พิมพ์หน้านี้
|
หมายเหตุ : สืบเนื่องจากประเทศไทยได้ลงนามในอนุสัญญาสหประชาชาติว่าด้วยการต่อต้านการทุจริต ค.ศ. 2003 (United Nations Convention Against Corruption : UNCAC) เมื่อวันที่ 9 ธันวาคม 2546 ซึ่งถือเป็นวันต่อต้านคอร์รัปชันสากล (International Anti-Corruption Day) ในการนี้ประเทศไทยจะต้องออกกฏหมายรองรับและแก้ไขปรับปรุงกฎหมายที่เกี่ยวข้องในสอดรับกับอนุสัญญาฯ ดังกล่าว ดังนั้น สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) จึงมอบหมายให้มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ดำเนินการศึกษาวิจัยโครงการ การศึกษาพันธกรณีและความพร้อมของประเทศไทยในการปฏิบัติตามอนุสัญญาสหประชาชาติว่าด้วยการต่อต้านการทุจริต ค.ศ. 2003 เพื่อศึกษาความพร้อมของประเทศไทยในการเข้าเป็นภาคีตามอนุสัญญา โดยคณะผู้วิจัยได้ดำเนินการศึกษาค้นคว้าเอกสารที่เกี่ยวข้องทั้งของไทยและต่างประเทศมาระยะหนึ่ง ตลอดจนได้จัดประชุมผู้เชี่ยวชาญและประชุมหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อรวมรวบประเด็นปัญหาทางกฎหมายและทางปฏิบัติ และเสนอแนะแนวทางแก้ไขปัญหาของประเทศไทย ในการนี้ คณะผู้วิจัยจะจัดการประชุมนำเสนอผลการศึกษาวิจัยในวันพฤหัสบดีที่ 26 มิถุนายน 2551 ณ โรงแรมมิราเคิล แกรนด์ กรุงเทพฯ โดย ป.ป.ช.ภาคประชาชน เป็นหนึ่งในองค์กรที่ได้รับเชิญให้เข้าร่วมการประชุมครั้งนี้ รายละเอียดและกำหนดการประชุมปรากฏตามข้อมูลแนบท้าย คณะทำงานสื่อสารสาธารณะ ป.ป.ช.ภาคประชาชน
การประชุมนำเสนอผลการศึกษาวิจัย การศึกษาพันธกรณีและความพร้อมของประเทศไทยในการปฏิบัติตามอนุสัญญาสหประชาชาติว่าด้วยการต่อต้านการทุจริต ค.ศ. 2003 หลักการและเหตุผล เนื่องด้วยสภาพปัญหาการทุจริตคอรัปชั่นในปัจจุบันในประเทศต่างๆ รวมถึงประเทศไทย มีความซับซ้อนกว่าในอดีตจนยากแก่การตรวจสอบและดำเนินการ แม้ว่าองค์การและกลุ่มความร่วมมือระหว่างประเทศ ได้ริเริ่มในการจัดทำกฎหมายและความระหว่างประเทศเกี่ยวกับการต่อต้านการทุจริตหลายเรื่องมาเป็นเวลานานหลายทศวรรษก็ตาม แต่ก็ยังมีข้อจำกัดในหลายเรื่อง อนุสัญญาสหประชาชาติว่าด้วยการต่อต้านการทุจริต ค.ศ. 2003 (United Nations Convention Against Corruption : UNCAC, 2003) ซึ่งประเทศไทยได้ลงนามในอนุสัญญาฉบับนี้เมื่อวันที่ 9 ธันวาคม 2546 (ค.ศ.2003) ซึ่งมีเนื้อหาครอบคลุมมาตรฐาน มาตรการและกฎเกณฑ์การต่อต้านการทุจริตอย่างเป็นระบบ ประกอบด้วยหลักการพื้นฐาน 4 ส่วนหลัก ได้แก่ 1) มาตรการป้องกันการทุจริต (Chapter 2 Prevention) 2) การกำหนดให้เป็นความผิดทางอาญาและการบังคับใช้กฎหมาย (Chapter 3 Criminalization and law enforcement) 3) ความร่วมมือระหว่างประเทศ (Chapter 4 International cooperation) และ 4) การติดตามสินทรัพย์คืน (Chapter 5 Asset recovery) ที่ประชุมสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) ได้พิจารณาให้ความเห็นชอบต่ออนุสัญญาสหประชาชาติว่าด้วยการต่อต้านการทุจริต ค.ศ. 2003 ซึ่งคณะรัฐมนตรีเป็นผู้เสนอ โดยที่ประชุมได้ลงมติให้ความเห็นต่ออนุสัญญาดังกล่าวเมื่อวันที่ 19 ธันวาคม 2550 โดยมีเงื่อนไขคือจะต้องมีการยกร่างกฎหมายฉบับใหม่และแก้ไขกฎหมายที่เกี่ยวข้อง 3 ฉบับคือ 1. ร่าง พ.ร.บ.แก้ไขประมวลกฎหมายอาญา 2. ร่าง พ.ร.บ.แก้ไขเพิ่มเติมความร่วมมือระหว่างประเทศทางอาญาพ.ศ.2535 และ 3. ร่าง พ.ร.บ.ว่าด้วยทรัพย์สินที่ได้มาจากการกระทำความผิด พ.ศ. .... คณะนักวิจัยตระหนักถึงความสำคัญของปัญหาการทุจริตคอรัปชั่นในประเทศ และการศึกษาถึงความพร้อมและพันธกรณีในการเข้าเป็นภาคีในอนุสัญญานี้อย่างรอบด้าน โดยเฉพาะผลกระทบในทางบวกและทางลบในมิติด้านระบบกฎหมายไทย มิติเชิงโครงสร้างขององค์กรหรือหน่วยงานที่รับผิดชอบด้านการป้องกันและปราบปรามการทุจริต เมื่อคณะนักวิจัยได้ดำเนินการศึกษาค้นคว้าเอกสารที่เกี่ยวข้องทั้งของไทยและต่างประเทศมาระยะหนึ่ง ตลอดจนได้จัดประชุมผู้เชี่ยวชาญและประชุมหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง จึงเห็นควรจัดให้มีการประชุมนำเสนอผลการศึกษาวิจัย เพื่อเผยแพร่ความรู้ ความเข้าใจพันธกรณีและความพร้อมของประเทศไทย และรับฟังความเห็นของผู้เข้าร่วมประชุม วัตถุประสงค์ 1. เพื่อเผยแพร่ผลการศึกษาวิจัยเรื่องความพร้อมของประเทศไทยในการเข้าภาคีในอนุสัญญาสหประชาชาติว่าด้วยการต่อต้านการทุจริต ค.ศ. 2003 (UNCAC) และรับฟังความเห็น ข้อเสนอแนะของผู้เข้าร่วมประชุมจากภาครัฐ ภาคธุรกิจ นักวิชาการ นักการเมือง ภาคประชาสังคม และนำผลการศึกษาไปพัฒนานโยบาย แก้ไขปรับปรุงกฎหมาย และมาตรการป้องกันและปราบปรามการทุจริตอย่างเป็นระบบ 2. เพื่อสร้างความรู้ ความเข้าใจ จิตสำนึก และความตื่นตัวเกี่ยวกับปัญหาและแนวทางการแก้ไขการทุจริตคอรัปชั่นแก่หน่วยงานที่เกี่ยวข้องและสาธารณชน ในการดำเนินงานด้านการป้องกันและปราบปรามการทุจริต กลุ่มเป้าหมาย ผู้แทนหน่วยงาน นักวิชาการ ผู้เชี่ยวชาญ ผู้ทรงคุณวุฒิด้านการป้องกันและแก้ไขปัญหาการทุจริต อัยการ เจ้าหน้าที่ของรัฐจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ตัวแทนพรรคการเมือง ภาคประชาสังคมด้านการตรวจสอบการทุจริต สื่อมวลชน รวมประมาณ 200 - 250 คน รูปแบบการประชุม คณะนักวิจัยนำเสนอผลการศึกษาวิจัยและรับฟังความเห็น ข้อเสนอแนะของผู้วิพากษ์และผู้เข้าร่วมประชุม วันพฤหัสบดีที่ 26 มิถุนายน 2551 ณ ห้องเมจิก 2 (ชั้น 2) โรงแรมมิราเคิล แกรนด์ฯ หลักสี่ กรุงเทพฯ เวลา 8.15 16.30 น. ผู้จัดการประชุม คณะนักวิจัย โครงการการศึกษาพันธกรณีและความพร้อมของประเทศไทยในการปฏิบัติตามอนุสัญญาสหประชาชาติว่าด้วยการต่อต้านการทุจริต ค.ศ. 2003 ซึ่งประกอบด้วย 1. ศ. แสวง บุญเฉลิมวิภาส หัวหน้าโครงการ งบประมาณ โครงการการศึกษาพันธกรณีและความพร้อมของประเทศไทยในการปฏิบัติตามอนุสัญญาสหประชาชาติว่าด้วยการต่อต้านการทุจริต ค.ศ. 2003 ดำเนินการโดย มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ สนับสนุนทุนวิจัยโดย สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (สำนักงาน ป.ป.ช.) 1. คณะผู้จัดงานรับทราบความคิดเห็นของผู้เข้าร่วมประชุม เพื่อใช้เป็นข้อมูลในการแก้ไขปรับปรุงผลการศึกษาวิจัยโครงการฯ ให้มีความสมบูรณ์ยิ่งขึ้น 2. หน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้เตรียมความพร้อมในการเข้าเป็นภาคีตามอนุสัญญา UNCAC และ มีความเข้าใจในสาระสำคัญของอนุสัญญานี้ รับทราบสภาพปัญหาการทุจริตคอรัปชั่นในประเด็นกฎหมาย ปัญหาทางปฏิบัติและแนวทางแก้ไขของประเทศไทย รวมทั้งได้รับความรู้ ความเข้าใจในเรื่องความร่วมมือระหว่างประเทศ และกฎหมายต่างประเทศที่เกี่ยวข้อง 3. ผู้เข้าร่วมประชุมและเจ้าหน้าที่ในหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง มีจิตสำนึกและความตื่นตัวในการต่อต้านการทุจริต เพื่อรักษาผลประโยชน์ของประเทศชาติ
กำหนดการ การประชุมนำเสนอผลการศึกษาวิจัย โครงการการศึกษาพันธกรณีและความพร้อมของประเทศไทยในการปฏิบัติตามอนุสัญญาสหประชาชาติว่าด้วยการต่อต้านการทุจริต ค.ศ. 2003 วันพฤหัสบดีที่ 26 มิถุนายน 2551 8.15 8.45 น. ลงทะเบียน 8.45 9.00 น. กล่าวรายงาน และชี้แจงวัตถุประสงค์ของการจัดประชุม โดย ศ.แสวง บุญเฉลิมวิภาส หัวหน้าโครงการ 9.00 9.45 น. ปาฐกถาพิเศษ เรื่อง คุณธรรมและจริยธรรมในสังคมไทย : อุปสรรค ความพร้อมในการป้องกันและปราบปรามการทุจริต โดย ฯพณฯ ธานินทร์ กรัยวิเชียร องคมนตรี 9.45 10.00 น. ความเป็นมาและความสำคัญของความร่วมมือระหว่างประเทศด้านการป้องกันและปราบปรามการทุจริต โดยผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร. ขจิต จิตตเสวี 10.00 - 10.15 น. ความร่วมมือระหว่างประเทศตามอนุสัญญา UNCAC และกรอบความร่วมมือระหว่างประเทศที่เกี่ยวข้อง โดย ดร.วิสูตร ตุวยานนท์ 10.15 - 11.15 น. ผลการศึกษากฎหมายต่างประเทศ - กฎหมายสหรัฐอเมริกา โดยคุณกิตติพงษ์ พงษ์พัทธนคุณ 11.15 11.50 น. ผู้วิพากษ์ ศ.ดร.อรุณ ภาณุพงศ์ กรรมการกฤษฎีกา และอดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ 8 สมัย ดำเนินรายการโดย ผศ.ดร.ขจิต จิตตเสวี 11.50 12.15 น. ผู้เข้าร่วมประชุมอภิปรายแสดงความคิดเห็น 12.15 13.15 น. รับประทานอาหารกลางวัน 13.15 14.15 น. การปฏิบัติพันธกรณีตามอนุสัญญา UNCAC กับ กฎหมายไทย - มาตรการป้องกัน การกำหนดให้เป็นความผิดทางอาญา การบังคับใช้กฎหมาย และปัญหาในทางปฏิบัติ โดย รองศาสตราจารย์ ดร.บรรเจิด สิงคะเนติ และอัยการจันทิมา ธนาสว่างกุล 14.15 14.30 น. ผลดีและผลกระทบต่อประเทศไทยในกรณีการเข้าเป็นรัฐภาคีของอนุสัญญา UNCAC 14.30 15.10 น. ผู้วิพากษ์ รองปลัดกระทรวงยุติธรรม (รศ.ธงทอง จันทรางศุ) ดำเนินรายการโดย ศ. แสวง บุญเฉลิมวิภาส 15.10 15.40 น. บทสรุปและข้อเสนอแนะของคณะนักวิจัย โดย ศ.แสวง บุญเฉลิมวิภาส หัวหน้าโครงการ และคณะนักวิจัย 15.40 16.20 น. ผู้เข้าร่วมประชุมอภิปรายแสดงความคิดเห็น 16.20 16.30 น. สรุปปิดการประชุม เรื่องย้อนหลัง 30 มิ.ย.เชิญร่วมสัมมนาส่งท้าย คตส. |
| งาน ป.ป.ช.ภาคประชาชน | ||
แฟ้มภาพกิจกรรม |
||
|
View All |
||
| การเมืองไทยกับหมอผีเขมร | ||
เวทีพันธมิตรฯ 20 ก.ย.2551 |
||
|
View All |
||
| << | มิถุนายน 2008 | >> | ||||
| อา | จ | อ | พ | พฤ | ศ | ส |
| 1 | 2 | 3 | 4 | 5 | 6 | 7 |
| 8 | 9 | 10 | 11 | 12 | 13 | 14 |
| 15 | 16 | 17 | 18 | 19 | 20 | 21 |
| 22 | 23 | 24 | 25 | 26 | 27 | 28 |
| 29 | 30 | |||||