุ...พอถึงปุ๊บ น้องไม บอกว่าเคยมาแล้วทันที....ไม่น่าเชื่อว่าไมโครโฟน จะจำได้...คุณเจริญแซวว่าเป็นรร.ที่เปิดรุ่นแรกๆ  คือ เปิด มานาน เพราะค่อนข้างเก่าพอควร(โทร.05-5572-2156)
    ...มื้อเย็นที่รร...เป็นset ญี่ปุ่น แบบปีที่แล้วเปะ...ต่างที่ครั้งนี้ไกด์ไม่ได้บอกให้ลูกทัวร์เปลี่ยนเป็นชุดยูกะตะของรร.มาทานอาหารเย็นพร้อมกัน  ทำให้บรรยากาศไม่ค่อยเข้าถึง เหมือนปีก่อน...ที่เด็กๆยังใส่ชุดยูกะตะเหมือนผู้ใหญ่(กรณีเด็กต้องเสียค่าเช่า  ต่างหาก...ไม่ฟรีเหมือนผู้ใหญ่)
    ที่ห้องพัก..ผมต้องสาละวนกับประกอบตัวกันดัมพ์ตัวใหม่ของไมโครโฟน    หลังจากนั้นค่อยมีเวลาแว้ปไปออนเซ็นของรร.(อีกรอบ)..ครั้งนี้ผมลืม  ทางเข้า  เพราะออนเซ็นอยู่ชั้น5ของรร.เกือบไปเข้าของผู้หญิง  ซะแล้ว...ที่นี่  มีที่โกนหนวด  เครื่องนวดเท้า  แต่ต้องหยอดเหรียญทุกอย่าง...ไม่ได้พกเหรียญมา  เลยเข้าออนเซ็นเลย


            วันจันทร์ที่21/4/51
5.30    ผมตื่นเช้า(คนเดียว...อีกแล้ว)เพราะ5.30 ที่นี่สว่างแล้ว  ตื่นมาถ่ายรูปพานอ ของทะเลสาปคาวาคูจิโกะ(ความจริง "โกะ"แปลว่าทะเลสาป อยู่แล้ว)    แม่บ่นผมทำเสียงรบกวน...จึงจะลงไปเดินเล่นข้างล่าง  น้องมิวตื่น อยากตามลงมาด้วยแบบงวงเงีย
6.00    ยามเช้าที่ล้อบบี้...หลังถ่ายรูปน้องมิวเสร็จ..ออกมานอกรร.อากาศเย็นมาก จนน้องมิวก้าวขาไม่ออก  หน้าซีด  แม้จะใส่เสื้อกันหนาวมา...โยเยจะกลับเข้ารร.เพราะ ข้างในจะอุ่นกว่า  ผมต้องกลับมาถ่ายทำ  DVD"น้องมิวสอนนับเลขญี่ปุ่น"
8.00    ออกเดินทางไป วนอุทยานฮาโกเน่  นั่งเรือ"วิกทอเรีย"ท่องทะเลสาป อาชิ เป็นทะเลสาปที่ก่อตักจากลาวาที่เกิดจากการระเบิดของภูเขาไฟฟูจิเมื่อ3000กว่าปีก่อน  และเป็นทะเลสาปที่อยู่สูงจากระดับน้ำทะเลถึง1000เมตร  ระหว่างนั่งเรือจะเห็นยอดเขาฟูจิด้วย.....
    หลังจากนั้นไปขึ้นกระเช้าไฟฟ้า  ไปยอดเขาโอวาคุดานิ  เพื่อชมบ่อน้ำแร่ กำมะถัน  สามารถต้มไข่ให้สุก  โดยเปลือกไข่จะมีสีดำ  หลังปอกเปลือกแล้ว ก็คือไข่ต้ม บ้านเรานั่นเอง  คนญี่ปุ่นเชื่อว่า  ทานไข่ดำ 1 ฟอง จะอายุยืนขึ้น 7 ปี  เมื่อกระเช้าขึ้นสูงขึ้นจะเห็นวิวของเขาฟูจิและทะลสาปอาชิ  สวยขึ้น  ...ระหว่างทางเบื้องล่างเป็น ต้นสนมากมาย  จึงให้เด็กๆใส่ mask และเห็นมี track คล้ายๆจะเป็นของ MTB track ผมค่อนข้างดีใจ  และแอบคิดถึงการหาโอกาสมาลุย trackนี้เองสักครั้งให้ได้(คงได้แค่ ฝัน  อีกเช่นเคย เพราะกะอีแค่ trackที่ดอยอินทนนท์ บ้านเรา  ยังไม่ได้ไปเลย) เมื่อกระเช้ามาใกล้ยอดเขา  จะได้กลิ่นกำมะถันโชยมาเรื่อยๆ  ทางครอบครัวเราตกลงไปไม่เดินขึ้นไปชมบ่อกำมะถัน  เพราะเคยมาแล้วเมื่อปีที่แล้ว  และเดินขึ้นบันไดประมาณ800เมตร  ที่บ่อก็ไม่ค่อยมีอะไร  จึงขอรอที่ร้านค้าใต้ภัตตาคารที่จะทานอาหารกลางวัน
12.00    อาหารกลางวันที่เขาโอวาคุดานิ...เป็นแบบbentoคือ อาหารญี่ปุ่นsetเป็นกล่อง  หลังจากนั้นไกด์  ให้เวลาช้อปที่ร้านค้า  บริเวณรอบๆอีกสักพัก  ก็เดินทางไป  โตเกียว เพื่อช้อปปิ้งที่ ชินจูกุ ต่อ
16.00    ก่อนลงรถไกด์แจก แผนที่ร้านค้า ในชินจูกุและนัดเวลามาพบกันที่ห้างที่มีร้าน100เยนอยู่ชั้น7..
    ครั้งนี้แม่ตั้งใจมาดู ครีมบำรุงผิว ชิเซโดะ เลยมุ่งไปร้านเครื่องสำอางค์  พบว่าราคาไม่ต่างจากที่เมืองไทยเลย  จึงเดินเล่นซะมากกว่า
19.00    นัดทางอาหารเย็นที่ภัตตาคารในชินจูกุ เป็นแบบชาบู  ชาบู  มีคนหนุ่มสาวญี่ปุ่นมารอคิวยาวพอสมควร  แสดงว่าร้านนี้ คงขึ้นชื่อ...ทางร้านจัดเป็นชุดละ4คน  เติมเนื้อได้ไม่อั้น  ถูกใจผม อีกแล้วครับท่าน
21.00    พวกเราต้องเดินกลับมาขึ้นรถที่เดิม  ระหว่างฝนลงเม็ดเล็กน้อยและอากาศค่อนข้างเย็น  เด็กๆต้องรอที่บันไดทางลงใต้ดิน...คุณลุงวนรถมา มองไม่เห็นพวกเรา  ทำให้พวกเราต้องรอ และคลาดกับอีกกลุ่มที่รถมารับไปรร.แล้ว  คุณสมเกีรติบ่นอุบ  เพราะฝนยังลงเม็ดอยู่เล็กน้อย และต้องรอข้างถนนซึ่งรถราก็จอแจ
หลังจากรับเราแล้ว  สักพักก็ทราบข่าวร้ายจากคุณหมิงว่า คุณลุงกำลังหลงโตเกียวอยู่ เพราะแกมาจากโอซากา  ไม่ชำนาญโตเกียว  งานนี้GPSไร้ประโยชน์ อีกแล้ว ครับท่าน
...สุดท้ายคุณหมิงตัดสินใจลงไปจ้างtaxiช่วยนำทางไปรร.sunroute(โทร.03-6716-0011)(www.sunroute.jp) ทำให้ทุกคนในรถโล่งอก และดีใจที่จะได้นอนซะที...
21.30    เด็กหลับกันตั้งแต่ในรถถึงห้องพักที่ทันสมัย  แต่ค่อนข้างคับแคบ  มีTVที่เป็นอินเตอร์เนตได้ด้วย  แต่ดึกแล้ว จึงไม่มีอารมณ์จะเล่น  แถม ต้องเตรียมตัวที่จะผจญโตเกียวกันเอง พรุ่งนี้  เพราะตกลงว่า พรุ่งนี้เราจะไป disneyseaกันเองด้วยรถไฟ แต่เช้า เพื่อจะได้saveเวลาจากที่  กลุ่มทัวร์จะไปวัดอาซากุสะกันก่อน
แต่ลึกๆแล้ว ผมอยากจะลองตะลุยกันเองเป็นประสบการณ์ซะมากกว่า


            วันอังคารที่22/4/51
6.00    ผมตื่นแต่เช้า(อีกแล้ว)เพื่อลงมาหาช่องทางการเดินทางไปสถานีรถไฟ  เพราะแว่วมาว่า อยู่ใกล้กับรร. ลงมาพบเด็กหนุ่มญี่ปุ่นก็ถามเป็นภาษาอังกฤษพร้อมยื่นแผนที่ให้  แกก็พยายามช่วยนะ  จ้องแผนที่รถไฟ อยู่นานแสนนาน  แต่ก็ไม่ได้เรื่องได้ราว  จำต้องตัดบท  ไม่งั้นแกก็คงจ้องแผนที่อยู่อย่างนั้นแถมพูดเป็นภาษาญี่ปุ่นกลับมาอีก  คงได้เรื่องหล่ะนะ...เวลาค่อนข้างจำกัด  ผมเดินอยู่พัก ลองถามอีกคน  ก็เขาอีหรอบเดิม เดินคือ พูดแต่ภาษาญี่ปุ่น  สุดท้ายผมเดินทาพบทางลงsubway ของสถานีshinagawa(seaside)(สายRinkaisen)โดยบังเอิญ ห่างจากรร.~100กว่าเมตร  ผมมั่นใจมากขึ้น รีบกลับมาแพ๊กกระเป๋า  ตั้งใจว่าพร้อมลุยแล้ว  แต่เตรียมแผน2 ไว้ใจ คือ ถ้าหลง คงต้องพึ่งtaxi ซึ่งขึ้นชื่อว่าแพง และรถค่อนข้างติด  และแผน3 คือพกนามบัตร และเบอร์ โทรคุณเจริญ ไว้ในกระเป๋าเด็กๆเผื่อหลงจากกันบนรถไฟ ที่คุณเจริญบอกว่าเป็นช่วง rush hourคนจะมากและเร่งรีบ  บางที่อาจวิ่งชนเราก็ได้  ถ้าเดินผิดที่ ผิดทาง(ต้องชิดซ๊าย)
8.00    อาหารเช้าที่รร.sunrouteพร้อมกับชุดเจ้าหญิงซินเดอเรลลา สีฟ้า  เป็นที่surpriseของกลุ่มทัวร์ เพราะชุดสวยมาก  คุณเจริญเอาแผนที่ที่เขียนถึงเส้นทางการไปดิสนีย์แลนด์ พร้อมเบอร์โทร และเวลานัดตอนเย็นมาให้  เช้านี้เราไม่โดดเดี่ยวเพราะจะมี3พี่น้องรร.อินเตอร์(น้องกร,น้องกายและน้องกุน)ร่วมลุยไปกับเราด้วย รวมเป็น7คน  เมื่อทุกคนส่งกระเป๋าขึ้นรถหมดแล้ว  ก็ออกเดินทาง โดนลงไปที่ชั้น ล่างสุดของรร.แล้วผมก็นำทางไปปากทางลงsubway ผู้คนเริ่มพลุกพล่าน เมื่อลงมาที่สถานี  พวกเราตรงไปกดเครี่องซื้อตั๋วรถไฟไปShin Kiba Station โชคดีที่มีปุ่ม ให้เป็น Mode English จึงไม่ยากเย็นนักในขั้นตอนนี้  หลังจากนั้น ก็ไปรอขึ้นรถไฟ  โชคดีอีกที่ป้ายที่สถานี ยังมีป้ายภาษาอังกฤษอยู่  จึงขึ้นรถไฟถูกฝั่ง  ตอนนี้ผม ตื่นเต้น  และสาละวนกับเด็กๆเพราะกลัวเด็กหลง  เลยไม่มีจิตใจถ่าย หลังจากก้าวขึ้นมาในรถไฟฟ้าใต้ดิน  ทุกคนก็ถูกแพ๊กอยู่ตรงนั้นเพราะคนแน่นมาก  ผมพยายามส่ายหัวหาป้ายไฟบอกตำแหน่งรถไฟแบบที่มีที่กรุงเทพ หรือ ฮ่องกง  ก็เลยพบปัญหา คือ เป็นกระดาษแผนผังธรรมดาที่มีแต่ตัวหนังสือญี่ปุ่น อย่างเดียว  ซวยละสิ  ...แล้วเราจะรู้ได้ยังไงว่าตอนนี้อยู่ที่ไหน...ต้องใช้วิธี นับจุดจอด  และพยายามสอดสายตาออกไปอ่านป้ายภาษาอังกฤษที่สถานีทุกครั้งที่รถไฟจอดป้าย  โชคดีที่แผนที่ของคุณเจริญบอกรายละเอียดถึงสถานีย่อยที่ผ่านไว้ด้วยทำให้สามารถ confirm ตำแหน่งรถไฟได้ตลอดเวลา(ถ้าเป็นMapของรร.จะไม่ได้ลงรายละเอียดเท่านี้) รถไฟใต้ดินผ่าน tennozu,tokyo  teleport,Kokusai tenjijo,ShinonomeและShin Kiba ตอนใกล้ Shin Kiba คนเริ่มน้อยและมีที่นั่ง จึงมีโอกาสถ่ายรูปได้บ้าง  พบว่ารถไฟโผล่ขึ้นมาบนดิน...ถึง Shin Kibaต้องเปลี่ยนรถไฟ เป็นสายJRที่ชื่อKeiyo lineเพื่อไป ลงสถานีMaihama(disneyland) ตอนเปลี่ยนรถไฟ ต้องดูผังของที่สถานีว่า จะไปขึ้น สายKeiyoทางไหน แล้วไปเริ่มซื้อตั๋วใหม่อีกครั้ง เริ่มตามขั้นตอนเดิม คือ กดราคาตามrate สถานีที่จะไป  กดจำนวนคน,ชนิด เด็ก หรือผู้ใหญ่  แล้วหยอดเหรียญ  เมื่อไปที่ชานชลาของJRพบรถไฟ มี2ฝั่ง ซ๊าย หรือขวา ยังไม่ทันที่ ผมจะอ่านป้าย น้องกายกระโดดขึ้นรถไฟทันที  ทำให้พวกเราต้องตามกันไป  โดยในใจไม่ค่อยสบายใจที่ยังไม่ทันได้อ่านป้าย  เรียกว่างานนี้เชื่อเด็กก็แล้วกัน  แต่ถ้าผิดคงวุ่นวายน่าดูเพราะจะมีเส้นนึงที่เข้าโตเกียวซึ่งผู้คนจะล้นหลามเป็นเท่าทวีคูณ  พออยู่ในรถไฟปุ๊ป  ผมรีบ confirm ทันที  เจอสาวญี่ปุ่นใกล้ จูงเด็กเข้าไปถามเลยว่าคันนีไป disneyland หรือเปล่า  โชคดีที่ เธอพูดภาษาอังกฤษได้ และโชคดีที่2 คือ เธอก็จะไป disneyland พอดี....Oh!my god...เย้เราได้คนที่จะเกาะไป ถึงdisneylandแล้ว โชคดีสุดท้าย คือ เธอก็จะไป disneyseaด้วย...เย้เราจะเกาะเธอให้ถึงที่สุด...ความจริงผมจะไม่ไซด์เล้ยถ้ามาเองคนเดียว  บังเอิญมีเด็กๆที่จะหลงไม่ได้  จึงควรหาวิธีที่simplyที่สุด คือ เกาะเธอ...อย่าให้คลาด...เพราะหลังจากถึงMaihama เราต้องเปลี่ยนไปขึ้น MonorailของDisneylandที่วนเป็นวงกลมทวนเข็มนาฬิกา รอบDisneylandและDisneysea
    เมื่อรถไฟJR-Keiyoมาใกล้ถึงสถานีMaihama ผมพบว่าไม่น่ายากเลย  เพราะเป็นรถไฟลอยฟ้าที่สามารถมองเห็นปราสาทของdisneylandได้แต่ไกล  ทำให้สามารถเตรียมตัวลงได้ทัน  แต่ก็ยังเกาะเธอผู้นั้นอยู่ไม่ห่าง...เมื่อลงจากสถานีMaihama มาที่พื้นดิน ก็พบว่า ต้องกดซื้อตั๋วMonorailอีกครั้ง..แต่เธอมีบัตรประจำอยู่แล้ว และขั้นตอนต่อจากนี้ไม่น่ายากแล้ว  จึงอาริกาโตเธอ แล้วปล่อยเธอไป...ก่อนไปเธออวยพรให้Have a nice holiday...ซาโยนาระ...
    แม่วุ่นวายกับเครื่องซื้อตั๋วของMonorailอยู่พักนึงก็ไม่ได้บัตร  ผมชักสงสัยว่าทำไมถึงช้า เพราะมีประสพการณ์การซื้อตั๋วมาตั้ง2ครั้งแล้ว  ก็พบว่าเครื่องที่นี่ต่างจากที่สถานีรถไฟ เพราะต้องหยอดเหรียญหรือธนบัตรเข้าไปก่อน เครื่องจะอ่านว่ามีเงินอยู่เท่าไหร่ แล้วจึงทำการกดซื้อตั๋ว  เมื่อขึนmonorailพบว่ารถไฟจะวนไปทางdisneylandก่อน ก็เลยดูวิวด้านนอกของdisneyland และผ่านรร.ของdisneyland  สุดท้ายที่disneysea  เฮ้อ..ถึงซะที นี่ก็เพิ่งจะ9โมงกว่าๆ หลังจากซื้อตั๋วเข้าdisneysea ก็พบว่าซื้อเองได้ถูกกว่า ที่บริษัทหักคืนมา(1800*4บาท)1000บาท คิดซะว่า เป็นค่ารถไฟ เช้านี้ละกัน  หลังซื้อตั๋วต้องมาต่อคิว  รอเข้า เพราะยังไม่ถึง10.00น.(เวลาเปิด) ซึ่งไม่ตรงกับโบร์ชัวร์ที่มีอยู่  บอกเปิด 9.00น.ทำให้นึกถึงคำพูดของคุณเจริญที่บอกว่าไปแต่เช้า ก็คงไม่มีประโยชน์เท่าไร เพราะมันเปิดสาย...แต่ว่าผมชอบนะมาผจญภัยเองแบบเล็กๆ..ตื่นเต้นและท้าทายดี(ถ้าลูกไม่หลง ซะก่อน)
    ระหว่างรอเปิด  พวกเราวางแผนการเที่ยว โดยจะไปทางขวาเพื่อมุ่งหน้าไปเล่นของเด็กๆก่อนที่ Mermaid Lagoon
10.00    Start...ทุกคนพลั่งพลูเข้าไปราวกับว่ามีของแจกฟรี อยู่ข้างใน  เข้ามาปุ๊บก็พบmascotเป็นพ่อของพิน๊อคคิโอ และจิ้งหรีด  ถ่ายรูปเสร็จพบว่า บริเวณMediterranean  Harbor มีคนมานั่งจับจองที่  คงจะมีการแสดงในช่วงเช้านี้แน่ ..ผ่าน Transit streamer line แม่นึกว่าเป็นอันที่ดำน้ำ เลยแวะเข้าไป ถึงรู้ว่าเป็นล่องเรือ ชมทะเลสาป  จึงออกมา เพื่อไปทางขวา  ผ่านMysterious Island แม่อยากแวะเรือดำน้ำ จึงประเดิมเลย 

   1.20000Leagues Under the Sea..เป็นทางเดินวนลงไปเล่น  คนยังไม่มาก จึงได้เล่นเลย..โดยเป็นยานดำน้ำ ขนาด ~8คน/ลำเข้าไปแล้ว ในยานมืดมากจะเห็นแต่นอกยานผ่านกระจก เป็นภาพใต้น้ำพบซากโบราณและปลาแปลกๆ  ให้ความรู้สึกเหมือนยานดำน้ำไปจริงๆ  เสร็จจากดำน้ำ แม่เห็นรถของJourney to the Center of the Earth ที่ขึ้นลงผาดโผน ...งานนี้ขอผ่าน  ไปZone ถัดไปที่ Mermaid Lagoon เป็นคล้ายHallในร่มที่ตกแต่งเป็นใต้สมุทนที่มีของเล่น  มากมาย
    2.Jumpin'Jellyfish...เป็นคล้ายนั่งบนแมงกระพรุน2คน/เครื่อง  ขึ้นลงในแนวดิ่ง  ขึ้นๆลงๆ
    3.Blowfish Balloon Race...ถ้วยหมุนธรรมดา เหมือนของบ้านเรา  แต่เด็กๆอยากขึ้น  โอ้โห...มันหมุนแรงพอควร  ผมพยายามหมุนreverseเพื่อลดแรงหวี่ยง  เพราะกลัวไมโครโฟนจะปลิว  หลังจบผมมึนจริงๆ และไมเกรนจะขึ้นแทนซะแล้ว  นี่เพิ่งจะผ่าน3เครื่องเล่น
    4.Mermaid Lagoon Theater...เป็นโชร์ตามรอบเวลา ที่แจ้งไว้หน้าทางเข้า..เลยต้องนั่งเข้าคิวรอเวลาหน้าประตู  ระหว่างรอน้องมิวคุยกับน้องเด็กหญิงญี่ปุ่น ชื่อ มิกิจัง(4ขวบ) มิกิจังชอบชุดของมิวสิก....โชร์นี้ได้นั่งเกือบหน้าสุด  ทำให้ใกล้ฃิดนักแสดงมาก  น้องมิวชอบมาก  บอกให้ผมถ่ายDVDไว้  ยังไม่ทันถ่ายได้เท่าไร  จนท.มาแจ้งงดถ่ายDVD,รูป...เลยต้องเก็บเป็นความทรงจำแทน...จบการแสดง น้องมิว  อยากวนมาดูอีกรอบ  ผมรับปาก  ถ้าเรามีเวลาเหลือทัน
    5.Arial's Playground...เป็นใต้สมุทรจำลองที่มีเชือกขึงให้เด็กๆขึ้นไปเดินเล่น 1 รอบ
    ส่วนเครื่องเล่นด้านนอก Hall เป็นScooter กับCoaster ขอผ่านครับ...มุ่งหน้าไปArabian Coast ก่อนถึงน้องมิว แวะซื้อPop Cornเป็นถังของแอเรียลมาคล้องคอ
    6.Magic Lamp Theaterเป็นหนัง3มิติ เกี่ยวกับ ยักษ์จินนี่  ต้องใส่แว่น  อันนี้ผมแอบถ่ายDVDมาได้นิดนึง
    7.Sinbad's Story Voyage เป็นการนั่งเรือชมตุ๊กตาซินแบด คล้ายๆ..It's a small world ของdisneyland
    พักข้าวเที่ยงที่ Zone Arabian Coastได้อาหารเป็นมะตะบะ และแกงกระหรี่..ไม่แน่ใจว่าZoneอื่นอาหารจะเปลี่ยนไปตามลักษณะของzoneหรือเปล่า  หลังมื้อเที่ยง เราเข้ามาใน Lost River Delta Zone พบRaging Spirits เป็น360- degree loop Coaster พวกเราของผ่านอย่างรวดเร็ว  แค่ชำหลืองมองยังเห็นcoaster วิ่งผ่านไฟที่พุ่งออกมาเป็นระยะ  ถ้ามากับกิ๊กคงจะสุดเหวี่ยงไปเลย(บังเอิญยังไม่มีบุญ ..กิ๊กไม่มาเกิดซะที  สงสัยคงต้องรออีกซักทศวรรษ  คงได้ที่พอดี...ปล.พ่อหมายถึงน้องมิวน่ะแม่...อย่าพึ่งตาเขียวสิจ๊ะ)
    8.Indiana Jonnes..เป็นเครื่องเล่นที่จำกัดความสูงเด็ก  น้องไมเข้าไม่ได็ ต้องอยู่รอกับแม่ข้างนอก น้องมิวเข้าได้พอดี  แต่มีการพันแขนอะไร ไม่รู้ให้น้องมิว เหมือนเป็นสัญลักษณ์ให้เจ้าที่คนอื่นดู  ผมชักเอะใจเล็กน้อย แต่ เมื่อเดินตามช่องทางเพื่อไปเครื่องเล่น...ตกแต่งเหมือนจะไปผจญภัยสุดขอบฟ้าจริงๆ  มีเด็กวัยรุ่นผู้หญิงญี่ปุ่น  เห็นน้องมิวมาในชุดเจ้าหญิงซินเดอเรลลา  ก็แอบอมยิ้ม  และกระซิบกระซาบกัน  ผมยิ่งเอะใจหนัก  ว่าเราคงจะมาผิดzoneซะแล้ว  ทำไงได้เข้ามาจนถึงขนาดนี้แล้ว...ลุย  เป็น ลุย...คิวเข้ามาใกล้เครื่องเล่นเห็นเด็กฝรั่งผู้หญิงประมาณน้องมิวอยู่1คน...ผมค่อยใจชื้นขึ้นมาหน่อย...สะกิดน้องมิว ว่ามีเพื่อนแล้ว  แต่น้องเค้าไปรถอีกคัน...หลังจากขึ้นรถเพื่อผจญภัยก็เหวี่ยงและกระแทกไปมา เข้าไปในถ้ำ หัวกระโหลกและที่สำคัญมืดมาก...เจอโครงกระดูกของคนที่สำรวจมาก่อน  และกระแทกค่อนข้างแรง  ผมปิดตาน้องมิวอย่างเดียว  เสียงเด็กวัยรุ่น กรีดกร๊าดกันระงม...พบจบเครื่องเล่น  ผมบอกน้องมิว..จบแล้วลูกๆ...น้องมิวเดินหัวฟูออกจากIndiana Jone...ผมบอกแม่ว่า  ถ้าเครื่องเล่นอันไหน เขียนจำกัดความสูงให้เลี่ยงไปเลย..
    9.Hangar Stage(Mystic Rhythms)...ได้เวลาโชว์พอดี...เป็นโชว์ที่ไม่ควรพลาด เพราะมีการแสดงดนตรี สดควบคู่ไปกับการแสดง  โดยวงดนตรีจะเป็นstageที่อยู่2ข้างของเวที่...เป็นการแสดงที่นักแสดงแต่งตัวเป็นสัตว์ต่างๆและชนเผ่าโบราณในreinforest..มีการทำฝน และน้ำตกที่ท้ายสุดแล้วเปียกกันไปหมดทั้งเวทีและนักแสดง
    10.Storm Rider...ที่Port Discovery ...เป็นการเข้าไปในห้องที่คล้ายเครื่องsimulatorของนักบิน  ทำให้ทั้งห้องเหมือนเครื่องบินขนาดใหญ่บินเข้าไปสำรวจพายุ  มีทั้งน้ำและลมเข้ามาในห้อง ทำได้เหมือนจริง ทำเอาผมต้องคลุมกล้องเอาไว้...เป็นเครื่องเล่นที่แนะนำอันดับแรกๆ สำหรับทุกท่านและโดยเฉพาะที่มาแบบครอบครัวและมีเด็กเล็กเท่าน้องไม(5ขวบ)มาด้วยก็พอจะสนุกได้
    หลังออกมาเราตรวจดูโชร์กลางน้ำที่หลายคนแนะนำ พบว่าแสดงไปแล้วตั้งแต่ประมาณบ่าย2 ตอนที่เรากำลังดูโชว์ที่Hangar stagerพอดี...เป็นที่น่าเสียดาย  เพราะโชร์กลาวน้ำอันนี้ มีรอบเดียว...เป็นบทเรียนสำหรับ..ครั้งหน้าต้องวางแผนการดูโชว์ให้ดี  เพราะHangar Stageนั้นมีแสดงหลายรอบ โดยใบปลิวบอกเวลาของโชว์ต่างๆจะเพิ่งมาแจกตอนซื้อตั๋ว(Parades and Shoes Schedule)เป็นใบเดียวเล็กๆ แยกกับใบMap ทำให้เราไม่ได้นำมาร่วมวางplanการเที่ยว  เราเดินถ่ายรูปบริเวณAmerican Waterfrontซึ่งมีเรือไตตานิกขนาดใหญ่ เป็นจุดที่จะมีการแสดง (Dockside Stage)แต่ยังไม่ถึงเวลา(~17.30)  ผ่านTower of Terrorเรารีบไปใช้บริการFast Passเป็นครั้งแรก  ยังไม่ได้เวลา จึงขอไปแวะเครื่องอันถัดไปก่อน  แล้วตั้งใจว่าจะย้อนมาแล่นเมื่อถึงเวลา
    11.Big Band Beat เป็นการแสดงดนตรีสด ที่ Broadway Music Theatreแถวยาวมากขดเป็นงู  แต่แม่บอกว่าshowนี้เข้าได้เป็น1000คน  จึงพาเด็กๆมาเข้าคิว  คือไม่ต้องรอ    เข้าได้เลย แต่ต้องค่อยขยับไปตามคิวเข้าชมการแสดง  เราเข้าไปได้ที่ชั้น2ผู้ชมเยอะมาก  ทำเอาพวกเราต้องถอดเสื้อกันหนาว  เพราะเริ่มร้อนจากคนมาก  เป็นการแสดงดนตรีฝรั่งสากล  ที่บางครั้งมีMickeyMouseมาร่วมตีกลอง เหมาะกับผู้สูงวัยมากกว่า...ไม่ค่อยสนุก หรือตื่นตาเท่าไร
    เราย้อนมาจะใช้บัตรFPที่กดไว้...แต่คราวนี้ พอมาดูที่หน้าตึกTower of Terror...จะมีเสียงกรี๊ดกร๊าดออดมา และเสียงsound effect เสียงฟ้าร้อง  ฟ้าผ่า...และมองไปที่ด้านบนของตึกมีหน้าต่างเปิดๆปิดๆ และมีเหมือนเห็นคนเล่นอยู่ในเครื่องเล่นที่กำลังร่วงลง  คล้ายตกลิฟท์...พวกเรามอง หน้ากัน  พร้อมเห็นตรงกัน...งานนี้ขอผ่าน..ขอรับ..
    พวกเราเดินมาครบรอบที่Mediterranean Harbor มีผู้คนนั่งรอดู Springtime Sun Show ที่บริเวณstepครึ่งวงกลมเล็กริม M.harbor จับจองกันเกือบเต็ม  ถามจนท.บอกว่าอีกกว่า40นาที ในขณะที่แดด ช่วงเย็นนี้ค่อนข้างแรง..ทำเอาคนไทยขี้ร้อนกลุ่มนี้  ชักท้อ  และน้องมิวบ่นหิวน้ำและปวดฉี่ เลยไม่ขอรอตรงนี้  แม่หอบพาเด็กมากินขนมปังที่ร้านMamma Bicotti's Bakery และเข้าห้องน้ำ เสร็จสรรพ  ผู้คนที่รอดูShow รอบๆ M.Harborก็จับจองที่จนพวกเราเข้าไปเป็นแถว2-3  โชคดีที่มีสาวใจดีเห็นน้องมิวมุดดูอยู่จึงขยับที่นั่งชิดขอบถนนรอบ M.Harbor ให้มิวและไมได้ไปนั่งหน้าสุด  ใกล้กับนักแสดงเลย  จากจุดที่ดูการแสดง  มองไปที่Step ครึ่งวงกลมทีแรกนั้น จะเป็นจุดที่Mascoteตัวสำคัญๆ  แวะเต้น  และเรือแวะไปใกล้
    12.Springtime Sun เป็นการแสดงเต้นที่ใช้นักแสดง ร่วมร้อยคน  ออกมาเต้น พร้อมชุดที่ตระการตา บนถนนรอบ M.Harbor ทั้งดนตรีที่สนุกสนาน  พร้อมอุปกรณ์มากมาย  ประกอบกับกองเรือ ตัวการ์ตูนของDisney :อาระดินและเจ้าหญิงจัสมิน,ซินแบด,มิ้กกี้และมินนี่เมาส์ ฯลฯ  และการร่วมร้องเพลง และร่วมเต้นท่าประกอบเพลงของผู้ชมรอบๆทำให้บรรยากาศสนุก สนานมากๆ  นักแสดงเกือบทุกคน มีการวิ่งเปลี่ยนตำแหน่ง  เพื่อให้ผู้ชมได้ใกล้ชิดนักแสดงได้เกือบทุกตัว  และมีหลายคนเข้ามาทักทายน้องมิวเป็นพิเศษ  อาจเพราะน้องมิวเป็นเจ้าหญิงซินเดอเรลลา  บางคนวิ่งผ่านมาก็ถอดสายบัวให้น้องมิว  ทำเอาน้องมิวเขินและงุนงง...นับว่าเป็นการแสดงที่พลาดไม่ได้อีกอัน
    13.Dockside Stage เป็นการแสดงละครริมเรือสำราญขนาดใหญ่  เด็กๆชอบเพราะมีตัวการ์ตูนdisneyเยอะดี  หลังการแสดงก็  โพล้เพล้  จะมืดแล้ว  และพวกเรามีนัดไกด์ที่ Disneyland จะต้องนั่งMonorailไปอีก  กะเวลาบวกลบแล้วคิดว่าได้เวลา  อำลาDisneySea เพียงเท่านี้  เพราะไม่ยากให้เกิดประวัติศาสตร์ซ้ำรอยที่คลาดกับไกด์ที่มาเลเซีย ทำเอาผมแทบจะวิ่งจนรอบสนามเซโรงันของมาเลเซีย    ระหว่างออกมา  ยังมีผู้คนเพิ่ง มาซื้อตั๋วเข้าDisneySeaอยู่อีก  หรือ  อาจจะเป็นพวกที่มาพักอยู่ที่รร.ของDisney Resortมาชมบรรยากาศช่วงมืดก็เป็นได้
20.00    รถออกจากDisneyland ในตอนที่ยิงพลุพอดี  หลายคนเสียดายทีไม่ได้ดูพลุ...แต่ด้วยความที่พวกเรายังไม่ได้ทานอาหารเย็น  จึงต้องรีบบึ่งไปภัตตาคาร... เป็นร้านคล้ายหมูย่างเกาหลีที่เติมเนื้อได้ไม่อั้นอีกเช่นเคย  แต่รอบนี้ไมโครโฟนเล่นซะหมดแรง  หลับตลอด...จนถึงรร.(รอบนี้คุณลุงพาหลงอีกแล้ว ครับ  สรุป...เที่ยวครั้งนี้ คนขับรถพาหลงทุกคืนจริง...ไกด์หงุดหงิดมาก  ตกลงว่าไม่ไมีทิปสำหรับคนขับรถในทัวร์นี้...)
    22.00ถึงรร.นาริตะ พอร์ท เป็นรร.ที่ใกล้สนานบิน..หลังจากนี้คุณลุงก็จะตีรถกลับโอซากาเป็นอันจบวาระกันซะที...


            วันพุธที่24/4/51(วันสุดท้าย)
6.00    ผมตื่นมาทำความรู้จักกับรร.(อีกแล้ว)  ข้างล่างมีบริการinternetแบบหยอดเหรียญ  อากาศเย็นสบาย มีห้องFitnessและจุดขายบัตรโทรศัพท์หลากหลายชนิด  โชคดีที่มาทัวร์นี้ไม่มีเหตุอันต้องใช้บริการโทร.ฉุกเฉินถึงไกด์
8.00    ไปวัดนาริตะ...ที่แม่เคยซื้อกระพวนโชคลาง มาคล้องกระเป๋าตังได้ไม่กี่วัน  ฝาก็หลุด  เครื่องลางออกมาหมดเกลี้ยง...งวดนี้เลยไม่ซื้ออะไรที่วัดเลย
11.00    Shoppingที่ห้างอิออน  เป็นการอำลาญี่ปุ่น  ไกด์แนะนำซื้อ แปรงสีฟันไฟฟ้าสถิตย์  (อันนี้รู้หลังจากถึงบ้านแล้ว)...ไม่งั้นคงซื้อไปฝากที่บ้านด้วย...จุดที่เด็กๆชอบคือที่เล่นเกมส์  หยอดเหรียญแล้วให้เหรียญดันกันออกมา และ Gundum Moduleเป็นmoduleเล็กๆ4moduleที่ผู้เล่นเข้าไปนั่งบังคับหุ่นยนต์ของตัวเอง แล้วเข้าไปสู้ในสมรภูมิรบที่ มีจอrealtimeข้างนอกและข้างในModule คือ คนที่ไม่ได้แล่นก็สามารถดู พวกที่อยู่ในModuleสู้กันได้ทางTV จอแบนขนาดใหญ่  ผมถือโอกาสอยู่กับเด็กที่ร้านเกมส์ แล้วให้แม่ไปShoppingตามลำพัง...เป็นตามคาดไม่ได้อะไรมาเพราะข้าวของที่นี่แม้จะถูก  แต่ก็แพงกว่าเมืองไทย....ได้แต่ของฝากชาวบ้าน...บทสรุปอย่างนึง คือ ถ้ามาญี่ปุ่นอีก  จะซื้อของฝาก  ให้อดใจมาซื้อที่อิออน  เพราะดูแล้วกว่าทุกที่ที่ไปมา  แถมกล่องให้Packกลับบ้าน และไม่ต้องมาขนกันทุกวันระหว่างย้ายรร.นอน....ซาโยนาระ...Japan
.
            วันพฤหัสที่25/4/51
1.00    ถึงสุวรรณภูมิ(ขากลับ จะใช้เวลาบินเพียง5ชม.)เห็นไกด์ว่า เพราะบินตามลม?...เสียค่าที่จอดรถ5*250=1250บาท
3.00    ถึงบ้าน...อย่างสวัสดิภาพ...
   



อ่านความคิดเห็น

ความคิดเห็นที่ 4
rakmananya วันที่ : 16/05/2008 เวลา : 20.10 น.
http://www.oknation.net/blog/rakmananya

มาทักทายครับ
ความคิดเห็นที่ 3
Canary วันที่ : 16/05/2008 เวลา : 16.59 น.
http://www.oknation.net/blog/ajhara

ดูภาพแล้ว น่าจะอากาศดีนะค่ะ
ความคิดเห็นที่ 2
Supawan วันที่ : 16/05/2008 เวลา : 15.42 น.
http://www.oknation.net/blog/supawan

ลงภาพให้ดูบ้างนะคะ ...
ความคิดเห็นที่ 1
ลูกเสือหมายเลข9 วันที่ : 16/05/2008 เวลา : 14.07 น.
http://www.oknation.net/blog/chai
<<==แวะไปทัก..แล้วคุณจะรักหนุ่มคนนี้

อยากเห็นภาพตอนเที่ยวครับ..
แสดงความคิดเห็น

  เข้าสู่ระบบ   |   สมัครสมาชิก
ชื่อ:  
อีเมล์:  
เว็บไซต์:  
ความคิดเห็น:  
   

ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน

<< พฤษภาคม 2008 >>
อา พฤ
        1 2 3
4 5 6 7 8 9 10
11 12 13 14 15 16 17
18 19 20 21 22 23 24
25 26 27 28 29 30 31