พิมพ์หน้านี้
|
สัปดาห์ที่แล้ว ได้รับมอบหมายจาก บก.กรุงเทพธุรกิจ ให้ไปจัดเวทีสัมมนาเล็กๆ พูดคุยกับคนเชียงใหม่ เกี่ยวกับเรื่องการเมือง ด้วยเป้าหมายอยากจะให้คนเชียงใหม่สะท้อนความคิดเห็นทางการเมืองแบบถึงแก่น ... อึดอัดอะไร ก็พูดออกมา ผมกำหนดหัวข้อสัมมนา ว่า ก่อนจะถึงเลือกตั้ง บนพื้นที่สีแดง" มีผู้ร่วมเวที คือ ร.อ.(หญิง).เดือนเต็มดวง ณ เชียงใหม่ นายกเทศมนตรีนครเชียงใหม่มาดๆ ฤาษี ดร.พุทธจรัล พุทธจรัล ประธานมูลนิธิโพธิสัจธรรม ท่านนี้เป็นอดีตผู้จัดการวงดนตรีชื่อดังในอดีต ดิอิมพอสซิเบิ้ล นอกจากนี้ยังมี ผศ.สมชาย ปรีชาศิลปกุล คณบดีคณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ นักวิชาการม.เที่ยงคืน คุณเฉลิมชาติ นครังกุล รองประธานหอการค้าจังหวัดเชียงใหม่ คนนี้เป็นนักธุรกิจพูดตรงไม่อ้อมค้อม พร้อมกับ คุณศุภชัย ศุภศิริ นายกสมาคม อบต.จังหวัดเชียงใหม่ ตัวแทนชาวบ้าน เปิดเวที ผมถามพี่ ศุภชัย ตรงๆ ในฐานะที่ใกล้ชิดกับชาวบ้านมากที่สุด ว่า การลงประชามติร่างรัฐธรรมนูญเมื่อวันที่ 19 ส.ค. ที่ผ่านมา ชาวเชียงใหม่ไม่รับร่างฯมากกว่ารับ จนเชียงใหม่ถูกขีดเป็นพื้นที่สีแดงนั้น มาจากเหตุผลอะไรบ้าง นายกสมาคม อบต.จังหวัดเชียงใหม่ บอกว่าว่า โหวต โน ในพื้นที่ เชียงใหม่อยู่ที่ 54% ตัวเลขดังกล่าวมีปัจจัยอยู่ 4 ข้อ คือ 1.เกี่ยวข้องกับอดีตผู้นำในดวงใจ 2. มีการชี้นำโฆษณาชวนเชื่อ 3. สภาวการณ์ในขณะนั้นมีผลต่อการตัดสินใจ เช่น ความเบื่อหน่ายรัฐบาล โดยเฉพาะเศรษฐกิจที่ตกต่ำอย่างมาก และ 4.เห็นว่าร่างรัฐธรรมนูญไม่เหมาะสม ผมถามลึกลงไปอีกว่าทั้ง 4 ข้อ ข้อไหนมีน้ำหนักสัดส่วนเท่าไหร่ ได้รับคำตอบว่า ข้อ 1 กับ ข้อ 2 ข้อละ 30 เปอร์เซ็นต์ ข้อ 3 กับ ข้อ 4 ข้อละ 20 เปอร์เซ็นต์ ข้อมูลดังกล่าว แสดงให้เห็นว่าความรักต่ออดีตผู้นำยังมีสูง แต่ข้อที่น่าสนใจอีกข้อคือ ความเบื่อหน่ายต่อรัฐบาลชุดปัจจุบัน ที่ไม่ได้ให้ความใส่ใจกับปากท้องของประชาชนเท่าที่ควร จนประชาชนสะท้อนออกมาว่าไม่เห็นด้วยกับรัฐธรรมนูญ (ทั้งๆที่เป็นคนละเรื่องกัน) พี่ศุภชัย บอกว่า ต้องยอมรับว่าประชาชนส่วนหนึ่งไม่ชอบเผด็จการ ทำให้มีการโยงใยถึงทหารจนไม่อยากรับร่างรัฐธรรมนูญฉบับนี้ ขณะเดียวกันสภาพเศรษฐกิจที่ตกต่ำ ประชาชนจึงนำมาเปรียบเทียบกับรัฐบาลที่ผ่านมา สภาพเศรษฐกิจที่ตกต่ำ ถูกตอกย้ำด้วยพี่เฉลิมชาติ บอกว่า เศรษฐกิจในขณะนี้เปรียบเหมือนตกอยู่ในท้องปลาวาฬ เพราะเดือดร้อนไปถึงระดับชาวบ้าน ภาวะการณ์นี้ไม่ได้เพิ่งเกิดขึ้นเมื่อ 2-3 เดือน แต่เกิดขึ้นตั้งแต่ปี 2547 และไม่ได้รับการแก้ไขจนถึงวันนี้ รัฐบาลรักษาการปัจจุบัน พยายามประคับประคองเศรษฐกิจ ไม่กล้าตัดสินใจเรื่องเร่งด่วนที่มีผลต่อระบบเศรษฐกิจประเทศ พยายามทำตัวโปร่งใส ไม่แก้ไขปัญหา ทำให้เสียโอกาสในหลายๆ ด้าน ประชาชนก็เกิดความเบื่อหน่าย เมื่อเปรียบเทียบกับรัฐบาลที่ผ่านมา ที่มีความกล้าได้กล้าเสีย กล้าตัดสินใจ ทำให้ประชาชนส่วนหนึ่งยังชอบรัฐบาลชุดที่แล้วโดยเฉพาะผู้นำ แต่ก็มีอีกกลุ่มที่บอกว่าเศรษฐกิจที่ตกต่ำเกิดจากรัฐบาลที่แล้ว ที่กระตุ้นให้ชาวบ้านใช้จ่ายล่วงหน้า ผมถามต่อกับ ดร.แป้ง ร .อ.(หญิง) เดือนเต็มดวง ซึ่งเพิ่งคว่ำคู่แข่งสายไทยรักไทย ก้าวเป็นนายกเทศบาลนครเชียงใหม่สำเร็จ ว่า การโหวต โน ของชาวเชียงใหม่ จะมีผลต่อการเลือกตั้งทั่วไปที่ใกล้จะมาถึงหรือไม่ ดร.แป้ง ตอบอย่างมั่นใจว่า ไม่น่าจะมีผลตรงๆ เพราะหากสังเกตดูประชาชนจำนวนไม่น้อยไม่รู้ไม่เคยอ่านรัฐธรรมนูญ การรับหรือไม่รับร่างรัฐธรรมนูญ เชื่อว่ามีคนเข้าใจเนื้อของร่างรัฐธรรมนูญมีจำนวนไม่มาก ดังนั้นต้องแบ่งคนออกเป็น 2 กลุ่ม คือ1. ส่วนหนึ่งจากการเข้าใจและติดตามอย่างต่อเนื่องแล้วนำมา พิจารณาในการตัดสินใจ 2.กลุ่มที่มองเรื่องของที่มาร่างฉบับดังกล่าว ที่ไม่ได้มาจากประชาธิปไตยจึงไม่รับ และยังมีบางกลุ่มที่พบว่าไม่เข้าใจและไม่ออกเสียง ฉะนั้นผลการเลือกส.ส.ครั้งหน้าคงไม่เหมือนกับผลโหวตร่างรัฐธรรมนูญ แล้วหากเทียบเคียงกับผลเลือกตั้งนายกเทศบาลนครเชียงใหม่ละ ผมถามต่อทันที ดร.แป้งบอกว่า การเลือกตั้งนายกเทศฯ เป็นการเลือกตั้งท้องถิ่นที่ใกล้ชิดกับคนในพื้นที่ จึงแตกต่างจากการเลือกตั้งระดับประเทศอยู่บ้าง แต่ก็เชื่อว่าคนเชียงใหม่ต้องการความเปลี่ยนแปลง ในแง่ของการบริหารเมืองเชียงใหม่ในแนวใหม่ เห็นได้จากจำนวนคนที่ออกมาใช้สิทธิจำนวนมากกว่าครั้งที่ผ่านมา สรุปคืออาจไม่สะท้อนตรงๆกับการเลือกตั้ง สส.อีกเช่นกัน เวทีเล็กๆแห่งนี้ มีเรื่องราวอีกมากมาย โดยเฉพาะความต้องการทางการเมืองของคนเชียงใหม่ ครั้งหน้าผมจะมาเล่าต่อ.......... หมายเหตุ รายละเอียดรายงานจากเวทีสัมมนาครั้งนี้ จะลงตีพิมพ์ในหนังสือพิมพ์กรุงเทพธุรกิจเร็วๆนี้ครับ
|
| << | กันยายน 2007 | >> | ||||
| อา | จ | อ | พ | พฤ | ศ | ส |
| 1 | ||||||
| 2 | 3 | 4 | 5 | 6 | 7 | 8 |
| 9 | 10 | 11 | 12 | 13 | 14 | 15 |
| 16 | 17 | 18 | 19 | 20 | 21 | 22 |
| 23 | 24 | 25 | 26 | 27 | 28 | 29 |
| 30 | ||||||