พิมพ์หน้านี้
|
พอรู้ว่าจะได้กลับไปเที่ยวศีขรภูมิอีกครั้ง ป้ารุก็ตื่นเต้นดีใจอย่างมาก เพราะหลังจากเรียนจบ ป้ารุก็ดั้นด้นไปที่นั่น แบกกระเป๋าเสื้อผ้า หนังสือตำราเท่าที่คิดว่าน่าจะต้องใช้ ขึ้นรถไฟ ใจมุ่งมั่น ไปทำงาน..เป็นคุณครูคนใหม่..ไฟแรง ครั้งนั้น ป้ารุยังเป็น นางสาวป้ารุ ไม่เคยรู้สึกว่ามีภาระใด ๆ ผูกพัน ชีวิตนี้..เป็นของเราแต่ผู้เดียว รายละเอียดมีอีกมาก ขอเล่าข้ามไปถึงว่า แม้จะไปทำงานที่นั่นเพียงปีเดียว ทำไม ถึงได้หลงรักศีขรภูมิได้ถึงเพียงนี้ อวดรูปคุณครูกันก่อนเลยค่ะ นี่ล่ะค่ะ คุณครูนางสาวป้ารุ (คัดรูปที่กะว่าสวยที่สุดมาแล้วนะคะ) ไปถึงทางโรงเรียนให้สอน ม.ปลาย ลูกศิษย์บางคนอายุมากกว่า แต่..ก็ลูกศิษย์อยู่ดี อย่ามาเบ่ง..กับคุณครู..นะจ๊ะ อ้อ ลืมบอกไป โรงเรียนนี้เป็นโรงเรียน international นะคะ ลูกศิษย์ป้ารุพูดทั้งภาษาเขมร ภาษาส่วย และภาษาลาว ก็เลยต้องมีข้อตกลงว่า อยู่ต่อหน้าครูให้ใช้ภาษาเดียวกัน ที่สำคัญ..ครูต้องฟังรู้เรื่องด้วย (เผด็จการอย่างแรง)
วันนั้นเรามีกิจกรรมเล็ก ๆ สนุกทั้งครูทั้งศิษย์ค่ะ ภูมิใจค่ะ เด็กบอกว่า เขาไม่เคยมีเวทีอย่างนี้มาก่อน (ไม่รู้ว่าหมายถึงเวทีเล็กขนาดนี้หรือเปล่า) พอเริ่มคุ้นเคยกับนักเรียนมากขึ้น เด็กๆเริ่มมาชวนไปชมสถานที่ที่พวกเขาภูมิใจ ปราสาทหินศีขรภูมิ อ่านจากหนังสืออาจารย์ศุภศรุตว่าสมัยนั้นยังไม่ได้ขึ้นทะเบียนโบราณสถาน ผู้คนยังไม่ได้ให้ความสนใจมากนัก แต่ดึงดูดให้ป้ารุต้องไปที่นั่นทุกครั้งที่เหงา คิดถึงบ้าน หรือ อยากอยู่เงียบ ๆ คนเดียว ไปกับลูกศิษย์ ไปกับเพื่อน หรือ..ไปคนเดียวในบางครั้ง นี่ค่ะ ปราสาทหินศีขรภูมิ ในปี......(ไม่บอกดีกว่า) และ..ภาพแห่งความทรงจำ หาป้ารุเจอมั้ยคะ รูปสุดท้ายนี่ถ่ายกับคุณแม่ของเพื่อนครูที่บ้านอยู่ใกล้ ๆ ปราสาท หนุ่ม สาว แต่งตัวซะยังกับเดินอยู่เมืองหนาว ดูคุณยายซีคะ แสดงว่าท่านแข็งแรงกว่าเราเยอะเลย ชีวิตในช่วงนั้นมีความสุขมากค่ะ ความใกล้ชิดระหว่างครูกับศิษย์มีมาก เด็ก ๆ น่ารัก มีน้ำใจ มีเรื่องมาเล่ามาคุยกันได้ทั้งวัน(ไม่เว้นวันหยุด) ฤดูเก็บเกี่ยวก็ได้ไปตีข้าว ปิ้งข้าวจี่ ขุดกบ และ........ อีกไม่กี่วันป้ารุจะได้กลับไปยังสถานที่แห่งความทรงจำ ตื่นเต้น ดีใจ คิดถึง และ...จะมีใครซักคนจำป้ารุได้บ้างมั้ย..นะ |