พิมพ์หน้านี้
|
กลับไปภูเก็ตคราวนี้ห่างจากคราวที่แล้ว 3 เดือน รู้สึกตื่นเต้น ตื้นตันกับความเติบโตทางเศรษฐกิจของเกาะแห่งนี้ ภาพอาคารบ้านเรือนใหม่ๆ ที่ไม่เคยเห็นเมื่อ 3 เดือนที่แล้วกลับมีให้เห็น แสดงว่าการก่อสร้างบนเกาะแห่งนี้ไม่เคยมีวันหยุด ทั้งที่พักอาศัย โรงแรม รวมถึงท่าเทียบเรือยอช์ท ต่างผุดขึ้นราวดอกเห็ดในฤดูฝน เพื่อนรุ่นน้องคนหนึ่ง เอ๋ยปากถามในฐานะที่ผมเป็นนักข่าวเศรษฐกิจ ว่า พี่ว่า คนภูเก็ตอย่างเราได้อะไรจากบ้านเรือนที่พักอาศัยใหญ่โต ที่สร้างขึ้นไปถึงบนภูเขา หรือท่าเรือหรูหรา เต็มไปด้วยเรือยอช์ทของบรรดาเศรษฐีทั่วโลก วิลล่าหรู เรียงรายตลอดแนวชายทะเล ผมบอกน้องคนนั้นอย่างตรงไปตรงมาว่า ที่เห็นอยู่นั้นนะเงินที่มาหล่อเลี้ยงให้คนในจังหวัดภูเก็ตมีกินมีใช้ ชนิดที่คนจังหวัดอื่นๆอิจฉาตาร้อนไม่ใช่หรือ
การสนทนาเริ่มออกรสขม ตามดีกรีเบียร์ที่เพิ่มขึ้นเรื่อยๆ ผมว่านะพี่... ใครจะรู้ว่าคนภูเก็ตได้ประโยชน์จากเงินพวกนั้นสักเท่าไหร่ แล้วเสียอะไรไปบ้าง คำพูดของสำนึกรักบ้านเกิด เริ่มขึ้นแล้ว พวกที่มาลงทุน ไม่คนต่างถิ่นก็พวกฝรั่งจากไหนไม่รู้ หอบเงินมาแล้วซื้อๆๆๆ สร้างๆๆๆ ขายได้กำไร โกยเงินกลับประเทศไปเท่าไหร่ใครตอบผมได้บ้าง แล้วไอ้ที่มันสร้างความฉิบหาย กับภูเขา กับทะเล กับ ปะการัง ชาวเลภูเก็ตจับปลายากขึ้น เรื่องพวกนี้เคยถูกนำเข้าไปคำนวณหรือไม่ว่ามันเสียหายเท่าไหร่ บวกลบคูณหารแล้วคุ้มไม่คุ้ม เพื่อนรุ่นน้องคนนี้เฉลยว่า รู้สึกอึดอัดกับบรรดาชาวต่างชาติ ที่ใช้อำนาจเงินมาซื้อที่ดินบริเวณบ้านเกิดของเขา เพื่อเอาไปทำมารีน่า ไว้รองรับความสำราญของบรรดาเศรษฐีเรือยอช์ท เขาบอกต่อว่า ในพื้นที่อ่าวพังงา รอยต่อระหว่างภูเก็ตกับพังงา วันนี้มีโครงการพัฒนาท่าเทียบเรือมารีน่า หลายแห่ง อาทิ ท่าเทียบเรืออ่าวปอ ท่าเทียบเรือเกาะมะพร้าว ท่าเทียบเรือเกาะนาคา ท่าเทียบเรืออ่าวฉลอง และล่าสุดบริเวณแหลมยามู ซึ่งเพิ่งได้รับการอนุมัติจากคณะกรรมการผู้ชำนาญการพิจารณารายงานการวิเคราะห์ผลกระทบสิ่งแวดล้อมเบื้องต้น สิ่งที่ก่อให้เกิดความเปลี่ยนแปลงอย่างเห็นได้ชัด ที่ควบคู่ไปกับการก่อสร้างสะพานท่าเทียบเรือมารีน่า คือความขัดแย้งที่เกิดขึ้นในชุมชน พบว่าในพื้นที่บ้านยามูมีทั้งกลุ่มชาวบ้านที่ต้องการให้เกิดการพัฒนา มีงานทำ มีรายได้ที่แน่นอนจากนักท่องเที่ยวเข้าสู่ชุมชน ......
แน่นอนอีกฝ่ายหนึ่งย่อมเป็นอีกกลุ่มที่ไม่เห็นด้วย กลุ่มชาวบ้านที่ยังคงต้องการดำรงวิถีชีวิตแบบดั้งเดิม ต้องการรักษาทรัพยากรที่ยังคงมีอยู่เพียงน้อยนิดให้คงอยู่เพื่อให้ลูกหลานได้ใช้เป็นแหล่งหาอยู่หากิน ทรัพยากรทางทะเลเหล่านี้คือแหล่งอาหารและยาสมุนไพรที่สำคัญของชุมชนบ้านยามู ในพื้นที่ใกล้เคียงทั้งตำบลป่าคลอก ซึ่งห่างจากตัวเมืองไปราว 20 กม. และยังเป็นแหล่งหากินที่สำคัญของบรรดาสัตว์น้ำหายากเช่นพะยูน โลมา และเต่าทะเล ที่นับวันจะเหลือน้อยลงไปทุกที ซึ่งแน่นอนว่าชาวบ้านทั้งในและนอกชุมชนที่ได้รับผลกระทบจากการสร้างมารีน่า จะต้องเกิดความขัดแย้งกันอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ จากการศึกษารายงานการวิเคราะห์ผลกระทบสิ่งแวดล้อมเบื้องต้น ทำให้ทราบข้อมูลที่น่าสนใจไม่น้อย เกี่ยวกับรายงานดังกล่าว ซึ่งทางบริษัทที่ทำการศึกษาผลกระทบ ได้ให้ข้อมูลกับคณะกรรมการพิจารณาสิ่งล่วงล้ำลำน้ำ มีใจความสำคัญเกี่ยวกับทรัพยากรชายฝั่งว่า เบื้องต้นพบว่าในพื้นที่โครงการไม่พบปะการังและทรัพยากรธรรมชาติที่สำคัญ เนื่องจากมีลักษณะเป็นดินเลนโคลน และน้ำมีความขุ่นมาก แต่จากการลงพื้นที่บ้านยามู ทำให้ทราบข้อมูลที่น่าสนใจจากแหล่งข่าว ซึ่งเป็นกลุ่มชาวประมงพื้นบ้านใน ต.ป่าคลอก ทราบว่า ทางบริษัทได้นำรถแม็คโคร และคนงานจำนวนหนึ่ง เข้าขุดถอนหญ้าทะเล และทำลายปะการังในพื้นที่ที่จะทำการก่อสร้างท่าเทียบเรือ ในที่นี้ก็ไม่สามารถหาหลักฐานที่ชัดเจนว่าบริษัทได้ดำเนินการทำลายทรัพยากร แต่จากหลักฐานที่แหล่งข่าวได้นำมาให้ผู้เชี่ยวชาญทางทะเลดูคือเศษหญ้าทะเล ที่อยู่ในสภาพถูกขุดถอนในลักษณะถอนรากถอนโคน เพราะโดยทั่วไปแล้วหญ้าทะเลที่ถูกกระแสน้ำพัดพาจะมีสภาพใบขาดเท่านั้น กระแสคลื่นลมขนาดความแรงอย่างคลื่นสึนามิ ก็ไม่สามารถดึงหญ้าทะเลแบบถอนรากถอนโคนได้ (ตามภาพ) นอกจากนี้พบว่าทรายในอ่าวป่าคลอกเกิดการเปลี่ยนแปลง เพราะพื้นที่โครงการได้นำทรายเข้ามาถมบริเวณชายหาดหน้าพื้นที่ก่อสร้าง เพื่อทำหาดเทียม เมื่อกระแสน้ำพัดพาเอาตะกอนทรายมาที่บริเวณหน้าหาดป่าคลอก ทำให้ทรายแข็งขึ้น เป็นสาเหตุสำคัญที่ทำให้หญ้าทะเล และปะการังเริ่มตาย สัตว์น้ำเริ่มหายาก จบคำบอกเล่าของรุ่นนี้ ทำให้ผมรู้สึกอัดอัดไปด้วย เพราะรู้ทั้งรู้ว่า วันนี้เราไม่สามารถหลีกเลี่ยงโลกาภิวัฒน์ แต่ก็ไม่ชอบเห็นความไม่ถูกต้องของความเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นดังกล่าว เพราะเมื่อเข้าไปสำรวจตรวจสอบบรรดาบริษัทที่ลงทุนอสังหาริมทรัพย์ในภูเก็ตหลายแห่ง พบว่า บรรดาฝรั่งถือหุ้นตามกฎหมาย มีคนไทยเป็นหุ้นส่วนใหญ่ และหลายแห่งมีบริษัทลูกนับสิบๆบริษัท แต่เกือบทุกบริษัทขาดทุน .......... จะบ้าตายลงทุนมายมายมหาศาล แต่ไม่เสียภาษี เพราะขาดทุน ขอขอบคุณ กลุ่มชาวบ้าน ชาวประมงพื้นบ้าน ต.ป่าคลอก อ.ถลาง จ.ภูเก็ต และ นายจัน เพื่อนรุ่นน้อง ที่เล่าสู่ข้อมูลเหล่านี้ให้ฟัง
|
| << | พฤษภาคม 2007 | >> | ||||
| อา | จ | อ | พ | พฤ | ศ | ส |
| 1 | 2 | 3 | 4 | 5 | ||
| 6 | 7 | 8 | 9 | 10 | 11 | 12 |
| 13 | 14 | 15 | 16 | 17 | 18 | 19 |
| 20 | 21 | 22 | 23 | 24 | 25 | 26 |
| 27 | 28 | 29 | 30 | 31 | ||